พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕181 มาตรา22 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 82 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f4b24e41… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. ลักษณะ ๑ บททั่วไปมาตรา ๖–๙ · 4 มาตรา
  2. ลักษณะ ๒ การจัดระเบียบราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาตรา ๑๐–๑๓ · 4 มาตรา
  3. ลักษณะ ๓ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติมาตรา ๑๔–๒๑ · 8 มาตรา
  4. ลักษณะ ๔ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจมาตรา ๒๒–๓๒ · 11 มาตรา
  5. ลักษณะ ๕ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจมาตรา ๓๓–๔๒ · 10 มาตรา
  6. ลักษณะ ๖ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจมาตรา ๔๓–๕๓ · 11 มาตรา
  7. ลักษณะ ๗ ยศตำรวจและชั้นข้าราชการตำรวจมาตรา ๕๔–๕๙ · 6 มาตรา
  8. ลักษณะ ๘ ระเบียบข้าราชการตำรวจ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ กมาตรา ๖๐–๑๕๕ · 96 มาตรา
  9. หมวด ๑ การจัดระเบียบราชการข้าราชการตำรวจมาตรา ๖๐ · 1 มาตรา
  10. หมวด ๒ ตำแหน่งและการกำหนดตำแหน่งมาตรา ๖๑–๗๐ · 10 มาตรา
  11. หมวด ๓ การบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นเงินเดือน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ กมาตรา ๗๑–๙๗ · 27 มาตรา
  12. หมวด ๔ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มอื่นมาตรา ๙๘–๑๐๔ · 7 มาตรา
  13. หมวด ๕ การรักษาราชการแทนและการปฏิบัติราชการแทนมาตรา ๑๐๕–๑๐๙ · 5 มาตรา
  14. หมวด ๖ วินัยและการรักษาวินัยมาตรา ๑๑๐–๑๑๖ · 7 มาตรา
  15. หมวด ๗ การดำเนินการทางวินัยมาตรา ๑๑๗–๑๓๒ · 16 มาตรา
  16. หมวด ๘ การออกจากราชการมาตรา ๑๓๓–๑๔๐ · 8 มาตรา
  17. หมวด ๙ การอุทธรณ์มาตรา ๑๔๑–๑๔๖ · 6 มาตรา
  18. หมวด ๑๐ การร้องทุกข์มาตรา ๑๔๗–๑๔๙ · 3 มาตรา
  19. หมวด ๑๑ การคุ้มครองระบบคุณธรรมมาตรา ๑๕๐ · 1 มาตรา
  20. หมวด ๑๒ เครื่องแบบตำรวจมาตรา ๑๕๑–๑๕๕ · 5 มาตรา
  21. ลักษณะ ๙ กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวนมาตรา ๑๕๖–๑๘๑ · 26 มาตรา
  22. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๖๒–๑๘๑ · 20 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑ พระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้ การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจเป็นไปตามระบบคุณธรรม มีมาตรการป้องกันมิให้ผู้ใด ใช้อำนาจหรือกระทำการโดยมิชอบ และให้ข้าราชการตำรวจประพฤติปฏิบัติตนเหมาะสมแก่เกียรติศักดิ์ ของตำรวจ และอยู่ในจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ และเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๔) ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไข ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ลักษณะ ๔ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ

    11 มาตรา
  2. ๒๒

    ให้มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ตร.” ประกอบด้วย

    (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ

    (๒) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ

    (๓) เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามลำดับอาวุโส จำนวนห้าคน และจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจ

    (๔) กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับเลือกตามมาตรา ๒๖ ดังต่อไปนี้

    (ก) ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า ขึ้นไปจำนวนสามคน แต่ต้องเป็นผู้ซึ่งพ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วเกินหนึ่งปี

    (ข) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจจำนวนสามคน โดยกรรมการข้าราชการ ตำรวจตาม (๑) (๒) และ

    (๓) หารือร่วมกันเสนอชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๒๔ จำนวนหกคน แล้วให้ข้าราชการตำรวจเลือกให้เหลือสามคน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑๒ ให้ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ และรองผู้บัญชาการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขานุการ กรรมการข้าราชการตำรวจตาม (๑) (๒) และ

    (๓) ต้องมาประชุมด้วยตนเอง จะมอบหมาย ให้บุคคลอื่นใดมาประชุมแทนมิได้

  3. ๒๓

    ให้ ก.ตร. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) กำหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม และจัดระบบราชการตำรวจ รวมตลอดทั้งนโยบายและมาตรฐานการอบรมและพัฒนาข้าราชการตำรวจ ในการนี้ หาก ก.ต.ช. ได้กำหนดระเบียบแบบแผน นโยบาย และยุทธศาสตร์ไว้เป็นการทั่วไป การกำหนดในเรื่องดังกล่าวของ ก.ตร. ต้องสอดคล้องกับระเบียบแบบแผน นโยบาย และยุทธศาสตร์ ของ ก.ต.ช. และให้ ก.ตร. แจ้งการดำเนินการนั้นให้ ก.ต.ช. ทราบด้วย

    (๒) ภายใต้บังคับมาตรา ๗๗ ออกกฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือมีมติเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ต้องไม่ กระทบกระเทือนต่ออำนาจในการแต่งตั้งและโยกย้ายของผู้บัญชาการ

    (๓) กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำเกี่ยวกับอัตรากำลังพล อุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ใน การปฏิบัติหน้าที่ของสถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งอย่างน้อย ต้องกำหนดอัตรากำลังพลขั้นต่ำของแต่ละสายงานตามมาตรา ๖๑

    (๓) ให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ ในการอำนวยความยุติธรรมและให้บริการแก่ประชาชน โดยการกำหนดจำนวนพนักงานสอบสวน ในสถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัด ให้คำนึงถึงปริมาณงาน และ ต้องจัดให้มีพนักงานสืบสวนในการสอบสวนจำนวนที่เพียงพอ และให้มีผู้ช่วยพนักงานสอบสวนในจำนวน ที่เหมาะสมกับปริมาณงาน

    (๔) พิจารณาให้ความเห็นชอบการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ

    (๕) กำกับดูแลการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจของผู้บังคับบัญชาทุกขั้นตอนให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎ ก.ตร. โดยเคร่งครัด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑๓

    (๖) ประเมินผลการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการตำรวจเพื่อรักษาความเป็นธรรม และมาตรฐานด้านการบริหารงานบุคคล รวมทั้งการตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัตินี้

    (๗) เกลี่ยอัตรากำลังข้าราชการตำรวจไปให้สถานีตำรวจให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ และ กำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการในหน่วยปฏิบัติให้เพียงพอ

    (๘) ออกระเบียบเกี่ยวกับการสอบ การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ และการปฏิบัติการอื่นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ตามพระราชบัญญัตินี้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้

    (๙) รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม ค่าครองชีพ สวัสดิการ หรือประโยชน์เกื้อกูลอื่นสำหรับข้าราชการตำรวจให้เหมาะสม

    (๑๐) กำหนดชั้นยศที่ควรบรรจุแต่งตั้งและอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับสำหรับวุฒิปริญญา หรือประกาศนียบัตรต่าง ๆ

    (๑๑) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ตามพระราชบัญญัตินี้

    (๑๒) พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิด และการควบคุมเกษียณอายุ ของข้าราชการตำรวจ

    (๑๓) ในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าการปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีมติสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติการให้ถูกต้องเหมาะสม ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ปฏิบัติการตามมติดังกล่าว ให้รายงาน ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและสั่งการต่อไป ในการนี้ ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติและผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมติของ ก.ตร. ดังกล่าว พ้นจากตำแหน่งเพื่อไป ดำรงตำแหน่งอื่นได้

    (๑๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ ก.ตร. มอบหมาย

    (๑๕) ปฏิบัติการอื่นตามหน้าที่และอำนาจที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น กฎ ก.ตร. เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑๔

  4. ๒๔

    กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒

    (๔) นอกจากต้องมี คุณสมบัติตามมาตรา ๒๒ (๔) (ก) หรือ

    (ข) แล้วแต่กรณี แล้ว ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

    (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปี

    (๓) ไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ

    (๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง

    (๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ

    (๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ

    (๙) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ารวย ผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

    (๑๐) ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงาน คล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒ (๔)

    (ข) ต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) เคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่า หรือไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการ

    (๒) เคยเป็นอาจารย์ประจำในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในวิชาสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ อาชญาวิทยา หรือสาขาอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของ ก.ตร. และ ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์ แต่ในกรณีที่ดำรงตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ต้องดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑๕

    (๓) ทำงานหรือเคยทำงานด้านประชาสังคมหรือคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี

    (๔) ทำงานหรือเคยทำงานด้านสื่อสารมวลชนหรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี

  5. ๒๕

    การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒

    (๔) ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่รองผู้กำกับการหรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นผู้เลือก

  6. ๒๖

    การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒

    (๔) ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

    (๑) ให้ ก.ตร. มีมติเพื่อกำหนดวันเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิและแต่งตั้ง คณะกรรมการ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

    (๒) ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจประกาศรับสมัคร รวมทั้งจัดทำบัญชีรายชื่อ ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๔ ที่สมัครรับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจ ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒ (๔)

    (ก) และทำหนังสือแจ้งประธาน ก.ตร. เพื่อจัดให้กรรมการ ข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๒๒ (๑) (๒) และ

    (๓) ร่วมกันเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับเลือกเป็นกรรมการ ข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒ (๔) (ข)

    (๓) ก่อนวันเลือกเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ให้เลขานุการ ก.ตร. ส่งบัญชีรายชื่อ บุคคลที่สมัครรับเลือกและบุคคลที่กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งคัดเลือกตาม

    (๒) โดยเรียงลำดับตามตัวอักษร ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการจัดให้มีการเลือกและประกาศผลการเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดให้เป็นการเลือกโดยตรงและลับ โดยในหลักเกณฑ์ดังกล่าว ให้กำหนดเรื่องการคัดค้านเกี่ยวกับการเลือกและการพิจารณาคำคัดค้านด้วย

    (๔) ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับบัญชีรายชื่อตามมาตรา ๒๒ (๔) (ก) และ

    (ข) เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ที่ได้รับคะแนน ลำดับถัดไปสำหรับ

    (ก) จำนวนไม่เกินสิบห้าคน และสำหรับ

    (ข) จำนวนไม่เกินสามคน อยู่ในบัญชีสำรอง ทั้งนี้ บัญชีสำรองให้ใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ในกรณีที่ปรากฏว่ามีผู้ได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับคะแนนได้ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจับสลากโดยเปิดเผยเพื่อเรียงลำดับก่อนหลังจนครบจำนวน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑๖ ห้ามผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใดสั่งการ ข่มขู่ หรือชักจูงด้วยประการใด ๆ เพื่อให้เลือกหรือมิให้ เลือกผู้ใดผู้หนึ่งเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บังคับบัญชาผู้ใดฝ่าฝืนวรรคสาม ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและต้องระวางโทษ ตามวรรคห้าด้วย ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรานี้ ให้เป็นไป ตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

  7. ๒๗

    กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี และ ให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ให้กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่ากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกใหม่เข้ารับหน้าที่

  8. ๒๘

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๗ กรรมการข้าราชการ ตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) มีอายุครบเจ็ดสิบปี

    (๓) ลาออก

    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๔

    (๕) ก.ตร. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือมีการกระทำหรือมีคุณลักษณะไม่เหมาะสม ต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ

    (๖) สมัครรับเลือกตั้งหรือรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิก สภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น

    (๗) ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ก.ร.ตร. ตามมาตรา ๔๔

  9. ๒๙

    ในกรณีที่กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒ (๔) (ก) หรือ

    (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีสำรองในประเภทนั้นตามมาตรา ๒๖

    (๔) เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑๗ เรียงตามลำดับเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒ (๔) (ก) หรือ

    (ข) แทน แล้วแต่กรณี และให้อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน การดำรงตำแหน่งของกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิที่ดำรงตำแหน่งแทน หากมี กำหนดเวลาไม่ถึงสองปี ไม่ให้นับเป็นวาระการดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๒๗

  10. ๓๐

    ในกรณีที่กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายในเก้าสิบวันก่อนวัน ครบวาระ

  11. ๓๑

    การประชุม ก.ตร. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการข้าราชการตำรวจทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการข้าราชการตำรวจทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการข้าราชการ ตำรวจและรองประธานกรรมการข้าราชการตำรวจไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ ข้าราชการตำรวจที่มาประชุมเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นผู้เรียกประชุม แต่ในกรณีที่กรรมการข้าราชการตำรวจ ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจเท่าที่มีอยู่ร้องขอให้เรียกประชุม ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจเรียกประชุมภายในเจ็ดวันนับแต่วันได้รับการร้องขอ ให้ ก.ตร. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร. และ ของคณะอนุกรรมการตามมาตรา ๒๓ (๑๔)

  12. ๓๒

    ในกรณีที่ ก.ตร. มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ตร. แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งคนใด ที่จะเสนอ

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

หนา้ ๒๘

หนา้ ๓๔

การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/1978ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMGQxN2E3YTctMzY2MS00ZGE2LTk1N2EtNGNkYzkwYTY3MTg1IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJUwMDA0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTY1LTY04LiBLTEuUERGIn0.NYvujfHSmXz1yS5dA4z4x6J6D7kQDdVgUuUxu8mFO0Q82 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:f4b24e41bd801bac697c7fb4d5cfd44a5adaa4b2072dd03de4fc6b5036f0cbbdดึงเมื่อ 2026-08-23T15:48:29.495Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR