พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ พ.ศ. ๒๕๖๑

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๑7 มาตราต้นฉบับ PDF · 3 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 ae3d9c8d… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

พระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และ ศาลแรงงานภาค ๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจ ศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ พ.ศ. ๒๕๖๑”

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๓ ก

  3. ให้ศาลแรงงานกลางมีเขตอำนาจในกรุงเทพมหานคร

  4. ให้ศาลแรงงานภาค ๑ มีเขตอำนาจในจังหวัดชัยนาท จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง

  5. ให้ศาลแรงงานภาค ๗ มีเขตอำนาจในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร และ จังหวัดสุพรรณบุรี

  6. บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ ยกเว้นอำเภอบางเสาธง ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานภาค ๑ บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดนครปฐมและจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลาง ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานภาค ๗ บรรดาคดีของท้องที่เขตดอนเมือง เขตบางเขน เขตสายไหม และเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งกำหนดให้นั่งพิจารณาที่จังหวัดนนทบุรี และของท้องที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งกำหนดให้นั่งพิจารณาที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งค้างพิจารณา อยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปใน ศาลแรงงานภาค ๑ หรือศาลแรงงานภาค ๗ แล้วแต่กรณี สำหรับบรรดาคดีของท้องที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง กำหนดให้นั่งพิจารณาที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานกลาง

  7. ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๓ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันเขตอำนาจศาลแรงงาน ยังไม่สอดคล้องกับโครงสร้างและเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค รวมทั้งสำนักงานอธิบดี ผู้พิพากษาภาค ๑ ถึงภาค ๙ และเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนให้สามารถเดินทางมายัง ศาลแรงงานได้โดยสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น สมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ และโดยที่มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม บัญญัติว่า ศาลชั้นต้นมีเขตตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลนั้นกำหนดไว้ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เขตอำนาจศาล เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/2365ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNDZkZDFkMWMtNDk1NS00ZTNmLTlhMmMtNTllODNjMzUyZDdiIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIgwMDE4IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTYxLTUzLTI0LlBERiJ9.mPPpjc12EO5inAXxd6Wg8Rg9n_JqaGiY_C0eCF9TyRc3 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:ae3d9c8dd424e387313d6f5a9bb8ea73c43578884b78ea1534e08a33a6102adfดึงเมื่อ 2026-08-23T17:27:44.994Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR