กัมมันตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๕๕๙๑๒๐ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว วิปตฺติโย กตมา ติสฺโส กมฺมนฺตวิปตฺติ อาชีววิปตฺติ ทิฏฺฐิวิปตฺติ ฯ กตมา จ ภิกฺขเว กมฺมนฺตวิปตฺติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตี โหติ ฯเปฯ สมฺผปฺปลาปี โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กมฺมนฺตวิปตฺติ ฯ กตมา จ ภิกฺขเว อาชีววิปตฺติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ มิจฺฉาอาชีโว โหติ มิจฺฉาอาชีเวน ชีวิตํ กปฺเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อาชีววิปตฺติ ฯ กตมา จ ภิกฺขเว ทิฏฺฐิวิปตฺติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ วิปรีตทสฺสโน นตฺถิ ทินฺนํ นตฺถิ ยิฏฺฐํ ฯเปฯ เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ทิฏฺฐิวิปตฺติ ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ติสฺโส วิปตฺติโย ฯ {๕๕๙.๑} ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว สมฺปทา กตมา ติสฺโส กมฺมนฺตสมฺปทา อาชีวสมฺปทา ทิฏฺฐิสมฺปทา ฯ กตมา จ ภิกฺขเว กมฺมนฺตสมฺปทา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ ฯเปฯ สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กมฺมนฺตสมฺปทา ฯ กตมา จ ภิกฺขเว อาชีวสมฺปทา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สมฺมาอาชีโว โหติ สมฺมาอาชีเวน ชีวิตํ กปฺเปติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อาชีวสมฺปทา ฯ กตมา จ ภิกฺขเว ทิฏฺฐิสมฺปทา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ อวิปรีตทสฺสโน อตฺถิ ทินฺนํ อตฺถิ ยิฏฺฐํ ฯเปฯ เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ทิฏฺฐิสมฺปทา ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ติสฺโส สมฺปทาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. กัมมันตสูตร ว่าด้วยความวิบัติแห่งการงาน
ภิกษุทั้งหลาย วิบัติ ๓ ประการนี้ วิบัติ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กัมมันตวิบัติ (ความวิบัติแห่งการงาน) ๒. อาชีววิบัติ (ความวิบัติแห่งอาชีพ) ๓. ทิฏฐิวิบัติ (ความวิบัติแห่งทิฏฐิ) กัมมันตวิบัติ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ฯลฯ พูดเพ้อเจ้อ นี้เรียกว่า กัมมันตวิบัติ อาชีววิบัติ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้มีอาชีพผิด เลี้ยงชีพด้วยมิจฉาอาชีวะ(เลี้ยงชีพผิด)นี้เรียกว่า อาชีววิบัติ ทิฏฐิวิบัติ เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ มีความเห็นวิปริตว่า “ทานที่ให้แล้วไม่มีผล ยัญที่บูชาแล้วไม่มีผล ฯลฯ สมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบทำให้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งก็ไม่มีในโลก” นี้เรียกว่าทิฏฐิวิบัติ ภิกษุทั้งหลาย วิบัติ ๓ ประการนี้แล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๓๖๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๒. อาปายิกวรรค ๘. ปฐมโสเจยยสูตร สัมปทา ๓ ประการนี้ สัมปทา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กัมมันตสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยการงาน) ๒. อาชีวสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยอาชีพ) ๓. ทิฏฐิสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ) กัมมันตสัมปทา เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ การพูดเพ้อเจ้อนี้เรียกว่า กัมมันตสัมปทา อาชีวสัมปทา เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้มีอาชีพชอบ เลี้ยงชีพด้วยสัมมาอาชีวะ(เลี้ยงชีพชอบ) นี้เรียกว่า อาชีวสัมปทา ทิฏฐิสัมปทา เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นไม่วิปริตว่า “ทานที่ให้แล้วมีผล ยัญที่บูชาแล้วมีผล ฯลฯ สมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบทำให้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งมีอยู่ในโลก” นี้เรียกว่าทิฏฐิสัมปทา ภิกษุทั้งหลาย สัมปทา ๓ ประการนี้แล กัมมันตสูตรที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
กัมมันตสูตรที่ ๗ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.