๑๐. เจตนาสูตร ที่ ๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๐. เจตนาสูตรที่ ๓
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ยญฺจ ภิกฺขเว เจเตติ ยญฺจ ปกปฺเปติ ยญฺจ อนุเสติ อารมฺมณเมตํ โหติ วิญฺญาณสฺส ฐิติยา อารมฺมเณ สติ ปติฏฺฐา วิญฺญาณสฺส โหติ ตสฺมึ ปติฏฺฐิเต วิญฺญาเณ วิรูเฬฺห นติ โหติ นติยา สติ อาคติคติ โหติ อาคติคติยา สติ จุตูปปาโต โหติ จุตูปปาเต สติ อายตึ ชาติชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ ฯ {๑๔๙.๑} โน จ ภิกฺขเว เจเตติ โน จ ปกปฺเปติ อถ จ อนุเสติ อารมฺมณเมตํ โหติ วิญฺญาณสฺส ฐิติยา อารมฺมเณ สติ ปติฏฺฐา วิญฺญาณสฺส โหติ ตสฺมึ ปติฏฺฐิเต วิญฺญาเณ วิรูเฬฺห นติ โหติ นติยา สติ อาคติคติ โหติ อาคติคติยา สติ จุตูปปาโต โหติ จุตูปปาเต สติ อายตึ ชาติชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ ฯ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกร-*ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมจงใจ ย่อมดำริ และย่อมครุ่นคิดถึงสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมเป็นอารัมณปัจจัยเพื่อความตั้งอยู่แห่งวิญญาณ เมื่อมีอารัมณปัจจัย ความตั้งมั่นแห่งวิญญาณจึงมี เมื่อวิญญาณนั้นตั้งมั่นแล้ว เจริญขึ้นแล้ว ตัณหาจึงมี เมื่อมีตัณหา คติในการเวียนมาจึงมี เมื่อมีคติในการเวียนมา จุติและอุปบัติจึงมี เมื่อมีจุติและอุปบัติ ชาติ ชราและมรณะ โสกปริเทวทุกขโทมนัสและอุปายาสจึงมี ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่จงใจ ไม่ดำริ แต่ยังครุ่นคิดถึงสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมเป็นอารัมณปัจจัยเพื่อความตั้งอยู่แห่งวิญญาณ เมื่อมีอารัมณปัจจัย ความตั้งมั่นแห่งวิญญาณจึงมี เมื่อวิญญาณนั้นตั้งมั่นแล้ว เจริญขึ้นแล้ว ตัณหาจึงมี เมื่อมีตัณหา คติในการเวียนมาจึงมี เมื่อมีคติในการเวียนมา จุติและอุปบัติจึงมี เมื่อมีจุติและอุปบัติ ชาติชราและมรณะโสกปริเทวทุกขโทมนัสและอุปายาสจึงมี ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ฯ
ยโต จ โข ภิกฺขเว โน จ เจเตติ โน จ ปกปฺเปติ โน จ อนุเสติ อารมฺมณเมตํ น โหติ วิญฺญาณสฺส ฐิติยา อารมฺมเณ อสติ ปติฏฺฐา วิญฺญาณสฺส น โหติ ตทปฺปติฏฺฐิเต วิญฺญาเณ อวิรูเฬฺห นติ น โหติ นติยา อสติ อาคติคติ น โหติ อาคติคติยา อสติ จุตูปปาโต น โหติ จุตูปปาเต อสติ อายตึ ชาติชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา นิรุชฺฌนฺติ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตีติ ฯ ทสมํ ฯ กฬารขตฺติยวคฺโค จตุตฺโถ ฯ ตสฺส อุทฺทานํ ภูตมิทํ กฬารญฺจ เทฺว จ ญาณวตฺถุนิ อวิชฺชาปจฺจยา จ เทฺว นตุมฺหา เจตนา ตโยติ ฯ ----------------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุไม่จงใจ ไม่ดำริ และไม่ครุ่นคิดถึงสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมไม่เป็นอารัมณปัจจัยเพื่อความตั้งอยู่แห่งวิญญาณ เมื่อไม่มีอารัมณปัจจัย ความตั้งมั่นแห่งวิญญาณจึงไม่มี เมื่อวิญญาณนั้นไม่ตั้งมั่นแล้วไม่เจริญขึ้นแล้ว ตัณหาจึงไม่มี เมื่อไม่มีตัณหา คติในการเวียนมาจึงไม่มี เมื่อไม่มีคติในการเวียนมา จุติและอุปบัติจึงไม่มี เมื่อไม่มีจุติและอุปบัติ ชาติ ชราและมรณะ โสกปริเทวทุกขโทมนัสและอุปายาสต่อไปจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ จบ สูตรที่ ๑๐ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ จบ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ภูตมิทสูตร ๒. กฬารขัตติยสูตร ๓. ญาณวัตถุสูตรที่ ๑ ๔. ญาณวัตถุสูตรที่ ๒ ๕. อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๑ ๖. อวิชชา ปัจจยสูตรที่ ๒ ๗. นตุมหากํสูตร ๘. เจตนาสูตรที่ ๑ ๙. เจตนาสูตรที่ ๒ ๑๐. เจตนาสูตรที่ ๓ ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ตติยเจตนาสูตร ว่าด้วยเจตนา สูตรที่ ๓
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุจงใจ ดำริ และนึกคิดถึงสิ่งใด สิ่งนั้นเป็นอารัมมณปัจจัยเพื่อความตั้งมั่นแห่งวิญญาณ เมื่ออารัมมณปัจจัยมี ความตั้งมั่นแห่งวิญญาณจึงมีเมื่อวิญญาณนั้นตั้งมั่นแล้ว เจริญขึ้นแล้ว นติ จึงมี เมื่อนติมี คติภพในการเวียนมาจึงมี เมื่อคติภพในการเวียนมามี จุติและอุบัติจึงมี เมื่อจุติและอุบัติมี ชาติ ชรามรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงมี ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้ ภิกษุไม่จงใจ ไม่ดำริ แต่นึกคิดถึงสิ่งใด สิ่งนั้นเป็นอารัมมณปัจจัยเพื่อความตั้งมั่นแห่งวิญญาณ เมื่ออารัมมณปัจจัยมี ความตั้งมั่นแห่งวิญญาณจึงมี เมื่อ วิญญาณนั้นตั้งมั่นแล้ว เจริญขึ้นแล้ว นติจึงมี เมื่อนติมี คติภพในการเวียนมาจึงมี@เชิงอรรถ : @ นติ ในที่นี้หมายถึงตัณหาคือความปรารถนาในภพ ๓ (สํ.นิ.อ. ๒/๔๐/๘๒, สํ.นิ.ฏีกา ๒/๔๐/๑๐๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๘๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๔. กฬารขัตติยวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค เมื่อคติภพในการเวียนมามี จุติและอุบัติจึงมี เมื่อจุติและอุบัติมี ชาติ ชรา มรณะโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงมี ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้มีได้ด้วยประการฉะนี้ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่จงใจ ไม่ดำริ และไม่นึกคิดถึงสิ่งใด สิ่งนั้นไม่เป็น อารัมมณปัจจัยเพื่อความตั้งมั่นแห่งวิญญาณ เมื่ออารัมมณปัจจัยไม่มี ความตั้งมั่นแห่งวิญญาณจึงไม่มี เมื่อวิญญาณนั้นไม่ตั้งมั่นแล้ว ไม่เจริญขึ้นแล้ว นติจึงไม่มีเมื่อนติไม่มี คติภพในการเวียนมาจึงไม่มี เมื่อคติภพในการเวียนมาไม่มี จุติและอุบัติจึงไม่มี เมื่อจุติและอุบัติไม่มี ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาสจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้”ตติยเจตนาสูตรที่ ๑๐ จบ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ภูตสูตร ๒. กฬารสูตร ๓. ญาณวัตถุสูตร ๔. ทุติยญาณวัตถุสูตร ๕. อวิชชาปัจจยสูตร ๖. ทุติยอวิชชาปัจจยสูตร ๗. นตุมหสูตร ๘. เจตนาสูตร ๙. ทุติยเจตนาสูตร ๑๐. ตติยเจตนาสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๘๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาตติยเจตนาสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในตติยเจตนาสูตรที่ ๑๐ ต่อไป.
บทว่า นติ แปลว่า ตัณหา. ก็ตัณหานั้น เรียกว่า นติ เพราะอรรถว่าน้อมไปในอารมณ์มีรูปเป็นต้น อันเป็นปิยรูป รูปที่น่ารัก.
ข้อว่า อาคติคติ โหติ แปลว่า คติในการเวียนมาจึงมี. เมื่อกรรม กรรมนิมิต หรือคตินิมิตมาปรากฏ คติแห่งวิญญาณย่อมมีด้วยอำนาจปฏิสนธิ.
บทว่า จุตูปปาโต จุติและอุปบัติจึงมี. หมายความว่า เมื่อคติอันเป็นอารมณ์แห่งปฏิสนธิมาปรากฏแก่วิญญาณ มีอยู่ จุติกล่าวคือการเคลื่อนจากภพนี้จึงมี. อุปบัติกล่าวคือการบังเกิดขึ้นในภพนั้นจึงมี. ชื่อว่าจุติและอุปบัติ (การตายและการเกิด) นี้จึงมี. ระหว่างตัณหากับคติในการเวียนมา จึงเป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นสนธิอันหนึ่งในพระสูตรนี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบอรรถกถาตติยเจตนาสูตรที่ ๑๐ จบอรรถกถากฬารขัตติยวรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ภูตมิทสูตร
๒. กฬารขัตติยสูตร
๓. ญาณวัตถุสูตรที่ ๑
๔. ญาณวัตถุสูตรที่ ๒
๕. อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๑
๖. อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๒
๗. นตุมหากํสูตร
๘. เจตนาสูตรที่ ๑
๙. เจตนาสูตรที่ ๒
๑๐. เจตนาสูตรที่ ๓ ฯ -----------------------------------------------------