๕. จังกมสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๓. ธาตุสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๕. จังกมสูตร ๕. จังกมสูตร ว่าด้วยการจงกรม
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตกรุงราชคฤห์ สมัยนั้น ท่านพระสารีบุตรกำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระมหาโมคคัลลานะก็กำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระมหากัสสปะก็กำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระอนุรุทธะก็กำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระปุณณมันตานีบุตรก็กำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระอุบาลีก็กำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระอานนท์ก็กำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค แม้พระเทวทัตก็กำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค บุคคลผู้มีอัธยาศัยเหมือนกันจึงคบกันได้ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายเห็นสารีบุตรกำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากหรือไม่” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า” “ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนมีปัญญามาก เธอทั้งหลายเห็นมหาโมคคัลลานะกำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากหรือไม่” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า” “ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนมีฤทธิ์มาก เธอทั้งหลายเห็นมหากัสสปะกำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากหรือไม่” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๘๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๓. ธาตุสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๕. จังกมสูตร “ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนกล่าวเรื่องธุดงค์ เธอทั้งหลายเห็นอนุรุทธะกำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากหรือไม่” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า” “ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนมีตาทิพย์ เธอทั้งหลายเห็นปุณณมันตานีบุตรกำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากหรือไม่” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า” “ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นธรรมกถึก เธอทั้งหลายเห็นอุบาลีกำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากหรือไม่” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า” “ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนทรงวินัย เธอทั้งหลายเห็นอานนท์กำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากหรือไม่” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า” “ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพหูสูต เธอทั้งหลายเห็นเทวทัตกำลังเดินจงกรมอยู่กับภิกษุจำนวนมากหรือไม่” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า” “ภิกษุทั้งหมดนี้ล้วนมีความปรารถนาชั่ว @เชิงอรรถ : @ กล่าวเรื่องธุดงค์ ในที่นี้หมายถึงการไต่ถามเกี่ยวกับการรักษาธุดงค์ อานิสงส์ การสมาทาน การอธิษฐาน@และการขาดธุดงค์ (สํ.นิ.อ. ๒/๙๙/๑๕๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๘๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๓. ธาตุสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๖. สคาถาสูตร สัตว์ทั้งหลายคบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยเลว คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยเลว สัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยงามคบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยงาม แม้ในอดีต สัตว์ทั้งหลายก็ได้คบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือ สัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยเลว ได้คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยเลวสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยงาม ได้คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยงาม แม้ในอนาคต สัตว์ทั้งหลายก็จักคบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือ สัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยเลว จักคบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยเลวสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยงาม จักคบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยงาม ภิกษุทั้งหลาย แม้ในปัจจุบันนี้ สัตว์ทั้งหลายคบค้าสมาคมกันโดยธาตุ อย่างเดียวกัน คือสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยเลว คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยเลว สัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยงาม คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีอัธยาศัยงาม” จังกมสูตรที่ ๕ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๕. จังกมสูตร
เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมาปิ โข สารีปุตฺโต สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภควโต อวิทูเร จงฺกมติ อายสฺมาปิ โข มหาโมคฺคลฺลาโน สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภควโต อวิทูเร จงฺกมติ อายสฺมาปิ โข มหากสฺสโป สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภควโต อวิทูเร จงฺกมติ อายสฺมาปิ โข อนุรุทฺโธ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภควโต อวิทูเร จงฺกมติ อายสฺมาปิ โข ปุณฺโณ มนฺตานีปุตฺโต สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภควโต อวิทูเร จงฺกมติ อายสฺมาปิ โข อุปาลิ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภควโต อวิทูเร จงฺกมติ อายสฺมาปิ โข อานนฺโท สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภควโต อวิทูเร จงฺกมติ เทวทตฺโตปิ โข สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภควโต อวิทูเร จงฺกมติ ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ เขต พระนครราชคฤห์ ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระสารีบุตรจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระมหาโมคคัลลานะก็จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระมหากัสสปะก็จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระอนุรุทธะก็จงกรมอยู่ ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระปุณณ-*มันตานีบุตรก็จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระอุบาลีก็จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระอานนท์ก็จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค แม้พระเทวทัตต์ก็จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ฯ
อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว สารีปุตฺตํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู มหาปญฺญา ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว มหาโมคฺคลฺลานํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู มหิทฺธิกา ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว มหากสฺสปํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู ธุตวาทา ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว อนุรุทฺธํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู ทิพฺพจกฺขุกา ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว ปุณฺณํ มนฺตานีปุตฺตํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู ธมฺมกถิกา ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว อุปาลึ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู วินยธรา ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว อานนฺทํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู พหุสฺสุตา ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว เทวทตฺตํ สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ จงฺกมนฺตนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ สพฺเพ โข เอเต ภิกฺขเว ภิกฺขู ปาปิจฺฉา ฯ
ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเห็นสารีบุตรกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า เห็น พระเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนมีปัญญามาก พวกเธอเห็นมหาโมคคัลลานะกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนมีฤทธิ์มาก พวกเธอเห็นมหากัสสปะกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นธุตวาท พวกเธอเห็นอนุรุทธะ กำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นผู้มีทิพยจักษุ พวกเธอเห็นปุณณมันตานีบุตรกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นธรรมกถึก พวกเธอเห็นอุบาลีกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นผู้ทรงวินัย พวกเธอเห็นอานนท์ กำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นพหูสูต พวกเธอเห็นเทวทัตต์กำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนมีความปรารถนาลามก ฯ
ธาตุโสว ภิกฺขเว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ อตีตมฺปิ ภิกฺขเว อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทึสุ สมึสุ หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ ฯ อนาคตมฺปิ ภิกฺขเว อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ ฯ เอตรหิปิ ภิกฺขเว ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ หีนาธิมุตฺติกา หีนาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กลฺยาณาธิมุตฺติกา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺตีติ ฯ ปญฺจมํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันโดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี แม้ในอดีตกาล สัตว์ทั้งหลายก็ได้คบค้ากันแล้ว ได้สมาคมกันแล้ว โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลวได้คบค้ากันแล้ว ได้สมาคมกันแล้ว กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ได้คบค้ากันแล้ว ได้สมาคมกันแล้ว กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดีแม้ในอนาคตกาล สัตว์ทั้งหลายก็จักคบค้ากัน จักสมาคมกัน โดยธาตุเทียวคือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว จักคบค้ากัน จักสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี จักคบค้ากัน จักสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ฯ จบสูตรที่ ๕