๒. สังกิตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๒. สังกิตสูตร
๑๐๒ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมเป็นที่รังเกียจสงสัยว่าเป็นปาปภิกษุ แม้จะเป็นผู้มีอกุปปธรรม ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเป็นผู้คบหาหญิงแพศยา ย่อมเป็นผู้คบหาหญิงหม้าย ย่อมเป็นผู้คบหาสาวเทื้อ ย่อมเป็นผู้คบหาบัณเฑาะก์ ย่อมเป็นผู้คบหาภิกษุณี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ย่อมเป็นที่รังเกียจสงสัยว่าเป็นปาปภิกษุ แม้จะเป็นผู้มีอกุปปธรรม ฯ จบสูตรที่ ๒
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. อุสสังกิตสูตร ว่าด้วยธรรมที่ทำให้น่ารังเกียจ
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อมเป็นที่ รังเกียจสงสัยว่า ‘เป็นภิกษุชั่ว’ แม้จะเป็นผู้มีอกุปปธรรม ก็ตาม ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เป็นผู้มีหญิงแพศยา เป็นโคจร ๒. เป็นผู้มีหญิงหม้ายเป็นโคจร @เชิงอรรถ : @ ผู้มีอกุปปธรรม ในที่นี้หมายถึงพระขีณาสพ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๐๒/๔๖) @ หญิงแพศยา หมายถึงหญิงที่เลี้ยงชีพด้วยอาศัยเรือนร่างของตน (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๐๒/๔๖)@ โคจร ในที่นี้หมายถึงการไปมาหาสู่บ่อยๆ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๐๓/๔๖) อีกนัยหยึ่ง หมายถึงสถานที่@สำหรับเข้าไปเพื่อบิณฑบาต หรือเข้าไปเพื่อสร้างความคุ้นเคยฉันมิตร หญิงเหล่านี้ ภิกษุไม่ควรเข้าไปหา@เพื่อสร้างความคุ้นเคยฉันมิตร เพราะจะเป็นเหตุก่ออันตรายแก่สมณภาวะและก่อคำติเตียนแก่ภิกษุผู้บริสุทธิ์ได้@(องฺ.ปญฺจก.ฏีกา ๓/๑๐๑-๑๐๔/๔๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๑๗๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. ผาสุวิหารวรรค ๓. มหาโจรสูตร ๓. เป็นผู้มีสาวเทื้อ เป็นโคจร ๔. เป็นผู้มีบัณเฑาะก์ เป็นโคจร ๕. เป็นผู้มีภิกษุณีเป็นโคจร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ย่อมเป็นที่รังเกียจ สงสัยว่า ‘เป็นภิกษุชั่ว’ แม้จะเป็นผู้มีอกุปปธรรมก็ตาม อุสสังกิตสูตรที่ ๒ จบ ๓. มหาโจรสูตร ว่าด้วยองค์ประกอบของมหาโจร
ภิกษุทั้งหลาย มหาโจรประกอบด้วยองค์ ๕ ประการ ย่อมงัดแงะบ้าง ทำการปล้นบ้าง ล้อมปล้นเรือนหลังเดียวบ้าง ดักปล้นในทางเปลี่ยวบ้าง องค์ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ มหาโจรในโลกนี้ ๑. อาศัยที่ขรุขระ ๒. อาศัยป่ารก ๓. อาศัยผู้มีอิทธิพล ๔. แจกจ่ายโภคทรัพย์ ๕. เที่ยวไปคนเดียว มหาโจรอาศัยที่ขรุขระ เป็นอย่างไร คือ มหาโจรในโลกนี้อาศัยเกาะแก่งแห่งแม่น้ำ หรือที่ขรุขระแห่งภูเขา มหาโจรอาศัยที่ขรุขระเป็นอย่างนี้แล @เชิงอรรถ : @ สาวเทื้อ หมายถึงสาวแก่ (มหลฺลิกกุมารี) (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๐๒/๔๖)@ บัณเฑาะก์ หมายถึงขันที ชายที่ถูกตอน พจนานุกรมบาลีสันกฤต แปลว่า กะเทย มี ๓ จำพวก คือ@บัณเฑาะก์ที่เป็นมนุษย์ บัณเฑาะก์ที่เป็นอมนุษย์ บัณเฑาะก์ที่เป็นสัตว์ดิรัจฉาน ดู วิ.มหา. (แปล) ๑/๕๖/๔๓@ ดู องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๕๑/๒๑๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๑๗๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสังกิตสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในสังกิตสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อุสฺสงฺกิตปริสงฺกิโต ได้แก่ ถูกระแวงและถูกสงสัย.
บทว่า อปิ อกุปฺปธมฺโม ความว่า ถึงจะเป็นพระขีณาสพผู้มีธรรมไม่กำเริบก็จริง ย่อมจะถูกภิกษุชั่วเหล่าอื่นระแวงสงสัยได้.
พวกหญิงที่อาศัยรูปร่างเลี้ยงชีพ ท่านเรียกว่า เวสิยา (หญิงแพศยา)
ในบทว่า เวสิยโคจโร เป็นต้น หญิงเหล่านั้นเป็นโคจรของภิกษุนั้น เหตุนั้นจึงชื่อว่ามีหญิงแพศยาเป็นโคจร. อธิบายว่า ไปเรือนของหญิงเหล่านั้นเนืองๆ.
ในบทที่เหลือก็นัยนี้หมือนกัน.
ก็บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิธวา ได้แก่ หญิงผัวตาย.
บทว่า ถุลฺลกุมารี ได้แก่ นางสาวแก่.
จบอรรถกถาสังกิตสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------