๒. สนิทานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๒. สนิทานสูตร
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... สนิทานํ ภิกฺขเว อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ พฺยาปาทวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ วิหิสาวิตกฺโก โน อนิทานํ ฯ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน-*อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้นมิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น พยาบาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้นวิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น ฯ
กถญฺจ ภิกฺขเว สนิทานํ อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ พฺยาปาทวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ วิหึสาวิตกฺโก โน อนิทานํ ฯ กามธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ กามสญฺญา กามสญฺญํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ กามสงฺกปฺโป กามสงฺกปฺปํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ กามจฺฉนฺโท กามจฺฉนฺทํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ กามปริฬาโห กามปริฬาหํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ กามปริเยสนา ฯ กามปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ตีหิ ฐาเนหิ มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ พฺยาปาทธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ พฺยาปาทสญฺญา พฺยาปาทสงฺกปฺโป ... พฺยาปาทจฺฉนฺโท ... พฺยาปาทปริฬาโห ... พฺยาปาทปริเยสนา ฯ พฺยาปาทปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ตีหิ ฐาเนหิ มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ วิหึสาธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ วิหึสาสญฺญา วิหึสาสงฺกปฺโป ... วิหึสาฉนฺโท ... วิหึสาปริฬาโห ... วิหึสาปริเยสนา ฯ วิหึสาปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ตีหิ ฐาเนหิ มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ
ก็กามวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น พยาบาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น วิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้นมิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความหมายรู้ในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยกามธาตุ ความดำริในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในกามความพอใจในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในกาม ความเร่าร้อนเพราะกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในกาม การแสวงหากามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะกาม ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหากาม ย่อมปฏิบัติผิดโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ ความหมายรู้ในพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะพยาปาทธาตุ ความดำริในพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในพยาบาท ความพอใจในพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในพยาบาท ความเร่าร้อนเพราะพยาบาทบังเกิดขึ้น เพราะอาศัยความพอใจในพยาบาท การแสวงหาพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะพยาบาท ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหาพยาบาทย่อมปฏิบัติผิดโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ ความหมายรู้ในวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยวิหิงสาธาตุ ความดำริในวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในวิหิงสา ความพอใจในวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในวิหิงสา ความเร่าร้อนเพราะวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในวิหิงสา การแสวงหาวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะวิหิงสา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหาวิหิงสา ย่อมปฏิบัติผิดโดยฐานะ ๓ คือกาย วาจา ใจ ฯ
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส อาทิตฺตํ ติณุกฺกํ สุกฺเข ติณทาเย นิกฺขิเปยฺย โน เจ หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ ขิปฺปเมว นิพฺพาเปยฺย เอวญฺหิ ภิกฺขเว เย ติณกฏฺฐนิสฺสิตา ปาณา เต อนยพฺยสนํ อาปชฺเชยฺยุํ เอวเมว โข ภิกฺขเว โย หิ โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อุปฺปนฺนํ วิสมคตํ อกุสลสญฺญํ น ขิปฺปเมว ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ โส ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขํ วิหรติ สวิฆาตํ สอุปายาสํ สปริฬาหํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษวางคบหญ้าที่ไฟติดแล้วในป่าหญ้าแห้งถ้าหากเขาไม่รีบดับด้วยมือและเท้าไซร้ ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ สัตว์มีชีวิตทั้งหลายบรรดาที่อาศัยหญ้าและไม้อยู่ พึงถึงความพินาศฉิบหาย แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลายสมณะหรือพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ไม่รีบละ ไม่รีบบรรเทาไม่รีบทำให้สิ้นสุด ไม่รีบทำให้ไม่มีซึ่งอกุศลสัญญาที่ก่อกวนอันบังเกิดขึ้นแล้วสมณะหรือพราหมณ์นั้น ย่อมอยู่เป็นทุกข์ มีความอึดอัด คับแค้น เร่าร้อน ในปัจจุบัน เบื้องหน้าแต่มรณะ เพราะกายแตก พึงหวังทุคติได้ ฯ
สนิทานํ ภิกฺขเว อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ อพฺยาปาทวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาวิตกฺโก โน อนิทานํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เนกขัมมวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อัพยาปาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อวิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น ฯ
กถญฺจ ภิกฺขเว สนิทานํ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ อพฺยาปาทวิตกฺโก โน อนิทานํ สนิทานํ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาวิตกฺโก โน อนิทานํ ฯ เนกฺขมฺมธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมสญฺญา เนกฺขมฺมสญฺญํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมสงฺกปฺโป เนกฺขมฺมสงฺกปฺปํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมจฺฉนฺโท เนกฺขมฺมจฺฉนฺทํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมปริฬาโห เนกฺขมฺมปริฬาหํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เนกฺขมฺมปริเยสนา ฯ เนกฺขมฺมปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน สุตวา อริยสาวโก ตีหิ ฐาเนหิ สมฺมา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ อพฺยาปาทธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อพฺยาปาทสญฺญา ฯเปฯ อพฺยาปาทสงฺกปฺโป ... อพฺยาปาทจฺฉนฺโท ... อพฺยาปาทปริฬาโห ... อพฺยาปาทปริเยสนา ฯ อพฺยาปาทปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน สุตวา อริยสาวโก ตีหิ ฐาเนหิ สมฺมา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ อวิหึสาธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาสญฺญา อวิหึสาสญฺญํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาสงฺกปฺโป อวิหึสาสงฺกปฺปํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาฉนฺโท อวิหึสาฉนฺทํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาปริฬาโห อวิหึสาปริฬาหํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อวิหึสาปริเยสนา ฯ อวิหึสาปริเยสนํ ภิกฺขเว ปริเยสมาโน สุตวา อริยสาวโก ตีหิ ฐาเนหิ สมฺมา ปฏิปชฺชติ กาเยน วาจาย มนสา ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เนกขัมมวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อัพยาปาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้นอวิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อย่างไร ภิกษุทั้งหลายความหมายรู้ในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยเนกขัมมธาตุ ความดำริในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในเนกขัมมะ ความพอใจในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในเนกขัมมะ ความเร่าร้อนเพราะเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในเนกขัมมะ การแสวงหาในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะเนกขัมมะ อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาเนกขัมมะ ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ ความหมายรู้ในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยอัพยาปาทธาตุ ความดำริในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในอัพยาบาท ความพอใจในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในอัพยาบาท ความเร่าร้อนเพราะอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในอัพยาบาท การแสวงหาในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะอัพยาบาท อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาอัพยาบาท ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓คือ กาย วาจา ใจ ความหมายรู้ในอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาธาตุ ความดำริในอวิหิงสาเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในอวิหิงสา ความพอใจในอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในอวิหิงสา ความเร่าร้อนเพราะอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในอวิหิงสา การแสวงหาในอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะอวิหิงสา ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาอวิหิงสา ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ ฯ
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส อาทิตฺตํ ติณุกฺกํ สุกฺเข ติณทาเย นิกฺขิเปยฺย ตเมนํ หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ ขิปฺปเมว นิพฺพาเปยฺย เอวญฺหิ ภิกฺขเว เย ติณกฏฺฐนิสฺสิตา ปาณา เต น อนยพฺยสนํ อาปชฺเชยฺยุํ เอวเมว โข ภิกฺขเว โย หิ โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อุปฺปนฺนํ วิสมคตํ อกุสลสญฺญํ ขิปฺปเมว ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ โส ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขํ วิหรติ อวิฆาตํ อนุปายาสํ อปริฬาหํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคติ ปฏิกงฺขาติ ฯ ทุติยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษพึงวางคบหญ้าที่ไฟติดแล้วในป่าหญ้าแห้ง เขาจึงรีบดับคบนั้นเสียด้วยมือและเท้า ก็เมื่อเป็นเช่นนี้สัตว์ มีชีวิตทั้งหลายบรรดาที่อาศัยหญ้าและไม้อยู่ ไม่พึงถึงความพินาศฉิบหาย แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน รีบละ รีบบรรเทา รีบทำให้หมด รีบทำให้ไม่มีซึ่งอกุศลสัญญาที่ก่อกวนอันบังเกิดขึ้นแล้วเขาย่อมอยู่เป็นสุข ไม่มีความอึดอัด ความคับแค้น ความเร่าร้อน ในปัจจุบันเบื้องหน้าแต่มรณะ เพราะกายแตก พึงหวังสุคติได้ ฯ จบสูตรที่ ๒
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๓. ธาตุสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๒. สนิทานสูตร ๒. สนิทานสูตร ว่าด้วยธรรมที่เป็นต้นเหตุ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค ... “ภิกษุทั้งหลาย กามวิตกมีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้น พยาบาทวิตกมีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้น วิหิงสาวิตกมีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้นกามวิตกมีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้น พยาบาทวิตกมีเหตุจึงเกิดขึ้นไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้น วิหิงสาวิตกมีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้น เป็นอย่างไร กามสัญญา(ความหมายรู้กาม) เกิดขึ้นเพราะอาศัยกามธาตุ กามสังกัปปะ(ความดำริในกาม) เกิดขึ้นเพราะอาศัยกามสัญญา กามฉันทะ(ความพอใจในกาม)เกิดขึ้นเพราะอาศัยกามสังกัปปะ กามปริฬาหะ(ความเร่าร้อนเพราะกาม) เกิดขึ้นเพราะอาศัยกามฉันทะ กามปริเยสนา(การแสวงหากาม) เกิดขึ้นเพราะอาศัยกามปริฬาหะ ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหากามปริเยสนา ย่อมปฏิบัติผิด ๓ ทางคือ ทางกาย ทางวาจา ทางใจ พยาบาทสัญญา(ความหมายรู้พยาบาท) เกิดขึ้นเพราะอาศัยพยาบาทธาตุพยาบาทสังกัปปะ(ความดำริในพยาบาท) เกิดขึ้นเพราะอาศัยพยาบาทสัญญา ... พยาบาทฉันทะ(ความพอใจในพยาบาท) ... พยาบาทปริฬาหะ(ความเร่าร้อนเพราะพยาบาท) ... พยาบาทปริเยสนา (การแสวงหาพยาบาท) ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหาพยาบาทปริเยสนา ย่อมปฏิบัติผิด ๓ ทาง คือทางกาย ทางวาจา ทางใจ วิหิงสาสัญญา (ความหมายรู้ความเบียดเบียน) เกิดขึ้นเพราะอาศัยวิหิงสาธาตุวิหิงสาสังกัปปะ(ความดำริในความเบียดเบียน) เกิดขึ้นเพราะอาศัยวิหิงสาสัญญา ... วิหิงสาฉันทะ (ความพอใจในความเบียดเบียน) ... วิหิงสาปริฬาหะ (ความเร่าร้อนเพราะความเบียดเบียน) ... วิหิงสาปริเยสนา (การแสวงหาความเบียดเบียน)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๘๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๓. ธาตุสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๒. สนิทานสูตร ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหาวิหิงสาปริเยสนา ย่อมปฏิบัติผิด ๓ ทาง คือทางกาย ทางวาจา ทางใจ ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษวางคบหญ้าที่ไฟติดแล้วในป่าหญ้าแห้ง หากเขาไม่รีบดับด้วยมือและด้วยเท้า เมื่อเป็นเช่นนี้ บรรดาสัตว์มีชีวิตที่อาศัยหญ้าและไม้อยู่ พึงถึงความพินาศย่อยยับ อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้น สมณะหรือพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง ไม่รีบละ บรรเทา ทำให้สิ้นไป ให้ถึงความไม่มีอีกซึ่งอกุศล-สัญญาที่เกิดขึ้นไม่สม่ำเสมอ สมณะหรือพราหมณ์นั้นย่อมอยู่เป็นทุกข์ มีความ อึดอัด ความคับแค้น ความเร่าร้อน ในปัจจุบัน หลังจากตายแล้วพึงหวังทุคติได้ เนกขัมมวิตก(ความตรึกในการออกบวช) มีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้นอพยาบาทวิตก(ความตรึกในความไม่พยาบาท) มีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้นอวิหิงสาวิตก(ความตรึกในความไม่เบียดเบียน)มีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้น เนกขัมมวิตกมีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้น อพยาบาทวิตกมีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้น อวิหิงสาวิตกมีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุไม่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร คือ เนกขัมมสัญญาเกิดขึ้นเพราะอาศัยเนกขัมมธาตุ เนกขัมมสังกัปปะเกิดขึ้นเพราะอาศัยเนกขัมมสัญญา เนกขัมมฉันทะเกิดขึ้นเพราะอาศัยเนกขัมมสังกัปปะเนกขัมมปริฬาหะเกิดขึ้นเพราะอาศัยเนกขัมมฉันทะ เนกขัมมปริเยสนาเกิดขึ้นเพราะอาศัยเนกขัมมปริฬาหะ อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาเนกขัมมปริเยสนาย่อมปฏิบัติชอบ ๓ ทาง คือ ทางกาย ทางวาจา ทางใจ อพยาบาทสัญญาเกิดขึ้นเพราะอาศัยอพยาบาทธาตุ อพยาบาทสังกัปปะเกิดขึ้นเพราะอาศัยอพยาบาทสัญญา ... อพยาบาทฉันทะ ... อพยาบาทปริฬาหะ ... อพยาบาทปริเยสนา อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาอพยาบาทปริเยสนา ย่อมปฏิบัติชอบ ๓ ทางคือ ทางกาย ทางวาจา ทางใจ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๑๘๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๓. ธาตุสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๓. คิญชกาวสถสูตร อวิหิงสาสัญญาเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาธาตุ อวิหิงสาสังกัปปะเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาสัญญา อวิหิงสาฉันทะเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาสังกัปปะอวิหิงสาปริฬาหะเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาฉันทะ อวิหิงสาปริเยสนาเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาปริฬาหะ อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาอวิหิงสาปริเยสนา ย่อมปฏิบัติชอบ ๓ ทาง คือ ทางกาย ทางวาจา ทางใจ ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษวางคบหญ้าที่ไฟติดแล้วในป่าหญ้าแห้ง เขารีบดับคบหญ้านั้นด้วยมือและด้วยเท้า เมื่อเป็นเช่นนี้ บรรดาสัตว์มีชีวิตที่อาศัยหญ้าและไม้อยู่ จึงไม่ถึงความพินาศย่อยยับ อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้น สมณะหรือพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง รีบละ บรรเทา ทำให้สิ้นไป ให้ถึงความไม่มีอีกซึ่งอกุศลสัญญาที่เกิดขึ้นไม่สม่ำเสมอ สมณะหรือพราหมณ์นั้นย่อมอยู่เป็นสุข ไม่มีความอึดอัด ความคับแค้น ความเร่าร้อน ในปัจจุบัน หลังจากตายแล้วพึงหวังสุคติได้” สนิทานสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสนิทานสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในสนิทานสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้.
บทว่า สนิทานํ นั่นเป็นภาวนปุงสกลิงค์. อธิบายว่า มีเหตุ มีปัจจัยเกิดขึ้น.
ในบทว่า กามธาตุํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ นี้ กามวิตกก็ดี กามาวจรธรรมก็ดี ชื่อว่ากามธาตุ โดยแปลกกัน ก็เป็นอกุศลทั้งหมด
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ในธรรมเหล่านั้น กามธาตุเป็นไฉน.
ความตรึก ความวิตก ความดำริ ความแนบแน่น ความบ่นถึง ความยกขึ้นแห่งจิต ความดำริผิด อันประกอบด้วยกาม นี้ท่านเรียกว่า กามธาตุ. เบื้องต่ำทำอเวจีนรกเป็นที่สุด เบื้องบนทำปรนิมมิตวสวัตตีเทพเป็นที่สุด ที่ท่องเที่ยวไปภายในสถานที่นี้ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันนับเนื่องในสถานที่นี้ นี้ท่านเรียกว่า กามธาตุ.
อกุศลธรรมแม้ทั้งปวง ชื่อว่ากามธาตุ ดังนี้.
ในข้อนี้ มีถ้อยคำ ๒ อย่าง คือรวมกันทั้งหมด (และ) แยกกัน.
ถามว่า อย่างไร.
ตอบว่า ถ้อยคำนี้ว่า ก็พยาบาทธาตุและวิหิงสาธาตุ เป็นธรรมที่ท่านถือเอาแล้วด้วยกามธาตุ ศัพท์อย่างเดียว ชื่อว่ารวมกันทั้งหมด. ส่วนถ้อยคำนี้ว่า ธรรมที่เหลือเป็นกามธาตุ ชื่อว่าแยกกัน เพราะธาตุทั้งสองเหล่านั้นมาแล้วแผนกหนึ่ง. ในข้อนี้ ควรถือเอาถ้อยคำนี้.
ชื่อว่ากามสัญญา ย่อมเกิดขึ้น เพราะอาศัยกามธาตุนี้ ด้วยอำนาจแห่งอารมณ์ หรือด้วยอำนาจการประกอบพร้อม (สัมปโยค).
บทว่า กามสญฺญํ ปฏิจฺจ ความว่า ชื่อว่าความดำริในกาม ย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยกามสัญญา ด้วยอำนาจประกอบพร้อม (สัมปโยค) หรือด้วยอำนาจอุปนิสสยปัจจัย.
เนื้อความในบททั้งปวง ก็พึงทราบโดยนัยนี้แล.
บทว่า ตีหิ ฐาเนหิ แปลว่า ด้วยเหตุ ๓ อย่าง.
บทว่า มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ ความว่า ดำเนินตามปฏิปทาที่ไม่เป็นจริง คือข้อปฏิบัติที่ไม่นำออกจากทุกข์.
ในบทว่า พฺยาปาทธาตุํ ภิกฺขเว นี้ พยาบาทวิตกก็ดี พยาบาทก็ดี เป็นพยาบาทธาตุ
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ในธรรมเหล่านั้น พยาบาทธาตุเป็นไฉน
ความตรึก ความวิตก ประกอบด้วยพยาบาท ฯลฯ นี้ท่านเรียกว่า พยาบาทธาตุ. ความอาฆาต ความโกรธตอบ ความโกรธ ความโกรธเคือง ของจิตในอาฆาตวัตถุ ๑๐ ฯลฯ ความที่จิตไม่พอใจ นี้ท่านเรียกว่า พยาบาทธาตุ.
ชื่อพยาบาทสัญญาย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยพยาบาทธาตุนี้ ด้วยอำนาจสหชาตปัจจัยเป็นต้น.
คำที่เหลือพึงทราบโดยนัยก่อนแล.
ในบทว่า วิหึสาธาตุํ ภิกฺขเว นี้ วิหิงสาวิตกก็ดี วิหิงสาก็ดี เป็นวิหิงสาธาตุ
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ในธรรมเหล่านั้น วิหิงสาธาตุเป็นไฉน.
ความตรึก ความวิตก ที่ประกอบด้วยวิหิงสา ฯลฯ นี้ท่านเรียกว่า วิหิงสาธาตุ.
บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือบ้าง ด้วยก้อนดินบ้าง ด้วยท่อนไม้บ้าง ด้วยศัสตราบ้าง ด้วยเชือกบ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง การโบย การทำให้ลำบาก การเบียดเบียน การบีบคั้น การโกรธ การเข้าไปฆ่าผู้อื่น นี้ท่านเรียกว่า วิหิงสาธาตุ.
ชื่อวิหิงสาสัญญา ย่อมเกิดขึ้น เพราะอาศัยวิหิงสาธาตุนี้ ด้วยอำนาจสหชาตปัจจัยเป็นต้น.
คำที่เหลือแม้ในบทนี้ พึงทราบโดยนัยก่อนแล.
บทว่า ติณทาเย ได้แก่ ในป่าคือป่าหญ้า.
บทว่า อนยพฺยสนํ ได้แก่ ความไม่เจริญ คือพินาศ.
ในบทว่า เอวเมว โข นี้ ความว่า พึงเห็นอารมณ์เหมือนป่าหญ้าแห้ง อกุศลสัญญาเหมือนคบเพลิงหญ้า สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้เหมือนสัตว์มีชีวิตอาศัยหญ้าและใบไม้ เมื่อเขาไม่พยายามรีบดับคบเพลิงหญ้าที่ตั้งไว้ในป่าหญ้าแห้งสัตว์มีชีวิตเหล่านั้นย่อมถึงความพินาศฉิบหายฉันใด สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดไม่ละอกุศลสัญญาที่เกิดขึ้นด้วยวิกขัมภนปหาน ตทังคปหาน สมุจเฉทปหานสมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นย่อมอยู่เป็นทุกข์ฉันนั้นเหมือนกัน.
บทว่า วิสมคตํ ความว่า อกุศลสัญญา ตกเข้าไปสู่อารมณ์ที่รบกวนเฉพาะราคะเป็นต้น.
บทว่า น ขิปฺปเมว ปชหติ ได้แก่ ไม่รีบละเสีย ด้วยอำนาจวิกขัมภนะเป็นต้น.
บทว่า น วิโนเทติ ได้แก่ ไม่นำออกเสีย.
บทว่า น พฺยนฺตีกโรติ ได้แก่ กระทำอกุศลสัญญานั้นให้หมดสิ้นโดยไม่เหลือ แม้สักว่าภังคขณะ.
บทว่า น อนภาวํ คเมติ ได้แก่ ไม่ให้ถึงความไม่มี.
น อักษรพึงนำมาใช้ในทุกบทอย่างนี้.
บทว่า ปฏิกงฺขา ได้แก่ พึงหวัง คือปรารถนา.
ในบทว่า เนกฺขมฺมธาตุํ ภิกฺขเว นี้ เนกขัมมวิตกก็ดี กุศลธรรมทั้งปวงก็ดี เป็นเนกขัมมธาตุ
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ในธรรมเหล่านั้น เนกขัมมธาตุเป็นไฉน.
ความตรึก ความวิตกที่ประกอบด้วยเนกขัมมะ ฯลฯ สัมมาสังกัปปะนี้ท่านเรียกว่า เนกขัมมธาตุ.
แม้ในข้อนี้ก็มีถ้อยคำ ๒ อย่าง ก็ธาตุทั้งสองนอกนี้ย่อมถือเอาด้วยเนกขัมมธาตุศัพท์ เพราะนับเนื่องในกุศลธรรม นี้ชื่อว่ารวมกันทั้งหมด. ส่วนธาตุเหล่านั้นพึงแสดงไว้ต่างหาก กุศลทั้งปวงที่เหลือ เว้นธาตุเหล่านั้นเสีย เป็นเนกขัมมธาตุ เพราะฉะนั้น เนกขัมมธาตุนี้จึงไม่แยกกัน.
ชื่อเนกขัมมสัญญาย่อมเกิดขึ้น เพราะอาศัยเนกขัมมธาตุนี้ด้วยอำนาจแห่งสหชาตปัจจัยเป็นต้น. ธรรมมีวิตกเป็นต้น ย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยสัญญาเป็นต้น ตามสมควร.
ในบทว่า อพฺยาปาทธาตุํ ภิกฺขเว นี้ อัพยาบาทวิตกก็ดี อัพยาบาทก็ดี เป็นอัพยาบาทธาตุ
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ในธรรมเหล่านั้น อัพยาบาทธาตุเป็นไฉน.
ความตรึก ที่ประกอบด้วยอัพยาบาท ฯลฯ นี้ท่านเรียกว่า อัพยาบาทธาตุ.
ความรัก ความมีไมตรีต่อกัน ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขในสัตว์ทั้งหลาย เมตตาจโตวิมุตติ นี้ท่านเรียกว่าอัพยาบาทธาตุ.
ชื่ออัพยาบาทสัญญาย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยอัพยาบาทธาตุนี้ โดยนัยที่กล่าวแล้วแล.
แม้ในบทว่า อวิหึสาธาตุํ ภิกฺขเว นี้ อวิหิงสาวิตกก็ดี กรุณาก็ดี เป็นอวิหิงสาธาตุ
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ในธรรมเหล่านั้น อวิหิงสาธาตุเป็นไฉน.
ความตรึกที่ประกอบด้วยอวิหิงสา ฯลฯ นี้ท่านเรียกว่า อวิหิงสาธาตุ. ความกรุณา ความสงสาร การช่วยผู้อื่นให้พ้นทุกข์ในสัตว์ทั้งหลาย กรุณาเจโตวิมุตติ นี้ท่านเรียกว่า อวิหิงสาธาตุ.
ชื่ออวิหิงสาสัญญาย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาธาตุนี้ โดยนัยที่กล่าวแล้วแล.
คำที่เหลือ พึงทราบตามแนวที่กล่าวแล้วในบททั้งปวงแล.
จบอรรถกถาสนิทานสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------