พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕37 มาตรา7 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 13 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 503e5870… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลมาตรา ๗–๑๐ · 4 มาตรา
  2. หมวด ๒ การขออนุญาตและการอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์มาตรา ๑๑–๑๗ · 7 มาตรา
  3. หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตมาตรา ๑๘–๒๓ · 6 มาตรา
  4. หมวด ๔ การควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์มาตรา ๒๔–๒๘ · 5 มาตรา
  5. หมวด ๕ การเลิกประกอบธุรกิจมาตรา ๒๙–๓๓ · 5 มาตรา
  6. หมวด ๖ การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตมาตรา ๓๔–๓๖ · 3 มาตรา
  7. บทเฉพาะกาลมาตรา ๓๗ · 1 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๓๖ พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการ เกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๔/๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจ บริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. ๒๕๖๕” เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๓๗

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  3. ในพระราชกฤษฎีกานี้ “อัตลักษณ์” หมายความว่า ลักษณะเฉพาะของบุคคลซึ่งสามารถบ่งบอกหรือจำแนกได้ โดยคุณลักษณะหรือชุดของคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลนั้น “บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล “การพิสูจน์ตัวตน” หมายความว่า กระบวนการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ อัตลักษณ์ของบุคคล และการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลกับข้อมูลเกี่ยวกับอัตลักษณ์นั้น “สิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน” หมายความว่า สิ่งที่ใช้เชื่อมโยงอัตลักษณ์กับบุคคล ซึ่งบุคคลนั้น ครอบครองและควบคุมเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลชีวภาพ “การออกและบริหารจัดการสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน” หมายความว่า กระบวนการเชื่อมโยง อัตลักษณ์ของบุคคลที่ผ่านการพิสูจน์ตัวตนแล้วเข้ากับสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน และการบริหารจัดการสิ่งที่ใช้ ยืนยันตัวตนนั้น “การยืนยันตัวตน” หมายความว่า กระบวนการยืนยันอัตลักษณ์ของบุคคลด้วยการตรวจสอบ สิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตนของบุคคลนั้น “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และ ยืนยันตัวตนทางดิจิทัล “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มอบหมายให้ปฏิบัติการตามพระราชกฤษฎีกานี้

  4. ให้สำนักงานมีหน้าที่ควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และ ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชกฤษฎีกานี้ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแลผู้รับใบอนุญาตซึ่งประกอบธุรกิจอันเป็นกิจการที่มีหน่วยงาน กำกับดูแลตามกฎหมายโดยเฉพาะอยู่แล้ว สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจะทำความตกลง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๓๘ มอบหมายให้หน่วยงานกำกับดูแลตามกฎหมายเฉพาะนั้นทำหน้าที่ควบคุมดูแลผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็น ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตนแทนสำนักงานก็ได้

  5. การยื่นคำขอรับใบอนุญาต การแจ้ง หรือการส่งข้อมูล รายงาน เอกสาร หรือหลักฐานตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่สำนักงานกำหนด

  6. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรักษาการ ตามพระราชกฤษฎีกานี้

  7. หมวด ๑ การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

    4 มาตรา
  8. การให้บริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ เป็นบริการที่ต้องได้รับใบอนุญาต

    (๑) บริการพิสูจน์ตัวตน

    (๒) บริการออกและบริหารจัดการสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน

    (๓) บริการยืนยันตัวตน

    (๔) บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่เป็นเครือข่ายหรือ ระบบเพื่อการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล แต่ไม่รวมถึง บริการของบุคคลที่เป็นสื่อกลาง

  9. การให้บริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลดังต่อไปนี้ เป็นบริการที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต

    (๑) บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่ผู้ให้บริการออกใบรับรองเพื่อสนับสนุนลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์เป็นผู้ดำเนินการเพื่อสนับสนุนการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์

    (๒) บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่บุคคลใช้เพื่อประโยชน์ภายในกิจการของบุคคลนั้น โดยไม่ได้ให้บริการแก่บุคคลภายนอก เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๓๙

    (๓) บริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลในกิจการที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด

  10. การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๗ จะกระทำได้เฉพาะนิติบุคคลที่เป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

  11. ๑๐

    เพื่อให้สาธารณชนมีความมั่นใจในการประกอบกิจการของผู้รับใบอนุญาต คณะกรรมการจะประกาศกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ต้องมี ทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วตามจำนวนที่กำหนด สำหรับการให้บริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และ ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาตแต่ละลักษณะก็ได้

  12. หมวด ๒ การขออนุญาตและการอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์

    7 มาตรา
  13. ๑๑

    ผู้ใดประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๗ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้

    (๑) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล

    (๒) หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ใช่ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล

    (๓) ระบบและเทคโนโลยีที่ใช้ในการให้บริการ

    (๔) แผนการบริหารความเสี่ยง และการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงในการให้บริการ

    (๕) แผนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    (๖) แผนและมาตรการควบคุมดูแลและป้องกันการทุจริตหรือการฉ้อโกงจากการใช้งานระบบ

    (๗) แผนและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศ

    (๘) แผนและมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๔๐

    (๙) คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตาม

    (๑) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

  14. ๑๒

    เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานแล้ว ให้สำนักงาน ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาต ถูกต้องและครบถ้วน ให้สำนักงานออกใบรับคำขอรับใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต และ เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตไม่ถูกต้องหรือยังขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้สำนักงานบันทึกความบกพร่องนั้นไว้และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ดำเนินการตามที่สำนักงานได้แจ้งตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ขอรับ ใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้สำนักงานจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและแจ้งให้ ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ

  15. ๑๓

    ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการมีคำสั่งออกใบอนุญาตและอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ เกี่ยวกับ การประกอบธุรกิจเท่าที่จำเป็นได้ และให้สำนักงานออกใบอนุญาตแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตโดยเร็ว ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้แจ้งเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย

  16. ๑๔

    ก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ ให้ผู้รับใบอนุญาตส่งรายงานผลการตรวจประเมิน ความพร้อมในการประกอบธุรกิจที่อย่างน้อยต้องประกอบด้วยความพร้อมด้านเทคโนโลยีและด้านบุคลากร ให้แก่สำนักงานภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต ในกรณีที่มีเหตุผลจำเป็น ผู้รับใบอนุญาตจะขอให้สำนักงานขยายระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ออกไปก็ได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวัน ให้สำนักงานพิจารณารายงานตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ รายงาน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ขยายระยะเวลา ออกไปได้อีกไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนด และให้สำนักงานแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ส่งรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจ ภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานเสนอคณะกรรมการมีคำสั่งให้ใบอนุญาตสิ้นผล เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๔๑

  17. ๑๕

    ในกรณีที่สำนักงานพิจารณารายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมของผู้รับ ใบอนุญาตแล้วเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตมีความพร้อมในการประกอบธุรกิจ ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้รับ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจได้ แต่ถ้าสำนักงานเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตยังไม่มีความพร้อมในการประกอบ ธุรกิจ ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขเรื่องดังกล่าว และจัดส่งรายงานผลการตรวจประเมิน ความพร้อมในการประกอบธุรกิจอีกครั้งภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด และให้นำระยะเวลา ตามมาตรา ๑๔ วรรคสาม มาใช้บังคับแก่การพิจารณารายงานดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่แก้ไขหรือไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่สำนักงาน กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานเสนอคณะกรรมการมีคำสั่งให้ใบอนุญาตสิ้นผล

  18. ๑๖

    ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้ใบอนุญาตสิ้นผลตามมาตรา ๑๔ วรรคสี่ หรือมาตรา ๑๕ วรรคสอง ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ และประกาศการสิ้นผล ของใบอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปทราบ

  19. ๑๗

    คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต และรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อม ในการประกอบธุรกิจ ให้เป็นไปตามแบบที่สำนักงานกำหนด

  20. หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต

    6 มาตรา
  21. ๑๘

    ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตแต่งตั้งหรือยินยอมให้ผู้ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาต

    (๑) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

    (๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๓) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอน ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๕ และยังไม่พ้นกำหนดสามปีนับแต่วันถูกเพิกถอน

    (๔) เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือเคยต้อง คำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๔๒ การป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

    (๕) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม

    (๖) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ารวยผิดปกติ

    (๗) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน

    (๘) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

    (๙) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ บริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต

    (๑๐) เคยพ้นจากตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะ ที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

    (๑๑) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใดตามที่สำนักงานประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

  22. ๑๙

    ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมีการใช้บริการจากบุคคลภายนอกเพื่อเก็บรวบรวม หรือเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ให้ผู้รับใบอนุญาต แจ้งให้สำนักงานทราบ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนดด้วย ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้บริการจากบุคคลภายนอกที่แตกต่างจากที่แจ้งไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

  23. ๒๐

    ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งต่อสำนักงานในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตเปลี่ยนแปลง เรื่องหนึ่งเรื่องใด ดังต่อไปนี้

    (๑) ทุนจดทะเบียนของผู้รับใบอนุญาต

    (๒) กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาต

    (๓) ระบบหรือเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๔๓

    (๔) การเปลี่ยนแปลงอื่นที่สำคัญต่อการประกอบธุรกิจตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

  24. ๒๑

    ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้สำนักงานทราบเมื่อได้รับการร้องเรียนหรือฟ้องร้อง เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ตลอดจนการดำเนินการของผู้รับใบอนุญาตในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด

  25. ๒๒

    ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการ บัญชี เอกสาร หรือ หลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ตามหลักเกณฑ์ ที่สำนักงานประกาศกำหนด

  26. ๒๓

    ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจประเมินระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทางดิจิทัลและรายงานต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และระยะเวลาที่สำนักงานประกาศกำหนด

  27. หมวด ๔ การควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์

    5 มาตรา
  28. ๒๔

    ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนด หลักเกณฑ์ในเรื่องดังต่อไปนี้ โดยกำหนดตามลักษณะของการให้บริการ

    (๑) มาตรการบริหารและการจัดการความเสี่ยงของระบบการให้บริการ และการจัดการกรณีฉุกเฉิน

    (๒) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบการให้บริการและการตรวจสอบ

    (๓) มาตรการควบคุมดูแลและป้องกันการทุจริตหรือการฉ้อโกงจากการใช้งานระบบ

    (๔) มาตรฐานการให้บริการที่รวมถึงการจัดการและจัดเก็บข้อมูล

    (๕) การคุ้มครองผู้ใช้บริการ และมาตรการบรรเทาความเสียหายและการชดใช้หรือเยียวยา ผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจ

    (๖) การใช้บริการจากบุคคลภายนอกที่เกี่ยวกับระบบการให้บริการ

    (๗) การเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการให้บริการ

  29. ๒๕

    มาตรการบรรเทาความเสียหายและการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย จากการประกอบธุรกิจของผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๔

    (๕) อย่างน้อยต้องประกอบด้วย

    (๑) ช่องทางการให้ความช่วยเหลือผู้ใช้บริการที่ได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๔๔

    (๒) ขั้นตอนและมาตรการดูแลผู้ใช้บริการที่ได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ

    (๓) ขั้นตอนการเยียวยาความเสียหายและการแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ใช้บริการทราบ

    (๔) การกำหนดการชดใช้หรือเยียวยาความเสียหายของผู้รับใบอนุญาตไว้ในข้อกำหนด ของสัญญาหรือเงื่อนไขการให้บริการ

  30. ๒๖

    ผู้รับใบอนุญาตต้องส่งรายงานการเงินและสรุปผลการดำเนินงานเกี่ยวกับ การให้บริการต่อสำนักงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง รายงานการเงินและสรุปผลการดำเนินงานตามวรรคหนึ่ง ผู้รับใบอนุญาตต้องทำตามแบบ และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนดและตรงต่อความเป็นจริง

  31. ๒๗

    ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรเพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแลและกำกับ การประกอบธุรกิจ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตรายใดส่งรายงานหรือข้อมูลอื่นใด ตลอดจนแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้ชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความรายงานหรือข้อมูลหรือ เอกสารนั้น ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้รับใบอนุญาต จัดให้กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน หรือลูกจ้างของผู้รับใบอนุญาต มาให้ถ้อยคำ แสดงข้อมูล บัญชี เอกสารและหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับการให้บริการเพิ่มเติมได้

  32. ๒๘

    ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ ประกาศ ของสำนักงานตามมาตรา ๒๔ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาต ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้อง ภายในระยะเวลาที่กำหนด

  33. หมวด ๕ การเลิกประกอบธุรกิจ

    5 มาตรา
  34. ๒๙

    ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบ การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แจ้งสำนักงาน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๔๕ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่คาดว่าจะเลิกประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่สำนักงานประกาศกำหนด

  35. ๓๐

    เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการ เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ หรือเพื่อความต่อเนื่องในการใช้งานของผู้ใช้บริการ ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาในการเลิกประกอบธุรกิจ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย

    (๑) การจัดการและจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลหรือข้อมูลอื่นใด ของผู้รับใบอนุญาต

    (๒) การโอนบริการไปให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่น

    (๓) การบอกกล่าวและการเยียวยาแก่ผู้ใช้บริการ

    (๔) ระยะเวลาในการดำเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓)

  36. ๓๑

    เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้ดำเนินการตามมาตรา ๓๐ ครบถ้วนแล้ว ให้ผู้รับ ใบอนุญาตแจ้งผลการดำเนินการต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกาศกำหนด และให้สำนักงานเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจ

  37. ๓๒

    ในกรณีที่คณะกรรมการอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจ ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้รับ ใบอนุญาตทราบภายในสามวันนับแต่วันที่คณะกรรมการมีมติ และให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้ผู้ใช้บริการ ของผู้รับใบอนุญาตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจ ในการนี้ให้สำนักงานประกาศให้ประชาชนทั่วไปทราบด้วย ให้ใบอนุญาตสิ้นผลนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่ง

  38. ๓๓

    การเลิกประกอบธุรกิจไม่กระทบต่อผลของการพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่ได้ กระทำไปโดยอาศัยระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้รับใบอนุญาตก่อนวันที่เลิกประกอบธุรกิจ

  39. หมวด ๖ การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต

    3 มาตรา
  40. ๓๔

    ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งของสำนักงาน ตามมาตรา ๒๘ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด คณะกรรมการอาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ครั้งละ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๔๖ ไม่เกินเก้าสิบวัน เว้นแต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการปฏิบัติหรือการดำเนินการตามคำสั่งของสำนักงานนั้น จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาเกินเก้าสิบวัน คณะกรรมการจะกำหนดระยะเวลาเกินเก้าสิบวันก็ได้ ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาต ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต

  41. ๓๕

    ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมาแล้ว และภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต มีกรณีที่อาจถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีกไม่ว่าจะเป็นเหตุเดียวกันหรือไม่ก็ตาม

    (๒) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์หรือพระราชกฤษฎีกานี้ซ้าอีกภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่คณะกรรมการมีคำสั่งปรับ ครั้งแรก

    (๓) ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๗ ประกาศของสำนักงานตามมาตรา ๒๔ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาต หรือไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งของสำนักงานตามมาตรา ๒๘ จนอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการอย่างร้ายแรงหรือกระทบต่อระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

    (๔) ไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งของสำนักงานตามมาตรา ๒๘ จนพ้นกำหนด ระยะเวลาพักใช้ใบอนุญาต ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๒ มาใช้บังคับกับการประกาศคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตด้วย โดยอนุโลม

  42. ๓๖

    การเพิกถอนใบอนุญาตไม่กระทบต่อผลของการพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่ได้กระทำไป โดยอาศัยระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้รับใบอนุญาตก่อนวันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต

  43. บทเฉพาะกาล

    1 มาตรา
  44. ๓๗

    ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชกฤษฎีกานี้ซึ่งได้ประกอบธุรกิจอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลต่อไปได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๔๗ โดยให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ และเมื่อได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้ดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าคณะกรรมการจะมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๔๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเป็นบริการที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นขั้นตอนสำคัญ ในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องมีการพิสูจน์และยืนยันตัวตน และช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ สมควรควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทางดิจิทัล โดยการกำหนดลักษณะของการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาตและกำหนดหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจ เพื่อให้ระบบดังกล่าว มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน ตลอดจนเสริมสร้าง ความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ที่ต้องได้รับใบอนุญาต

และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต

และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11787ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiOGI2OWQ3ODAtODBiMC00ZjFlLTlhMDktNWY0ZmUyYzE5Y2JiIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKcwMDYzIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY1LTc44LiBLTM2LlBERiJ9.-x4HWoHytJVAqMa-xeHpHlsxfhBtrpHHokNfBFO6wuI13 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:503e5870b68ee26fa3fc53151b4830ff39aa69b305926e6b7a30c505c245e54cดึงเมื่อ 2026-08-23T18:05:39.733Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. 2565