สวิฏฐสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปุคฺคลวคฺโค ตติโย
๔๖๐๒๑ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถโข อายสฺมา จ สวิฏฺโฐ อายสฺมา จ มหาโกฏฺฐิโต เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทึสุ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ สวิฏฺฐํ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ ตโยเม อาวุโส สวิฏฺฐ ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ตโย กายสกฺขิ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต สทฺธาวิมุตฺโต อิเม โข อาวุโส ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ อิเมสํ อาวุโส ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กตโม เต ปุคฺคโล ขมติ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จาติ ฯ {๔๖๐.๑} ตโยเม อาวุโส สารีปุตฺต ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ตโย กายสกฺขิ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต สทฺธาวิมุตฺโต อิเม โข อาวุโส ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ อิเมสํ อาวุโส ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ยฺวายํ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต อยํ เม ปุคฺคโล ขมติ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จ ตํ กิสฺส เหตุ อิมสฺสาวุโส ปุคฺคลสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตนฺติ ฯ {๔๖๐.๒} อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมนฺตํ มหาโกฏฺฐิตํ เอตทโวจ ตโยเม อาวุโส โกฏฺฐิต ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ตโย กายสกฺขิ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต สทฺธาวิมุตฺโต อิเม โข อาวุโส ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ อิเมสํ อาวุโส ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กตโม เต ปุคฺคโล ขมติ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จาติ ฯ ตโยเม อาวุโส สารีปุตฺต ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ตโย กายสกฺขิ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต สทฺธาวิมุตฺโต อิเม โข อาวุโส ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ อิเมสํ อาวุโส ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ยฺวายํ ปุคฺคโล กายสกฺขิ อยํ เม ปุคฺคโล ขมติ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จ ตํ กิสฺส เหตุ อิมสฺสาวุโส ปุคฺคลสฺส สมาธินฺทฺริยํ อธิมตฺตนฺติ ฯ อถโข อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโต อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ ตโยเม อาวุโส สารีปุตฺต ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ตโย กายสกฺขิ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต สทฺธาวิมุตฺโต อิเม โข อาวุโส ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ อิเมสํ อาวุโส ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กตโม เต ปุคฺคโล ขมติ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จาติ ฯ ตโยเม อาวุโส โกฏฺฐิต ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ตโย กายสกฺขิ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต สทฺธาวิมุตฺโต อิเม โข อาวุโส ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ อิเมสํ อาวุโส ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ยฺวายํ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต อยํ เม ปุคฺคโล ขมติ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จ ตํ กิสฺส เหตุ อิมสฺสาวุโส ปุคฺคลสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺตนฺติ ฯ {๔๖๐.๓} อถโข อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมนฺตํ จ สวิฏฺฐํ อายสฺมนฺตํ จ มหาโกฏฺฐิตํ เอตทโวจ พฺยากตํ โข อาวุโส อมฺเหหิ สพฺเพเหว ยถาสกํ ปฏิภาณํ อายามาวุโส เยน ภควา เตนุปสงฺกมิสฺสาม อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสฺสาม ยถา โน ภควา พฺยากริสฺสติ ตถา นํ ธาเรสฺสามาติ ฯ เอวมาวุโสติ โข อายสฺมา จ สวิฏฺโฐ อายสฺมา จ มหาโกฏฺฐิโต อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อถโข อายสฺมา จ สารีปุตฺโต อายสฺมา จ สวิฏฺโฐ อายสฺมา จ มหาโกฏฺฐิโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ยาวตโก อโหสิ อายสฺมตา จ สวิฏฺเฐน อายสฺมตา จ มหาโกฏฺฐิเตน สทฺธึ กถาสลฺลาโป ตํ สพฺพํ ภควโต อาโรเจสิ ฯ {๔๖๐.๔} นเขฺวตฺถ สารีปุตฺต สุกรํ เอกํเสน พฺยากาตุํ อยํ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จาติ ฐานํ เหตํ สารีปุตฺต วิชฺชติ ยฺวายํ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต สฺวายํ อรหตฺตาย ปฏิปนฺโน ยฺวายํ ปุคฺคโล กายสกฺขิ สฺวายํ สกทาคามี วา อนาคามี วา โยจายํ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต โสปสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา ฯ นเขฺวตฺถ สารีปุตฺต สุกรํ เอกํเสน พฺยากาตุํ อยํ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จาติ ฐานํ เหตํ สารีปุตฺต วิชฺชติ ยฺวายํ ปุคฺคโล กายสกฺขิ สฺวายํ อรหตฺตาย ปฏิปนฺโน ยฺวายํ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต สฺวายํ สกทาคามี วา อนาคามี วา โยจายํ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต โสปสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา ฯ นเขฺวตฺถ สารีปุตฺต สุกรํ เอกํเสน พฺยากาตุํ อยํ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จาติ ฐานํ เหตํ สารีปุตฺต วิชฺชติ ยฺวายํ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต สฺวายํ อรหตฺตาย ปฏิปนฺโน ยฺวายํ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต สฺวายํ สกทาคามี วา อนาคามี วา โยจายํ ปุคฺคโล กายสกฺขิ โสปสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา ฯ นเขฺวตฺถ สารีปุตฺต สุกรํ เอกํเสน พฺยากาตุํ อยํ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. ปุคคลวรรค ๑. สวิฏฐสูตร ๓. ปุคคลวรรค หมวดว่าด้วยบุคคล ๑. สวิฏฐสูตร ว่าด้วยพระสวิฏฐะและมหาโกฏฐิตะ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระสวิฏฐะและท่านพระมหาโกฏฐิตะเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจพอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวกับท่านพระสวิฏฐะดังนี้ว่า ท่านสวิฏฐะ บุคคล ๓ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๓ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. กายสักขีบุคคล ๒. ทิฏฐิปัตตบุคคล ๓. สัทธาวิมุตตบุคคล บุคคล ๓ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก บรรดาบุคคล ๓ จำพวกนี้ ท่านชอบใจบุคคลจำพวกไหนซึ่งดียิ่งกว่าและประณีตกว่า ท่านพระสวิฏฐะตอบว่า บุคคล ๓ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๓ จำพวกไหนบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ กายสักขีบุคคล หมายถึงพระอริยบุคคลผู้บรรลุโสดาปัตติผลขึ้นไป เป็นผู้เห็นประจักษ์กับตัว สัมผัสวิโมกข์@๘ ด้วยนามกาย แล้วสามารถทำให้แจ้งพระนิพพานภายหลังได้ (องฺ.ติก.อ. ๒/๒๑/๙๘,@องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๑๔/๑๖๑) @ ทิฏฐิปัตตบุคคล หมายถึงพระอริยบุคคลผู้บรรลุโสดาปัตติผลขึ้นไป บรรลุสัมมาทิฏฐิ เข้าใจอริยสัจถูกต้อง@(องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๑๔/๑๖๑) @ สัทธาวิมุตตบุคคล หมายถึงพระอริยบุคคลผู้บรรลุโสดาปัตติผลขึ้นไป ผู้หลุดพ้นด้วยศรัทธา@(องฺ.ติก.อ. ๒/๒๑/๙๘, องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๑๔/๑๖๑-๑๖๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๖๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. ปุคคลวรรค ๑. สวิฏฐสูตร ๑. กายสักขีบุคคล ๒. ทิฏฐิปัตตบุคคล ๓. สัทธาวิมุตตบุคคล บุคคล ๓ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก บรรดาบุคคล ๓ จำพวกนี้ ผมชอบใจสัทธาวิมุตตบุคคลซึ่งดียิ่งกว่าและประณีตกว่า ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะสัทธินทรีย์ของบุคคลนี้แก่กล้ายิ่งนัก ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวกับท่านพระมหาโกฏฐิตะดังนี้ว่า บุคคล ๓ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๓ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. กายสักขีบุคคล ๒. ทิฏฐิปัตตบุคคล ๓. สัทธาวิมุตตบุคคล บุคคล ๓ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก บรรดาบุคคล ๓ จำพวกนี้ ท่านชอบใจบุคคลจำพวกไหนซึ่งดียิ่งกว่าและประณีตกว่า ท่านพระมหาโกฏฐิตะตอบว่า บุคคล ๓ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๓ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. กายสักขีบุคคล ๒. ทิฏฐิปัตตบุคคล ๓. สัทธาวิมุตตบุคคล บุคคล ๓ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก บรรดาบุคคล ๓ จำพวกนี้ ผมชอบใจกายสักขีบุคคลซึ่งดียิ่งกว่าและประณีตกว่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะสมาธินทรีย์ของบุคคลนี้แก่กล้ายิ่งนัก ลำดับนั้น ท่านพระมหาโกฏฐิตะได้ถามปัญหานี้กับท่านพระสารีบุตรดังนี้ว่า บุคคล ๓ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๓ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. กายสักขีบุคคล ๒. ทิฏฐิปัตตบุคคล ๓. สัทธาวิมุตตบุคคล บุคคล ๓ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก บรรดาบุคคล ๓ จำพวกนี้ ท่านชอบใจบุคคลจำพวกไหนซึ่งดียิ่งกว่าและประณีตกว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๖๗}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. ปุคคลวรรค ๑. สวิฏฐสูตร ท่านพระสารีบุตรตอบว่า บุคคล ๓ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๓ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. กายสักขีบุคคล ๒. ทิฏฐิปัตตบุคคล ๓. สัทธาวิมุตตบุคคล บุคคล ๓ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก บรรดาบุคคล ๓ จำพวกนี้ ผมชอบใจทิฏฐิปัตตบุคคลซึ่งดียิ่งกว่าและประณีตกว่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะปัญญินทรีย์ของบุคคลนี้แก่กล้ายิ่งนัก ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวกับท่านพระสวิฏฐะและท่านพระมหาโกฏฐิตะดังนี้ว่า “พวกเราทั้งหมดต่างตอบปัญหาตามปฏิภาณของตน มาไปด้วยกันเถิดเราจักเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ กราบทูลข้อความนี้ เราจักทรงจำข้อความตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสตอบแก่เรา” ท่านพระสวิฏฐะและท่านพระมหาโกฏฐิตะตอบรับท่านพระสารีบุตรแล้ว ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตร ท่านพระสวิฏฐะ และท่านพระมหาโกฏฐิตะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ท่านพระสารีบุตรผู้นั่ง ณ ที่สมควรแล้ว ได้กราบทูลข้อสนทนาทั้งหมดกับท่านพระสวิฏฐะและท่านพระมหาโกฏฐิตะแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ในเรื่องนี้ การตอบปัญหาโดยนัยเดียวว่า บรรดาบุคคล ๓ จำพวกนี้ บุคคลนี้ดียิ่งกว่าและประณีตกว่า ไม่ใช่จะทำได้ง่าย เพราะอาจเป็นไปได้ว่า สัทธาวิมุตตบุคคลเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นอรหันต์ กายสักขีบุคคลเป็นสกทาคามีหรืออนาคามี ทิฏฐิปัตตบุคคลเป็นสกทาคามีหรืออนาคามี ในเรื่องนี้ การตอบปัญหาโดยนัยเดียวว่า บรรดาบุคคล ๓ จำพวกนี้ บุคคลนี้ดียิ่งกว่าและประณีตกว่า ไม่ใช่จะทำได้ง่าย เพราะอาจเป็นไปได้ว่า กายสักขีบุคคลเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นอรหันต์ สัทธาวิมุตตบุคคลเป็นสกทาคามีหรืออนาคามีทิฏฐิปัตตบุคคลเป็นสกทาคามีหรืออนาคามี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๖๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. ปุคคลวรรค ๒. คิลานสูตร ในเรื่องนี้ การตอบปัญหาโดยนัยเดียวว่า บรรดาบุคคล ๓ จำพวกนี้ บุคคลนี้ดียิ่งกว่าและประณีตกว่า ไม่ใช่จะทำได้ง่าย เพราะอาจเป็นไปได้ว่า ทิฏฐิปัตตบุคคลเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นอรหันต์ สัทธาวิมุตตบุคคลเป็นสกทาคามีหรืออนาคามีกายสักขีบุคคลเป็นสกทาคามีหรืออนาคามี ในเรื่องนี้ การตอบปัญหาโดยนัยเดียวว่า บรรดาบุคคล ๓ จำพวกนี้ บุคคลนี้ดียิ่งกว่าและประณีตกว่า ไม่ใช่จะทำได้ง่าย สวิฏฐสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปุคคลวรรควรรณนาที่ ๓ อรรถกถาสวิฏฐสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในสวิฏฐสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
พระอริยบุคคล ชื่อว่า กายสกฺขี (พระสูตรเป็น กายกสฺขิ) เพราะสัมผัสฌาน ผัสสะมาก่อน ภายหลังจึงกระทำให้แจ้งซึ่งนิโรธ คือพระนิพพาน.
ชื่อว่า ทิฏฐิปัตตะ เพราะบรรลุธรรมนั้นที่ตนเห็นแล้ว.
ชื่อว่า สัทธาวิมุตตะ เพราะเชื่ออยู่ (มีศรัทธา) จึงได้หลุดพ้น.
บทว่า ขมติ แปลว่า ชอบใจ.
บทว่า อภิกฺกนฺตตโร แปลว่า ดียิ่งกว่า.
____________________________
ปาฐะว่า สุนฺทรตโร ฉบับพม่าเป็น อติสุนฺทรตโร แปลตามฉบับพม่า.
บทว่า ปณีตตโร แปลว่า ประณีตยิ่งกว่า.
บทว่า สทฺธินฺทริยํ อธิมตฺตํ โหติ ความว่า พระสวิฏฐเถระ ในขณะแห่งอรหัตมรรค ได้มีสัทธินทรีย์เป็นธุระ (เป็นใหญ่) อินทรีย์ ๔ ที่เหลือเป็นบริวาร. ดังนั้น พระเถระเมื่อจะกล่าวถึงมรรคที่ตนได้บรรลุแล้ว จึงได้กล่าวอย่างนี้.
(ส่วน) ท่านมหาโกฏฐิตเถระ ในขณะแห่งอรหัตมรรค ได้มีสมาธินทรีย์เป็นธุระ (เป็นใหญ่) อินทรีย์ ๔ อย่างที่เหลือได้เป็นบริวารของสมาธินั่นเอง. เพราะฉะนั้น ท่านพระมหาโกฏฐิตเถระแม้นั้นเมื่อจะบอกว่า สมาธินทรีย์มีประมาณยิ่ง (เป็นใหญ่) จึงได้กล่าวถึงมรรคที่ตนได้บรรลุนั่นแหละ.
ส่วนพระสารีบุตรเถระ ในขณะแห่งอรหัตมรรค ได้มีปัญญินทรีย์เป็นธุระ (เป็นใหญ่) อินทรีย์ ๔ อย่างที่เหลือได้เป็นบริวารของปัญญินทรีย์นั้นนั่นเอง. เพราะฉะนั้น ท่านพระสารีบุตรเถระแม้นั้น เมื่อจะบอกว่า ปัญญินทรีย์มีประมาณหนึ่ง (เป็นใหญ่) จึงได้บอกมรรคที่ตนได้บรรลุแล้วนั่นแหละ.
บทว่า น เขฺวตฺถ ตัดบทเป็น น โข เอตฺถ.
บทว่า เอกํเสน พฺยากาตุํ ความว่า เพื่อพยากรณ์โดยส่วนเดียว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงความพร้อมเพรียงแห่งอรหัตมรรคด้วยบทว่า อรหตฺตาย ปฏิปนฺโน.
ในพระสูตรนี้ พระเถระแม้ทั้ง ๓ ได้กล่าวเฉพาะมรรคที่ตนบรรลุแล้วด้วยประการดังพรรณนาฉะนี้. แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสโดยผู้ดำรงอยู่ในภูมิธรรมอื่น.
จบอรรถกถาสวิฏฐสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------