พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๕๔9 มาตราต้นฉบับ PDF · 24 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 9df105e8… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๕๔ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นปีที่ ๖๖ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๕๔”

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย ราชภัฏอุบลราชธานี ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๕๓ ก

    (๑) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”

    (๒) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พท.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พท.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “พท.บ.”

    (๓) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”

    (๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.บ.”

    (๕) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”

    (๖) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.” เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๕๓ ก

    (๗) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

    (๘) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.”

    (๙) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

    (๑๐) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ส.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย

  4. ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีมีสามชั้น ดังต่อไปนี้

    (๑) ครุยดุษฎีบัณฑิตและครุยปรัชญาดุษฎีบัณฑิต

    (ก) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอดยาวเหนือข้อเท้า พอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรด ปลายแขน ดังต่อไปนี้ ๑) สำรดรอบขอบและสำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๑ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบสีชมพู กว้าง ๑ เซนติเมตร เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๕๓ ก ทาบแถบสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดเป็นแถบสีเทาเข้ม กว้าง ๔ เซนติเมตร กึ่งกลาง มีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบยาวตลอดแนว และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง ๒) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๓ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ถัดมาเป็นแถบสีชมพู กว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบห่างจากแถบสีทองข้างละ ๐.๕ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนสามแถบ ทาบห่างจากแถบสีชมพูข้างละ ๐.๕ เซนติเมตร ระยะห่างระหว่าง แถบสีประจำสาขาวิชา ๐.๕ เซนติเมตร

    (ข) ครุยปรัชญาดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอดยาวเหนือ ข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ ๑) สำรดรอบขอบและสำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๑ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบสีชมพู กว้าง ๑ เซนติเมตร เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดเป็นแถบสีเทาเข้ม กว้าง ๔ เซนติเมตร กึ่งกลางมีแถบสีแดงเข้ม กว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบยาวตลอดแนว และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง ๒) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๓ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ถัดมาเป็นแถบสีชมพู กว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบห่างจากแถบสีทองข้างละ ๐.๕ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีแดงเข้ม กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนสามแถบ ทาบห่างจากแถบสีชมพูข้างละ ๐.๕ เซนติเมตร ระยะห่าง ระหว่างแถบสีแดงเข้ม ๐.๕ เซนติเมตร

    (๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่ตอนกลางสำรดต้นแขน มีแถบสี ประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนสองแถบ ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา ๐.๕ เซนติเมตร

    (๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่ตอนกลางสำรดต้นแขน มีแถบสี ประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนหนึ่งแถบ เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๕๓ ก

  5. เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์ มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนลงยา สูง ๓.๕ เซนติเมตร ด้านหลังจารึกอักษรย่อชื่อปริญญา

  6. ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภา มหาวิทยาลัย อธิการบดี กรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี มีดังต่อไปนี้

    (๑) นายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ครุยเป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าโปร่งสีขาวผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน โดยพื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๑ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบสีชมพู กว้าง ๑ เซนติเมตร เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบสีทอง กว้าง ๐.๖ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดเป็นแถบสีทอง กว้าง ๒ เซนติเมตร มีสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทอง กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะฉลุสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ประดับระหว่าง ไหล่ทั้งสองข้าง

    (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี เว้นแต่ ไม่มีสายสร้อยประดับ และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง

    (๓) คณาจารย์ เช่นเดียวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย เว้นแต่ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๕ เซนติเมตร

  7. สีประจำสาขาวิชา มีดังต่อไปนี้

    (๑) สาขาวิชาการบัญชี สีม่วง

    (๒) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย สีเขียว

    (๓) สาขาวิชาการศึกษา สีฟ้า

    (๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ สีขาว

    (๕) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สีชมพู

    (๖) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สีน้ำตาล

    (๗) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สีเหลือง

    (๘) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สีเลือดหมู

    (๙) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ สีแสด

    (๑๐) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สีบานเย็น เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๕๓ ก

  8. ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีจัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุย ประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง

  9. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๕๓ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด และจะใช้อักษรย่อ สำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๖ ก พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับ สาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10536ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjcwNDA4N2YtMWY2OC00N2Q0LWI4YjEtZjdiMjJiNWM3YjczIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKEwMDM0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTU0LTUz4LiBLTEg4Lij4Lin4Lih4LmE4Lif4Lil4LmM4LiW4Li24LiH4LiJ4Lia4Lix4LiaIDQucGRmIn0.2a9Z6hjLVMq9jwESgBsjjVTei02tRt0nr1k-bqMDDeU24 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:9df105e8a1dcb11b7e57f82f1440928a0e7068231d52f3e4203bf3eed7c73ca1ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:39:21.419Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR