พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๔๕63 มาตรา8 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 28 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 16362d48… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการมาตรา ๗–๑๙ · 13 มาตรา
  2. หมวด ๒ การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดมาตรา ๒๐–๓๒ · 13 มาตรา
  3. หมวด ๓ การจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและการจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ กมาตรา ๓๓–๓๕ · 3 มาตรา
  4. หมวด ๔ ภาคและเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาคมาตรา ๓๖–๓๘ · 3 มาตรา
  5. หมวด ๕ งบประมาณและการบริหารงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดมาตรา ๓๙–๕๐ · 12 มาตรา
  6. หมวด ๖ การบริหารงานบุคคลแบบบูรณาการมาตรา ๕๑–๕๔ · 4 มาตรา
  7. หมวด ๗ การกำกับและติดตามมาตรา ๕๕–๕๘ · 4 มาตรา
  8. บทเฉพาะกาลมาตรา ๕๙–๖๓ · 5 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒๑ พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักการการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๒ วรรคสาม มาตรา ๕๓/๑ วรรคสาม และมาตรา ๕๓/๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่ แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕” เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒๒

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑

  4. ในพระราชกฤษฎีกานี้ “จังหวัด” หมายความว่า จังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่ไม่รวมถึงกรุงเทพมหานคร “กลุ่มจังหวัด” หมายความว่า จังหวัดหลายจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นเป็นกลุ่มจังหวัดตามมาตรา ๓๓ “ภาค” หมายความว่า พื้นที่ที่จัดตั้งขึ้นเป็นภาคตามมาตรา ๓๖ “แผนพัฒนาจังหวัด” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดเป้าหมาย การพัฒนา ประเด็นการพัฒนา แนวทางการพัฒนา แผนงาน และโครงการสำคัญของจังหวัด ที่จำเป็นต้องจัดทำเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปี “แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนด เป้าหมายการพัฒนา ประเด็นการพัฒนา แนวทางการพัฒนา แผนงาน และโครงการสำคัญของ กลุ่มจังหวัด ที่จำเป็นต้องจัดทำเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาของกลุ่มจังหวัด ในอนาคต “เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกำหนดเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาคที่สอดคล้องเชื่อมโยงกับแผนระดับชาติและนโยบาย รัฐบาล มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ครอบคลุมทุกมิติ เป็นเครื่องมือบูรณาการแผนของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนระดับชาติ นโยบายของรัฐบาล และประเด็นการพัฒนาภาคสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประเทศ และตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ “แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด” หมายความว่า แผนที่แปลงแผนพัฒนาจังหวัดสู่ การปฏิบัติโดยระบุโครงการต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องดำเนินการในจังหวัดในแต่ละปีงบประมาณเพื่อให้เป็นไป ตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีและแนวทางการพัฒนาจังหวัด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒๓ “แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด” หมายความว่า แผนที่แปลงแผนพัฒนา กลุ่มจังหวัดสู่การปฏิบัติโดยระบุโครงการต่างๆที่จำเป็นต้องดำเนินการในกลุ่มจังหวัดในแต่ละปีงบประมาณ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาของกลุ่มจังหวัดและแนวทางการพัฒนากลุ่มจังหวัด ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงการดำเนินงานและความร่วมมือกับกระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือเอกชน “โครงการสำคัญ” หมายความว่า โครงการที่จำเป็นต้องจัดทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย การพัฒนาจังหวัดยี่สิบปี หรือเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาของกลุ่มจังหวัดในอนาคต แล้วแต่กรณี ทั้งที่เป็นโครงการของจังหวัด กลุ่มจังหวัด ส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น “งบประมาณจังหวัด” หมายความว่า รายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่จังหวัดได้รับ จัดสรรเพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด “งบประมาณกลุ่มจังหวัด” หมายความว่า รายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่กลุ่มจังหวัด ได้รับจัดสรรเพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และหน่วยงานอื่นในบังคับบัญชาหรือกำกับดูแลของฝ่ายบริหาร แต่ไม่รวมถึง องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ “ผู้แทนภาคประชาสังคม” หมายความว่า ผู้แทนซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุมระดับจังหวัด ของสภาองค์กรชุมชนตำบลตามกฎหมายว่าด้วยสภาองค์กรชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคมอื่น ที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการกำหนด “พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี” หมายความรวมถึงพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมและพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายด้วย “กฎ” หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป

  5. การปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ในเรื่องใดยังไม่สมควรที่ส่วนราชการ จังหวัด กลุ่มจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานใดของรัฐจะปฏิบัติ หรือปฏิบัติโดยมีหลักเกณฑ์ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒๔ เงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาอย่างใด ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยข้อเสนอของคณะกรรมการ นโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แบบบูรณาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ คณะรัฐมนตรีอาจกำหนดตามข้อเสนอของคณะกรรมการ นโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ยกเว้นให้ส่วนราชการ จังหวัด กลุ่มจังหวัด องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งของทางราชการที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไปในเรื่องใดก็ได้

  6. ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

  7. หมวด ๑ การบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

    13 มาตรา
  8. การบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ต้องเป็นไปตามหลักการพัฒนา อย่างยั่งยืนเพื่อความผาสุกของประชาชนในพื้นที่ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การอำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยสอดคล้องกับหลักการ ดังต่อไปนี้

    (๑) การพัฒนาแบบองค์รวมซึ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การรักษาความสงบเรียบร้อยและการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้าในทุกมิติ และ การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

    (๒) การบริหารงานให้เป็นไปตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และเป้าหมาย และแนวทางการพัฒนาภาค

    (๓) การบริหารแผนงาน โครงการ กิจกรรมในโครงการ งบประมาณ และบุคลากร ในจังหวัด เพื่อให้เกิดการปฏิบัติราชการร่วมกันโดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีเป็นหลัก

    (๔) การส่งเสริมและดำเนินการให้เกิดความร่วมมืออย่างจริงใจระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชนในจังหวัด

    (๕) การกระจายอำนาจการตัดสินใจไปสู่ระดับผู้ปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและ ความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒๕

    (๖) การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มีความโปร่งใส และมีการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของ การปฏิบัติราชการ ให้ใช้หลักการตามวรรคหนึ่ง ในการตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้บังคับ พระราชกฤษฎีกานี้

  9. เพื่อประโยชน์แห่งการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการตามหลักการ ในมาตรา ๗ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกแนวปฏิบัติในการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ โดยไม่ขัด ต่อกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ หรือมติของคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ

  10. ให้มีคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เรียกโดยย่อว่า “ก.น.บ.” ประกอบด้วย

    (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ

    (๒) รองนายกรัฐมนตรีทุกคน รัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กำกับและติดตาม การปฏิบัติราชการในภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทยผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นกรรมการ

    (๓) นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทย และนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ

    (๔) ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นกรรมการ

    (๕) ผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดและ ออกจากราชการไปแล้ว จำนวนไม่เกินสามคน เป็นกรรมการ

    (๖) ผู้แทนภาคประชาสังคมซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่เกินสองคน เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติมอบหมาย ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนสำนักงบประมาณ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒๖ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของ ก.น.บ. ประธานกรรมการอาจให้เชิญ ผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่และอำนาจโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณา ให้เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราว ในฐานะกรรมการด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการสำหรับ การประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน กรรมการตาม (๕) และ

    (๖) มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี การประชุมของ ก.น.บ. ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ในกรณี ที่นายกรัฐมนตรีไม่มาประชุม ให้รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายทำหน้าที่ประธาน ในที่ประชุม

  11. ๑๐

    ก.น.บ. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) วางระบบในการบริหารงานแบบบูรณาการ และบูรณาการแผนของหน่วยงานของรัฐ และแผนพัฒนาระดับพื้นที่ในจังหวัด กลุ่มจังหวัด และภาคเพื่อให้สามารถบริหารงาน แก้ไขปัญหา และพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้ได้รับประโยชน์สูงสุด

    (๒) กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนา กลุ่มจังหวัด เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด แผนปฏิบัติ ราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด และการจัดทำและบริหารงบประมาณจังหวัดหรืองบประมาณ กลุ่มจังหวัด

    (๓) พิจารณา กลั่นกรอง และให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีของกลุ่มจังหวัด การขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีของจังหวัด และการขอตั้งงบประมาณ รายจ่ายประจำปีของกลุ่มจังหวัด แล้วเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ

    (๔) กำกับดูแลการจัดทำแผนปฏิบัติราชการห้าปีของส่วนราชการ แผนปฏิบัติราชการประจำปี ของส่วนราชการ และแผนการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ ในพื้นที่จังหวัด กลุ่มจังหวัด และภาค ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒๗

    (๕) ขับเคลื่อนการปฏิบัติตามแผนในพื้นที่ของหน่วยงานของรัฐ ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนา จังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค โดยคำนึงถึงศักยภาพหรือ ประเด็นปัญหาในพื้นที่

    (๖) ควบคุมดูแลและวินิจฉัยสั่งการ ให้การบริหารแผนงาน โครงการ กิจกรรมในโครงการ งบประมาณและบุคลากรในจังหวัดมีการปฏิบัติราชการร่วมกันอย่างแท้จริง รวมทั้งสนับสนุนความร่วมมือ อย่างแท้จริงระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชน ในจังหวัด เพื่อร่วมกันดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และเป้าหมายและ แนวทางการพัฒนาภาค

    (๗) พิจารณาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาอันเกิดจากนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ หรือคำสั่งของราชการส่วนกลางหรือหน่วยงานของรัฐที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาจังหวัดตามที่ ก.บ.จ. หรือ ก.บ.ก. เสนอ เพื่อมีมติให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ ก.น.บ. กำหนด

    (๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือบุคคลเพื่อทำการแทนหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ก.น.บ. มอบหมาย

    (๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ก.น.บ. ต้องคำนึงถึงข้อเสนอแนะของผู้ว่าราชการจังหวัด ก.บ.จ. และ ก.บ.ก. ด้วย

  12. ๑๑

    ให้ ก.น.บ. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการประจำภาคประกอบด้วย

    (๑) รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีซึ่ง ก.น.บ. มอบหมาย เป็นประธานอนุกรรมการ

    (๒) ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการ เป็นอนุกรรมการ

    (๓) ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีเขตตรวจราชการอยู่ในพื้นที่ภาค เป็นอนุกรรมการ

    (๔) ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ภาค เป็นอนุกรรมการ

    (๕) ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นอนุกรรมการและ เลขานุการ และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ คณะอนุกรรมการประจำภาคอาจมีมติให้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ความเห็นได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒๘ คณะอนุกรรมการประจำภาคมีหน้าที่และอำนาจทำการแทน ก.น.บ. ในพื้นที่ภาคและรายงาน ให้ ก.น.บ. ทราบ ให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการประจำภาคสองเดือนต่อหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย เว้นแต่ ไม่มีเรื่องพิจารณา ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจเรียกประชุมคณะอนุกรรมการประจำภาคได้ทัน ให้รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการประจำภาคโดยข้อเสนอของเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาดำเนินการแทนคณะอนุกรรมการประจำภาค ไปพลางก่อนได้ แล้วแจ้งให้คณะอนุกรรมการประจำภาคทราบ

  13. ๑๒

    ให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรับผิดชอบงาน เลขานุการของ ก.น.บ. และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ ก.น.บ. มอบหมาย

  14. ๑๓

    ในจังหวัดหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.บ.จ.” ประกอบด้วย

    (๑) ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ

    (๒) รองผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคน เป็นกรรมการ

    (๓) ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการที่มีสำนักงานอยู่ในจังหวัดไม่ว่าจะมีฐานะเป็นราชการบริหาร ส่วนภูมิภาคหรือราชการบริหารส่วนกลาง เป็นกรรมการ

    (๔) ผู้แทนรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ในจังหวัด เป็นกรรมการ

    (๕) ผู้แทนหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งมิใช่รัฐวิสาหกิจที่มีสำนักงานอยู่ในจังหวัด เป็นกรรมการ

    (๖) ผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่น เป็นกรรมการ

    (๗) ผู้แทนภาคประชาสังคม เป็นกรรมการ

    (๘) ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัด และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด เป็นกรรมการ จังหวัดใดมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่นนั้นด้วย จังหวัดใดที่มีความจำเป็นต้องกำหนดให้มีกรรมการซึ่งมาจากผู้แทนหน่วยงานปฏิบัติการ ด้านความมั่นคง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเป็นผู้พิจารณากำหนดองค์ประกอบเพิ่มเติมได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒๙ ให้หัวหน้าสำนักงานจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้ว่าราชการจังหวัดจะแต่งตั้ง ผู้ช่วยเลขานุการจำนวนไม่เกินสองคนก็ได้ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของ ก.บ.จ. ประธานกรรมการอาจให้ เชิญผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่และอำนาจโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณา ให้เข้าร่วมประชุมเป็น ครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการ สำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน กรรมการตาม (๓) (๔) และ

    (๕) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งตามจำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ก.น.บ. กำหนด จำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่นตาม

    (๖) และผู้แทน ภาคประชาสังคมตาม

    (๗) ให้เป็นไปตามที่ ก.น.บ. กำหนด โดยให้คำนึงถึงสัดส่วนของหญิงและชาย ที่ใกล้เคียงกัน กรรมการตาม (๓) (๔) (๕) (๖) และ

    (๗) มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี การประชุมของ ก.บ.จ. ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

  15. ๑๔

    ก.บ.จ. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) วางแนวทางปฏิบัติและอำนวยการให้การบริหารงานแบบบูรณาการในจังหวัดเป็นไป ตามหลักการตามมาตรา ๗ นโยบาย และระบบที่ ก.น.บ. กำหนด

    (๒) จัดทำแผนพัฒนาจังหวัดเสนอต่อที่ประชุมตามมาตรา ๒๔ เพื่อรับฟังความคิดเห็น

    (๓) กำกับดูแลให้แผนพัฒนาท้องถิ่นในเขตจังหวัด และการดำเนินงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นตามแผนดังกล่าวสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และ เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค

    (๔) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือการพัฒนาให้เป็นไปตามแผนพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน ระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชน เพื่อสร้าง บรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด

    (๕) จัดทำบันทึกความร่วมมือกับฝ่ายต่าง ๆ ที่สนับสนุนการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๓๐

    (๖) วิเคราะห์ บูรณาการ และจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและคำขอ งบประมาณรายจ่ายประจำปีของจังหวัด เพื่อนำเสนอต่อ ก.น.บ.

    (๗) กำกับ ให้คำแนะนำ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาจังหวัดและ แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด เพื่อรายงานให้ ก.น.บ. ทราบ

    (๘) เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาอันเกิดจากนโยบาย ระเบียบข้อบังคับ มติ หรือ คำสั่งของราชการส่วนกลางหรือของหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งปัญหาอื่นที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา จังหวัด ต่อ ก.น.บ. เพื่อพิจารณา

    (๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำการแทนหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ก.บ.จ. มอบหมาย

    (๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามที่ ก.น.บ. หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ในกรณีที่ ก.บ.จ. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตาม

    (๒) คณะอนุกรรมการดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วยผู้แทนตามมาตรา ๑๓

    (๖) ไม่น้อยกว่าสามคน และผู้แทนตามมาตรา ๑๓

    (๗) ไม่น้อยกว่าสองคน

  16. ๑๕

    ในกลุ่มจังหวัดหนึ่งให้มีคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ คณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.บ.ก.” ประกอบด้วย

    (๑) หัวหน้ากลุ่มจังหวัดตามมาตรา ๓๓ เป็นประธานกรรมการ

    (๒) ผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มจังหวัดทุกจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการ

    (๓) ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการ

    (๔) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในกลุ่มจังหวัดทุกจังหวัด เป็นกรรมการ

    (๕) ผู้แทนภาคประชาสังคม เป็นกรรมการ

    (๖) ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน เป็นกรรมการ ให้ผู้แทนสำนักงบประมาณซึ่งผู้อำนวยการสำนักงบประมาณมอบหมายเข้าร่วมประชุม ก.บ.ก. ในฐานะที่ปรึกษา ก.บ.ก. เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของ ก.บ.ก. ประธานกรรมการ อาจให้เชิญผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่และอำนาจโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณา ให้เข้าร่วมประชุม เป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะ เป็นกรรมการสำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๓๑ กลุ่มจังหวัดใดที่มีความจำเป็นต้องกำหนดให้มีกรรมการซึ่งมาจากผู้แทนหน่วยงานปฏิบัติการ ด้านความมั่นคง ก.บ.ก. กลุ่มจังหวัดนั้นอาจแต่งตั้งผู้แทนดังกล่าวได้ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.น.บ. กำหนด ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยคนหนึ่ง เป็นกรรมการ และเลขานุการ และหัวหน้าสำนักงานจังหวัดในกลุ่มจังหวัดทุกจังหวัด เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ จำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาสังคมตาม

    (๕) และผู้แทนภาคธุรกิจ เอกชนตาม

    (๖) ให้เป็นไปตามที่ ก.น.บ. ประกาศกำหนด โดยต้องคำนึงถึงสัดส่วนของหญิงและชาย ที่ใกล้เคียงกัน กรรมการตาม (๕) และ

    (๖) มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี การประชุมของ ก.บ.ก. ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

  17. ๑๖

    ก.บ.ก. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) วางแนวทางปฏิบัติและอำนวยการให้การบริหารงานแบบบูรณาการในกลุ่มจังหวัดเป็นไป ตามหลักการตามมาตรา ๗ นโยบาย และระบบที่ ก.น.บ. กำหนด

    (๒) จัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดเสนอต่อที่ประชุมตามมาตรา ๒๔ เพื่อรับฟังความคิดเห็น

    (๓) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือการพัฒนาให้เป็นไปตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดอย่าง ยั่งยืนระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชน เพื่อสร้าง บรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของกลุ่มจังหวัด

    (๔) วิเคราะห์ บูรณาการ และจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดและคำขอ งบประมาณรายจ่ายประจำปีของกลุ่มจังหวัด เพื่อนำเสนอต่อ ก.น.บ.

    (๕) กำกับ ให้คำแนะนำ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด เพื่อรายงานให้ ก.น.บ. ทราบ

    (๖) เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาอันเกิดจากนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ หรือ คำสั่งของราชการส่วนกลางหรือของหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งปัญหาอื่นที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา กลุ่มจังหวัดต่อ ก.น.บ. เพื่อพิจารณา

    (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำการแทนหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ก.บ.ก. มอบหมาย

    (๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามที่ ก.น.บ. หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๓๒ ในกรณีที่ ก.บ.ก. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดตาม

    (๒) คณะอนุกรรมการดังกล่าวอย่างน้อยต้องประกอบด้วยผู้แทนตามมาตรา ๑๕

    (๔) ไม่น้อยกว่าสองคน และผู้แทนตามมาตรา ๑๕ (๕) และ

    (๖) ด้านละสองคน

  18. ๑๗

    เพื่อให้การบริหารงานในจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) บริหารงานจังหวัดให้เป็นไปตามหลักการตามมาตรา ๗

    (๒) ประสาน เชื่อมโยง และกำกับให้ส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชน ดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนา กลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์

    (๓) บริหารงบประมาณจังหวัดและงบประมาณกลุ่มจังหวัด และควบคุมดูแลการบริหาร งบประมาณของหน่วยงานต่างๆในเขตจังหวัด ให้เกิดการบูรณาการในการดำเนินการตามแผนพัฒนา จังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีของกลุ่มจังหวัด

    (๔) กำกับดูแลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำคำของบประมาณและบริหารงบประมาณ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติ ราชการประจำปีของจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด

    (๕) ส่งเสริมและสนับสนุนภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการและ แก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน

    (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามที่ ก.น.บ. หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

  19. ๑๘

    ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อาจบริหารงานจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด แบบบูรณาการได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพราะเหตุที่หน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติหรือไม่ให้ ความร่วมมือในการปฏิบัติตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปี ของจังหวัด หรือแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด หรือเพราะเหตุอื่นใด ให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดรายงานต่อคณะอนุกรรมการประจำภาคหรือคณะอนุกรรมการที่ ก.น.บ. มอบหมายโดยเร็ว และให้คณะอนุกรรมการดังกล่าวพิจารณาและมีมติสั่งการต่อไป เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๓๓ ให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ปฏิบัติตามมติของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง

  20. ๑๙

    ให้หัวหน้ากลุ่มจังหวัดมีหน้าที่และอำนาจประสาน เร่งรัด และติดตาม การดำเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานของรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด รวมทั้งมีหน้าที่และอำนาจดำเนินการอื่นตามที่ ก.น.บ. มอบหมาย

  21. หมวด ๒ การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด

    13 มาตรา
  22. ๒๐

    ให้ ก.บ.จ. กำหนดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดครั้งละยี่สิบปี ให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และต้องคำนึงถึงเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค ความต้องการและศักยภาพของประชาชนในจังหวัด ทั้งนี้ เพื่อนำเสนอ ก.น.บ. พิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการและศักยภาพของประชาชนในพื้นที่ตามวรรคหนึ่ง ให้ ก.บ.จ. สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.น.บ. กำหนด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันตามมาตรา ๒๔ เพื่อรับฟัง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามวรรคหนึ่ง

  23. ๒๑

    ให้ ก.บ.จ. จัดทำแผนพัฒนาจังหวัด โดยคำนึงถึงความต้องการและศักยภาพ ของประชาชนในจังหวัด ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาประเทศด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค และ นโยบายของรัฐบาล รวมตลอดถึงความพร้อมของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชน แผนพัฒนาจังหวัดอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของเป้าหมายการพัฒนาซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามมาตรา ๒๐ ประเด็นการพัฒนา เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย แนวทางการพัฒนา แผนงาน โครงการสำคัญและกิจกรรมในโครงการ งบประมาณที่ต้องใช้ หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ระยะเวลาในการดำเนินโครงการซึ่งสอดรับกันระหว่างการดำเนินการของทุกหน่วยงาน และเรื่องอื่นที่ ก.น.บ. กำหนด แผนพัฒนาจังหวัดให้มีระยะเวลาห้ำปี ให้นำความในมาตรา ๒๐ วรรคสองมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๓๔

  24. ๒๒

    เมื่อส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการห้าปี หรือรัฐวิสาหกิจ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ จัดทำแผนยุทธศาสตร์ หรือแผนที่ เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งมีระยะเวลายาวกว่าหนึ่งปีและในแผนดังกล่าวมีโครงการที่จะดำเนินงานในพื้นที่ จังหวัด ให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวแจ้งโครงการและประมาณการงบประมาณนั้นให้จังหวัดทราบ เพื่อประกอบการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด

  25. ๒๓

    ให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด รวมทั้งนโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ หรือคำสั่งของราชการส่วนกลางหรือหน่วยงานของรัฐ และ ปัญหาอื่นที่เป็นอุปสรรค และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการเพื่อให้แผนพัฒนาจังหวัด เกิดผลสำเร็จและแนวทางในการจัดให้มีกฎขึ้นใหม่ ปรับปรุง ยกเลิก หรือยกเว้นกฎที่เป็นปัญหาอุปสรรค ในการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด และให้ ก.บ.จ. เสนอ ก.น.บ. ไปพร้อมกับแผนดังกล่าว ให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการดำเนินการและกฎตามวรรคหนึ่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ภายในระยะเวลาที่ ก.น.บ. กำหนด

  26. ๒๔

    ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันกับบุคคล ดังต่อไปนี้ เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามมาตรา ๒๐ และแผนพัฒนาจังหวัดที่ ก.บ.จ. จัดทำตามมาตรา ๒๑

    (๑) หัวหน้าส่วนราชการที่มีสถานที่ตั้งทำการอยู่ในจังหวัดหรือมีเขตอำนาจหน้าที่ในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาคหรือราชการบริหารส่วนกลาง

    (๒) หัวหน้าหน่วยงานที่เป็นรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐบรรดาที่มีสถานที่ตั้ง ทำการอยู่ในจังหวัดหรือมีเขตอำนาจหน้าที่ในจังหวัด

    (๓) ผู้บริหารท้องถิ่นทั้งหมดในจังหวัด

    (๔) ผู้แทนภาคประชาสังคม

    (๕) ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน จำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาสังคมตาม

    (๔) และผู้แทนภาคธุรกิจ เอกชนตาม

    (๕) ให้เป็นไปตามที่ ก.น.บ. ประกาศกำหนด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๓๕ เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ ก.บ.จ. นำผลการประชุมปรึกษาหารือ และความคิดเห็น ของที่ประชุมมาปรับปรุงแผนพัฒนาจังหวัดให้สมบูรณ์ แล้วเสนอ ก.น.บ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป ทั้งนี้ ให้ส่งสำเนาให้ ก.บ.ก. ทราบด้วย

  27. ๒๕

    เมื่อแผนพัฒนาจังหวัดประกาศใช้แล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งแผนพัฒนา จังหวัดต่อส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ บรรดาที่มีสถานที่ตั้งอยู่ในจังหวัด หรือที่มีโครงการที่จะดำเนินงานในพื้นที่จังหวัด เพื่อให้ดำเนินการ จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของส่วนราชการหรือแผนปฏิบัติงานประจำปีของหน่วยงานดังกล่าว แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด การจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของส่วนราชการ หรือแผนปฏิบัติงานประจำปีของ หน่วยงานของรัฐในส่วนที่ดำเนินการในพื้นที่จังหวัด แผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการดำเนินกิจการของจังหวัดและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด ดังกล่าว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งแผนพัฒนาจังหวัดให้องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดทราบ

  28. ๒๖

    ในกรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่งตามที่ ก.น.บ. กำหนด ก.บ.จ. อาจปรับ เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามมาตรา ๒๐ ได้ โดยให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง และมาตรา ๒๔ ด้วยโดยอนุโลม และต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.น.บ.

  29. ๒๗

    ในกรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่งตามที่ ก.น.บ. กำหนด ก.บ.จ. อาจปรับปรุง แผนพัฒนาจังหวัดใหม่ก่อนสิ้นอายุของแผน โดยให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๔ ด้วย โดยอนุโลม ทั้งนี้ การปรับปรุงดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามมาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๖ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการประจำภาคตามมาตรา ๑๑

  30. ๒๘

    ให้ ก.บ.จ. จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดให้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดยี่สิบปีตามมาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๖ และแผนพัฒนาจังหวัด โดยคำนึงถึงการดำเนินงานและความร่วมมือกับกระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือเอกชน ซึ่งอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของโครงการสำคัญและโครงการอื่น ที่จำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาของจังหวัด เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน หน่วยงานผู้รับผิดชอบ และ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๓๖ งบประมาณที่จะต้องใช้ดำเนินการและต้องระบุให้ชัดเจนว่าโครงการหรืองานใดที่จังหวัดประสงค์จะขอตั้ง งบประมาณจากสำนักงบประมาณโดยตรง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.น.บ. กำหนด เมื่อจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดส่งแผนดังกล่าวให้ ก.บ.ก. เพื่อประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด

  31. ๒๙

    เมื่อจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดเสร็จ หากหน่วยงานของรัฐ ผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจกรรมในแผนจำเป็นต้องได้รับอนุญาต อนุมัติ หรือความเห็นชอบ จากหน่วยงานของรัฐ หรือผู้มีอำนาจหรือคณะกรรมการตามที่มีกฎหมายหรือกฎกำหนดไว้ ให้หน่วยงานนั้น ยื่นคำขอเพื่อให้ผู้มีอำนาจอนุญาต อนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบพิจารณาแล้วแจ้งผลการพิจารณา ให้หน่วยงานของรัฐที่ยื่นคำขอทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ ผู้มีอำนาจหรือคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งไม่เห็นชอบหรือ ไม่แจ้งผลการพิจารณาให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจกรรมในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของ จังหวัดทราบภายในสามสิบวัน ให้ ก.น.บ. เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ โดยอาจเสนอไปพร้อมกับ แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐ ผู้มีอำนาจหรือคณะกรรมการตามกฎหมายหรือกฎที่มีอำนาจอนุญาต อนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบนั้น ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ ผู้มีอำนาจหรือคณะกรรมการที่มีอำนาจอนุญาต อนุมัติ หรือ ให้ความเห็นชอบมิได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามวรรคหนึ่ง หรือไม่ให้ความร่วมมือตามมติคณะรัฐมนตรี ตามวรรคสอง หากเกิดความเสียหายใดขึ้น ให้ถือว่าบุคคลซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องและหัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐนั้นจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการปฏิบัติหน้าที่ แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะพิสูจน์ ได้ว่าการไม่ให้ความร่วมมือหรือความล่าช้านั้นมิได้เกิดจากความผิดของตน

  32. ๓๐

    ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งโครงการในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานของรัฐหน่วยใดหน่วยหนึ่งหรือหลายหน่วย ให้หน่วยงานของรัฐหน่วยนั้นทราบเพื่อประสานการดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการประจำปี ของจังหวัด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๓๗

  33. ๓๑

    ให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐแจ้งแผนปฏิบัติราชการประจำปี หรือ แผนปฏิบัติงานประจำปีของหน่วยงานของรัฐในส่วนที่ดำเนินการในพื้นที่จังหวัด พร้อมทั้งระบุเวลาที่จะ เริ่มดำเนินโครงการตามแผนนั้นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นด้วยกับแผนปฏิบัติราชการประจำปีหรือแผนปฏิบัติงาน ประจำปีของหน่วยงานของรัฐ หรือระยะเวลาที่จะเริ่มดำเนินโครงการตามแผน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทราบเพื่อปรับแผนหรือระยะเวลาให้เหมาะสมต่อไป การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง เกี่ยวกับแผนปฏิบัติราชการประจำปีหรือ แผนปฏิบัติงานประจำปีของหน่วยงานของรัฐ ที่กำหนดโครงการซึ่งต้องดำเนินการโดยผ่านพื้นที่ ของหลายจังหวัด เช่น ทางหลวง อ่างเก็บน้า คลองส่งน้า หรือครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด เช่น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้เป็นไปตามที่ ก.น.บ. กำหนด

  34. ๓๒

    ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด และงบประมาณจังหวัดก่อนสิ้นอายุของแผน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำเสนอ ก.บ.จ. พิจารณาแล้วให้ขอ ความเห็นชอบ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโครงการที่มิใช่โครงการสำคัญเมื่อ ก.บ.จ. ให้ความเห็นชอบแล้ว ให้รายงานให้คณะอนุกรรมการประจำภาคทราบ

    (๒) กรณีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโครงการที่มิใช่โครงการสำคัญ โดยการเพิ่มโครงการใหม่ ที่มิได้อยู่ในแผนปฏิบัติราชการประจำปี ให้ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสำนักงบประมาณ และผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบ และรายงานให้คณะอนุกรรมการประจำภาคทราบ

    (๓) กรณีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโครงการสำคัญ ให้ขอความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการ ประจำภาค การขอและให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.น.บ. กำหนด สำหรับวิธีการงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

  35. หมวด ๓ การจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและการจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก

    3 มาตรา
  36. ๓๓

    ให้ ก.น.บ. พิจารณาจัดตั้งกลุ่มจังหวัดเพื่อร่วมกันบูรณาการเชิงพื้นที่ ในการพัฒนา การปฏิบัติภารกิจ และการบริหารงบประมาณในโครงการที่กลุ่มจังหวัดจะได้ประโยชน์ร่วมกัน หรือเพื่อใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด และกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัดทำหน้าที่เป็นหัวหน้า กลุ่มจังหวัด เว้นแต่ ก.น.บ. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น

  37. ๓๔

    ให้ ก.บ.ก. ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดให้สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาในอนาคตที่ ก.น.บ. กำหนด โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชน ในกลุ่มจังหวัดที่ไม่ซ้าซ้อนกับความต้องการของประชาชนในแต่ละจังหวัด ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นโยบายของรัฐบาล และแผนพัฒนาจังหวัดในพื้นที่ กลุ่มจังหวัด รวมตลอดถึงความพร้อมของภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ต้องให้ความสำคัญกับโครงการขนาดใหญ่ที่จังหวัด ในกลุ่มจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น โรงไฟฟ้าขยะ ระบบชลประทาน ระบบขนส่ง ระบบ เตือนภัยพิบัติ โดยต้องระบุแผนงานของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่จะดำเนินการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดไว้ด้วย เพื่อให้ทราบถึงความต้องการของประชาชนในกลุ่มจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ให้ ก.บ.ก. สำรวจ ความคิดเห็นของประชาชนในกลุ่มจังหวัดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.น.บ. กำหนด ให้นำความในมาตรา ๒๑ วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๒ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

  38. ๓๕

    การเสนอโครงการในการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด และการเสนอคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกลุ่มจังหวัดสำหรับโครงการดังกล่าว ต้องเป็น โครงการที่กลุ่มจังหวัดจะได้ประโยชน์ร่วมกันหรือเชื่อมโยงกัน เพื่อใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีการบูรณาการการดำเนินโครงการร่วมกันของจังหวัดในกลุ่มจังหวัด ทั้งนี้ ตามที่ ก.น.บ. กำหนด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๓๙

  39. หมวด ๔ ภาคและเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค

    3 มาตรา
  40. ๓๖

    ให้ ก.น.บ. พิจารณาจัดตั้งภาคเพื่อให้ราชการส่วนกลาง จังหวัด กลุ่มจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ ร่วมกันบูรณาการเชิงพื้นที่ในการพัฒนา การปฏิบัติภารกิจ และการบริหารงบประมาณ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ และตอบสนอง ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  41. ๓๗

    ให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจัดทำเป้าหมายและ แนวทางการพัฒนาภาคซึ่งมีระยะเวลาห้าปี ทั้งนี้ ตามนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ก.น.บ. กำหนด แล้วเสนอ ก.น.บ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป ทั้งนี้ ให้ส่งสำเนาให้สำนักงบประมาณ ก.บ.จ. และ ก.บ.ก. เพื่อประกอบการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและ แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดด้วย ในการพิจารณาคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีของกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่จะดำเนินโครงการหรือกิจกรรมในภาค ให้สำนักงบประมาณ พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้โครงการหรือกิจกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค เป็นลำดับแรก

  42. ๓๘

    การประสานแผนและการประสานการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่ กลุ่มจังหวัดหรือจังหวัดที่อยู่ในกลุ่มจังหวัดต้องร่วมดำเนินการกับกลุ่มจังหวัดอื่นหรือจังหวัดอื่นที่อยู่นอก กลุ่มจังหวัด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.น.บ. กำหนด

  43. หมวด ๕ งบประมาณและการบริหารงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด

    12 มาตรา
  44. ๓๙

    เมื่อ ก.น.บ. ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีของจังหวัด และคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ให้ ก.น.บ. ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) แจ้งแผนพัฒนาจังหวัดและงบประมาณที่ต้องใช้ในแผนให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณทราบ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๔๐

    (๒) เสนอแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดพร้อมงบประมาณรายจ่ายประจำปีของ จังหวัดต่อผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเพื่อขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีของจังหวัด ก.น.บ. อาจมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะรัฐมนตรีเจ้าสังกัดของ จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้ ให้ถือว่าจังหวัดที่ทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของ จังหวัดซึ่งได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งได้ยื่นคำขอตั้งงบประมาณดังกล่าวต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัด และให้ถือว่าการเสนอแผนปฏิบัติราชการประจำปีพร้อมงบประมาณรายจ่ายประจำปีตาม

    (๒) เป็นการเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเห็นชอบและนำเสนอต่อผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ สำนักงบประมาณต้องดำเนินการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้เพียงพอต่อ การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด

  45. ๔๐

    ในกรณีที่จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดมีโครงการที่ต้องจัดซื้อหรือจัดจ้างเพื่อให้ได้มา ซึ่งสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบป้องกันภัย ระบบทะเบียน หรือระบบอื่น ในทำนองเดียวกัน โดยจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดจะไม่ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์ในสิ่ง ดังกล่าว แต่จะโอนสิ่งนั้นให้หน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งมีความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นผู้ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์ จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดต้องระบุไว้ในคำของบประมาณรายจ่าย ประจำปีที่เสนอต่อสำนักงบประมาณ

  46. ๔๑

    ในกรณีที่หน่วยงานใดของรัฐมีหน้าที่ดำเนินการในเรื่องใด และได้รับ งบประมาณรายจ่ายประจำปีสำหรับดำเนินการในเรื่องนั้นตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีของจังหวัด ให้หน่วยงานของรัฐนั้นแจ้งการได้รับการจัดสรรงบประมาณในเรื่องดังกล่าว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีผลใช้บังคับ ให้สำนักงบประมาณแจ้งการจัดสรรงบประมาณจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และ ก.น.บ. ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีมีผลใช้บังคับ ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีผ่านกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแจ้งการจัดสรรงบประมาณนั้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๔๑ การดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีมีผลใช้บังคับ แต่ในกรณี ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีโดยตรงในฐานะหน่วยรับ งบประมาณ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นผู้แจ้งการจัดสรรงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ตามกำหนดเวลาดังกล่าว

  47. ๔๒

    เพื่อความคล่องตัวและลดขั้นตอนในการบริหารงบประมาณจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบอำนาจหรือมอบหมายให้หัวหน้าส่วนราชการส่วนกลาง หัวหน้าส่วนราชการ ส่วนภูมิภาค หัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่น หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐ บรรดาซึ่งมีที่ตั้งหรือรับผิดชอบงาน ในจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารงบประมาณจังหวัดได้โดยมิให้ถือว่าเป็นการมอบอำนาจ ให้หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ ทั้งนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งสำเนาหลักฐานการมอบอำนาจให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ทราบด้วย

  48. ๔๓

    ในกรณีที่การปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด มีความจำเป็นต้องตั้งงบประมาณเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบป้องกันภัย ระบบทะเบียน หรือระบบอื่นในทำนองเดียวกัน ให้สำนักงบประมาณจัดสรร งบประมาณเพื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด โดยมีหน่วยงานของรัฐซึ่งมีบุคลากร ในจังหวัดที่จะปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์ และได้ทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ที่จะดำเนินการดังกล่าวกับจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐส่วนกลางประสงค์จะให้มีสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบ ตามวรรคหนึ่งในพื้นที่จังหวัด ให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานที่มีบุคลากรในจังหวัด ซึ่งสามารถปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์สิ่งดังกล่าวนั้นได้ การจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานของรัฐซึ่งไม่อาจหรือไม่สามารถปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้ ให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาสิ่งซึ่งได้จัดซื้อจัดจ้างตามมาตรานี้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๔๒

  49. ๔๔

    หน่วยงานของรัฐซึ่งทำความตกลงกับจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดตามมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง และหน่วยงานของรัฐส่วนกลางตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง มีหน้าที่ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบที่จัดซื้อจัดจ้างมาตามมาตรา ๔๓ การโอนสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบที่จัดซื้อจัดจ้างมาตามมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง ให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นผู้ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งดังกล่าว จะกระทำได้ เมื่อหน่วยงานอื่นซึ่งรับโอนนั้น มีบุคลากรในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์ และได้มี ความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้กับหน่วยงานผู้โอน รวมทั้งได้รับความเห็นชอบจาก ก.บ.จ. หรือ ก.บ.ก. โดยมิให้นำระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มาใช้บังคับ และแจ้งการโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กรมธนารักษ์ทราบด้วย

  50. ๔๕

    การให้หน่วยงานวิสาหกิจเพื่อสังคม ภาคประชาสังคม หรือภาคธุรกิจเอกชน เป็นผู้ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ หรือระบบตามมาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๔ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยข้อเสนอของ ก.น.บ. การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับจากการบำรุงรักษา และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นมากกว่าผลตอบแทนที่หน่วยงานของรัฐ จะได้รับจากหน่วยงานวิสาหกิจเพื่อสังคม ภาคประชาสังคม หรือภาคธุรกิจเอกชน

  51. ๔๖

    หน่วยงานใดของรัฐได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีซึ่งมิใช่ การดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดหรือแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดเพื่อนำไปใช้ในจังหวัด ให้หน่วยงานของรัฐนั้นแจ้งการได้รับการจัดสรรงบประมาณให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีมีผลใช้บังคับ หากหน่วยงานของรัฐมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณตามวรรคหนึ่งกลับหน่วยงานของรัฐ หรือโอนไปจังหวัดอื่น ให้กระทำได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นแล้ว

  52. ๔๗

    ให้จังหวัดรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณที่แสดงถึง ผลสำเร็จ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขในการดำเนินงานตามแผนพัฒนาจังหวัดและ แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด เสนอ ก.น.บ. และให้จัดส่งสำเนาให้สำนักงบประมาณทราบ ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๔๓ ในกรณีที่สำนักงบประมาณกำหนดให้จังหวัดจัดทำรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณตามแบบที่ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกำหนด ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายงานตามวรรคหนึ่ง

  53. ๔๘

    ให้นำความในหมวดนี้มาใช้บังคับแก่การจัดทำและบริหารงบประมาณ กลุ่มจังหวัดด้วยโดยอนุโลม กรณีใดที่มิได้กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ การดำเนินการในกรณีนั้น ให้เป็นไปตามที่ ก.น.บ. กำหนด

  54. ๔๙

    การแบ่งงบประมาณกลุ่มจังหวัดเป็นสัดส่วนตามจำนวนจังหวัดจะกระทำมิได้

  55. ๕๐

    ให้หัวหน้ากลุ่มจังหวัดบูรณาการการบริหารงบประมาณกลุ่มจังหวัด ให้เป็นไป ตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้มีประสิทธิผล หัวหน้ากลุ่มจังหวัดอาจมอบ อำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบอำนาจให้หัวหน้ากลุ่มจังหวัดได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.น.บ. กำหนด

  56. หมวด ๖ การบริหารงานบุคคลแบบบูรณาการ

    4 มาตรา
  57. ๕๑

    ในการพิจารณาจัดตั้งและยุบเลิกราชการส่วนภูมิภาคของกระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนกลางในภูมิภาค ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดใด และการพิจารณาอัตรากำลังของ ส่วนราชการดังกล่าว ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง แล้วแต่กรณี ขอความเห็นจากผู้ว่าราชการจังหวัดอันเป็นที่ตั้ง ของส่วนราชการนั้นประกอบการพิจารณาด้วย

  58. ๕๒

    ในกรณีที่ปลัดกระทรวงหรืออธิบดีจะมอบอำนาจการปฏิบัติราชการในเขตพื้นที่ จังหวัด ให้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอาจกำหนด เงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาดำเนินการหรือเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการ ประจำจังหวัดผู้รับมอบอำนาจดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาค รวมทั้งแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด หรือแผนปฏิบัติ ราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๔๔ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงหรืออธิบดีมอบหมายให้หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดปฏิบัติ ราชการใดเพิ่มเติมจากหน้าที่และอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ซึ่งมิใช่การมอบอำนาจ ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มอบหมายแจ้งการมอบหมายดังกล่าวให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบด้วย

  59. ๕๓

    ให้ปลัดกระทรวงหรืออธิบดีมอบอำนาจในการประเมินผลการปฏิบัติราชการ การเลื่อนเงินเดือน การให้บำเหน็จความชอบ และการดำเนินการทางวินัยข้าราชการส่วนภูมิภาค ในจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการและตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับมอบอำนาจแล้วห้ามมิให้มอบอำนาจนั้นให้แก่ ผู้ดำรงตำแหน่งอื่น ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการ การเลื่อนเงินเดือน และการให้บำเหน็จความชอบ ข้าราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องนำผลการปฏิบัติราชการตามมาตรา ๕๒ มาพิจารณาด้วย

  60. ๕๔

    เพื่อให้การดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดเป็นไป อย่างมีเอกภาพและเกิดประสิทธิผล ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่และอำนาจสั่งการให้หน่วยงานของรัฐ ที่ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดปฏิบัติตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีของจังหวัด หรือแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งยับยั้งหรือสั่งให้ยุติการดำเนินการใด ๆ ของข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เป็นไปตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีของจังหวัด หรือแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด ให้ผู้ได้รับคำสั่งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยพลัน ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งให้หัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐต้นสังกัดทราบด้วย และให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐต้นสังกัดให้ความร่วมมือดำเนินการในหน้าที่ และอำนาจให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งโดยเร็ว

  61. หมวด ๗ การกำกับและติดตาม

    4 มาตรา
  62. ๕๕

    เพื่อให้การบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการสัมฤทธิผล ให้คณะกรรมการ ตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๔๕ กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่และอำนาจร่วมกันเร่งรัด ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด เป้าหมาย และแนวทางการพัฒนาภาค แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด รวมทั้ง การบริหารงบประมาณจังหวัดและงบประมาณกลุ่มจังหวัด เพื่อรายงานผลการเร่งรัด ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อ ก.น.บ. อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เว้นแต่กรณี มีความจำเป็นเร่งด่วนอาจเสนอให้ ก.น.บ. พิจารณารายงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พร้อมข้อเสนอแนะ ก่อนการรายงานผลประจำปีก็ได้

  63. ๕๖

    เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติ ราชการประจำปีของจังหวัด ให้จัดทำบันทึกความร่วมมือระหว่างจังหวัดกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยอย่างน้อยต้องระบุหน้าที่และความรับผิดชอบ ของหน่วยงานตลอดจนงบประมาณที่ใช้ การแบ่งงานและการเชื่อมประสานงาน เพื่อให้การดำเนินงาน ตามแผนบรรลุวัตถุประสงค์ ตลอดจนการดูแลบำรุงรักษาสิ่งสาธารณูปโภคหรือสิ่งก่อสร้างหรือระบบอื่น ที่เกิดขึ้น เมื่อบันทึกความร่วมมือตามวรรคหนึ่งได้รับอนุมัติจาก ก.น.บ. แล้ว ให้ใช้บังคับได้ และ ให้หน่วยงานของรัฐนั้น เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามกฎหมายว่าด้วย วิธีการงบประมาณ

  64. ๕๗

    เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติ ราชการประจำปีของจังหวัดให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ จัดให้มี การประเมินผลการปฏิบัติราชการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี

  65. ๕๘

    ให้นำความในมาตรา ๕๖ และมาตรา ๕๗ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการ ตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดด้วย

  66. บทเฉพาะกาล

    5 มาตรา
  67. ๕๙

    บรรดาประกาศ หลักเกณฑ์ แนวทาง มติ หรือคำสั่ง ซึ่งได้ออกโดยอาศัย อำนาจตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๔๖ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งมี ผลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พระราชกฤษฎีกานี้ จนกว่าจะมีการออกประกาศ หลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ แนวทาง มติ หรือคำสั่ง ตามพระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ

  68. ๖๐

    ให้แผนพัฒนาภาค ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารงาน เชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาคตามพระราชกฤษฎีกานี้ และยังคงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะครบระยะเวลา ให้งบประมาณของส่วนราชการที่จะดำเนินการตามแผนพัฒนาภาคตามวรรคหนึ่ง เป็นงบประมาณตามเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาภาคตามพระราชกฤษฎีกานี้

  69. ๖๑

    ให้แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปี ของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด และการดำเนินการอื่นทั้งปวงที่เกี่ยวกับแผน ดังกล่าว รวมทั้งงบประมาณจังหวัด งบประมาณกลุ่มจังหวัด และงบประมาณของหน่วยงานของรัฐที่จะ ดำเนินการตามแผนดังกล่าว ทั้งนี้ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่ แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปี ของจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวกับแผนดังกล่าว รวมทั้งงบประมาณจังหวัด งบประมาณกลุ่มจังหวัด และงบประมาณของหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชกฤษฎีกานี้

  70. ๖๒

    ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สำรวจและทำรายงานสิ่งปลูกสร้าง ครุภัณฑ์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบอื่นในจังหวัด ซึ่งไม่มี การดูแล บำรุงรักษา ไม่มีการใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่ได้ รวมทั้งที่ชำรุดทรุดโทรมจนไม่อาจใช้ ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่จัดซื้อจัดจ้างมาโดยแยกเป็นประเภท และระบุหน่วยงานผู้จัดซื้อจัดจ้าง หน่วยงานผู้ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา หรือใช้ประโยชน์ และสาเหตุที่ก่อให้เกิดสภาพดังกล่าว พร้อมข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา แล้วแจ้งให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา ต่อไป เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๔๗

  71. ๖๓

    ในกรณีที่ได้มีการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัด ซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการหรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญผู้ใดอยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ และการดำเนินการทางวินัยนั้นยังไม่แล้วเสร็จ ให้ผู้มีอำนาจเดิม ดำเนินการทางวินัยแก่ผู้นั้นต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๔๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรรวมการบริหาร งานจังหวัด กลุ่มจังหวัด และภาคเข้าด้วยกัน เพื่อให้มีการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการอย่างแท้จริงและ ให้มีความเป็นเอกภาพสอดรับกัน จึงสมควรตราพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ขึ้นใช้บังคับแทนพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยให้มีคณะกรรมการนโยบายการบริหารงาน เชิงพื้นที่แบบบูรณาการเป็นองค์กรหลักแต่เพียงองค์กรเดียว และให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติรับผิดชอบงานเลขานุการแทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ รวมทั้งปรับปรุง ระบบการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและ กลุ่มจังหวัด ตลอดจนการกำกับและติดตามการดำเนินการตามแผนดังกล่าว กับทั้งกำหนดให้จัดทำเป้าหมาย และแนวทางการพัฒนาภาคแทนแผนพัฒนาภาคเดิม และเพิ่มเติมการจัดทำงบประมาณและการบริหารงาน บุคคลของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดขึ้นใหม่ เพื่อให้การบริหารงานจังหวัด กลุ่มจังหวัด และภาค เกิดการบูรณาการ การทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาพื้นที่ และอำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของประชาชน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

หนา้ ๓๘

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11185ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMzkyMWIwZDMtNzFiZi00OTU2LTg5YzUtNzY0NTE3MWUzODhiIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKMwMDM4IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY1LTUx4LiBLTIxLlBERiJ9.JeuUavpe4YgNTcFHqhnVd3QteBgasNavIfZ9NHE_Rrc28 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:16362d4893a3f742bbeb72d0ae5890fead66cdfc6625c077162c591287d60ae6ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:55:32.130Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR