พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕181 มาตรา22 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 82 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f4b24e41… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. ลักษณะ ๑ บททั่วไปมาตรา ๖–๙ · 4 มาตรา
  2. ลักษณะ ๒ การจัดระเบียบราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาตรา ๑๐–๑๓ · 4 มาตรา
  3. ลักษณะ ๓ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติมาตรา ๑๔–๒๑ · 8 มาตรา
  4. ลักษณะ ๔ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจมาตรา ๒๒–๓๒ · 11 มาตรา
  5. ลักษณะ ๕ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจมาตรา ๓๓–๔๒ · 10 มาตรา
  6. ลักษณะ ๖ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจมาตรา ๔๓–๕๓ · 11 มาตรา
  7. ลักษณะ ๗ ยศตำรวจและชั้นข้าราชการตำรวจมาตรา ๕๔–๕๙ · 6 มาตรา
  8. ลักษณะ ๘ ระเบียบข้าราชการตำรวจ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ กมาตรา ๖๐–๑๕๕ · 96 มาตรา
  9. หมวด ๑ การจัดระเบียบราชการข้าราชการตำรวจมาตรา ๖๐ · 1 มาตรา
  10. หมวด ๒ ตำแหน่งและการกำหนดตำแหน่งมาตรา ๖๑–๗๐ · 10 มาตรา
  11. หมวด ๓ การบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นเงินเดือน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ กมาตรา ๗๑–๙๗ · 27 มาตรา
  12. หมวด ๔ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มอื่นมาตรา ๙๘–๑๐๔ · 7 มาตรา
  13. หมวด ๕ การรักษาราชการแทนและการปฏิบัติราชการแทนมาตรา ๑๐๕–๑๐๙ · 5 มาตรา
  14. หมวด ๖ วินัยและการรักษาวินัยมาตรา ๑๑๐–๑๑๖ · 7 มาตรา
  15. หมวด ๗ การดำเนินการทางวินัยมาตรา ๑๑๗–๑๓๒ · 16 มาตรา
  16. หมวด ๘ การออกจากราชการมาตรา ๑๓๓–๑๔๐ · 8 มาตรา
  17. หมวด ๙ การอุทธรณ์มาตรา ๑๔๑–๑๔๖ · 6 มาตรา
  18. หมวด ๑๐ การร้องทุกข์มาตรา ๑๔๗–๑๔๙ · 3 มาตรา
  19. หมวด ๑๑ การคุ้มครองระบบคุณธรรมมาตรา ๑๕๐ · 1 มาตรา
  20. หมวด ๑๒ เครื่องแบบตำรวจมาตรา ๑๕๑–๑๕๕ · 5 มาตรา
  21. ลักษณะ ๙ กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวนมาตรา ๑๕๖–๑๘๑ · 26 มาตรา
  22. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๖๒–๑๘๑ · 20 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑ พระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้ การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจเป็นไปตามระบบคุณธรรม มีมาตรการป้องกันมิให้ผู้ใด ใช้อำนาจหรือกระทำการโดยมิชอบ และให้ข้าราชการตำรวจประพฤติปฏิบัติตนเหมาะสมแก่เกียรติศักดิ์ ของตำรวจ และอยู่ในจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ และเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๔) ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไข ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ลักษณะ ๒ การจัดระเบียบราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    4 มาตรา
  2. ๑๐

    การจัดระเบียบราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเป็นไปเพื่อผลสัมฤทธิ์ ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และการอำนวยความสะดวกและความยุติธรรม ต่อประชาชน โดยให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะต้อง ดำเนินการให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการอย่างมีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

  3. ๑๑

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

    (๑) สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๖

    (๒) กองบัญชาการหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ ภายใต้บังคับวรรคสามและมาตรา ๑๒ การแบ่งส่วนราชการตาม

    (๑) เป็นกองบัญชาการหรือ การจัดตั้งกองบัญชาการตาม

    (๒) ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และการแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการ หรือส่วนราชการหรือหน่วยงานอย่างอื่น หรือในระดับต่าลงไป ให้ออกเป็นกฎกระทรวง และ ให้กำหนดหน้าที่และอำนาจให้ชัดเจนไว้ในพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงนั้น แล้วแต่กรณี ในกรณีที่มีการแบ่งส่วนราชการกองบัญชาการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการหรือ หน่วยงานอย่างอื่นตามวรรคสอง การกำหนดอัตรากำลังของส่วนราชการที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายอำนวยการ ในกองบัญชาการนั้นให้กระทำเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวก สนับสนุน และช่วยเหลือ การปฏิบัติงานของส่วนราชการและข้าราชการตำรวจที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยปฏิบัติ

  4. ๑๒

    เพื่อประโยชน์ในการบริการประชาชนในการอำนวยความยุติธรรม การปฏิบัติงาน ด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย และ การรักษาความปลอดภัยของประชาชน การแบ่งส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามมาตรา ๑๑ อย่างน้อยต้องมีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาคซึ่งเป็นส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ โดยต้องกำหนดเขตพื้นที่ให้ชัดเจน มีหน้าที่อำนวยการ ประสานงาน และสั่งการเกี่ยวกับการสนธิกำลัง หรือสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่อยู่ในสังกัดมาปฏิบัติหน้าที่เฉพาะกิจ ภายใต้การกำกับของผู้บัญชาการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการเป็นการเฉพาะชั่วคราว ซึ่งต้อง ไม่เกินหกเดือน เมื่อเสร็จภารกิจแล้วให้ส่งกลับต้นสังกัด

    (๒) กองบังคับการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัดซึ่งเป็นส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่ากองบังคับการ

    (๓) สถานีตำรวจ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของผู้บัญชาการในการดูแล ส่งเสริม สนับสนุน รวมทั้ง การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่อยู่ในกำกับเพื่อให้การปฏิบัติงานของกองบังคับการหรือตำรวจภูธร จังหวัดและสถานีตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาบุคลากร กำกับดูแลการบริหารงานบุคคล และดำเนินการให้สถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัดมีงบประมาณและ อุปกรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ที่เพียงพอตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ และที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา ๑๑ วรรคสอง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๗ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา และการรักษา ความสงบเรียบร้อยในท้องถิ่นหรือชุมชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กองบัญชาการตำรวจนครบาลหรือ ตำรวจภูธรจังหวัดจะจัดให้มีแผนหรือมาตรการการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย ของประชาชนภายในพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละท้องถิ่นหรือชุมชนก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น เมื่อ ก.ต.ช. และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแผนหรือมาตรการดังกล่าวแล้ว ให้สำนักงบประมาณ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามแผนหรือมาตรการดังกล่าว ในกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอัตรากำลังไม่เพียงพอ ให้จัดอัตรากำลังให้แก่สถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัดตามลำดับให้ครบถ้วนตามกรอบอัตรากำลังก่อน ในการจัดทำแผนหรือมาตรการตามวรรคสาม ให้หารือร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าสถานีตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

  5. ๑๓

    ให้แบ่งสถานีตำรวจออกเป็นระดับ ดังต่อไปนี้

    (๑) สถานีตำรวจระดับใหญ่ที่มีหัวหน้าสถานีตำรวจดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ

    (๒) สถานีตำรวจระดับกลางที่มีหัวหน้าสถานีตำรวจดำรงตำแหน่งผู้กำกับการหรือสารวัตรใหญ่

    (๓) สถานีตำรวจระดับเล็กที่มีหัวหน้าสถานีตำรวจดำรงตำแหน่งสารวัตร การกำหนดให้สถานีตำรวจใดเป็นสถานีตำรวจระดับใด ให้เป็นไปตามที่ ก.ต.ช. กำหนด โดยคำนึงถึงปริมาณภาระงาน ความหนาแน่นของประชาชนในเขตรับผิดชอบ จำนวนอัตรากำลัง และ สถานที่ตั้งของสถานีตำรวจประกอบกัน

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

หนา้ ๒๘

หนา้ ๓๔

การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/1978ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMGQxN2E3YTctMzY2MS00ZGE2LTk1N2EtNGNkYzkwYTY3MTg1IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJUwMDA0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTY1LTY04LiBLTEuUERGIn0.NYvujfHSmXz1yS5dA4z4x6J6D7kQDdVgUuUxu8mFO0Q82 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:f4b24e41bd801bac697c7fb4d5cfd44a5adaa4b2072dd03de4fc6b5036f0cbbdดึงเมื่อ 2026-08-23T15:48:29.495Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR