พระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๘11 มาตราต้นฉบับ PDF · 10 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 2642a83a… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก พระราชกฤษฎีกา กำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูก และสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖8 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่น และพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย รวมทั้งมาตรการควบคุมและตรวจสอบการกระทำ ดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕๕ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูก และสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย พ.ศ. ๒๕๖๘”

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

  3. ให้พื้นที่วิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้าย พระราชกฤษฎีกานี้ เป็นพื้นที่ทดลองเพาะปลูกพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย

  4. ให้พื้นที่องค์การเภสัชกรรมดังต่อไปนี้ เป็นพื้นที่ทดลองสกัดสารสำคัญ จากพืชฝิ่น เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย

    (๑) อาคารฝ่ายวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม องค์การเภสัชกรรม เลขที่ ๗๕/๑ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

    (๒) อาคารฝ่ายสมุนไพรและเภสัชเคมีภัณฑ์ องค์การเภสัชกรรม (สาขาธัญบุรี) เลขที่ ๑๓๘ หมู่ที่ ๔ ตำบลบึงสนั่น อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

  5. ให้พื้นที่สถาบันการศึกษาดังต่อไปนี้ เป็นพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัด สารสำคัญจากพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย

    (๑) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลขที่ ๕๐ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ในเขตพื้นที่ดังต่อไปนี้

    (ก) อาคารปฏิบัติการวิจัยกลาง สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร

    (ข) อาคารภาควิชาจุลชีววิทยา - ภาควิชาพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์

    (ค) อาคารภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์

    (ง) อาคารศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์

    (จ) อาคารสุขประชา วาจานนท์ คณะวิทยาศาสตร์

    (ฉ) อาคารอุตสาหกรรมเกษตร ๓ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร

    (๒) มหาวิทยาลัยขอนแก่น เลขที่ ๑๒๓ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ในเขตพื้นที่ดังต่อไปนี้

    (ก) พื้นที่และโรงเรือนของหมวดพืชผัก สาขาวิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์

    (ข) อาคาร AG๐๗ ชั้น ๔ สาขาวิชาโรคพืชวิทยาและกีฏวิทยา คณะเกษตรศาสตร์

    (ค) อาคารศูนย์สัตว์ทดลองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะแพทยศาสตร์

    (ง) อาคารสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมการผลิต คณะเภสัชศาสตร์

    (จ) อาคารอุทยานวิทยาศาสตร์ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

    (๓) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เลขที่ ๑๓๘๑ แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ในเขตพื้นที่อาคารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    (๔) มหาวิทยาลัยนเรศวร ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ในเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้

    (ก) โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะแพทยศาสตร์

    (ข) สถานสัตว์ทดลองเพื่อการวิจัย

    (ค) ห้อง MD๓๔๖ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์

    (ง) อาคาร ๔ คณะเภสัชศาสตร์

    (๕) มหาวิทยาลัยพายัพ เลขที่ ๒๗๒ ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในเขตพื้นที่อาคารวิวรณ์ สำนักบริการวิชาการ

    (๖) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เลขที่ ๖๓ หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในเขตพื้นที่ดังต่อไปนี้

    (ก) โรงเรือนฟาร์มมหาวิทยาลัย

    (ข) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางการเกษตรสำหรับบัณฑิตผู้ประกอบการ

    (ค) ศูนย์ทดสอบ วิจัยและพัฒนากัญชง สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร

    (ง) ศูนย์บริการวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาคาร ๖๐ปี แม่โจ้ คณะวิทยาศาสตร์

    (จ) ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพทางพืช อาคารจุฬาภรณ์ คณะวิทยาศาสตร์

    (ฉ) ห้อง ๔๐๑ อาคารวิศวกรรม คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร

    (ช) อาคารสาขาวิชาพืชผัก คณะผลิตกรรมการเกษตร

    (๗) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ ๑๕ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้

    (ก) โรงเพาะปลูก คณะวิทยาศาสตร์

    (ข) ห้องเตรียมชิ้นเนื้อ/ห้องวิจัย ๒ (PR๑๑๖) อาคารพรีคลินิก คณะวิทยาศาสตร์

    (ค) ห้องปฏิบัติการทางเภสัชวิทยา ๑ (PR๒๑๖) อาคารพรีคลินิก คณะวิทยาศาสตร์

    (ง) ห้องปฏิบัติการทางเภสัชวิทยา ๔ (PR๒๓๐) อาคารพรีคลินิก คณะวิทยาศาสตร์

    (จ) อาคารสถานสัตว์ทดลองภาคใต้ คณะวิทยาศาสตร์ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

  6. ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นผู้รับผิดชอบ และควบคุมการดำเนินการทดลองเพาะปลูกพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย ในเขตพื้นที่ตามมาตรา ๓ เพื่อส่งต่อให้องค์การเภสัชกรรมหรือสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ ดำเนินการตามมาตรา ๗ และมาตรา ๘ แล้วแต่กรณี โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรการควบคุมและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

    (๑) ที่มาของพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายที่จะเพาะปลูก ต้องได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด หรือได้รับอนุญาตให้นำไปใช้ประโยชน์ตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ว่าด้วยการตรวจรับ การตรวจพิสูจน์ การเก็บรักษา การทำลาย การนำไปใช้ประโยชน์ และการรายงานยาเสพติด

    (๒) สถานที่เพาะปลูก

    (ก) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่เพาะปลูก โดยเป็นป้าย ที่ทำจากวัสดุถาวร และมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่เพาะปลูกพืชฝิ่น และพืชเห็ดขี้ควายตามพระราชกฤษฎีกานี้

    (ข) จัดทำแนวเขตพื้นที่เพาะปลูกที่มีความมั่นคงแข็งแรงและเห็นได้ชัด

    (ค) แสดงแบบแปลนของตัวอาคาร ชั้น โรงเรือน หรือแปลงเพาะปลูก ณสถานที่เพาะปลูก

    (ง) ประตูทางเข้าออกพื้นที่เพาะปลูกทำจากวัสดุแข็งแรงและทนทาน สามารถป้องกัน การเข้าถึงจากบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง และจำกัดจำนวนประตูเข้าออกให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงทางหนีไฟด้วย

    (๓) การรักษาความปลอดภัย

    (ก) ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่เพาะปลูกและบริเวณประตูทางเข้าออก โดยมีระบบ บันทึกความจำและให้สำรองข้อมูลโดยอาจถ่ายโอนข้อมูลไว้ในอุปกรณ์รูปแบบอื่น ทั้งนี้ ให้จัดเก็บไว้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

    (ข) ควบคุมการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก โดยติดตั้งกุญแจล็อกหรือการควบคุม การเข้าออกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดบัญชีรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิเข้าออกพื้นที่ ในกรณี ที่บุคคลภายนอกจะเข้ามาศึกษาดูงานต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ได้รับมอบหมาย จากเลขาธิการ ป.ป.ส.

    (ค) จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่โดยรอบ

    (ง) จัดให้มีรายชื่อผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งกำหนดช่องทางการติดต่อ กรณีฉุกเฉิน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ออกนอกพื้นที่ ก

    (จ) จัดให้มีมาตรการตรวจสอบมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องลักลอบนำพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย

    (ฉ) ในกรณีที่พืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้ง สถานีตำรวจในท้องที่ทราบโดยเร็ว

    (๔) สถานที่จัดเก็บพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายจะต้องแยกเป็นสัดส่วน และจัดเก็บในที่ซึ่งมั่นคง แข็งแรง และมีกุญแจใส่ไว้ หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน

    (๕) การขนส่ง

    (ก) แจ้งกำหนดการขนส่งพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายไปยังพื้นที่ตามมาตรา ๔ หรือมาตรา ๕ เป็นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดต้นทางและปลายทางไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการขนส่ง

    (ข) จัดให้มียานพาหนะที่มีระบบป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง และการมองเห็น จากบุคคลภายนอก

    (ค) จัดให้มีภาชนะบรรจุพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายที่มีการปิดผนึกหรือระบบนิรภัยป้องกัน มิให้มีการเข้าถึงพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายในระหว่างการขนส่งได้โดยง่าย จนกระทั่งขนส่งไปถึงผู้รับ

    (ง) จัดให้มีผู้รับผิดชอบควบคุมการขนส่งและรักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสองคน

    (๖) การทำลายพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายที่เหลือจากการศึกษาวิจัย ให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการ ทำลายด้วยวิธีทำลายสภาพหรือทำให้พืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายเสื่อมสภาพไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก โดยแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบก่อนการทำลายไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

    (๗) การรายงาน

    (ก) ให้จัดทำบัญชีรับจ่ายพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย และรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกสามเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นเพาะปลูก

    (ข) ให้รายงานความคืบหน้าผลการศึกษาวิจัยการทดลองเพาะปลูกพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกหกเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นเพาะปลูก

  7. ให้ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมหรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมการดำเนินการสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่น ในเขตพื้นที่ ตามมาตรา ๔ โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรการควบคุมและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

    (๑) สถานที่สกัด

    (ก) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่สกัด โดยเป็นป้ายที่ทำจาก วัสดุถาวร และมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่สกัดพืชฝิ่น ตามพระราชกฤษฎีกานี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

    (ข) แสดงแบบแปลนของตัวอาคาร ชั้น โรงเรือน หรือสถานที่สกัด ณ สถานที่สกัด

    (ค) ประตูทางเข้าออกพื้นที่สกัดทำจากวัสดุแข็งแรงและทนทาน สามารถป้องกันการเข้าถึง จากบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง และจำกัดจำนวนประตูเข้าออกให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึง ทางหนีไฟด้วย

    (๒) การรักษาความปลอดภัย

    (ก) ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่สกัดและบริเวณประตูทางเข้าออก โดยมีระบบบันทึก ความจำและให้สำรองข้อมูลโดยอาจถ่ายโอนข้อมูลไว้ในอุปกรณ์รูปแบบอื่น ทั้งนี้ ให้จัดเก็บไว้เป็น ระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

    (ข) ควบคุมการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก โดยติดตั้งกุญแจล็อกหรือการควบคุมการเข้า ออกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดบัญชีรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิเข้าออกพื้นที่ ในกรณีที่บุคคลภายนอก จะเข้ามาศึกษาดูงานต้องได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมหรือผู้ได้รับมอบหมายจาก ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม

    (ค) จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่สกัดและพื้นที่โดยรอบ

    (ง) จัดให้มีรายชื่อผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งกำหนดช่องทางการติดต่อ กรณีฉุกเฉิน

    (จ) จัดให้มีมาตรการตรวจสอบมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องลักลอบนำพืชฝิ่นหรือสารสกัดจาก พืชฝิ่นออกนอกพื้นที่

    (ฉ) ในกรณีที่พืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้งสถานีตำรวจในท้องที่และเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบโดยเร็ว

    (๓) สถานที่จัดเก็บพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นจะต้องแยกเป็นสัดส่วน และจัดเก็บ ในที่ซึ่งมั่นคงแข็งแรง และมีกุญแจใส่ไว้ หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน

    (๔) ในกรณีที่จะส่งตัวอย่างพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นไปวิเคราะห์เพื่อวัดระดับปริมาณ สารสำคัญและสารปนเปื้อน ให้องค์การเภสัชกรรมส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการในสังกัด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยแจ้งให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

    (๕) การทำลายพืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นที่เหลือจากการศึกษาวิจัย ให้องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการทำลายด้วยวิธีทำลายสภาพหรือทำให้พืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นเสื่อมสภาพไม่สามารถ นำกลับมาใช้ได้อีก โดยแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบก่อนการทำลายไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

    (๖) การรายงาน

    (ก) ให้จัดทำบัญชีรับจ่ายพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นและรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกสามเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นสกัดสารสำคัญ

    (ข) ให้รายงานความคืบหน้าผลการศึกษาวิจัยการทดลองสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่น ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกหกเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นสกัดสารสำคัญ

  8. ให้อธิการบดีของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ หรือผู้ได้รับมอบหมายจาก อธิการบดีเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมการดำเนินการทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชเห็ดขี้ควาย ในเขตพื้นที่ตามมาตรา ๕ โดยให้นำมาตรการควบคุมและตรวจสอบการเพาะปลูกพืชเห็ดขี้ควาย ตามมาตรา ๖ และมาตรการควบคุมและตรวจสอบการดำเนินการสกัดสารสำคัญตามมาตรา ๗ มาใช้บังคับแก่การควบคุมการเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชเห็ดขี้ควายด้วยโดยอนุโลม ทั้งนี้ ผู้รับผิดชอบและควบคุมการดำเนินการและผู้ปฏิบัติงานในสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ พึงระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงมิให้นิสิตหรือนักศึกษาที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการศึกษาวิจัยดังกล่าว เว้นแต่มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยสถาบันการศึกษาจะต้องแจ้ง และขอความยินยอมจากผู้ปกครองของนิสิตหรือนักศึกษาด้วย กรณีที่จะส่งตัวอย่างพืชเห็ดขี้ควายหรือสารสกัดจากพืชเห็ดขี้ควายไปวิเคราะห์เพื่อวัดระดับ ปริมาณสารสำคัญและสารปนเปื้อนภายในพื้นที่ของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ ให้ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการขนส่งพืชเห็ดขี้ควายหรือสารสกัดจากพืชเห็ดขี้ควายแจ้งเป็นหนังสือต่ออธิการบดี ของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ ทราบก่อนการขนส่งไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

  9. ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการกำกับ ควบคุม และตรวจสอบการดำเนินการ ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควายในพื้นที่ทดลองเพาะปลูก และสกัดสารสำคัญให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและตรวจสอบตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ และให้องค์การเภสัชกรรมและสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๕ อำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือ กับสำนักงาน ป.ป.ส. และปฏิบัติตามคำแนะนำของเลขาธิการ ป.ป.ส. ในการดำเนินการเกี่ยวกับ มาตรการควบคุมและตรวจสอบที่จำเป็นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้

  10. ๑๐

    ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลเนื้อที่เพาะปลูก และสกัดสารสำคัญ พร้อมทั้งตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ รายงานรับจ่าย และการทำลายพืชฝิ่น และสารสกัดจากพืชฝิ่นตามพระราชกฤษฎีกานี้ และแจ้งข้อมูลประจำปีให้สำนักงาน อย. ทราบภายใน วันที่ ๓๑ มีนาคม ของปีถัดไป เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. รายงานผลการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้ให้คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทราบทุกหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

  11. ๑๑

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๕ แห่งประมวลกฎหมาย ยาเสพติด บัญญัติให้การกำหนดเขตพื้นที่หนึ่งพื้นที่ใดเพื่อทดลองเพาะปลูกพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติด ให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ หรือเพื่อผลิตและทดสอบ เกี่ยวกับยาเสพติด และการกำหนดให้มีมาตรการควบคุมและตรวจสอบการกระทำดังกล่าว ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงสมควรกำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูก และสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกฤษฎีกานี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11150ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZGMxN2EwOTctMzA2Zi00NTdhLTg1ZjAtYzdiZjUwZmQ3MjBlIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJswMDYwIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY4LTE04LiBLTk1LnBkZiJ9.pASCqsoXEhQ5yeCCVpGi3tIx1zP_P39gE9kmicStbLU10 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:2642a83a656bd7bca8e212cd4ed2bdb21006c4f394370b965432650be9c8329aดึงเมื่อ 2026-08-23T17:54:03.357Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR