วรรคที่ ๙
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๘๒อปฺปมตฺติกา เอสา ภิกฺขเว วุฑฺฒิ ยทิทํ ยโสวุฑฺฒิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว วุฑฺฒีนํ ยทิทํ ปญฺญาวุฑฺฒิ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ปญฺญาวุฑฺฒิยา วฑฺฒิสฺสามาติ เอวํ หิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ
๘๓นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว ปมาโท ปมาโท ภิกฺขเว มหโต อนตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๘๔นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อปฺปมาโท อปฺปมาโท ภิกฺขเว มหโต อตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๘๕นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว โกสชฺชํ โกสชฺชํ ภิกฺขเว มหโต อนตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๘๖นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว วิริยารมฺโภ วิริยารมฺโภ ภิกฺขเว มหโต อตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๘๗นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว มหิจฺฉตา มหิจฺฉตา ภิกฺขเว มหโต อนตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๘๘นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อปฺปิจฺฉตา อปฺปิจฺฉตา ภิกฺขเว มหโต อตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๘๙นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อสนฺตุฏฺฐิตา อสนฺตุฏฺฐิตา ภิกฺขเว มหโต อนตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๙๐นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว สนฺตุฏฺฐิตา สนฺตุฏฺฐิตา ภิกฺขเว มหโต อตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๙๑นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อโยนิโส มนสิกาโร อโยนิโส มนสิกาโร ภิกฺขเว มหโต อนตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๙๒นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกาโร โยนิโส มนสิกาโร ภิกฺขเว มหโต อตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๙๓นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อสมฺปชญฺญํ อสมฺปชญฺญํ ภิกฺขเว มหโต อนตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๙๔นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว สมฺปชญฺญํ สมฺปชญฺญํ ภิกฺขเว มหโต อตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๙๕นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว ปาปมิตฺตตา ปาปมิตฺตตา ภิกฺขเว มหโต อนตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๙๖นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว กลฺยาณมิตฺตตา กลฺยาณมิตฺตตา ภิกฺขเว มหโต อตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๙๗นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อนุโยโค อกุสลานํ ธมฺมานํ อนนุโยโค กุสลานํ ธมฺมานํ อนุโยโค ภิกฺขเว อกุสลานํ ธมฺมานํ อนนุโยโค กุสลานํ ธมฺมานํ มหโต อนตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ
๙๘นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ โย เอวํ มหโต อตฺถาย สํวตฺตติ ยถยิทํ ภิกฺขเว อนุโยโค กุสลานํ ธมฺมานํ อนนุโยโค อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุโยโค ภิกฺขเว กุสลานํ ธมฺมานํ อนนุโยโค อกุสลานํ ธมฺมานํ มหโต อตฺถาย สํวตฺตตีติ ฯ วคฺโค นวโม ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ปมาทาทิวรรค หมวดว่าด้วยความประมาทเป็นต้น
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ความเจริญด้วยยศเป็นเรื่อง เล็กน้อย แต่ความเจริญด้วยปัญญายอดเยี่ยมกว่าความเจริญทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า “เราทั้งหลายจักเจริญด้วยความเจริญทางปัญญา” เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกกนิบาต ๙. ปมาทาทิวรรค
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มากเหมือน ความประมาทนี้ ความประมาทย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มาก (๒)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อประโยชน์มากเหมือน ความไม่ประมาทนี้ ความไม่ประมาทย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์มาก (๓)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มากเหมือน ความเกียจคร้านนี้ ความเกียจคร้านย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มาก (๔)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อประโยชน์มากเหมือนการ ปรารภความเพียรนี้ การปรารภความเพียรย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์มาก (๕)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มากเหมือน ความมักมากนี้ ความมักมากย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มาก (๖)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อประโยชน์มากเหมือน ความมักน้อยนี้ ความมักน้อยย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์มาก (๗)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มากเหมือน ความไม่สันโดษนี้ ความไม่สันโดษย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มาก (๘)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อประโยชน์มากเหมือน ความสันโดษนี้ ความสันโดษย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์มาก (๙)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มากเหมือนอโยนิโสมนสิการ(การมนสิการโดยไม่แยบคาย)นี้ อโยนิโสมนสิการย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มาก (๑๐)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อประโยชน์มากเหมือนโยนิโสมนสิการ(การมนสิการโดยแยบคาย)นี้ โยนิโสมนสิการย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์มาก (๑๑)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มากเหมือน ความไม่มีสัมปชัญญะนี้ ความไม่มีสัมปชัญญะย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มาก (๑๒)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อประโยชน์มากเหมือน ความมีสัมปชัญญะนี้ ความมีสัมปชัญญะย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์มาก (๑๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอกกนิบาต ๑๐. ทุติยปมาทาทิวรรค
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มากเหมือน ความมีปาปมิตรนี้ ความมีปาปมิตรย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มาก (๑๔)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อประโยชน์มากเหมือน ความมีกัลยาณมิตรนี้ ความมีกัลยาณมิตรย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์มาก (๑๕)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มากเหมือนการประกอบอกุศลธรรมเนืองๆ และการไม่ประกอบกุศลธรรมเนืองๆ นี้ การประกอบอกุศลธรรมเนืองๆ และการไม่ประกอบกุศลธรรมเนืองๆ ย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์มาก (๑๖)
เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นไปเพื่อประโยชน์มากเหมือนการประกอบกุศลธรรมเนืองๆ และการไม่ประกอบอกุศลธรรมเนืองๆ นี้ การประกอบกุศลธรรมเนืองๆ และการไม่ประกอบอกุศลธรรมเนืองๆ ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์มาก (๑๗)ปมาทาทิวรรคที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปมาทาทิวรรคที่ ๙
อรรถกถาสูตรที่ ๑
วรรคที่ ๙ สูตรที่ ๑ ท่านกล่าวไว้แล้วในเหตุเกิดเรื่องนั่นแล.
ได้ยินว่า ภิกษุมากรูปนั่งประชุมกันในโรงธรรม ปรารภถึงกุมภโฆสกกล่าวว่า ตระกูลชื่อโน้น เมื่อก่อนมียศน้อย มีบริวารน้อย บัดนี้มียศมาก มีบริวารมาก. พระศาสดาเสด็จมาโดยนัยก่อนนั่นแล ได้ทรงสดับคำของภิกษุเหล่านั้น จึงเริ่มพระสูตรนี้.
ใจความแห่งพระสูตรนั้น พึงทราบโดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล. จบอรรถกถาสูตรที่ ๑
อรรถกถาสูตรที่ ๒ เป็นต้น
ในสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า มหโต อนตฺถาย ได้แก่ เพื่อประโยชน์แก่ความพินาศอย่างใหญ่.
คำที่เหลือในสูตรนี้ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาสูตรที่ ๒ เป็นต้น จบอรรถกถาปมาทาทิวรรคที่ ๙ -----------------------------------------------------