พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f4b24e41… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- ลักษณะ ๑ บททั่วไปมาตรา ๖–๙ · 4 มาตรา
- ลักษณะ ๒ การจัดระเบียบราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาตรา ๑๐–๑๓ · 4 มาตรา
- ลักษณะ ๓ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติมาตรา ๑๔–๒๑ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๔ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจมาตรา ๒๒–๓๒ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๕ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจมาตรา ๓๓–๔๒ · 10 มาตรา
- ลักษณะ ๖ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจมาตรา ๔๓–๕๓ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๗ ยศตำรวจและชั้นข้าราชการตำรวจมาตรา ๕๔–๕๙ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๘ ระเบียบข้าราชการตำรวจ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ กมาตรา ๖๐–๑๕๕ · 96 มาตรา
- หมวด ๑ การจัดระเบียบราชการข้าราชการตำรวจมาตรา ๖๐ · 1 มาตรา
- หมวด ๒ ตำแหน่งและการกำหนดตำแหน่งมาตรา ๖๑–๗๐ · 10 มาตรา
- หมวด ๓ การบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นเงินเดือน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ กมาตรา ๗๑–๙๗ · 27 มาตรา
- หมวด ๔ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มอื่นมาตรา ๙๘–๑๐๔ · 7 มาตรา
- หมวด ๕ การรักษาราชการแทนและการปฏิบัติราชการแทนมาตรา ๑๐๕–๑๐๙ · 5 มาตรา
- หมวด ๖ วินัยและการรักษาวินัยมาตรา ๑๑๐–๑๑๖ · 7 มาตรา
- หมวด ๗ การดำเนินการทางวินัยมาตรา ๑๑๗–๑๓๒ · 16 มาตรา
- หมวด ๘ การออกจากราชการมาตรา ๑๓๓–๑๔๐ · 8 มาตรา
- หมวด ๙ การอุทธรณ์มาตรา ๑๔๑–๑๔๖ · 6 มาตรา
- หมวด ๑๐ การร้องทุกข์มาตรา ๑๔๗–๑๔๙ · 3 มาตรา
- หมวด ๑๑ การคุ้มครองระบบคุณธรรมมาตรา ๑๕๐ · 1 มาตรา
- หมวด ๑๒ เครื่องแบบตำรวจมาตรา ๑๕๑–๑๕๕ · 5 มาตรา
- ลักษณะ ๙ กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวนมาตรา ๑๕๖–๑๘๑ · 26 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๖๒–๑๘๑ · 20 มาตรา
ปรารภ
เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๑ พระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้ การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจเป็นไปตามระบบคุณธรรม มีมาตรการป้องกันมิให้ผู้ใด ใช้อำนาจหรือกระทำการโดยมิชอบ และให้ข้าราชการตำรวจประพฤติปฏิบัติตนเหมาะสมแก่เกียรติศักดิ์ ของตำรวจ และอยู่ในจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ และเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๔) ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไข ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการลักษณะ ๙ กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน
6 มาตรา- ๑๕๖
ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่า “กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา” โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในงานสืบสวน สอบสวน และการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด ทางอาญา
- ๑๕๗
กองทุนประกอบด้วย
(๑) ทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา ๑๗๖
(๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๗๒
(๓) เงินและทรัพย์สินที่กองทุนได้รับจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือมูลนิธิ เว้นแต่เงินอุดหนุนตามมาตรา ๗ วรรคสอง
(๔) ดอกผลที่เกิดจากกองทุน คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้นำเงินค่าเปรียบเทียบปรับคดีอาญาที่เป็นอำนาจของข้าราชการตำรวจ เงินค่าปรับตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เฉพาะส่วนที่จะต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และ เงินค่าปรับทางปกครองที่ข้าราชการตำรวจสั่งปรับตามกฎหมาย ให้เป็นของกองทุนโดยไม่ต้องนำส่ง เป็นรายได้แผ่นดินก็ได้ เงิน ดอกผล และทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนำส่ง เป็นรายได้แผ่นดิน
- ๑๕๘
เงิน ดอกผล และทรัพย์สินที่ประกอบขึ้นเป็นกองทุนจะต้องจัดการ เพื่อประโยชน์ภายในขอบวัตถุประสงค์ของกองทุน
- ๑๕๙
ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ จเรตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงาน อัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงบประมาณ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจำนวนสองคน เป็นกรรมการ ให้ประธานกรรมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการคนหนึ่ง และผู้ช่วยเลขานุการ จำนวนไม่เกินสองคน
- ๑๖๐
คณะกรรมการบริหารกองทุน มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนและตามนโยบายที่ ก.ต.ช. กำหนด
(๒) ออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ของข้าราชการตำรวจในการทำหน้าที่เกี่ยวกับการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดทางอาญา ระเบียบดังกล่าว เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ต.ช. แล้ว ให้ใช้บังคับได้
(๓) จัดวางระบบบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ ที่กระทรวงการคลังกำหนด
(๔) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการรับ เก็บรักษา และจ่ายเงินของกองทุน
(๕) ออกระเบียบกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๗๓
(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนมอบหมาย
(๗) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งในการบริหารกองทุน
(๘) รายงานสถานะการเงินและบริหารกองทุนต่อ ก.ต.ช.
- ๑๖๑
ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบการเงินและบัญชี ส่งผู้สอบบัญชี ตรวจสอบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินทุกปี ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี แล้วทำรายงาน ผลการสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อ ก.ต.ช. และกระทรวงการคลัง
บทเฉพาะกาล
20 มาตรา- ๑๖๒
ให้ส่วนราชการที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการ หรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นส่วนราชการตามพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๑ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- ๑๖๓
เมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กองบังคับการ ตำรวจรถไฟเป็นอันยุบ และให้โอนเงินงบประมาณของการรถไฟแห่งประเทศไทยในส่วนที่ได้รับจาก งบประมาณแผ่นดินสำหรับเงินเดือน ค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายอื่นของข้าราชการตำรวจในกองบังคับการ ตำรวจรถไฟ มาเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำอัตรากำลังจากกองบังคับการตำรวจรถไฟตามวรรคหนึ่ง ไปดำเนินการจัดสรรเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๑๒
- ๑๖๔
บรรดาหน้าที่และอำนาจของข้าราชการตำรวจในกองบังคับการตำรวจรถไฟ ในส่วนที่เกี่ยวกับการสืบสวนหรือสอบสวนเรื่องใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อนยุบกองบังคับการ ตำรวจรถไฟ ให้โอนไปเป็นของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจหรือในกองบังคับการ ตามที่ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติกำหนด และให้ถือว่าการสืบสวนหรือสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้วและที่จะดำเนินการต่อไป เป็นการดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจตามกฎหมายแล้ว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๗๔
- ๑๖๕
ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ประธานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและหัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติการ ตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันได้แก่ กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมาย ว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กฎหมายว่าด้วย การประมง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม กฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล กฎหมายว่าด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ และกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอื่น มาร่วมกัน พิจารณาเพื่อดำเนินการให้หน่วยงานดังกล่าวรับผิดชอบในการป้องกันและปราบปราม การสืบสวน และ การสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายนั้นๆทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่จะได้ตกลงกัน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและการบูรณาการในการปฏิบัติหน้าที่ และการแบ่งเบาภารกิจของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ และให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการรายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบทุกสามเดือน เมื่อได้ข้อยุติประการใดแล้ว ให้ตราพระราชกฤษฎีกายุบหรือเปลี่ยนแปลงกองบังคับการ ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สอดคล้องกัน และในกรณีที่ยุบกองบังคับการดังกล่าว ให้นำความในมาตรา ๑๖๓ วรรคสอง มาใช้ บังคับโดยอนุโลม ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กำหนดขั้นตอนการถ่ายโอนงาน การโอนและรับโอน ข้าราชการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับคดี หรือเรื่องที่อยู่ในระหว่างดำเนินการด้วย โดยให้นำความในมาตรา ๖ วรรคสาม มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว ถ้าปรึกษาหารือกันยังไม่ได้ข้อยุติ ให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอันยุบไป และให้นำอัตรากำลังไปดำเนินการจัดสรรเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๑๒ ต่อไป และให้รัฐมนตรี ผู้รักษาการตามกฎหมายตามวรรคหนึ่งดำเนินการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในการป้องกันและปราบปราม การสืบสวน และการสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายนั้น ๆ ทั้งหมด และให้ตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดขั้นตอนการถ่ายโอนงาน การโอนและรับโอน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๗๕ ข้าราชการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับคดี หรือเรื่องที่อยู่ในระหว่างดำเนินการและเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องหรือจำเป็นในการถ่ายโอนงานด้วย
- ๑๖๖
ภายในห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ ก.ต.ช. พิจารณาทบทวน หน้าที่และอำนาจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือข้าราชการตำรวจในส่วนที่มีกฎหมายกำหนด ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือข้าราชการตำรวจมีหน้าที่เกี่ยวกับการอนุญาตหรือการจดทะเบียน หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นต้องกำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือข้าราชการตำรวจ มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายดังกล่าวไว้ ให้รายงานเหตุผลและความจำเป็นต่อคณะรัฐมนตรี และรัฐสภาเพื่อพิจารณา ในกรณีที่ ก.ต.ช. ไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้หน้าที่และอำนาจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือข้าราชการตำรวจในการอนุญาตหรือการจดทะเบียน ตามวรรคหนึ่งเป็นอันสิ้นสุดลง เว้นแต่คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาจะมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือข้าราชการตำรวจยังคงมีหน้าที่และอำนาจดังกล่าวตามกฎหมายนั้นต่อไป การโอนหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายตามวรรคหนึ่งและวรรคสองไปเป็นของหน่วยงานใด ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
- ๑๖๗
ระยะเวลาตามที่กำหนดในมาตรา ๑๖๕ หากมีความจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คณะรัฐมนตรีโดยข้อเสนอแนะของ ก.ต.ช. จะขยายเวลาออกไปครั้งละหนึ่งปีก็ได้ แต่จะขยายได้ ไม่เกินสามครั้ง
- ๑๖๘
กรอบอัตรากำลังตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒ วรรคสี่ เฉพาะในส่วนที่ เกี่ยวกับสถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัด ในวาระเริ่มแรกไม่เกิน สองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้หมายถึงเฉพาะกรอบอัตรากำลังพื้นฐานที่ ก.ตร. กำหนดให้สถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัดพึงต้องมีเป็นอย่างน้อย ซึ่งต้องกำหนดให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และภายใน กำหนดเวลาสองปีดังกล่าว ให้ ก.ตร. ปรับปรุงกรอบอัตรากำลังของสถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจ นครบาล และตำรวจภูธรจังหวัดใหม่ให้เหมาะสมกับภารกิจและงบประมาณที่จะพึงได้รับการจัดสรร และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา ๑๒ วรรคสี่ ภายในสามปีนับแต่วันที่ ครบกำหนดสองปีดังกล่าว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๗๖
- ๑๖๙
ผู้ใดเป็นข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการตำรวจ ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้น เป็นผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้
- ๑๗๐
ผู้ใดมียศตำรวจหรือว่าที่ยศตำรวจลำดับใดตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือกฎหมายอื่น อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้ถือว่ามียศตำรวจหรือว่าที่ยศตำรวจลำดับนั้นตามพระราชบัญญัตินี้
- ๑๗๑
ความในมาตรา ๘
(๒) มิให้มีผลกระทบต่อข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง และมียศอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ วรรคสอง มีผลใช้บังคับ และเมื่อมี พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวแล้ว ให้มีสิทธิใช้ยศเพียงเท่าที่ดำรงอยู่ในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ใช้บังคับได้ต่อไป
- ๑๗๒
ในวาระเริ่มแรก ในระหว่างที่ยังไม่มีกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๔
(๔) ให้ ก.ต.ช. ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการ ตามมาตรา ๑๔ (๑) (๒) (๓) และ
(๕) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ก.ต.ช. เพียงเท่าที่จำเป็นเป็นการชั่วคราว ไปพลางก่อน ให้ดำเนินการเลือกกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อดำเนินการตามวรรคสองและได้กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๑๔
(๔) แล้ว ให้เลขานุการ ก.ต.ช. นำเรื่องที่ดำเนินการไปแล้วตามวรรคหนึ่ง เสนอต่อ ก.ต.ช. เพื่อทราบและพิจารณา หาก ก.ต.ช. เห็นว่าเรื่องใดสมควรแก้ไขหรือปรับปรุงเพื่อให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัตินี้หรือเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ให้ ก.ต.ช. มีมติหรือดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ โดยพลัน
- ๑๗๓
ในวาระเริ่มแรก ในระหว่างที่ยังไม่มีกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๒๒
(๔) ให้ ก.ตร. ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการตามมาตรา ๒๒ (๑) (๒) และ
(๓) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ก.ตร. เพียงเท่าที่จำเป็นเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๗๗ ให้ดำเนินการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อดำเนินการตามวรรคสองและได้กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๒
(๔) แล้ว ให้เลขานุการ ก.ตร. นำเรื่องที่ดำเนินการไปแล้วตามวรรคหนึ่งเสนอต่อ ก.ตร. เพื่อทราบและพิจารณา หาก ก.ตร. เห็นว่าเรื่องใดสมควรแก้ไขหรือปรับปรุงเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้หรือเพื่อให้ เหมาะสมยิ่งขึ้น ให้ ก.ตร. มีมติหรือดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจโดยพลัน
- ๑๗๔
ให้ ก.ตร. กำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจตามกลุ่มสายงานและระดับ ตำแหน่งให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่มีกรรมการ ข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัตินี้ และเมื่อ ก.ตร. ได้กำหนดตำแหน่งเสร็จแล้ว ให้ถือว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ อยู่ในกลุ่มสายงานนั้นมาก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ สำหรับข้าราชการตำรวจที่ไม่มียศตามมาตรา ๘
(๒) ให้ ก.ตร. ดำเนินการและกำหนด ตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่ไม่มียศให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี ข้าราชการตำรวจผู้ใดดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ในสายงานสืบสวน สายงานสอบสวนหรือ สายงานอื่นในกลุ่มสายงานป้องกันปราบปรามอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่า เป็นข้าราชการตำรวจในกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวนหรือกลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม แล้วแต่กรณี ตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีการดำเนินการตามวรรคสี่ ภายใต้บังคับวรรคสาม ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการให้ข้าราชการตำรวจทุกตำแหน่ง เข้าตามกลุ่มสายงานตามวรรคหนึ่ง ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่การดำเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จสิ้น โดยคำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่ที่ผู้นั้นปฏิบัติอยู่เดิม คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง และอัตรากำลังของ แต่ละกลุ่มสายงาน ให้ ก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพึงพอใจตามมาตรา ๘๒วรรคสอง ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- ๑๗๕
เมื่อดำเนินการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๗๓ แล้วเสร็จ ให้ดำเนินการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ ก.ร.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๗๘ ตามมาตรา ๔๓ ให้แล้วเสร็จและประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- ๑๗๖
ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ หนี้ ภาระผูกพัน และ เงินงบประมาณของกองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญาตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไปเป็นของกองทุน เพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัตินี้
- ๑๗๗
ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งรับราชการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มค่าครองชีพ หรือค่าตอบแทนอื่นใดตามที่ได้รับอยู่ในวันก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้ที่ได้รับเงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำของระดับ ให้ปรับให้ได้รับเท่ากับ อัตราขั้นต่ำของระดับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- ๑๗๘
ในวาระเริ่มแรก ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ การคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่ไม่อาจนำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขมาใช้บังคับได้ตามวรรคหนึ่ง การจะดำเนินการ ประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้
- ๑๗๙
ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ก.ตร. ข้อบังคับ ระเบียบ หรือมติ ก.ตร. เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ก.ตร. ข้อบังคับ ระเบียบ หรือมติ ก.ตร. ซึ่งใช้อยู่เดิมมาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ไม่อาจนำพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎก.ตร. ข้อบังคับ ระเบียบ หรือมติ ก.ตร. มาใช้บังคับได้ตามวรรคหนึ่ง การจะดำเนินการประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้
- ๑๘๐
ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออกจาก ราชการอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้บังคับบัญชาตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจสั่งลงโทษ ผู้นั้นหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไข เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๗๙ เพิ่มเติม ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ส่วนการสอบสวน การพิจารณา และการดำเนินการเพื่อลงโทษหรือให้ออก จากราชการ ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่
(๑) กรณีที่ผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นไปแล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังสอบสวนไม่เสร็จ ก็ให้สอบสวนตามกฎหมายนั้นต่อไปจนกว่า จะแล้วเสร็จ
(๒) ในกรณีที่ได้มีการสอบสวนหรือพิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น เสร็จไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้การสอบสวนหรือพิจารณา แล้วแต่กรณี นั้น เป็นอันใช้ได้
- ๑๘๑
เรื่องอุทธรณ์และร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและอยู่ในอำนาจการพิจารณาของ ก.ตร. ให้ ก.ตร. พิจารณาต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ เรื่องอุทธรณ์และร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗และที่แก้ไข เพิ่มเติม ที่ได้ยื่น ก.ตร. ในวันหรือหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ ก.พ.ค.ตร. เป็นผู้พิจารณา ดำเนินการต่อไป ในระหว่างที่ยังมิได้ดำเนินการให้มี ก.พ.ค.ตร. ให้ ก.ตร. ทำหน้าที่ ก.พ.ค.ตร. ตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะได้แต่งตั้ง ก.พ.ค.ตร. ตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ บรรดาหน้าที่และอำนาจของ ก.พ.ค.ตร. ในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์หรือเรื่องร้องทุกข์ ที่เหตุเกิดจากกฎ ระเบียบ คำสั่ง หรือมติของ ก.ตร. ให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ฟ้องคดีต่อ ศาลปกครองได้ การดำเนินการแต่งตั้ง ก.พ.ค.ตร. ให้กระทำให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ก หนา้ ๘๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการ ยุติธรรม
(๔) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการ ยุติธรรมให้เกิดผลในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับ หน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจให้เหมาะสมและแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ของข้าราชการตำรวจให้เกิดประสิทธิภาพ มีหลักประกันว่าข้าราชการตำรวจจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้าย และการพิจารณาบำเหน็จความชอบตามระบบคุณธรรม ที่ชัดเจน ซึ่งในการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้ายต้องคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน เพื่อให้ข้าราชการตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพได้อย่างมีอิสระ ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของบุคคลใด มีประสิทธิภาพและภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตน จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ โดยโอนย้ายภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจหลักออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นภารกิจหลักและบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว แก้ไข บทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจให้เกิดประสิทธิภาพ โดยแบ่งออกเป็น กลุ่มสายงานต่าง ๆ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจในแต่ละกลุ่มสายงานสามารถเจริญเติบโตตามกลุ่มสายงานด้วยความรู้ ความชำนาญในสายงานของตน การกำหนดกระบวนการในการแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งไว้ให้ชัดเจน โดยคำนึงถึงอาวุโส ความรู้ความสามารถ และความพึงพอใจในบริการที่ประชาชนได้รับ ให้มีคณะกรรมการ พิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องร้องทุกข์ รวมทั้งการกำหนด ระบบคุณธรรมให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นที่พึ่งของข้าราชการตำรวจในการปลดเปลื้องทุกข์ของข้าราชการตำรวจที่เกิดจาก ผู้บังคับบัญชา รวมทั้งให้มีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ เพื่อเป็นกลไกสำหรับประชาชน ในการร้องเรียนการปฏิบัติที่ไม่ชอบของข้าราชการตำรวจอันเป็นการปลดเปลื้องทุกข์ของประชาชนที่เกิดจาก การกระทำของตำรวจ ตลอดจนให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ โดยการให้เงินอุดหนุนแก่สถานีตำรวจ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจนั้น และจัดตั้งกองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา เพื่อเป็นแหล่งสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
หนา้ ๒๘
หนา้ ๓๔
การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/1978ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMGQxN2E3YTctMzY2MS00ZGE2LTk1N2EtNGNkYzkwYTY3MTg1IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJUwMDA0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTY1LTY04LiBLTEuUERGIn0.NYvujfHSmXz1yS5dA4z4x6J6D7kQDdVgUuUxu8mFO0Q82 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:f4b24e41bd801bac697c7fb4d5cfd44a5adaa4b2072dd03de4fc6b5036f0cbbdดึงเมื่อ 2026-08-23T15:48:29.495Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR