อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๗๐๓

๖. ภัททีสูตร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๐๓–๗๐๕พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 3 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 3 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๖. ภัททีสูตร

ข้อ ๗๐๓

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถโข อายสฺมา ลกุณฺฏกภทฺทิโย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ฯ

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระลกุณฏกภัททิยะไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯ

ข้อ ๗๐๔

อทฺทสา โข ภควา อายสฺมนฺตํ ลกุณฺฏกภทฺทิยํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน ภิกฺขู อามนฺเตสิ ปสฺสถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว เอตํ ภิกฺขุํ อาคจฺฉนฺตํ ทุพฺพณฺณํ ทุทฺทสิกํ โอโกฏิมกํ ภิกฺขูนํ ปริภูตรูปนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ เอโส โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ มหิทฺธิโก มหานุภาโว น จ สา สมาปตฺติ สุลภรูปา ยา เตน ภิกฺขุนา อสมาปนฺนปุพฺพา ยสฺส จตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ ฯ

พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นท่านพระลกุณฏกภัททิยะมาแต่ที่ไกลเทียว แล้วตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเห็นหรือไม่ ซึ่งภิกษุกำลังมาอยู่โน่น มีวรรณะไม่งาม ไม่น่าดู เตี้ย เป็นที่ดูแคลนของภิกษุทั้งหลาย ฯ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า เห็นพระเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั่นแล มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก อนึ่งสมาบัติที่เธอไม่เคยเข้า เธอก็ได้โดยง่าย เธอกระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหม-*จรรย์อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้นด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ฯ

ข้อ ๗๐๕

อิทมโวจ ภควา ฯเปฯ สตฺถา หํสา กุญฺจา มยูรา จ หตฺถิโย ปสฏมิคา สพฺเพ สีหสฺส ภายนฺติ นตฺถิ กายสฺมิ ตุลฺยตา เอวเมว มนุสฺเสสุ ทหโร เจปิ ปญฺญวา โส หิ ตตฺถ มหา โหติ เนว พาโล สรีรวาติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ

พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า สัตว์ทั้งหลาย จำพวกหงส์ นกกระเรียน นกยูง ช้าง เนื้อฟาน ทั้งหมด ย่อมกลัวราชสีห์ ความเสมอกันในกาย ไม่มี ฉันใด ในมนุษย์ทั้งหลายก็ฉันนั้นเหมือนกัน ถ้าคน หนุ่มมีปัญญา เขาก็ย่อมเป็นใหญ่ในมนุษย์เหล่านั้น ไม่ เหมือนคนพาล ซึ่งถือร่างกายเป็นใหญ่ ดังนี้ ฯ จบสูตรที่ ๖

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑๐. ภิกขุสังยุต] ๖. ลกุณฏกภัททิยสูตร ๖. ลกุณฏกภัททิยสูตร ว่าด้วยพระลกุณฏภัททิยะ

ข้อ ๒๔๐

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระลกุณฏกภัททิยะเข้าไปเฝ้าพระผู้มี พระภาคถึงที่ประทับ พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นท่านกำลังเดินมาแต่ไกล แล้วรับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายเห็นภิกษุผู้มีผิวพรรณไม่งาม ไม่น่าดู เตี้ย เป็นผู้ถูก ภิกษุทั้งหลายดูแคลน ที่กำลังเดินมานั้นหรือ” “เห็น พระพุทธเจ้าข้า” “ภิกษุนั้นมีฤทธานุภาพมาก อนึ่ง สมาบัติที่เธอไม่เคยเข้า เธอก็เข้าได้โดยง่าย และเธอได้ทำให้แจ้งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ที่เหล่ากุลบุตร ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน” พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถา ประพันธ์ต่อไปอีกว่า “สัตว์ทั้งหลาย จำพวกหงส์ นกกระเรียน นกยูง ช้าง เนื้อฟาน ทั้งหมด ย่อมกลัวราชสีห์ ความสมดุลกันทางกายไม่มี ฉันใด บรรดาหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น ถ้าคนหนุ่มมีปัญญา เขาก็ย่อมเป็นใหญ่ในหมู่มนุษย์นั้น ไม่เหมือนคนพาล ซึ่งถือกายเป็นใหญ่” ลกุณฏกภัททิยสูตรที่ ๖ จบ @เชิงอรรถ : @ พระลกุณฏกภัททิยะ เป็นภิกษุชาวเมืองสาวัตถี แคว้นโกศล ซึ่งได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเลิศ@(เอตทัคคะ) ทางด้านมีเสียงไพเราะ (องฺ.เอกก. (แปล) ๒๐/๑๙๔/๒๖, ขุ.อป. (แปล) ๓๓/๑-๓๓/๒๘๙-๒๙๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๓๓๒}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาภัททิยสูตรที่ ๖

ในภัททิยสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า ทุพฺพณฺณํ ได้แก่ มีผิวกายไม่งาม. บทว่า โอโกฏิมกํ ได้แก่ เตี้ย.

บทว่า ปริภูตรูปํ ได้แก่ ถูกดูแคลนเรื่องขนาด.

ได้ยินว่า พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ปรามาสท่านลกุณฏกภัททิยะว่า ท่านภัททิยะ ท่านภัททิยะ หยอกล้อแบบต่างๆ ฉุดมาบ้าง รั้งไปรอบๆ บ้าง ในที่นั้นๆ เพราะเหตุดังนี้นั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปริภูตรูปํ ดังนี้.

ก็เพราะเหตุไร ท่านลกุณฏกภัททิยะจึงมีรูปอย่างนี้.

เล่ากันมาว่า ท่านลกุณฏกภัททิยะนี้เคยเป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง พระองค์ทรงรังเกียจพวกคนแก่และหญิงแก่ๆ ถ้าพระองค์เห็นคนแก่ๆ ให้เกล้ามวยผมของคนเหล่านั้น ให้ผูกรักแร้ แล้วให้เล่นตามชอบใจแม้เห็นหญิงแก่ๆ ก็ทำพิเรนๆ ตามปรารถนาแก่หญิงเหล่านั้น ให้เล่นตามชอบใจ โทษใหญ่ย่อมเกิดขึ้นในสำนักแห่งบุตรและธิดาเป็นต้นของคนเหล่านั้นการกระทำความชั่วของท่าน ได้กระทำให้เกิดโกลาหลเป็นอันเดียวตั้งแต่แผ่นดินจดถึงเทวโลก ๖ ชั้น.

ลำดับนั้น ท้าวสักกะมีพระดำริว่า คนอันพาลเบียดเบียนมหาชน เราจักข่มเขา. ท้าวสักกะจึงแปลงเพศเป็นคนแก่ชาวบ้าน ยกตุ่มเต็มด้วยเปรียงตุ่มหนึ่งไว้บนยานน้อย ขับยานเข้าพระนคร.

ฝ่ายพระราชาทรงช้างเสด็จออกจากพระนคร ทอดพระเนตรเห็นเขา ตรัสว่า คนแก่นี้มุ่งหน้ามาหาเราด้วยยานน้อยเต็มด้วยเปรียง ห้ามเขาไว้ ห้ามเขาไว้. พวกมนุษย์วิ่งหาข้างโน้นข้างนี้ก็ไม่เห็น เพราะท้าวสักกะทรงอธิษฐานไว้อย่างนี้ว่า พระราชาเท่านั้นจงเห็นเรา คนอื่นอย่าได้เห็น.

ลำดับนั้น เมื่อมนุษย์เหล่านั้นกราบทูลว่า ที่ไหนพระองค์ ที่ไหนพระองค์ เท่านั้น พระราชาพร้อมทั้งช้างเสด็จเข้าไปใต้ยาน เหมือนลูกโคอยู่ใต้แม่โคฉะนั้น. ท้าวสักกะก็ทรงทุบตุ่มเปรียงแตกออก ตั้งแต่นั้น พระราชามีพระวรกายเปรอะเปื้อนไปด้วยเปรียง ท้าวเธอให้ขัดสีพระวรกาย สรงสนานในสระโบกขรณีในสวน ตกแต่งพระวรกายเสด็จเข้าพระนคร ได้ทอดพระเนตรเห็นเขาอีก. ครั้นทอดพระเนตรเห็นแล้วจึงตรัสว่า คนแก่ที่เราเห็นนี้นั้นปรากฏอีก จงห้ามเขา จงห้ามเขา. พวกมนุษย์กราบทูลว่า ที่ไหนพระองค์ ที่ไหนพระองค์ เที่ยววิ่งพล่านไปมา. พระองค์ประสบอาการผิดปกติอีกครั้ง.

ขณะนั้น ท้าวสักกะให้โคและยานหายไป ประทับยืนในอากาศตรัสว่า คนอันธพาล ท่านสำคัญเราว่า ผู้นี้เป็นพ่อค้าเปรียง เราคือท้าวสักกเทวราช มาเพื่อจะห้ามการทำชั่วของท่านนั้น ท่านอย่าได้ทำอย่างนี้ต่อไปทรงคุกคามแล้วเสด็จไป. ด้วยกรรมอันนี้ ท่านจึงมีผิวพรรณทราม.

ก็ในครั้งพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านลกุณฏกภัททิยะนี้เป็นนกดุเหว่าชื่อจิตตปัตต์ อยู่ที่มิคทายวันอันปลอดภัย. วันหนึ่งบินไปป่าหิมวันต์ เอาจะงอยปากคาบผลมะม่วงหวานบินมา เห็นพระศาสดามีภิกษุสงฆ์แวดล้อมจึงคิดว่าวันอื่นๆ เราไม่มีอะไร เห็นพระศาสดา แต่วันนี้เรามีผลมะม่วงสุกนี้ เราจักถวายผลมะม่วงแด่พระทศพล ดังนี้ บินร่อนอยู่ในอากาศ

พระศาสดาทรงทราบจิตของนกดุเหว่า ทอดพระเนตรดูอุปัฏฐาก. อุปัฏฐากนำบาตรออกวางไว้ในพระหัตถ์ของพระศาสดา. นกดุเหว่าวางมะม่วงสุกลงในบาตรของพระทศพล.

พระศาสดาประทับนั่งเสวยมะม่วงสุกในที่ตรงนั้นเอง. นกดุเหว่ามีจิตเลื่อมใส ระลึกถึงคุณพระทศพลร่ำไปถวายบังคมพระทศพลแล้วบินไปสู่รังของตน ให้เวลาล่วงไปด้วยความสุขเกิดแต่ปีตินั่นเองตลอด ๗ วัน. ด้วยกรรมอันนี้ นกดุเหว่านั้นจึงมีเสียงไพเราะ.

ในครั้งพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเริ่มสร้างเจดีย์ พวกช่างปรึกษากันว่า เราจะทำขนาดไหน ขนาด ๗ โยชน์นี้ใหญ่เกินไปขนาด ๖ โยชน์แม้นี้ก็ใหญ่เกินไป ขนาด ๕ โยชน์แม้นี้ก็ใหญ่เกินไป ขนาด ๔ โยชน์ ๓ โยชน์ ๒ โยชน์ ดังนี้.

ครั้งนั้น ท่านลกุณฏกภัททิยะนี้เป็นหัวหน้าช่าง กล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ในอนาคตควรจะประคับประคองความสุขไว้ด้วยอาการอย่างนี้ถือเชือกวัดไปยืนในที่สุดคาวุตหนึ่ง กล่าวว่า มุขหนึ่งๆ คาวุตหนึ่ง จักเป็นพระเจดีย์กลมโยชน์หนึ่ง สูงโยชน์หนึ่ง. ช่างเหล่านั้นได้ทำตามคำหัวหน้าช่าง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วันจึงสร้างเจดีย์สำเร็จ.

ท่านได้ทำประมาณของพระพุทธเจ้าผู้หาประมาณมิได้ ด้วยประการฉะนี้ ดังนั้นด้วยกรรมนั้น ท่านจึงเกิดเป็นคนเตี้ย.

บทว่า หตฺถิโย ปสฏมิคา ได้แก่ ช้างและเนื้อฟาน.

บทว่า นตฺถิ กายสฺมึ ตุลยตา ความว่า ชื่อว่าขนาดในกายไม่มี. อธิบายว่า ขนาดกายไม่สำคัญ.

จบอรรถกถาภัททิยสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา