พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๘69 มาตรา8 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 30 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 14a6e756… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การจัดตั้ง วัตถุประสงค์ หน้าที่และอำนาจมาตรา ๕–๘ · 4 มาตรา
  2. หมวด ๒ ทุน รายได้ และทรัพย์สินมาตรา ๙–๑๒ · 4 มาตรา
  3. หมวด ๓ การบริหารและการดำเนินกิจการมาตรา ๑๓–๓๕ · 23 มาตรา
  4. หมวด ๔ หน่วยบริหารจัดการทุนมาตรา ๓๖–๔๗ · 12 มาตรา
  5. หมวด ๕ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานมาตรา ๔๘–๕๒ · 5 มาตรา
  6. หมวด ๖ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสำนักงานมาตรา ๕๓–๕๖ · 4 มาตรา
  7. หมวด ๗ การกำกับดูแลมาตรา ๕๗ · 1 มาตรา
  8. บทเฉพาะกาลมาตรา ๕๘–๖๙ · 12 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ขึ้นเป็นองค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๓ การบริหารและการดำเนินกิจการ

    23 มาตรา
  2. ๑๓

    ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการสำนักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่” ประกอบด้วย

    (๑) ประธานกรรมการ ซึ่ งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ งจากผู้ มี ความรู้ ความเชี่ ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์เกี่ยวกับการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมในภาคการผลิตและบริการ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับประเทศและเชิงพื้นที่ หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ ต่อกิจการของสำนักงาน

    (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสามคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้ อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้ อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

    (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินหกคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ ประจักษ์ในด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ การวิจัย การสร้างนวัตกรรม การนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการของสำนักงาน โดยอย่างน้อยสี่คนต้องมาจาก ผู้มีความเชี่ยวชาญการบริหารงานในสาขาที่เป็นขอบเขตรับผิดชอบของหน่วยบริหารจัดการทุน ให้ผู้ อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง และให้ผู้ อำนวยการหน่วย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการ ซึ่งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  3. ๑๔

    หน่วยงานซึ่ งประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง หรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิสังกัดอยู่ ไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรทุนจากสำนักงาน เว้นแต่คณะรัฐมนตรีโดยข้อเสนอ ของสภานโยบายมีมติให้หน่วยงานตามที่ระบุสามารถรับทุนได้ในปีงบประมาณใดปีงบประมาณหนึ่งเป็นปี ๆ ไป

  4. ๑๕

    ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี และไม่เกินเจ็ดสิบปี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๒) ไม่เป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสำนักงาน

    (๓) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการที่กระทำกับสำนักงาน หรือในกิจการที่ เป็นการแข่งขันกับกิจการของสำนักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในนิติบุ คคล ซึ่งสำนักงานเป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา ๘

    (๕) หรือลงทุนหรือร่วมลงทุนตามมาตรา ๘

    (๖) ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

  5. ๑๖

    ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่ ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

  6. ๑๗

    ในกรณีที่ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ ทรงคุณวุฒิ จะพ้นจากตำแหน่ง ตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายในเก้าสิบวัน ก่อนวันที่ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งครบกำหนดตามวาระ

  7. ๑๘

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อน ความสามารถ

    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๕

  8. ๑๙

    ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก ผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทนหรือผู้ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว เว้นแต่ วาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและยังมีกรรมการ เหลืออยู่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง และในกรณีที่ประธานกรรมการ พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้กรรมการที่เหลือเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการ เป็นการชั่วคราว

  9. ๒๐

    คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการและการดำเนินงาน ของสำนักงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ หน้าที่และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

    (๑) กำหนดนโยบายการบริหารและจัดการทุน การบริหารงาน การบริหารจัดการ ของหน่วยบริหารจัดการทุน และการจัดหาทุน และให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงาน

    (๒) อนุมัติงบประมาณประจำปี รายงานการเงิน แผนการลงทุน และการดำเนินโครงการ ตามที่คณะกรรมการกำหนด

    (๓) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับสำนักงานในเรื่องดังต่อไปนี้

    (ก) การบริหารงานทั่วไป การจัดแบ่งส่วนงานภายใน และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว

    (ข) การให้ทุ น การลงทุนหรือร่วมลงทุน และการให้บริการ โดยคณะกรรมการ อาจกำหนดระเบียบในเรื่ องดังกล่าวเป็นการทั่ วไปและอาจมอบหมายให้หน่วยบริหารจัดการทุน เป็นผู้ออกระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสำหรับหน่วยนั้นเพิ่มเติมเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้

    (ค) การจัดหาเงินทุน

    (ง) การสรรหา การแต่งตั้ง และการถอดถอนผู้อำนวยการและผู้อำนวยการหน่วย การปฏิบัติงานและการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการหน่วย การรักษาการแทนและการมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทน

    (จ) การกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่น ของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (ฉ) การกำหนดประมวลจริยธรรมในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้ อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการหน่วย และเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน

    (ช) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การพัฒนา การประเมินผลงาน การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์และการอุทธรณ์ การลงโทษ ของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และลูกจ้าง

    (ซ) การบริหารและจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของสำนักงาน รวมทั้ง การบัญชีและการจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญ (ฌ)การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน (ญ)การแต่งตั้ง หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการตรวจสอบ

    (ฎ) การกำหนดขอบเขตเกี่ ยวกับการปฏิบัติ หน้าที่ ของคณะกรรมการตรวจสอบ และผู้ตรวจสอบภายใน

    (ฏ) การกำหนดเครื่องแบบผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการหน่วย เจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงาน และเครื่องหมายสำนักงาน

    (ฐ) การกำหนดเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นของที่ปรึกษาของคณะอนุกรรมการ ประจำหน่วย และคณะทำงาน

    (๔) ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการประจำหน่วย และให้ความเห็นชอบต่อ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการหน่วยโดยผู้อำนวยการและคณะอนุกรรมการประจำหน่วย

    (๕) ให้ความเห็นชอบในการกำหนดค่าบำรุง ค่าตอบแทน และค่าบริการในการดำเนินกิจการ ของสำนักงาน

    (๖) ให้ความเห็นชอบรายงานประจำปีเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรี

    (๗) กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงาน

    (๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะรัฐมนตรีหรือสภานโยบายมอบหมาย ระเบียบเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญตาม (๓)

    (ซ) ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

  10. ๒๑

    การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการด้วยโดยอนุโลม

  11. ๒๒

    ในการควบคุมดูแลการดำเนินงานของสำนักงาน ให้คณะกรรมการพิจารณา กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของสำนักงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่ งต้องเป็นไปเพื่ อประโยชน์สุ ขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ ต่ อภารกิจ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ ความซื่อสัตย์สุจริต การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การกระจายอำนาจ การตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน

  12. ๒๓

    คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา ของคณะกรรมการ และมีอำนาจแต่งตั้ งคณะกรรมการตรวจสอบตามมาตรา ๒๐ (๓)

    (ญ) และคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการที่กระทำกับ สำนักงานหรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของสำนักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในนิติบุคคล ซึ่งสำนักงานเป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา ๘

    (๕) หรือลงทุนหรือร่วมลงทุนตามมาตรา ๘

    (๖) ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ให้นำความในมาตรา ๒๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

  13. ๒๔

    ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่น ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  14. ๒๕

    ให้สำนักงานมีผู้ อำนวยการคนหนึ่ ง เป็นผู้ บริหารกิจการของสำนักงาน ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการ และให้มีรองผู้อำนวยการคนหนึ่ง เพื่อเป็นผู้ช่วยปฏิบัติงาน ด้านบริหารของผู้อำนวยการตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก คณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจสรรหา แต่งตั้ง และถอดถอนผู้อำนวยการ การสรรหาผู้ อำนวยการ ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการซึ่ งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  15. ๒๖

    ในการแต่งตั้ งผู้ อำนวยการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่มีเหตุต้องแต่งตั้งผู้อำนวยการ และหากมีเหตุผลจำเป็น คณะกรรมการอาจขยายระยะเวลา ได้อีกไม่เกินหกสิบวัน หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการพัฒนา และส่งเสริมองค์การมหาชนรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการ

  16. ๒๗

    ผู้ อำนวยการต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการ ของสำนักงานตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์และหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน สามารถทำงาน ให้แก่สำนักงานได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วย องค์การมหาชนด้วย

  17. ๒๘

    ผู้อำนวยการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

  18. ๒๙

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) ออกตามกรณีที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการกับผู้อำนวยการ

    (๔) คณะกรรมการให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อน ความสามารถ

    (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๒๗ มติของคณะกรรมการให้ผู้อำนวยการออกจากตำแหน่งตาม

    (๔) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยไม่นับรวมผู้อำนวยการ การขาดคุณสมบัติ เพราะมีอายุเกินหกสิบห้าปี ให้ถื อว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่ง ตามกำหนดเวลาในสัญญาจ้าง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

  19. ๓๐

    ภายใต้บังคับมาตรา ๕๓ วรรคสองและวรรคสาม ให้ผู้อำนวยการมีหน้าที่ บริหารกิจการของสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของสำนักงาน มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด นโยบาย และมติของคณะกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชา รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการหน่วย เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกตำแหน่ง รวมทั้งให้มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของสำนักงานต่อคณะกรรมการ

    (๒) เสนอเป้าหมาย แผนงาน โครงการ และงบประมาณประจำปีต่ อคณะกรรมการ เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักงานบรรลุวัตถุประสงค์

    (๓) บริหารจัดการ กำกับ และติดตามให้หน่วยบริหารจัดการทุนดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของสำนักงาน รวมทั้ งดำเนินการให้เกิดการเชื่ อมโยงการทำงานระหว่าง หน่วยบริหารจัดการทุนเพื่อให้เกิดผลสูงสุดต่อการพัฒนาความสามารถการแข่งขันของภาคการผลิต และบริการ การสร้างรากฐานไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาพื้นที่ และการยกระดับคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจฐานราก

    (๔) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงาน รวมทั้ง รายงานการเงินต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา

    (๕) เสนอความเห็นเกี่ ยวกับการปรับปรุงกิจการและการดำเนินงานของสำนักงาน ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสำนักงานต่อคณะกรรมการ ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของสำนักงาน

  20. ๓๑

    ผู้อำนวยการมีอำนาจ

    (๑) แต่งตั้ งและถอดถอนรองผู้ อำนวยการและผู้ อำนวยการหน่วยโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการ

    (๒) บรรจุ แต่งตั้ ง เลื่ อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ดำเนินการทางวินัย และลงโทษ ทางวินัยเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานตามมาตรา ๔๘ (๑) และ

    (๓) ตลอดจนให้บุคคลดังกล่าวออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด นโยบาย หรือมติของคณะกรรมการ

    (๔) กำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินงานของหน่วยบริหารจัดการทุน

    (๕) ดำเนินการอื่นตามที่สภานโยบายหรือคณะกรรมการมอบหมาย

  21. ๓๒

    รองผู้ อำนวยการต้องมีคุ ณสมบัติ และไม่มี ลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับ ผู้อำนวยการ และมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระของผู้อำนวยการ เมื่อผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่ง ให้รองผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งด้วย แต่อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน และให้นำความในมาตรา ๒๙ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระของรองผู้อำนวยการด้วย โดยอนุโลม โดยมิให้ถือว่ามีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่ แต่งตั้ งรองผู้ อำนวยการจากเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ นั้ นพ้นจากตำแหน่งเดิมที่ ดำรงอยู่ เมื่ อพ้นจากตำแหน่งรองผู้ อำนวยการ ให้แต่งตั้ งผู้ นั้ นกลับไปดำรงตำแหน่งที่ ไม่ต่ำกว่าตำแหน่ง และเงินเดือนเดิม

  22. ๓๓

    ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหรือผู้อำนวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองผู้ อำนวยการรักษาการแทน ถ้าไม่มี รองผู้ อำนวยการหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ ได้ ให้ผู้อำนวยการหน่วยตามลำดับที่คณะกรรมการกำหนด รักษาการแทน ถ้าไม่มีผู้อำนวยการหน่วย หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน ตามมาตรา ๔๘ (๑) หรือ

    (๓) คนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทน ให้ผู้รักษาการแทนตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับผู้อำนวยการ ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นแต่งตั้งให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการ หรือให้มีหน้าที่และอำนาจอย่างใด ให้ผู้รักษาการแทนเป็นกรรมการหรือมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับ ผู้อำนวยการด้วย แล้วแต่กรณี

  23. ๓๔

    ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้แทนของสำนักงาน เพื่ อการนี้ ผู้ อำนวยการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้แต่ต้องเป็นไป ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก ให้ผู้อำนวยการมอบอำนาจทั่วไป อำนาจในการทำนิติกรรม การฟ้องและการดำเนินคดี หรือการอื่นใดในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานของหน่วยบริหารจัดการทุนให้แก่ผู้อำนวยการหน่วย รวมทั้งมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการหน่วยมอบอำนาจต่อได้ เพื่อให้การบริหารงานของหน่วยบริหารจัดการ ทุนคล่องตัวและเป็นอิสระ ทั้งนี้ ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

  24. ๓๕

    ให้คณะกรรมการเป็นผู้ กำหนดเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ของผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด คณะกรรมการอาจกำหนดให้รองผู้ อำนวยการและผู้ อำนวยการหน่วย ได้รับเงินเดือน และประโยชน์ตอบแทนอื่นโดยนำหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามวรรคหนึ่งมาใช้เป็นแนวทางด้วย โดยอนุโลม หรือได้รับเงินเดือน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14458ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiOTdkZWY3OTYtMDk3Yi00ZjEwLWIyNGYtMDg0N2M1OWYzOWUwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguK0wMDE3IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY4LTky4LiBLTExLnBkZiJ9.WhkV-53nTudLtzGvHtVrJZTImKjg3kjwutfxO9zrEJs30 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:14a6e756479b8768dd6899489e9ffbbbf50036b14e55d0c4c5e77dd31bded0a8ดึงเมื่อ 2026-08-23T18:51:06.079Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR