พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลมณฑลทหาร พ.ศ. ๒๕๕๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๕๘13 มาตราต้นฉบับ PDF · 7 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 b03e8ec2… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตอำนาจศาลมณฑลทหาร พ.ศ. ๒๕๕๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหาร และศาลมณฑลทหาร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลมณฑลทหาร พ.ศ. ๒๕๕๘”

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘เป็นต้นไป

  3. ให้ยกเลิก

    (๑) พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร พ.ศ. ๒๕๓๓

    (๒) พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗

    (๓) พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๒ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก

  4. ศาลมณฑลทหารมีเขตอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๒ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดฉะเชิงเทรา

    (๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๓ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง

    (๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๔ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง

    (๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๕มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    (๕) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๖ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร

    (๖) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๗มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี

    (๗) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๘มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    (๘) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๙ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด

    (๙) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ

    (๑๐) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอำนาจเจริญ

    (๑๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดกาฬสินธุ์

    (๑๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย

    (๑๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๕มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ

    (๑๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดมหาสารคาม

    (๑๕) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๗มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร

    (๑๖) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเลย และจังหวัดหนองบัวลำภู

    (๑๗) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสกลนคร และจังหวัดบึงกาฬ

    (๑๘) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร

    (๑๙) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดอุทัยธานี

    (๒๐) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดลำปาง

    (๒๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๓มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดลำพูน

    (๒๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๔มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดพะเยา

    (๒๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๕มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดแพร่

    (๒๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๖มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิจิตร เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก

    (๒๕) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๗มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดเชียงราย

    (๒๖) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๘มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดน่าน

    (๒๗) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๙มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย

    (๒๘) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑๐มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดตาก

    (๒๙) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๑ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจาก อำเภอทุ่งสง และจังหวัดภูเก็ต

    (๓๐) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๒ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสตูล

    (๓๑) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๓ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดกระบี่ และจังหวัดตรัง

    (๓๒) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๔มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง

    (๓๓) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๕มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดพังงา

    (๓๔) ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๖ มีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา

  5. บรรดาคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑลทหารบกใดในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้คงพิจารณาพิพากษาในศาลมณฑลทหารบกนั้น

  6. บรรดาคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกใดในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

    (๑) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกราชบุรี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๖

    (๒) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๗

    (๓) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๘

    (๔) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสระแก้ว ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๑๙

    (๕) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสุรินทร์ ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๕

    (๖) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๗

    (๗) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกพะเยา ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๔ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก

    (๘) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๕

    (๙) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๖

    (๑๐) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกเชียงราย ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๗

    (๑๑) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๙

    (๑๒) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกตาก ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๓๑๐

    (๑๓) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกทุ่งสง ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๓

    (๑๔) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกชุมพร ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๔

    (๑๕) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๕

    (๑๖) คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดทหารบกปัตตานี ให้พิจารณาพิพากษาในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๔๖

  7. ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ และศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๓มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดมหาสารคามด้วย บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์หรือจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ ในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖ให้คงพิจารณา พิพากษาต่อไปในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ แล้วแต่กรณี บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๖ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับ การขังระหว่างสอบสวนนั้น แล้วแต่กรณี ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖

  8. ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดเลย และศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๔มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดหนองบัวลำภูด้วย เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดเลยหรือจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๓หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ ในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ ให้คงพิจารณา พิพากษาต่อไปในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔แล้วแต่กรณี บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่าง สอบสวนนั้น แล้วแต่กรณี ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘

  9. ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดสกลนคร และจังหวัดบึงกาฬด้วย บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดสกลนครหรือจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๔ ในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๔ บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่างสอบสวนนั้น ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙

  10. ๑๐

    ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒ มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดมุกดาหาร และศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๔มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดนครพนมด้วย บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดมุกดาหารหรือจังหวัดนครพนม ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑล ทหารบกที่ ๒๒หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐ให้คงพิจารณา พิพากษาต่อไปในศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔แล้วแต่กรณี บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๒ หรือศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๔ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่าง สอบสวนนั้น แล้วแต่กรณี ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐

  11. ๑๑

    ในระหว่างที่ยังไม่เปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๘ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒มีเขตอำนาจตลอดถึงเขตท้องที่จังหวัดน่านด้วย บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดน่าน ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒ในวันเปิดทำการ ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๘ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒ บรรดาคดีของเขตท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒ มีคำสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนในวันเปิดทำการศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๘ให้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒ มีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการขังระหว่างสอบสวนนั้น ส่วนการฟ้องคดีให้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๘ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก

  12. ๑๒

    บรรดากฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดที่อ้างถึงศาลจังหวัด ทหารบกตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหาร พ.ศ. ๒๕๓๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ถือว่ากฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงศาลมณฑลทหารบก ตามพระราชกฤษฎีกานี้ แล้วแต่กรณี ดังนี้

    (๑) ศาลจังหวัดทหารบกราชบุรี ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๖

    (๒) ศาลจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๗

    (๓) ศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๘

    (๔) ศาลจังหวัดทหารบกสระแก้ว ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๙

    (๕) ศาลจังหวัดทหารบกสุรินทร์ ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๕

    (๖) ศาลจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๖

    (๗) ศาลจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๗

    (๘) ศาลจังหวัดทหารบกเลย ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๘

    (๙) ศาลจังหวัดทหารบกสกลนคร ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๙

    (๑๐) ศาลจังหวัดทหารบกนครพนม ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑๐

    (๑๑) ศาลจังหวัดทหารบกพะเยา ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๔

    (๑๒) ศาลจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๕

    (๑๓) ศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๖

    (๑๔) ศาลจังหวัดทหารบกเชียงราย ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๗

    (๑๕) ศาลจังหวัดทหารบกน่าน ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๘

    (๑๖) ศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๙

    (๑๗) ศาลจังหวัดทหารบกตาก ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑๐

    (๑๘) ศาลจังหวัดทหารบกทุ่งสง ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๓

    (๑๙) ศาลจังหวัดทหารบกชุมพร ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๔

    (๒๐) ศาลจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๕

    (๒๑) ศาลจังหวัดทหารบกปัตตานี ให้ถือว่าอ้างถึงศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๖

  13. ๑๓

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มีการกำหนดให้มณฑลทหารบก เป็นส่วนราชการที่ขึ้นต่อกองทัพภาคเพิ่มขึ้นและยกเลิกจังหวัดทหารบกทุกแห่ง รวมทั้งกำหนดหน้าที่และ เขตพื้นที่ของมณฑลทหารขึ้นใหม่ จึงสมควรยกเลิกเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบก และกำหนดเขตอำนาจศาลมณฑล ทหารบกเสียใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่และเขตพื้นที่ของมณฑลทหารบกที่เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/12132ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYWUxY2FjMDAtYjRlZi00NTEyLThiODctYzJlZWI3OWVjYmI5IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJgwMDA3IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTU4LTg24LiBLTEwNC5wZGYifQ.z2txZY7_jQxwuppzRuey1VBM4dXvxhDVFcq_3KPBedI7 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:b03e8ec2e3ae69afe0be1964c55547da0f06de58600269acb6e603581996ced4ดึงเมื่อ 2026-08-23T18:11:32.856Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR