พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการผ่อนชำระภาษีการรับมรดก พ.ศ. ๒๕๕๙

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๕๙10 มาตราต้นฉบับ PDF · 5 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 e0948136… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

พระราชกฤษฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การผ่อนชำระภาษีการรับมรดก พ.ศ. ๒๕๕๙ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นปีที่ ๗๑ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการผ่อนชำระภาษีการรับมรดก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. ๒๕๕๘ จึงทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการผ่อนชำระภาษีการรับมรดก พ.ศ. ๒๕๕๙”

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. ในการผ่อนชำระภาษี ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีและ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ แต่ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ เสียภาษีถึงแก่ความตายโดยยังมิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีแทนผู้ตาย ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีได้ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๒๑ ก คำร้องขอผ่อนชำระภาษีตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในเวลา ที่กฎหมายกำหนดหรือเวลาที่อธิบดีอนุญาตให้เลื่อนออกไป ณสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา และให้เป็นไป ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด

  4. ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีและปรากฏว่ามีภาษีที่ต้องเสียเพิ่มขึ้น ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ไม่ว่าจะได้มีการชำระภาษีหรือการผ่อนชำระภาษีแล้วหรือไม่ อาจยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษี ตามจำนวนที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นจากการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมิน โดยให้ยื่นภายในวันสุดท้าย ของกำหนดเวลาชำระภาษีที่ต้องเสียเพิ่มขึ้น ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีถึงแก่ความตาย ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการประเมินภาษีของเจ้าพนักงาน ประเมิน หากได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือเวลาที่อธิบดีอนุญาตให้เลื่อน ออกไปแล้ว ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีแทนผู้ตายยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษี สำหรับจำนวนภาษีที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นจากการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินได้ คำร้องขอผ่อนชำระภาษีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ยื่นภายในวันสุดท้ายของกำหนดเวลา ชำระภาษีที่ต้องเสียเพิ่มขึ้น ณสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีนั้น และให้เป็นไป ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ห้ามมิให้มีการผ่อนชำระภาษี ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินประเมินภาษีแล้วพบว่ามูลค่ามรดก ที่ต้องเสียภาษีขาดไปเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้า หรือพบว่ามีรายการที่ผู้ยื่นมิได้แสดงไว้ในแบบแสดงรายการภาษี หรือแสดงไว้เป็นเท็จ

  5. ผู้ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีตามมาตรา ๓หรือมาตรา ๔ต้องแจ้งรายละเอียด การผ่อนชำระภาษี แล้วแต่กรณี ในคำร้อง โดยอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

    (๑) จำนวนปีที่จะผ่อนชำระภาษีซึ่งต้องไม่เกินห้าปี

    (๒) จำนวนงวดที่จะผ่อนชำระภาษีในแต่ละปีโดยกำหนดเป็นงวดรายเดือน งวดรายสามเดือน งวดรายหกเดือน หรืองวดรายสิบสองเดือน

    (๓) จำนวนเงินที่จะผ่อนชำระภาษีในแต่ละปี

    (๔) จำนวนเงินที่จะต้องชำระในแต่ละงวด โดยมีจำนวนเงินเท่ากันทุกงวดซึ่งเฉลี่ยตามจำนวนเงิน ที่จะผ่อนชำระภาษีในแต่ละปี

    (๕) หลักประกันการผ่อนชำระภาษีตามมาตรา ๖ ผู้ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีต้องจัดให้มีหลักประกันตามวรรคหนึ่ง

    (๕) ภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ยื่นคำร้อง หากไม่จัดให้มีหลักประกันอย่างครบถ้วนตามที่แจ้งไว้ภายในเวลาดังกล่าว ให้สิทธิ การผ่อนชำระภาษีสิ้นสุดลง เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๒๑ ก

  6. ผู้ผ่อนชำระภาษีต้องจัดให้มีหลักประกันการผ่อนชำระภาษีอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ จนกว่าจะสิ้นสุดเวลาการผ่อนชำระภาษี

    (๑) หนังสือค้ำประกันของสถาบันการเงินภายในประเทศไทยตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยให้ ส่งมอบหนังสือค้ำประกันดังกล่าวต่อกรมสรรพากร

    (๒) ที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของผู้ผ่อนชำระภาษีหรือของบุคคลอื่นโดยจดทะเบียน จำนองไว้ต่อกรมสรรพากร

    (๓) กรรมสิทธิ์ห้องชุดในอาคารชุดของผู้ผ่อนชำระภาษีหรือของบุคคลอื่นโดยจดทะเบียน จำนองไว้ต่อกรมสรรพากร

    (๔) พันธบัตรรัฐบาลของผู้ผ่อนชำระภาษีหรือของบุคคลอื่น โดยทำสัญญาจำนำไว้ต่อกรมสรรพากร หลักประกันการผ่อนชำระภาษีตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่มีภาระผูกพันและมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าภาษี ที่ต้องชำระ โดยทรัพย์สินตาม

    (๒) และ(๓) ให้ใช้ราคาประเมินที่ใช้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินในการกำหนดหรือคิดคำนวณมูลค่า

  7. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีปฏิบัติตามมาตรา ๕ และมาตรา ๖ ครบถ้วนแล้ว ให้อธิบดีอนุญาตการผ่อนชำระภาษีตามคำร้องนั้น เมื่อมีการอนุญาตให้มีการผ่อนชำระภาษีแล้ว ให้การผ่อนชำระภาษีตามมาตรา ๓ มีผลนับตั้งแต่ วันถัดจากวันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่อธิบดีอนุญาต ให้เลื่อนออกไป สำหรับการผ่อนชำระภาษีตามมาตรา ๔ ให้มีผลนับตั้งแต่วันยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษี

  8. ผู้ผ่อนชำระภาษีต้องชำระภาษีภายในวันสุดท้ายแห่งงวดที่ถึงกำหนดชำระนั้น ในกรณีผู้ผ่อนชำระภาษีประสงค์จะชำระภาษีให้เสร็จสิ้นก่อนกำหนดเวลาที่ขอผ่อนชำระภาษี ผู้ผ่อนชำระภาษีจะชำระภาษีในแต่ละงวดหรืองวดใดงวดหนึ่งเป็นจำนวนมากกว่าจำนวนที่ขอผ่อนชำระภาษี ในแต่ละงวดก็ได้ ทั้งนี้ แม้จำนวนปีที่ผ่อนชำระและจำนวนงวดที่ผ่อนชำระในแต่ละปีจะไม่เป็นไปตามที่ ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีไว้ ก็ให้กระทำได้ กรณีผู้ผ่อนชำระภาษีไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ หรือไม่ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่ง ให้ผู้ผ่อนชำระภาษีหมดสิทธิการผ่อนชำระภาษีและต้องชำระภาษีที่ค้างอยู่ทั้งจำนวนพร้อมเงินเพิ่ม โดยให้ คำนวณเงินเพิ่มนับตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือนับตั้งแต่วันพ้นกำหนดวันสุดท้าย ของกำหนดเวลาชำระภาษีที่ต้องเสียเพิ่มขึ้น แล้วแต่กรณี จนถึงวันที่ชำระภาษีครบถ้วน

  9. การผ่อนชำระภาษีภายในเวลาสองปี ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม สำหรับเงินเพิ่มที่อาจคำนวณได้ตลอดระยะเวลาการผ่อนชำระภาษีนั้น การผ่อนชำระภาษีที่มีเวลาเกินกว่าสองปี ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละศูนย์จุดห้าต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของเงินภาษีที่ต้องชำระ โดยให้คำนวณเงินเพิ่มนับตั้งแต่วันที่การผ่อนชำระภาษีมีผล เว้นแต่จะมีการชำระภาษี เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๒๑ ก ครบถ้วนภายในเวลาสองปี ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม และให้นำเงินเพิ่มที่ได้ชำระแล้วมาหักออกจาก ภาษีที่ต้องชำระ

  10. ๑๐

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๒๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีการรับมรดก พ.ศ. ๒๕๕๘บัญญัติให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดกจะผ่อนชำระภาษีการรับมรดกที่ต้องเสียก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/927ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNTcyNTQyMzktYWZmNi00YWQ2LWFiY2YtMjhkYTU0OWVkZGM0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKAwMDA5IOC4nuC4o-C4jiAyNTU5LTIx4LiBLTcuUERGIn0.NK5rlfK6-9EsO3J4I1bBp58qg_aq_OaaTb6G7lkIanE5 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:e0948136ed689b9b395d9644f11a73b62195fe53f0315b0ae259317593541ed8ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:27:11.357Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR