ปาปณิกสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๕๘๑๙ ตีหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปาปณิโก อภพฺโพ อนธิคตํ วา โภคํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา โภคํ ผาติกาตุํ กตเมหิ ตีหิ อิธ ภิกฺขเว ปาปณิโก ปุพฺพณฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ มชฺฌนฺติกสมยํ น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ สายณฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปาปณิโก อภพฺโพ อนธิคตํ วา โภคํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา โภคํ ผาติกาตุํ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาติกาตุํ กตเมหิ ตีหิ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปุพฺพณฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ มชฺฌนฺติกสมยํ น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ สายณฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาติกาตุํ ฯ ตีหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปาปณิโก ภพฺโพ อนธิคตํ วา โภคํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา โภคํ ผาติกาตุํ กตเมหิ ตีหิ อิธ ภิกฺขเว ปาปณิโก ปุพฺพณฺหสมยํ สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ มชฺฌนฺติกสมยํ สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ สายณฺหสมยํ สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปาปณิโก ภพฺโพ อนธิคตํ วา โภคํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา โภคํ ผาติกาตุํ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาติกาตุํ กตเมหิ ตีหิ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปุพฺพณฺหสมยํ สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ มชฺฌนฺติกสมยํ สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ สายณฺหสมยํ สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาติกาตุนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ปฐมปาปณิกสูตร ว่าด้วยคุณสมบัติของพ่อค้า สูตรที่ ๑
ภิกษุทั้งหลาย พ่อค้าประกอบด้วยองค์ ๓ ประการ ไม่อาจได้โภคทรัพย์ ที่ยังไม่ได้ หรือทำโภคทรัพย์ที่ได้แล้วให้เพิ่มพูนมากขึ้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๖๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. รถการวรรค ๙. ปฐมปปาณิกสูตร องค์ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ พ่อค้าในโลกนี้ ๑. เวลาเช้า ไม่ตั้งใจจัดแจงการงานให้ดี ๒. เวลาเที่ยง ไม่ตั้งใจจัดแจงการงานให้ดี ๓. เวลาเย็น ไม่ตั้งใจจัดแจงการงานให้ดี พ่อค้าประกอบด้วยองค์ ๓ ประการนี้แล ไม่อาจได้โภคทรัพย์ที่ยังไม่ได้ หรือทำโภคทรัพย์ที่ได้แล้วให้เพิ่มพูนมากขึ้น ฉันใด ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ไม่อาจบรรลุ กุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ หรือทำกุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้วให้เจริญมากขึ้น ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เวลาเช้า ไม่ตั้งใจเข้าสมาธิ ๒. เวลาเที่ยง ไม่ตั้งใจเข้าสมาธิ ๓. เวลาเย็น ไม่ตั้งใจเข้าสมาธิ ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ไม่อาจบรรลุกุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ หรือทำกุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้วให้เจริญมากขึ้น พ่อค้าประกอบด้วยองค์ ๓ ประการ อาจได้โภคทรัพย์ที่ยังไม่ได้ หรือทำ โภคทรัพย์ที่ได้แล้วให้เพิ่มพูนมากขึ้น องค์ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ พ่อค้าในโลกนี้ ๑. เวลาเช้า ตั้งใจจัดแจงการงานดี ๒. เวลาเที่ยง ตั้งใจจัดแจงการงานดี ๓. เวลาเย็น ตั้งใจจัดแจงการงานดี พ่อค้าประกอบด้วยองค์ ๓ ประการนี้แล อาจได้โภคทรัพย์ที่ยังไม่ได้ หรือทำโภคทรัพย์ที่ได้แล้วให้เพิ่มพูนมากขึ้น ฉันใด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๖๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. รถการวรรค ๑๐. ทุติยปาปณิกสูตร ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล อาจบรรลุกุศลธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ หรือทำกุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้วให้เจริญมากขึ้น ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เวลาเช้า ตั้งใจเข้าสมาธิ ๒. เวลาเที่ยง ตั้งใจเข้าสมาธิ ๓. เวลาเย็น ตั้งใจเข้าสมาธิ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล อาจบรรลุกุศล ธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ หรือทำกุศลธรรมที่ได้บรรลุแล้วให้เจริญมากขึ้น ปฐมปาปณิกสูตรที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมปาปณิกสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมปาปณิกสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
พ่อค้าผู้ไม่ตั้งใจทำการงาน
บทว่า ปาปณิโก แปลว่า พ่อค้าในตลาด เจ้าของร้าน.
คำว่า ปาปณิโก นั่น เป็นชื่อของพ่อค้า ผู้เปิดร้านขายของ.
บทว่า อภพฺโพ แปลว่า เป็นบุคคลไม่เหมาะสม.
บทว่า น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ ความว่า การงานที่ตั้งใจทำอย่างใด จึงจะนับว่ามั่นคง งานที่ตั้งใจไว้ย่อมสำเร็จสมความตั้งใจด้วยประการใด เขาไม่ตั้งใจทำให้สำเร็จด้วยตนเองอย่างนั้น.
ในบทว่า น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺติ อธิฏฺฐาติ นั้น พึงทราบอธิบายดังต่อไปนี้
เวลาเช้ามืด พ่อค้าลุกขึ้นตามประทีป แต่ไม่นั่งจัดสินค้า ชื่อว่าไม่ตั้งใจทำงานโดยเคารพ ในเวลาเช้า. ด้วยว่า พ่อค้าผู้นี้จะไม่ได้เป็นเจ้าของ พลาดโอกาส สิ่งของที่ควรจะได้ที่มีโอกาสทั้ง ๓ เป็นปัจจัยคือ สิ่งของที่พวกโจรลักในตอนกลางคืน รีบมาตลาดด้วยคิดว่า เราจักปล่อยของนี้ให้พ้นมือของเราแล้ว ขายให้โดยราคาย่อมเยา ๑ ของที่คนจำนวนมากผู้เป็นคู่แข่งแย่งซื้อแย่งขาย เวลากลางคืนอยู่ในเมือง เช้ามืดไปตลาดซื้อเอา ๑ หรือของที่ผู้คนประสงค์จะไปยังชนบทจะรีบไปตลาดแต่เช้าแล้วซื้อเอา ๑.
ในเวลาที่คนอื่นพักรับประทานอาหารกัน เขาก็กลับมารับประทานอาหารบ้าง คือเก็บสินค้าแต่เช้าตรู่ แล้วกลับไปบ้าน รับประทานอาหารแล้วนอนหลับ ตอนเย็นจึงกลับมายังร้านตลาดอีกครั้นหนึ่ง อย่างนี้ชื่อว่าไม่ตั้งใจทำการงานโดยเคารพในเวลาเที่ยงวัน.
ด้วยพ่อค้านั้นจะไม่ได้เป็นเจ้าของ หมดโอกาส สิ่งของที่ควรจะได้อันมีโอกาสทั้งสองเป็นปัจจัย คือ สิ่งที่พวกโจรมาปล่อยไม่ทันในตอนเช้าตรู่ แต่เวลากลางวัน ขณะที่คนอื่นๆ ยังไม่สัญจรไปมา พวกโจรก็จะไปยังร้านตลาด แล้วขายให้ด้วยราคาถูก ๑ สิ่งใดที่พวกอิสรชนผู้มีบุญใช้คนไปให้นำมาในเวลารับประทานอาหาร ด้วยสั่งว่าควรจะได้สิ่งนี้ๆ มาจากร้านตลาด ๑.
ส่วนเวลาเย็น จนกระทั่งถึงเวลาที่เขาตีบอกยาม เขาก็ไม่ตามประทีปแล้วนั่ง ภายในร้านตลาด อย่างนี้ชื่อว่าไม่ตั้งใจทำงานโดยเคารพในเวลาเย็น.
ด้วยว่า พ่อค้านั้นจะไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งของที่ควรได้ ที่มีโอกาสนั้นเป็นปัจจัย คือ สิ่งของที่พวกโจรมาปล่อยไม่ทันทั้งเวลาเช้าและเวลากลางวัน แต่กลับไปยังร้านตลาดในตอนเย็น แล้วขายให้ด้วยราคาถูก.
ภิกษุไม่ตั้งใจฝึกสมาธิ
บทว่า น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ความว่า ภิกษุไม่เข้าสมาธิโดยกิริยาที่เคารพ.
ก็ในบทว่า น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ นี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
ภิกษุทำวัตรที่ลานเจดีย์และลานโพธิ์แล้วเข้าไปสู่เสนาสนะ แต่ว่าไม่ยอมนั่งเข้าสมาบัติจนถึงเวลาภิกษาจาร ชื่อว่าไม่ตั้งใจกำหนดนิมิตโดยเคารพ. ส่วนเวลาภายหลังฉันภัตตาหาร เธอกลับจากบิณฑบาตแล้วเข้าไปยังที่พักกลางคืน และที่พักกลางวัน แต่ว่าไม่นั่งเข้าสมาบัติจนถึงเวลาเย็น ชื่อว่าไม่ตั้งใจกำหนดสมาธินิมิตโดยเคารพในเวลาเที่ยงวัน.
อนึ่ง เวลาเย็น เธอไหว้เจดีย์ ทำการบำรุงพระเถระ แล้วเข้าไปสู่เสนาสนะ แต่ว่าไม่ยอมนั่งเข้าสมาบัติตลอดปฐมยาม ชื่อว่าไม่ตั้งใจกำหนดสมาธินิมิตโดยเคารพในเวลาเย็น.
ส่วนความหมายพึงทราบตามนัยตรงกันข้ามกับที่กล่าวแล้วในสุกปักษ์.
อนึ่ง ในบทนี้ ในที่ที่ท่านกล่าวไว้ว่า สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา เข้าสมาบัติ เมื่อไม่มีสมาบัติ แม้วิปัสสนาก็ควร.
และในบทว่า สมาธินิมิตฺตํ แม้อารมณ์ของสมาธิก็ควรเช่นกัน.
สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดังนี้ว่า แม้สมาธิก็ชื่อว่าสมาธินิมิต แม้อารมณ์ของสมาธิก็ชื่อว่าสมาธินิมิต.
จบอรรถกถาปฐมปาปณิกสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------