พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๘๐๑) พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๘6 มาตราต้นฉบับ PDF · 6 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6ce4148f… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๐ ก พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๘๐๑) พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ในบางกรณี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ (๑) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๘๐๑) พ.ศ. ๒๕๖๘”

  2. เป็นต้นไป พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๐ ก

  3. ในพระราชกฤษฎีกานี้ “จังหวัดท่องเที่ยวรอง” หมายความว่า เขตจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดจันทบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดชุมพร จังหวัดเชียงราย จังหวัดตรัง จังหวัดตราด จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดนครพนม จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดน่าน จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดปัตตานี จังหวัดพะเยา จังหวัดพัทลุง จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดแพร่ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร จังหวัดยะลา จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดระนอง จังหวัดราชบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดเลย จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสกลนคร จังหวัดสตูล จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสระแก้ว จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสุโขทัย จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอ่างทอง จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดอุบลราชธานี และให้หมายความรวมถึงอำเภอในเขตจังหวัดดังต่อไปนี้

    (๑) จังหวัดกระบี่ เฉพาะในท้องที่อำเภอเขาพนม อำเภอปลายพระยา และอำเภอลำทับ

    (๒) จังหวัดกาญจนบุรี เฉพาะในท้องที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา อำเภอบ่อพลอย อำเภอพนมทวน อำเภอเลาขวัญ อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา

    (๓) จังหวัดขอนแก่น เฉพาะในท้องที่อำเภอกระนวน อำเภอเขาสวนกวาง อำเภอโคกโพธิ์ไชย อำเภอชนบท อำเภอชุมแพ อำเภอซำสูง อำเภอน้ำพอง อำเภอโนนศิลา อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านฝาง อำเภอบ้านแฮด อำเภอเปือยน้อย อำเภอพระยืน อำเภอพล อำเภอภูผาม่าน อำเภอภูเวียง อำเภอมัญจาคีรี อำเภอเวียงเก่า อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอสีชมพู อำเภอหนองนาคำ อำเภอหนองเรือ อำเภอหนองสองห้อง และอำเภออุบลรัตน์

    (๔) จังหวัดฉะเชิงเทรา เฉพาะในท้องที่อำเภอคลองเขื่อน อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น และอำเภอสนามชัยเขต

    (๕) จังหวัดชลบุรี เฉพาะในท้องที่อำเภอเกาะจันทร์ อำเภอบ่อทอง อำเภอบ้านบึง อำเภอพนัสนิคม อำเภอพานทอง และอำเภอหนองใหญ่ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๐ ก

    (๖) จังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะในท้องที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา อำเภอไชยปราการ อำเภอดอยเต่า อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอดอยหล่อ อำเภอพร้าว อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่แตง อำเภอแม่วาง อำเภอแม่อาย อำเภอเวียงแหง อำเภอสะเมิง อำเภอสันทราย อำเภอสันป่าตอง อำเภอสารภี อำเภออมก๋อย และอำเภอฮอด

    (๗) จังหวัดนครราชสีมา เฉพาะในท้องที่อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอขามทะเลสอ อำเภอขามสะแกแสง อำเภอคง อำเภอครบุรี อำเภอจักราช อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชุมพวง อำเภอโชคชัย อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ อำเภอโนนแดง อำเภอโนนไทย อำเภอโนนสูง อำเภอบัวลาย อำเภอบัวใหญ่ อำเภอบ้านเหลื่อม อำเภอประทาย อำเภอปักธงชัย อำเภอพระทองคำ อำเภอพิมาย อำเภอเมืองยาง อำเภอลำทะเมนชัย อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอสีคิ้ว อำเภอสีดา อำเภอสูงเนิน อำเภอเสิงสาง อำเภอหนองบุญมาก และอำเภอห้วยแถลง

    (๘) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เฉพาะในท้องที่อำเภอกุยบุรี อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

    (๙) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฉพาะในท้องที่อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง อำเภอบางซ้าย อำเภอบางบาล อำเภอบางปะหัน อำเภอบ้านแพรก อำเภอผักไห่ อำเภอภาชี อำเภอมหาราช อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอวังน้อย อำเภอเสนา และอำเภออุทัย

    (๑๐) จังหวัดพังงา เฉพาะในท้องที่อำเภอกะปง อำเภอเกาะยาว อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอทับปุด อำเภอท้ายเหมือง และอำเภอเมืองพังงา

    (๑๑) จังหวัดเพชรบุรี เฉพาะในท้องที่อำเภอบ้านลาดและอำเภอหนองหญ้าปล้อง

    (๑๒) จังหวัดระยอง เฉพาะในท้องที่อำเภอเขาชะเมา อำเภอนิคมพัฒนา อำเภอบ้านค่าย อำเภอบ้านฉาง อำเภอปลวกแดง และอำเภอวังจันทร์

    (๑๓) จังหวัดสงขลา เฉพาะในท้องที่อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอคลองหอยโข่ง อำเภอควนเนียง อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอนาหม่อม อำเภอบางกล่ำ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอรัตภูมิ อำเภอสทิงพระ อำเภอสะเดา อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอสิงหนคร

    (๑๔) จังหวัดสระบุรี เฉพาะในท้องที่อำเภอแก่งคอย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอดอนพุด อำเภอบ้านหมอ อำเภอวังม่วง อำเภอวิหารแดง อำเภอหนองแค อำเภอหนองแซง และอำเภอหนองโดน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๐ ก

    (๑๕) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เฉพาะในท้องที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอคีรีรัฐนิคม อำเภอเคียนซา อำเภอชัยบุรี อำเภอไชยา อำเภอดอนสัก อำเภอท่าฉาง อำเภอท่าชนะ อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอบ้านนาสาร อำเภอพระแสง อำเภอพุนพิน อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี อำเภอวิภาวดี และอำเภอเวียงสระ

  4. ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายไปในการอบรมสัมมนาภายในประเทศ ที่จัดให้แก่ลูกจ้าง ดังต่อไปนี้

    (๑) สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายในการอบรมสัมมนาที่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดให้แก่ลูกจ้าง ณ ท้องที่ในจังหวัดท่องเที่ยวรอง

    (๒) สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละห้าสิบของรายจ่ายในการอบรมสัมมนาที่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดให้แก่ลูกจ้าง ณ ท้องที่อื่นซึ่งมิใช่ท้องที่ตาม (๑)

    (๓) สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละห้าสิบของรายจ่ายในการอบรมสัมมนาที่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดให้แก่ลูกจ้างในท้องที่ต่อเนื่องกัน ระหว่างท้องที่ตาม

    (๑) และท้องที่อื่น ซึ่งมิใช่ท้องที่ตาม

    (๑) และเป็นรายจ่ายในการอบรมสัมมนาที่ไม่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าส่วนใด เป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นในท้องที่ใด การได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธิบดีประกาศกำหนด

  5. การได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๔ ต้องเป็นรายจ่ายที่ได้จ่ายไป ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ทั้งนี้ เฉพาะรายจ่าย ดังต่อไปนี้

    (๑) ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนา ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจ่าย

    (๒) ค่าบริการที่ได้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์เพื่อการอบรมสัมมนา เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๐ ก รายจ่ายตามวรรคหนึ่ง บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มและต้องได้รับใบกำกับภาษีตามมาตรา ๘๖/๔ แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้จัดทำ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา ๓ โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ค่าขนส่งซึ่งได้จ่าย ให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องได้รับใบรับตามมาตรา ๑๐๕ แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้จัดทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา ๓ โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร การได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  6. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๐ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการจัดอบรมสัมมนาในประเทศในจังหวัดท่องเที่ยวรองและในท้องที่ของจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ที่ยังมีการท่องเที่ยวน้อย เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ สมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จัดให้มีการอบรมสัมมนาภายในประเทศในจังหวัดและท้องที่ดังกล่าวให้แก่ลูกจ้าง สำหรับเงินได้เท่าที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายไป ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14355ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiODU3MjY4MGUtMmVjZC00ZTJlLTk5YzEtODcxMGY1NjRiNTM4IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJswMDA4IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY4LTkw4LiBLTE2LnBkZiJ9.FzQFXsQ6PeTH0CMVCXAiuVXUFdNYbKQzoLBcHaC2ARk6 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6ce4148ff25a9e2aa33993cb378bfce812c4d6cb125be0ad9c29b981a552b255ดึงเมื่อ 2026-08-23T18:50:35.988Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR