๓. ปัญจสิกขาปทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๓. ปัญจสิกขาปทสูตร
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่าพระเจ้าข้า ฯ
ภควา เอตทโวจ ธาตุโสว ภิกฺขเว สตฺตา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ปาณาติปาติโน ปาณาติปาตีหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ อทินฺนาทายิโน อทินฺนาทายีหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กาเมสุมิจฺฉาจาริโน กาเมสุมิจฺฉาจารีหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ มุสาวาทิโน มุสาวาทีหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายิโน สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายีหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือ พวกทำปาณาติบาต ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกทำปาณาติบาต พวกทำอทินนาทาน ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับพวกทำอทินนาทาน พวกทำกาเมสุมิจฉาจาร ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับพวกทำกาเมสุมิจฉาจาร พวกมุสาวาท ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมุสาวาท พวกดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ฯ
ปาณาติปาตา ปฏิวิรตา ปาณาติปาตา ปฏิวิรเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ อทินฺนาทานา ปฏิวิรตา อทินฺนาทานา ปฏิวิรเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรตา กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ มุสาวาทา ปฏิวิรตา มุสาวาทา ปฏิวิรเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรตา สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺตีติ ฯ ตติยํ ฯ
พวกเว้นขาดจากปาณาติบาต ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากปาณาติบาต พวกเว้นขาดจากอทินนาทาน ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากอทินนาทาน พวกเว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร พวกเว้นขาดจากมุสาวาท ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากมุสาวาท พวกเว้นขาดจากดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่แห่งความประมาท ฯ จบสูตรที่ ๓
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ปัญจสิกขาปทสูตร ว่าด้วยสัตว์ผู้มีศีล ๕
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายคบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือสัตว์ทั้งหลายผู้ฆ่าสัตว์ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ฆ่าสัตว์ สัตว์ทั้งหลายผู้ลักทรัพย์คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ลักทรัพย์ สัตว์ทั้งหลายผู้ประพฤติผิดในกาม คบค้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๐๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๓. ธาตุสังยุต] ๓. กัมมปถวรรค ๔.สัตตกัมมปถสูตร สมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ประพฤติผิดในกาม สัตว์ทั้งหลายผู้พูดเท็จ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้พูดเท็จ สัตว์ทั้งหลายผู้เสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์ สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกามคบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท” ปัญจสิกขาปทสูตรที่ ๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัญจสิกขาปทสูตรที่ ๓
พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๓ ในสูตรนั้น
บทว่า สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายิโน ความว่า คนทั้งหลายดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยด้วยเจตนาในความประมาทใด. เจตนานั้นเรียกว่า ความประมาทเพราะการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย คนเหล่าใดตั้งอยู่ในความประมาทนั้น เพราะเหตุนั้น คนเหล่านั้นตั้งอยู่ในความประมาท เพราะการดื่มน้ำเมาคือสุราเมรัย.
นี้เป็นอธิบายแห่งบทไม่ทั่วไปในสูตรนี้ก่อน.
จบอรรถกถาปัญจสิกขาปทสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------