๖. อานันทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๐๖เอกํ สมยํ ภควา โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม ฯ อถโข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ ยโต โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตนา สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา เอตฺตาวตาปิ โข อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ {๑๐๖.๑} สิยา ปน ภนฺเต อญฺโญปิ ปริยาโย ยถา ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ สิยา อานนฺทาติ ภควา อโวจ ยโต โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา อตฺตานุเปกฺขี จ โหติ โน ปรานุเปกฺขี เอตฺตาวตาปิ โข อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ {๑๐๖.๒} สิยา ปน ภนฺเต อญฺโญปิ ปริยาโย ยถา ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ สิยา อานนฺทาติ ภควา อโวจ ยโต โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา อตฺตานุเปกฺขี จ โหติ โน ปรานุเปกฺขี อปฺปญฺญาโต จ โหติ เตน อปฺปญฺญาติเกน โน ปริตสฺสติ เอตฺตาวตาปิ โข อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ {๑๐๖.๓} สิยา ปน ภนฺเต อญฺโญปิ ปริยาโย ยถา ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ สิยา อานนฺทาติ ภควา อโวจ ยโต โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา อตฺตานุเปกฺขี จ โหติ โน ปรานุเปกฺขี อปฺปญฺญาโต จ โหติ เตน อปฺปญฺญาติเกน โน ปริตสฺสติ จตุนฺนญฺจ ฌานานํ อาภิเจตสิกานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี เอตฺตาวตา โข อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ {๑๐๖.๔} สิยา ปน ภนฺเต อญฺโญปิ ปริยาโย ยถา ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ สิยา อานนฺทาติ ภควา อโวจ ยโต โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา อตฺตานุเปกฺขี จ โหติ โน ปรานุเปกฺขี อปฺปญฺญาโต จ โหติ เตน อปฺปญฺญาติเกน โน ปริตสฺสติ จตุนฺนญฺจ ฌานานํ อาภิเจตสิกานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี อาสวานญฺจ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ เอตฺตาวตา โข อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺย ฯ อิมมฺหา จาหํ อานนฺท ผาสุวิหารา อญฺโญ ผาสุวิหาโร อุตฺตริตโร วา ปณีตตโร วา นตฺถีติ วทามีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. อานันทสูตร ว่าด้วยพระอานนท์
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุง โกสัมพี ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า ๑. “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุผู้อยู่ในสงฆ์พึงอยู่ผาสุกด้วยเหตุเท่าไรหนอ” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อานนท์ ภิกษุ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลและไม่ติเตียนผู้อื่นเพราะอธิศีล แม้ด้วยเหตุเท่านี้ ภิกษุผู้อยู่ในสงฆ์ก็พึงอยู่ผาสุกได้” ๒. “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้เหตุอื่นที่ภิกษุผู้อยู่ในสงฆ์พึงอยู่ผาสุกก็มี อยู่หรือ” “มี อานนท์ ภิกษุ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ไม่ติเตียนผู้อื่นเพราะอธิศีลและเป็นผู้ใส่ใจตนเอง ไม่ใส่ใจผู้อื่น แม้ด้วยเหตุเท่านี้ ภิกษุผู้อยู่ในสงฆ์ก็พึงอยู่ผาสุกได้”@เชิงอรรถ : @ ศีล ในที่นี้หมายถึงปาริสุทธิศีล ๔ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๐๕/๔๗) @ อริยทิฏฐิ ในที่หมายถึงวิปัสสนาสัมมาทิฏฐิ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๐๕/๔๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๑๘๓}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. ผาสุวิหารวรรค ๖. อานันทสูตร ๓. “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้เหตุอื่นที่ภิกษุผู้อยู่ในสงฆ์พึงอยู่ผาสุกก็มี อยู่หรือ” “มี อานนท์ ภิกษุ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ไม่ติเตียนผู้อื่นเพราะอธิศีลเป็นผู้ใส่ใจตนเอง ไม่ใส่ใจผู้อื่น และเป็นผู้ไม่มีชื่อเสียง ไม่สะดุ้งเพราะความไม่มีชื่อเสียงนั้น แม้ด้วยเหตุเท่านี้ ภิกษุผู้อยู่ในสงฆ์ก็พึงอยู่ผาสุกได้” ๔. “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้เหตุอื่นที่ภิกษุผู้อยู่ในสงฆ์พึงอยู่ผาสุกก็มี อยู่หรือ” “มี อานนท์ ภิกษุ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ไม่ติเตียนผู้อื่นเพราะอธิศีลเป็นผู้ใส่ใจตนเอง ไม่ใส่ใจผู้อื่น แม้เป็นผู้ไม่มีชื่อเสียงก็ไม่สะดุ้งเพราะความไม่มีชื่อเสียงนั้น และเป็นผู้ได้ฌาน ๔ อันมีในจิตยิ่งซึ่งเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันตามความปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบาก แม้ด้วยเหตุเท่านี้ ภิกษุผู้อยู่ในสงฆ์ก็พึงอยู่ผาสุกได้” ๕. “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้เหตุอื่นที่ภิกษุผู้อยู่ในสงฆ์พึงอยู่ผาสุก ก็มี อยู่หรือ” “มี อานนท์ ภิกษุ ตนเองเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ไม่ติเตียนผู้อื่นเพราะอธิศีลเป็นผู้ใส่ใจตนเอง ไม่ใส่ใจผู้อื่น แม้เป็นผู้ไม่มีชื่อเสียงก็ไม่สะดุ้งเพราะความไม่มีชื่อเสียงนั้น เป็นผู้ได้ฌาน ๔ อันมีในจิตยิ่งซึ่งเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ตามความปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบาก และทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญา-วิมุตติ อันไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบันแม้ด้วยเหตุเท่านี้ ภิกษุผู้อยู่ในสงฆ์ก็พึงอยู่ผาสุกได้’ อานนท์ เรากล่าวว่า ‘ผาสุวิหารธรรมอื่นที่ดีกว่า ประณีตกว่าผาสุวิหารธรรมนี้ย่อมไม่มี” อานันทสูตรที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๑๘๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอานันทสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัย ในอานันทสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โน จ ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา โหติ ความว่าไม่ติเตียน ไม่กล่าวร้ายผู้อื่น ถึงเรื่องศีล.
บทว่า อตฺตานุเปกฺขี ได้แก่ คอยเพ่งดูตน โดยรู้กิจที่ตนทำแล้วและยังไม่ได้ทำ.
บทว่า โน ปรานุเปกฺขี ได้แก่ ไม่มัวสนใจในกิจที่ผู้อื่นทำและยังไม่ได้ทำ.
บทว่า อปฺปญฺญาโต ได้แก่ ไม่ปรากฏ (ไม่มีชื่อเสียง) คือมีบุญน้อย.
บทว่า อปฺปญฺญาตเกน ได้แก่ เพราะความเป็นผู้ไม่ปรากฏคือไม่มีชื่อเสียง มีบุญน้อย.
บทว่า โน ปริตสฺสติ ได้แก่ ไม่ถึงความสะดุ้ง.
ด้วยสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเฉพาะพระขีณาสพเท่านั้น ด้วยประการฉะนี้แล.
จบอรรถกถาอานันทสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------