อัจจยสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๔๓๔ ตีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ กตเมหิ ตีหิ อจฺจยํ อจฺจยโต น ปสฺสติ อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ น ปฏิกฺกโรติ ปรสฺส โข ปน อจฺจยํ เทเสนฺตสฺส ยถาธมฺมํ น ปฏิคฺคณฺหาติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ ฯ ตีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ กตเมหิ ตีหิ อจฺจยํ อจฺจยโต ปสฺสติ อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกฺกโรติ ปรสฺส โข ปน อจฺจยํ เทเสนฺตสฺส ยถาธมฺมํ ปฏิคฺคณฺหาติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๑. พาลวรรค ๕. อโยนิโสสูตร ๔. อัจจยสูตร ว่าด้วยการเห็นโทษและไม่เห็นโทษ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ พึงทราบว่าเป็นคนพาล ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ไม่เห็นโทษ โดยความเป็นโทษ ๒. เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้ว ไม่แก้ไขตามสมควรแก่ความผิด ๓. เมื่อผู้อื่นชี้โทษอยู่ ไม่ยอมรับตามสมควรแก่ความผิด บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล พึงทราบว่า เป็นคนพาล บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ พึงทราบว่า เป็นบัณฑิต ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เห็นโทษโดยความเป็นโทษ ๒. เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้ว แก้ไขตามสมควรแก่ความผิด ๓. เมื่อผู้อื่นชี้โทษอยู่ ก็ยอมรับตามสมควรแก่ความผิด บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล พึงทราบว่า เป็นบัณฑิตเพราะเหตุนั้น ฯลฯ อัจจยสูตรที่ ๔ จบ ๕. อโยนิโสสูตร ว่าด้วยการถาม-ตอบโดยไม่แยบคาย
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ พึงทราบว่า เป็นคนพาล ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ โทษ ในที่นี้หมายถึงความผิด(อปราธะ) (องฺ.ติก.อ. ๒/๔/๗๙) @ ดูความเต็มข้อ ๓ ติกนิบาตในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๔๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอัจจยสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในอัจจยสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อจฺจยํ อจฺจยโต น ปสฺสติ ความว่า คนพาลย่อมไม่เห็นความผิดของตนว่า เป็นความผิด.
บทว่า อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ น ปฏิกโรติ ความว่า คนพาลแม้ทราบแล้วว่าเราทำผิด ก็ไม่ยอมทำตามธรรม คือรับทัณฑกรรมมาแล้ว ก็ไม่ยอมแสดงโทษ คือไม่ยอมขอโทษคนอื่น.
บทว่า อจฺจยํ เทเสนฺตสฺส ยถาธมฺมํ น ปฏิคฺคณฺหาติ ความว่า เมื่อคนอื่นทราบว่า เราทำผิด รับทัณฑกรรมมาแล้วให้ขอขมา คนพาลก็จะไม่ยอมยกโทษให้.
ธรรมฝ่ายขาว (ของบัณฑิต) พึงทราบโดยนัยที่ตรงกันข้ามกับที่กล่าวแล้ว.
____________________________
ปาฐะว่า อจฺจยํ น เทเสติ ฉบับพม่าเป็น อจฺจยํ น เทเสติ นกฺขมาเปติ แปลตามฉบับพม่า.
จบอรรถกถาอัจจยสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------