๑๒. ปรัมมรณสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒. ปรัมมรณสูตร ว่าด้วยตถาคตตายไปแล้วเกิดอีกหรือไม่เกิด
สมัยหนึ่ง ท่านพระมหากัสสปะและท่านพระสารีบุตรพักอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตกรุงพาราณสี ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรออกจากที่หลีกเร้น ในเวลาเย็นเข้าไปหาท่านพระมหากัสสปะถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ครั้นท่านพระสารีบุตรนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ถามท่านพระมหากัสสปะดังนี้ว่า “ท่านกัสสปะ หลังจากตายแล้ว ตถาคต เกิดอีกหรือ” @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบเคียงกับ อนุราธสูตร ใน สํ.ข. (แปล) ๑๗/๘๖/๑๕๓-๑๕๗) @ ตถาคต ในที่นี้เป็นคำที่ลัทธิอื่นๆ ใช้กันมาก่อนพุทธกาล หมายถึงอัตตา ไม่ได้หมายถึงพระพุทธเจ้า@อนึ่ง อรรถกถาหมายถึง สัตตะ (Being) (ที.สี.อ. ๒/๖๕/๑๐๘, ขุ.ม.อ. ๑๖/๑๙๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๖๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๕. กัสสปสังยุต] ๑๒. ปรัมมรณสูตร “ท่านผู้มีอายุ ข้อที่ว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกหรือ’ นี้พระผู้มีพระภาคมิได้ทรงพยากรณ์ไว้” “หลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีกหรือ” “แม้ข้อที่ว่า ‘หลังจากตายแล้วตถาคตไม่เกิดอีกหรือ’ นี้พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงพยากรณ์ไว้” “หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีกหรือ” “ข้อที่ว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีกหรือ’ นี้พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงพยากรณ์ไว้” “หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกก็มิใช่ ไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ” “แม้ข้อที่ว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกก็มิใช่ ไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ’นี้พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงพยากรณ์ไว้” “เพราะเหตุไร ข้อที่กล่าวถึงนั้นๆ พระผู้มีพระภาคจึงมิได้ทรงพยากรณ์ไว้” “เพราะข้อนั้นไม่มีประโยชน์ ไม่เป็นเบื้องต้นแห่งการประพฤติพรหมจรรย์ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับ เพื่อสงบระงับ เพื่อรู้ยิ่งเพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงมิได้ทรงพยากรณ์ไว้” “ถ้าเช่นนั้น พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ไว้อย่างไรเล่า” “พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ไว้ว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา” “เพราะเหตุไร ข้อนี้พระผู้มีพระภาคจึงทรงพยากรณ์ไว้” “ท่านผู้มีอายุ เพราะข้อนั้นมีประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งการประพฤติพรหมจรรย์เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับ เพื่อสงบระงับ เพื่อรู้ยิ่งเพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงทรงพยากรณ์ไว้”ปรัมมรณสูตรที่ ๑๒ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูคำแปลจากข้อ ๒ หน้า ๘ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๖๑}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๒. ปรัมมรณสูตร
เอกํ สมยํ อายสฺมา จ มหากสฺสโป อายสฺมา จ สารีปุตฺโต พาราณสิยํ วิหรนฺติ อิสิปตเน มิคทาเย ฯ อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนายสฺมา มหากสฺสโป เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา มหากสฺสเปน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ
สมัยหนึ่ง ท่านพระมหากัสสปะและท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตพระนครพาราณสี ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรออกจากที่เร้นในเวลาเย็น เข้าไปหาท่านพระมหากัสสปะถึงที่อยู่ครั้นเข้าไปหาแล้วได้ปราศรัยกะท่านพระมหากัสสปะ ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ เอตทโวจ กินฺนุ โข อาวุโส กสฺสป โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ ฯ อพฺยากตํ โข เอตํ อาวุโส ภควตา โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ ฯ กึ ปนาวุโส น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ ฯ เอตมฺปิ โข อาวุโส อพฺยากตํ ภควตา น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ ฯ กึ นุ โข อาวุโส โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ ฯ อพฺยากตํ โข เอตํ อาวุโส ภควตา โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ ฯ กึ ปนาวุโส เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ ฯ เอตมฺปิ โข อาวุโส อพฺยากตํ ภควตา เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ ฯ กสฺมา เจตํ อาวุโส อพฺยากตํ ภควตาติ ฯ น เหตํ อาวุโส อตฺถสญฺหิตํ นาทิพฺรหฺมจริยกํ น นิพฺพิทาย น วิราคาย น นิโรธาย น อุปสมาย น อภิญฺญาย น สมฺโพธาย น นิพฺพานาย สํวตฺตติ ตสฺมา ตํ อพฺยากตํ ภควตาติ ฯ
ครั้นท่านพระสารีบุตรนั่งเรียบร้อยแล้วได้ถามท่านพระมหา- *กัสสปว่า ดูกรท่านกัสสป สัตว์เมื่อตายไปแล้วเกิดอีกหรือ ฯ ท่านพระมหากัสสปะตอบว่า ข้อนี้พระผู้มีพระภาคมิได้ทรงพยากรณ์ไว้ ฯ สา. สัตว์เมื่อตายไปแล้วไม่เกิดอีกหรือ ฯ ก. แม้ข้อนี้ พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงพยากรณ์ไว้ ฯ สา. สัตว์เมื่อตายไปแล้ว เกิดก็มี ไม่เกิดก็มี หรือ ฯ ก. ข้อนี้ พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงพยากรณ์ไว้ ฯ สา. สัตว์เมื่อตายไปแล้ว เกิดอีกก็หามิได้ ไม่เกิดอีกก็หามิได้ หรือ ฯ ก. แม้ข้อนี้ พระผู้มีพระภาคก็มิได้ทรงพยากรณ์ไว้ ฯ สา. เพราะเหตุไรหรือ ข้อที่กล่าวถึงนั้นๆ พระผู้มีพระภาคจึงมิได้ทรงพยากรณ์ไว้ ฯ ก. เพราะข้อนั้นไม่มีประโยชน์ ไม่เป็นเบื้องต้นแห่งการประพฤติพรหม-*จรรย์ ไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับกิเลส เพื่อเข้าไปสงบ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงมิได้ทรงพยากรณ์ไว้ ฯ
อถ กิญฺจรหาวุโส พฺยากตํ ภควตาติ ฯ อิทํ ทุกฺขนฺติ โข อาวุโส พฺยากตํ ภควตา อยํ ทุกฺขสมุทโยติ พฺยากตํ ภควตา อยํ ทุกฺขนิโรโธติ พฺยากตํ ภควตา อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ พฺยากตํ ภควตาติ ฯ กสฺมา เจตํ อาวุโส พฺยากตํ ภควตาติ ฯ เอตญฺหิ อาวุโส อตฺถสญฺหิตํ เอตํ อาทิพฺรหฺมจริยกํ เอตํ นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ ตสฺมา ตํ พฺยากตํ ภควตาติ ฯ ทฺวาทสมํ ฯ
สา. ถ้าเช่นนั้น พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ไว้อย่างไรเล่า ฯ ก. พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ไว้ว่า นี้ทุกข์ นี้เหตุเกิดแห่งทุกข์นี้ความดับทุกข์ นี้ทางให้ถึงความดับทุกข์ ฯ สา. ก็เพราะเหตุอะไร ข้อนี้พระผู้มีพระภาคจึงทรงพยากรณ์ไว้ ฯ ก. เพราะข้อนั้นมีประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งการประพฤติพรหมจรรย์เป็นไปเพื่อความหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับกิเลส เพื่อเข้าไปสงบ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงทรงพยากรณ์ไว้ ฯ จบสูตรที่ ๑๒