พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f4b24e41… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- ลักษณะ ๑ บททั่วไปมาตรา ๖–๙ · 4 มาตรา
- ลักษณะ ๒ การจัดระเบียบราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาตรา ๑๐–๑๓ · 4 มาตรา
- ลักษณะ ๓ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติมาตรา ๑๔–๒๑ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๔ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจมาตรา ๒๒–๓๒ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๕ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจมาตรา ๓๓–๔๒ · 10 มาตรา
- ลักษณะ ๖ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจมาตรา ๔๓–๕๓ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๗ ยศตำรวจและชั้นข้าราชการตำรวจมาตรา ๕๔–๕๙ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๘ ระเบียบข้าราชการตำรวจ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ กมาตรา ๖๐–๑๕๕ · 96 มาตรา
- หมวด ๑ การจัดระเบียบราชการข้าราชการตำรวจมาตรา ๖๐ · 1 มาตรา
- หมวด ๒ ตำแหน่งและการกำหนดตำแหน่งมาตรา ๖๑–๗๐ · 10 มาตรา
- หมวด ๓ การบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นเงินเดือน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ กมาตรา ๗๑–๙๗ · 27 มาตรา
- หมวด ๔ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มอื่นมาตรา ๙๘–๑๐๔ · 7 มาตรา
- หมวด ๕ การรักษาราชการแทนและการปฏิบัติราชการแทนมาตรา ๑๐๕–๑๐๙ · 5 มาตรา
- หมวด ๖ วินัยและการรักษาวินัยมาตรา ๑๑๐–๑๑๖ · 7 มาตรา
- หมวด ๗ การดำเนินการทางวินัยมาตรา ๑๑๗–๑๓๒ · 16 มาตรา
- หมวด ๘ การออกจากราชการมาตรา ๑๓๓–๑๔๐ · 8 มาตรา
- หมวด ๙ การอุทธรณ์มาตรา ๑๔๑–๑๔๖ · 6 มาตรา
- หมวด ๑๐ การร้องทุกข์มาตรา ๑๔๗–๑๔๙ · 3 มาตรา
- หมวด ๑๑ การคุ้มครองระบบคุณธรรมมาตรา ๑๕๐ · 1 มาตรา
- หมวด ๑๒ เครื่องแบบตำรวจมาตรา ๑๕๑–๑๕๕ · 5 มาตรา
- ลักษณะ ๙ กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวนมาตรา ๑๕๖–๑๘๑ · 26 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๖๒–๑๘๑ · 20 มาตรา
ปรารภ
เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑ พระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้ การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจเป็นไปตามระบบคุณธรรม มีมาตรการป้องกันมิให้ผู้ใด ใช้อำนาจหรือกระทำการโดยมิชอบ และให้ข้าราชการตำรวจประพฤติปฏิบัติตนเหมาะสมแก่เกียรติศักดิ์ ของตำรวจ และอยู่ในจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ และเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๔) ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไข ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๒ ตำแหน่งและการกำหนดตำแหน่ง
10 มาตรา- ๖๑
ตำแหน่งข้าราชการตำรวจมี ๕ กลุ่มสายงาน ดังต่อไปนี้
(๑) กลุ่มสายงานบริหาร
(๒) กลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน
(๓) กลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวน ได้แก่ สายงานสืบสวนสอบสวน สายงานสืบสวน และสายงานอื่นที่ ก.ตร. กำหนด
(๔) กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม ได้แก่ สายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และสายงานอื่นที่ ก.ตร. กำหนด
(๕) กลุ่มสายงานวิชาชีพเฉพาะ กลุ่มสายงานใดจะมีสายงานใด และตำแหน่งใดอยู่ในสายงานใด ให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับการแบ่งกลุ่มสายงานตามวรรคหนึ่ง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๒๙
- ๖๒
ตำแหน่งข้าราชการตำรวจประเภทที่มียศมีดังต่อไปนี้
(๑) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๒) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจแห่งชาติ
(๓) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและรองจเรตำรวจแห่งชาติ
(๔) ผู้บัญชาการและจเรตำรวจ
(๕) รองผู้บัญชาการและรองจเรตำรวจ
(๖) ผู้บังคับการ
(๗) รองผู้บังคับการ
(๘) ผู้กำกับการ
(๙) รองผู้กำกับการและสารวัตรใหญ่
(๑๐) สารวัตร
(๑๑) รองสารวัตร
(๑๒) ผู้บังคับหมู่
(๑๓) รองผู้บังคับหมู่ ก.ตร. จะกำหนดให้มีตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นโดยจะให้มีชื่อตำแหน่งใดเทียบกับตำแหน่ง ตามวรรคหนึ่งก็ได้ โดยให้กำหนดไว้ในกฎ ก.ตร. เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานในกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวน นอกจากตำแหน่งข้าราชการ ตำรวจตามวรรคหนึ่ง ให้ ก.ตร. กำหนดตำแหน่งรองสารวัตรในสถานีตำรวจหรือส่วนราชการระดับ กองกำกับการอื่นที่ปฏิบัติงานด้านการสืบสวนสอบสวนตามจำนวนที่เห็นสมควร เป็นตำแหน่งควบ ที่สามารถปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเองสูงขึ้นถึงระดับรองผู้กำกับการ และให้กำหนดตำแหน่งผู้กำกับการ ในกองบังคับการตำรวจนครบาลตำรวจภูธรจังหวัด หรือส่วนราชการระดับกองบังคับการอื่นที่ ปฏิบัติงานด้านการสืบสวนสอบสวนตามจำนวนที่เห็นสมควร เป็นตำแหน่งควบที่สามารถปรับระดับ เพิ่มลดได้ในตัวเองสูงขึ้นถึงระดับรองผู้บังคับการ
- ๖๓
สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าส่วนราชการ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๓๐
(๑) รับผิดชอบควบคุมราชการประจำในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดแนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และลำดับความสำคัญของแผนการปฏิบัติ ราชการประจำปีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการ ที่นายกรัฐมนตรีและ ก.ต.ช. กำหนดรวมทั้งกำกับ เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติราชการ ของส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
(๒) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๓) เป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(๔) วางระเบียบหรือทำคำสั่งเฉพาะเรื่องไว้ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้ อำนาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น ระเบียบหรือ คำสั่งดังกล่าวจะขัดหรือแย้งกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือพระราชบัญญัตินี้มิได้
(๕) รับผิดชอบในการกำกับดูแลให้การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจเป็นไป ตามพระราชบัญญัตินี้และกฎ ก.ตร. โดยเคร่งครัด
(๖) ดูแลให้หน่วยงานทุกหน่วยโดยเฉพาะสถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจนครบาล และ ตำรวจภูธรจังหวัด มีกำลังพล งบประมาณ อุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็น ตามมาตรฐานที่ ก.ตร. กำหนดตามมาตรา ๒๓ (๓)
- ๖๔
ให้มีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ หรือรองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจ และรับผิดชอบใน การปฏิบัติราชการรองจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดหรือมอบหมาย
- ๖๕
ในกองบัญชาการหนึ่ง ให้มีผู้บัญชาการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ ตำรวจและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น และจะให้มีรองผู้บัญชาการเป็น ผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บัญชาการตามที่ ผู้บัญชาการมอบหมายด้วยก็ได้ ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่า กองบัญชาการด้วยโดยอนุโลม รวมทั้งให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวมีหน้าที่และอำนาจ และความรับผิดชอบเช่นเดียวกับผู้บัญชาการด้วย
- ๖๖
ผู้บัญชาการมีหน้าที่และอำนาจ และความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๓๑
(๑) บริหารราชการของกองบัญชาการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และ ประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) ควบคุมและกำกับดูแลบุคลากร การบริหารงบประมาณ การเงิน การพัสดุ สถานที่ และทรัพย์สินอื่นของกองบัญชาการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศ ของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๓) หน้าที่และอำนาจของกองบัญชาการตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
(๔) พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บังคับการลงมา
(๕) พิจารณาและสั่งเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจระดับ ส.๖ ลงมา ที่ไม่อยู่ในอำนาจ ของผู้บังคับการตามมาตรา ๖๘
(๗) ทั้งนี้ การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจระดับ ส.๖ ให้กระทำได้ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. แล้ว
(๖) เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติในราชการทั่วไปของกองบัญชาการ
(๗) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทุกสี่เดือน หรือตามระยะเวลาที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด
(๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด หรือมติคณะรัฐมนตรี ในเรื่องใด กำหนดให้การดำเนินการใดเป็นอำนาจของอธิบดีหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการ มีอำนาจเช่นว่านั้นในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ในกองบัญชาการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ต.ช. กำหนด
- ๖๗
ในกองบังคับการหนึ่ง ให้มีผู้บังคับการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ ตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกองบังคับการนั้น และจะให้มีรองผู้บังคับการเป็น ผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บังคับการตามที่ผู้บังคับการ มอบหมาย ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่า กองบังคับการด้วยโดยอนุโลม รวมทั้งให้หัวหน้าส่วนราชการดังกล่าวมีหน้าที่และอำนาจ และความรับผิดชอบเช่นเดียวกับผู้บังคับการด้วย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๓๒
- ๖๘
ผู้บังคับการมีหน้าที่และอำนาจ และความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
(๑) บริหารราชการของกองบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และ ประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๒) หน้าที่และอำนาจของกองบังคับการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๓) ควบคุมและกำกับดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่ และทรัพย์สินอื่นของ กองบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(๔) เสนอแนะการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบังคับการและสถานีตำรวจ ที่อยู่ในเขตอำนาจ ตั้งแต่ระดับผู้กำกับการลงมาต่อผู้บัญชาการที่เป็นผู้บังคับบัญชา
(๕) สั่งให้ข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับผู้กำกับการลงมาไปช่วยราชการในส่วนราชการอื่นที่อยู่ ในสังกัดตามความจำเป็นเป็นการชั่วคราวไม่เกินหกเดือน ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของ ทางราชการจะสั่งให้ไปช่วยราชการเกินหกเดือนแต่ไม่เกินหนึ่งปีก็ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผู้บัญชาการซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาก่อน
(๖) เสนอแนะและให้ความเห็นในการพิจารณาความดีความชอบเพื่อการเลื่อนเงินเดือน ข้าราชการตำรวจระดับ ส.๕ และ ส.๔ ในสังกัด
(๗) พิจารณาและสั่งเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจระดับ ส.๓ ลงมาในสังกัด ในการพิจารณาดังกล่าวสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่รองผู้กำกับการลงมา ต้องรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นด้วย
(๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน้าที่และอำนาจของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในการกำกับดูแลการปฏิบัติราชการ ของข้าราชการตำรวจที่สังกัดกองบัญชาการอื่น และปฏิบัติราชการประจำอยู่ในจังหวัดนั้น ให้เป็นไป ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกองบัญชาการ มติคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีด้วย ในการนี้ ให้มีอำนาจสั่งการใด ๆ เพื่อให้เกิด การประสานงานและความร่วมมือกันในการปฏิบัติหน้าที่หรือยับยั้งการกระทำใด ๆ ของข้าราชการ ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดที่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของสำนักงาน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๓๓ ตำรวจแห่งชาติหรือกองบัญชาการ มติคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีไว้ชั่วคราว แล้วรายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด
- ๖๙
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓
(๓) ในส่วนราชการต่างๆของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้มีตำแหน่งข้าราชการตำรวจตำแหน่งใด จำนวนเท่าใด และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด และจะให้มียศหรือไม่ และถ้าให้มียศจะให้มียศใด รวมตลอดถึงการตัดโอนตำแหน่งจากส่วนราชการหนึ่ง ไปเพิ่มให้อีกส่วนราชการหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด โดยให้คำนึงถึงลักษณะหน้าที่และ ความรับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของงาน รวมทั้งความมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความไม่ซ้าซ้อน และการประหยัดเป็นหลัก ให้เป็นหน้าที่ของ ก.ตร. ที่จะต้องทบทวนอัตรากำลังของแต่ละส่วนราชการ ให้สอดคล้องกับ ความรับผิดชอบและปริมาณของงานที่เปลี่ยนแปลงไปให้ทันต่อสถานการณ์
- ๗๐
ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๒ ในกลุ่มสายงานสืบสวน สอบสวนที่ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวนสอบสวน และกลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม ที่ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่งานป้องกันปราบปราม ได้รับเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษตามอัตราที่ ก.ตร. กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง โดยจะกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวซึ่งปฏิบัติ หน้าที่ประจำที่สถานีตำรวจได้รับเงินเพิ่มพิเศษสูงกว่าผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานอื่นก็ได้ ให้ ก.ตร. และกระทรวงการคลังร่วมกันพิจารณาทบทวนเงินเพิ่มพิเศษตามวรรคหนึ่ง ให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจในทุกสามปี ในการกำหนดจำนวนเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง และการให้ ความเห็นชอบของกระทรวงการคลังตามวรรคหนึ่ง ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน และ การดำรงตนอยู่ในความยุติธรรมได้อย่างมีเกียรติ โดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนที่รัฐจ่ายให้แก่ ข้าราชการฝ่ายอื่นที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมประกอบด้วย
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
หนา้ ๒๘
หนา้ ๓๔
การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/1978ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMGQxN2E3YTctMzY2MS00ZGE2LTk1N2EtNGNkYzkwYTY3MTg1IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJUwMDA0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTY1LTY04LiBLTEuUERGIn0.NYvujfHSmXz1yS5dA4z4x6J6D7kQDdVgUuUxu8mFO0Q82 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:f4b24e41bd801bac697c7fb4d5cfd44a5adaa4b2072dd03de4fc6b5036f0cbbdดึงเมื่อ 2026-08-23T15:48:29.495Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR