นวสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๕๓๙๑๐๐ นโวปิ ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ จ โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ มชฺฌิโมปิ ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ จ โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ ชิณฺโณปิ ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ จ โหติ ทุกฺขสมฺผสฺโส จ อปฺปคฺโฆ จ ฯ ชิณฺณมฺปิ ภิกฺขเว โปตฺถกํ อุกฺขลิปริมทฺทนํ วา กโรนฺติ สงฺการกูเฏ วา นํ ฉฑฺเฑนฺติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว นโว เจปิ ภิกฺขุ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม อิทมสฺส ทุพฺพณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย อิทมสฺส ทุกฺขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุกฺขสมฺผสฺโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ อิทมสฺส อปฺปคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก อปฺปคฺโฆ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๕๓๙.๑} มชฺฌิโม เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ ฯเปฯ เถโร เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม อิทมสฺส ทุพฺพณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุพฺพณฺโณ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย อิทมสฺส ทุกฺขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก ทุกฺขสมฺผสฺโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลาน- ปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ น มหปฺผลํ โหติ น มหานิสํสํ อิทมสฺส อปฺปคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว โปตฺถโก อปฺปคฺโฆ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เอวรูโป จายํ ภิกฺขเว เถโร ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ ภณติ ฯ ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ กึ โข ตุยฺหํ พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส ภณิเตน ตฺวํ นาม ภณิตพฺพํ มญฺญสีติ ฯ โส กุปิโต อนตฺตมโน ตถารูปึ วาจํ นิจฺฉาเรติ ยถารูปาย วาจาย สงฺโฆ อุกฺขิปติ สงฺการกูเฏว นํ โปตฺถกํ ฯ นวมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ มชฺฌิมมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ ชิณฺณมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตญฺเจว โหติ สุขสมฺผสฺสญฺจ มหคฺฆญฺจ ฯ ชิณฺณมฺปิ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ รตนปลิเวฐนํ วา กโรนฺติ คนฺธกรณฺฑเก วา นํ นิกฺขิปนฺติ ฯ {๕๓๙.๒} เอวเมว โข ภิกฺขเว นโว เจปิ ภิกฺขุ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม อิทมสฺส สุวณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อิทมสฺส สุขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ สุขสมฺผสฺสํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ อิทมสฺส มหคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ มหคฺฆํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๕๓๙.๓} มชฺฌิโม เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ ฯเปฯ เถโร เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โหติ สีลวา กลฺยาณธมฺโม อิทมสฺส สุวณฺณตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ วณฺณวนฺตํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เย โข ปนสฺส เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อิทมสฺส สุขสมฺผสฺสตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ สุขสมฺผสฺสํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เยสํ โข ปน ปฏิคฺคณฺหาติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เตสนฺตํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ อิทมสฺส มหคฺฆตาย วทามิ เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว กาสิกํ วตฺถํ มหคฺฆํ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ เอวรูโป จายํ ภิกฺขเว เถโร ภิกฺขุ สงฺฆมชฺเฌ ภณติ ฯ ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ อปฺปสทฺทา อายสฺมนฺโต โหถ เถโร ภิกฺขุ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ ภณตีติ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ กาสิกวตฺถูปมา ภวิสฺสาม น โปตฺถกูปมาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๕. โลณผลวรรค ๘. โปตถกสูตร ๘. โปตถกสูตร ว่าด้วยบุคคลที่เปรียบเหมือนผ้าเปลือกไม้
ภิกษุทั้งหลาย ผ้าเปลือกไม้แม้ยังใหม่แต่ก็มีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย และมีราคาถูก ผ้าเปลือกไม้แม้กลางเก่ากลางใหม่ก็มีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย และมีราคาถูก ผ้าเปลือกไม้ที่เก่า มีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย และมีราคาถูก คนทั้งหลายย่อมทำผ้าเปลือกไม้ที่เก่าให้เป็นผ้าเช็ดหม้อข้าวหรือทิ้งมันที่กองหยากเยื่อ ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ถ้าภิกษุผู้เป็นนวกะ แต่เป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นมีชื่อเสียงไม่ดี เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีสีไม่สวย ก็คนเหล่าใดคบหาใกล้ชิดพากันตามอย่างเธอ การคบหาเป็นต้นนั้นย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่คนเหล่านั้นตลอดกาลนาน เรากล่าวอย่างนี้เพราะภิกษุนั้นมีการติดต่อก่อให้เกิดทุกข์ เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็น เหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีสัมผัสไม่สบาย ก็ภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาตเสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชชบริขารของคนเหล่าใด การรับของเธอนั้นไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มากแก่คนเหล่านั้น เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นคนมีค่าน้อย เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีราคาถูก ถ้าภิกษุผู้เป็นมัชฌิมะ ฯลฯ ถ้าภิกษุแม้ผู้เป็นเถระ แต่เป็นผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นมีชื่อเสียงไม่ดี เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีสีไม่สวย ก็คนเหล่าใดคบหาใกล้ชิดพากันตามอย่างเธอ การคบหาเป็นต้นนั้นย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่คนเหล่านั้นตลอดกาลนานเรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นมีการติดต่อก่อให้เกิดทุกข์ เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีสัมผัสไม่สบาย ก็ภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชชบริขารของคนเหล่าใด การรับของเธอนั้นไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มากแก่คนเหล่านั้น เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีค่าน้อยเราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่มีราคาถูก @เชิงอรรถ : @ คำว่า “พระนวกะ พระมัชฌิมะ และพระเถระ” ดูเชิงอรรถข้อ ๖๓ ทุกนิบาต หน้า ๑๐๐ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๓๓๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๕. โลณผลวรรค ๘. โปตถกสูตร อนึ่ง ภิกษุผู้เป็นเถระเช่นนี้จะต้องกล่าวในท่ามกลางสงฆ์ พวกภิกษุได้กล่าวกับเธออย่างนี้ว่า “จะมีประโยชน์อะไรด้วยคำที่คนพาลไม่ฉลาดกล่าวออกไป แม้ตัวท่านก็เข้าใจคำที่ควรกล่าว” เธอโกรธ ไม่พอใจ เปล่งวาจาที่เป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตรตนเหมือนผ้าเปลือกไม้ที่เขาทิ้งที่กองหยากเยื่อ ผ้าแคว้นกาสีที่ยังใหม่ มีสีสวย มีสัมผัสสบาย และมีราคาแพง ผ้าแคว้น กาสีแม้กลางเก่ากลางใหม่แต่ก็มีสีสวย มีสัมผัสสบาย และมีราคาแพง ผ้าแคว้นกาสีแม้เก่า แต่ก็มีสีสวย มีสัมผัสสบาย และมีราคาแพง คนทั้งหลายย่อมทำผ้าแคว้นกาสีแม้ที่เก่าให้เป็นผ้าห่อแก้ว หรือเอาใส่ไว้ในหีบของหอม ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ภิกษุผู้เป็นนวกะ แต่มีศีล มีธรรมงาม เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นมีชื่อเสียงดี เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีสีสวย ก็คนเหล่าใดคบหาใกล้ชิดพากันตามอย่างเธอ การคบหาเป็นต้นนั้นย่อมเป็นไปเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่คนเหล่านั้นตลอดกาลนาน เรากล่าวอย่างนี้เพราะภิกษุนั้นมีการติดต่อก่อให้เกิดสุข เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีสัมผัสสบาย ก็ภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย-เภสัชชบริขารของคนเหล่าใด การรับของเธอนั้นย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มากแก่คนเหล่านั้น เรากล่าวอย่างนี้เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีค่ามาก เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีราคาแพง ถ้าภิกษุผู้เป็นมัชฌิมะ ฯลฯ ถ้าภิกษุแม้ผู้เป็นเถระ แต่มีศีล มีธรรมงาม เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นมีชื่อเสียงดี เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีสีสวย ก็คนเหล่าใดคบหาใกล้ชิดพากันตามอย่างเธอ การคบหาเป็นต้นนั้นย่อมเป็นไปเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่คนเหล่านั้นตลอดกาลนาน เรากล่าวอย่างนี้เพราะภิกษุนั้นมีการติดต่อก่อให้เกิดสุข เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีสัมผัสสบาย ก็ภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารของคนเหล่าใด การรับของเธอนั้นย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มากแก่คนเหล่านั้น เรากล่าวอย่างนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีค่ามาก เราเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสีที่มีราคาแพง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๓๓๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๕. โลณผลวรรค ๙. โลณผลสูตร อนึ่ง ภิกษุผู้เป็นเถระเช่นนี้จะต้องกล่าวในท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวกับเธออย่างนี้ว่า “ขอให้ท่านทั้งหลายจงสงบเถิด ภิกษุที่เป็นเถระจะกล่าวธรรมและวินัย” เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า “เราจักเป็นเหมือนผ้าแคว้นกาสี จักไม่เป็นเหมือนผ้าเปลือกไม้” ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล โปตถกสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานวสูตรที่ ๘
พึงทราบวินิจฉัยในนวสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
ผ้าที่ตรัสว่าใหม่ เพราะอาศัยการกระทำ. ผ้าที่ทำจากปอ ชื่อว่าโปตถกะ. ผ้าที่ชื่อว่าปานกลาง ได้แก่ ผ้ากลางเก่ากลางใหม่เพราะใช้. ผ้าที่ชื่อว่าเก่า ได้แก่ ผ้าเก่าเพราะใช้.
บทว่า อุกฺขลิปริมชฺชนํ ได้แก่ เป็นผ้าเช็ดหม้อข้าว.
บทว่า ทุสฺลีโล ได้แก่ ไม่มีศีล.
บทว่า ทุพฺพณฺณตาย ได้แก่ เพราะเป็นผู้มีผิวพรรณทราม เนื่องจากไม่มีสี คือคุณ.
บทว่า ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ ได้แก่ ภิกษุทั้งหลายพากันทำตามอย่างที่ภิกษุนั้นทำไว้แล้ว.
บทว่า น มหปฺผลํ โหติ ความว่า ไม่มีผลมาก โดยผลคือวิบาก.
บทว่า น มหานิสํสํ ความว่า ไม่มีอานิสงส์มาก โดยอานิสงส์คือวิบาก.
บทว่า อปฺปคฺฆตาย ได้แก่ เพราะการรับนั้นมีค่าน้อย โดยค่าคือวิบาก.
บทว่า กาสิกํ วตฺถํ ได้แก่ ผ้าที่ทอโดยปั่นด้ายจากฝ้าย.
ก็แลผ้าชนิดนั้นเกิดขึ้นเฉพาะในแคว้นกาสี.
บทที่เหลือง่ายทั้งนั้น.
ส่วนศีลในสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ปนกันแล.
จบอรรถกถานวสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------