อาตัปปสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๘๙๕๐ ตีหิ ภิกฺขเว ฐาเนหิ อาตปฺปํ กรณียํ กตเมหิ ตีหิ อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย อาตปฺปํ กรณียํ อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย อาตปฺปํ กรณียํ อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ อธิวาสนาย อาตปฺปํ กรณียํ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย อาตปฺปํ กโรติ อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย อาตปฺปํ กโรติ อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ อธิวาสนาย อาตปฺปํ กโรติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อาตาปี นิปโก สโต สมฺมา ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยายาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. จูฬวรรค ๑๑. มหาโจรสูตร ๑๐. อาตัปปกรณียสูตร ว่าด้วยเหตุให้ทำความเพียร
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลควรทำความเพียรด้วยฐานะ ๓ ประการ ฐานะ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เพื่อความไม่เกิดขึ้นแห่งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น ๒. เพื่อความเกิดขึ้นแห่งกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น ๓. เพื่อความอดกลั้นเวทนาทั้งหลาย อันมีในร่างกายที่เกิดขึ้นแล้วเป็นทุกข์ กล้าแข็ง เจ็บปวด เผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่าพอใจ พรากชีวิต บุคคลควรทำความเพียรด้วยฐานะ ๓ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย ในกาลใด ภิกษุทำความเพียรเพื่อความไม่เกิดขึ้นแห่งบาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น เพื่อความเกิดขึ้นแห่งกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น เพื่อความอดกลั้นเวทนาทั้งหลายอันมีในร่างกายที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นทุกข์ กล้าแข็ง เจ็บปวดเผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่าพอใจ พรากชีวิต ในกาลนั้น ภิกษุนี้เราเรียกว่ามีความเพียร มีปัญญารักษาตน มีสติเพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบ อาตัปปกรณียสูตรที่ ๑๐ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอาตัปปสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในอาตัปปสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อาตปฺปํ กรณียํ ความว่า ควรประกอบความเพียร.
บทว่า อนุปฺปาทาย ความว่า เพื่อต้องการไม่ให้เกิดขึ้น. อธิบายว่า ต้องทำด้วยเหตุนี้ คือด้วยคิดว่า เราจักตรวจตราไม่ให้กิเลสเกิดขึ้น.
แม้ต่อจากนี้ไปก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
บทว่า สารีริกานํ ที่เกิดในสรีระ.
บทว่า ทุกฺขานํ ความว่า (เวทนาทั้งหลาย) ที่เป็นทุกข์.
บทว่า ติปฺปานํ ได้แก่ หนาแน่น หรือกล้าด้วยสามารถแห่งการแผดเผา.
บทว่า ขรานํ ได้แก่ หยาบ.
บทว่า กฏุกานํ ได้แก่ เผ็ดร้อน.
บทว่า อสาตานํ ได้แก่ ไม่หวาน.
บทว่า อมนาปานํ ได้แก่ ไม่สามารถให้เจริญใจได้.
บทว่า ปาณหรานํ ได้แก่ ตัดชีวิต.
บทว่า อธิวาสนาย ได้แก่ เพื่อต้องการยับยั้ง คือเพื่อต้องการอดทน ได้แก่เพื่อต้องการอดกลั้น.
พระศาสดาครั้นทรงบังคับ คือทรงยังอาณัติสงฆ์ให้เป็นไปในฐานะมีประมาณเท่านี้แล้ว บัดนี้เมื่อจะทรงชักชวน (ภิกษุทั้งหลาย) จึงตรัสคำมีอาทิว่า ยโต โข ภิกฺขเว ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยโต ได้แก่ ยทา แปลว่า เมื่อใด.
บทว่า อาตาปี ได้แก่ มีความเพียร.
บทว่า นิปโก ได้แก่ มีปัญญา.
บทว่า สโต ได้แก่ ประกอบด้วยสติ.
บทว่า ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยาย ได้แก่ เพื่อทำทางรอบด้านแห่งวัฏฏทุกข์ให้ขาดตอน.
คุณธรรม ๓ อย่างมีความเพียรเป็นต้นเหล่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคละกันทั้งโลกิยะและโลกุตระ.
จบอรรถกถาอาตัปปสูตรที่ ๑๐ -----------------------------------------------------