๔. อุปัฏฐากสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๒๔ปญฺจหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต คิลานุปฏฺฐาโก นาลํ คิลานํ อุปฏฺฐาตุํ กตเมหิ ปญฺจหิ น ปฏิพโล โหติ เภสชฺชํ สํวิธาตุํ สปฺปายาสปฺปายํ น ชานาติ อสปฺปายํ อุปนาเมติ สปฺปายํ อปนาเมติ อามิสนฺตโร คิลานํ อุปฏฺฐาติ โน เมตฺตจิตฺโต เชคุจฺฉี โหติ อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา วนฺตํ วา เขฬํ วา นีหริตุํ น ปฏิพโล โหติ คิลานํ กาเลน กาลํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตุํ สมาทเปตุํ สมุตฺเตเชตุํ สมฺปหํเสตุํ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต คิลานุปฏฺฐาโก นาลํ คิลานํ อุปฏฺฐาตุํ ฯ {๑๒๔.๑} ปญฺจหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต คิลานุปฏฺฐาโก อลํ คิลานํ อุปฏฺฐาตุํ กตเมหิ ปญฺจหิ ปฏิพโล โหติ เภสชฺชํ สํวิธาตุํ สปฺปายาสปฺปายํ ชานาติ อสปฺปายํ อปนาเมติ สปฺปายํ อุปนาเมติ เมตฺตจิตฺโต คิลานํ อุปฏฺฐาติ โน อามิสนฺตโร อเชคุจฺฉี โหติ อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา วนฺตํ วา เขฬํ วา นีหริตุํ ปฏิพโล โหติ คิลานํ กาเลน กาลํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตุํ สมาทเปตุํ สมุตฺเตเชตุํ สมฺปหํเสตุํ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต คิลานุปฏฺฐาโก อลํ คิลานํ อุปฏฺฐาตุนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. คิลานวรรค ๔. ทุติยอุปัฏฐากสูตร ๔. ทุติยอุปัฏฐากสูตร ว่าด้วยภิกษุผู้ควรและไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ สูตรที่ ๒
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พยาบาลภิกษุไข้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ไม่สามารถ จัดยา ๒. ไม่ทราบสิ่งที่เป็นสัปปายะและสิ่งที่ไม่เป็นสัปปายะ นำสิ่งที่ไม่เป็น สัปปายะเข้ามา นำสิ่งที่เป็นสัปปายะออกไป ๓. เห็นแก่อามิส พยาบาล ไม่มีจิตเมตตาพยาบาล ๔. รังเกียจที่จะนำอุจจาระ ปัสสาวะ อาเจียน หรือน้ำลายออกไปทิ้ง ๕. ไม่สามารถชี้แจงให้ภิกษุไข้เห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจ ให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถา ตามกาลอันควร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พยาบาลภิกษุไข้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พยาบาลภิกษุไข้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ควรพยาบาลภิกษุไข้ ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สามารถจัดยา ๒. ทราบสิ่งที่เป็นสัปปายะ และสิ่งที่ไม่เป็นสัปปายะ นำสิ่งที่ไม่เป็น สัปปายะออกไป นำสิ่งที่เป็นสัปปายะเข้ามา @เชิงอรรถ : @ ไม่สามารถ ในที่นี้หมายถึงไม่มีกำลังกายที่จะปรุงยา และไม่มีความรู้ที่จะจัดยา (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๒๔/๔๙)@ เห็นแก่อามิส หมายถึงหวังลาภสักการะมีจีวรเป็นต้น (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๒๔/๔๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๒๐๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. คิลานวรรค ๕. ปฐมอนายุสสาสูตร ๓. มีจิตเมตตาพยาบาล ไม่เห็นแก่อามิสพยาบาล ๔. ไม่รังเกียจที่จะนำอุจจาระ ปัสสาวะ อาเจียน หรือน้ำลายออกไปทิ้ง ๕. สามารถชี้แจงให้ภิกษุไข้เห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจ ให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถา ตามกาลอันควร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พยาบาลภิกษุไข้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ควรพยาบาลภิกษุไข้ ทุติยอุปัฏฐากสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
คิลานวรรควรรณนาที่ ๓ อรรถกถาทุติยอุปัฏฐากสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในทุติยอุปัฏฐากสูตรที่ ๔ แห่งวรรคที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า น ปฏิพโล ได้แก่ ไม่ประกอบด้วยกำลังกายและกำลังญาณ.
บทว่า อามิสนฺตโร ได้แก่ เป็นผู้เห็นแก่อามิส คือหวังปัจจัยมีจีวรเป็นต้น.
จบอรรถกถาทุติยอุปัฏฐากสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------