๕. อจิรปักกันตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๖. ลาภสักการสังยุต] ๔. จตุตถวรรค ๕. อจิรปักกันตสูตร ๕. อจิรปักกันตสูตร ว่าด้วยการหลีกไปไม่นาน
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตกรุง ราชคฤห์ เมื่อพระเทวทัตหลีกไปไม่นาน ณ ที่นั้น พระผู้พระภาคทรงปรารภพระเทวทัตได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเกิดแก่เทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ต้นกล้วยเผล็ดผลเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันใด ลาภสักการะและ ความสรรเสริญเกิดแก่เทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันนั้น ต้นไผ่ออกขุยเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันใด ลาภสักการะและความ สรรเสริญเกิดแก่เทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันนั้น ต้นอ้อออกดอกเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันใด ลาภสักการะและความ สรรเสริญเกิดแก่เทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันนั้น แม่ม้าอัสดรตั้งครรภ์เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันใด ลาภสักการะและ ความสรรเสริญเกิดแก่เทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันนั้น ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นสิ่งทารุณ ฯลฯ อย่างนี้ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้” พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า “ผลกล้วยฆ่าต้นกล้วย ขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ ดอกอ้อฆ่าต้นอ้อ ลูกม้าอัสดรฆ่าแม่ม้า ฉันใด สักการะย่อมฆ่าคนชั่ว ฉันนั้น” อจิรปักกันตสูตรที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ วิ.จู. (แปล) ๗/๓๓๕/๑๘๐, สํ.ส. (แปล) ๑๕/๑๘๓/๒๕๔, และดูเทียบ องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๖๘/๑๑๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๘๕}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๕. ปักกันตสูตร
เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต ฯ อจิรปกฺกนฺเต เทวทตฺเต ตตฺร โข ภควา เทวทตฺตํ อารพฺภ ภิกฺขู อามนฺเตสิ อตฺตวธาย ภิกฺขเว เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ปราภวาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตพระนครราชคฤห์ เมื่อพระเทวทัตหลีกไปยังไม่นาน ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงปรารภพระเทวทัตตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายลาภสักการะและชื่อเสียง เกิดแก่เทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฯ
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว กทลี อตฺตวธาย ผลํ เทติ ปราภวาย ผลํ เทติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อตฺตวธาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ปราภวาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนต้นกล้วยเผล็ดผล เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันใด ลาภสักการะและชื่อเสียงเกิดแก่เทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เวฬุ อตฺตวธาย ผลํ เทติ ปราภวาย ผลํ เทติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อตฺตวธาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ปราภวาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนไม้ไผ่ออกขุย เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันใด ลาภสักการะและชื่อเสียงเกิดแก่เทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว นโฬ อตฺตวธาย ผลํ เทติ ปราภวาย ผลํ เทติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อตฺตวธาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ปราภวาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนไม้อ้อออกดอก เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันใด ลาภสักการะและชื่อเสียงเกิดแก่เทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว อสฺสตรี อตฺตวธาย คพฺภํ คณฺหาติ ปราภวาย คพฺภํ คณฺหาติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อตฺตวธาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ปราภวาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ฯ เอวํ ทารุโณ โข ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ ... เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนแม่ม้าอัสดรตั้งครรภ์ เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันใด ลาภสักการะและชื่อเสียงเกิดแก่เทวทัตเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความเสื่อม ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา ผลํ เว กทลึ หนฺติ ผลํ เวฬุํ ผลํ นฬํ สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ คพฺโภ อสฺสตรึ ยถาติ ฯ ปญฺจมํ ฯ
พระผู้มีพระภาค ผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ แล้ว จึงได้ตรัสคำเป็นคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า ผลกล้วยฆ่าต้นกล้วย ขุยฆ่าไม้ไผ่ ดอกฆ่าไม้อ้อ ลูกฆ่า แม่ม้าอัสดร ฉันใด สักการะก็ฆ่าคนชั่ว ฉันนั้น ฯ จบสูตรที่ ๕