พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๕๓9 มาตราต้นฉบับ PDF · 17 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 8fa949c9… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี พ.ศ. ๒๕๕๓ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๕พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นปีที่ ๖๕ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัย ราชภัฏเทพสตรี พ.ศ. ๒๕๕๓” เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๖๙ ก

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย ราชภัฏเทพสตรี ดังต่อไปนี้

    (๑) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”

    (๒) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”

    (๓) สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ ตรี เรียกว่า “เทคโนโลยีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ทล.บ.”

    (๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.บ.”

    (๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎี บัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “นิเทศศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “นศ.บ.” เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๖๙ ก

    (๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”

    (๗) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.”

    (๘) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

    (๙) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.” (๑๐)สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

    (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ“ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

    (ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

    (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๖๙ ก

  4. ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีสามชั้น ดังต่อไปนี้

    (๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต ทำด้วยผ้าทึบสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบและมีจีบที่หัวไหล่ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีเขียว กว้าง ๕เซนติเมตร ยาว ๓๕เซนติเมตร ขลิบริมด้วย เส้นสีทอง กว้าง ๐.๒ เซนติเมตร พับปลายแถบเป็นมุมแหลม จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่าง ระหว่างแถบ ๔ เซนติเมตร มีผ้าคล้องคอทำด้วยผ้าทึบสีดำเช่นเดียวกับเสื้อ ด้านนอกตอนปลายของ ผ้าคล้องคอขลิบริมด้วยผ้าสีเขียว กว้าง ๒เซนติเมตร ริมหนึ่ง และขลิบริมด้วยผ้าสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๙ เซนติเมตร อีกริมหนึ่ง ด้านในของผ้าคล้องคอทำด้วยผ้าต่วนสีกรมท่า

    (๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่แถบกำมะหยี่สีเขียว ตอนกลาง แขนทั้งสองข้างมีจำนวนสองแถบ

    (๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่แถบกำมะหยี่สีเขียว ตอนกลางแขน ทั้งสองข้างมีจำนวนหนึ่งแถบ

  5. เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์ มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนลงยา สูง ๓.๕ เซนติเมตร

  6. ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภา มหาวิทยาลัย อธิการบดี และกรรมการสภามหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีดังต่อไปนี้

    (๑) นายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ครุยทำด้วยผ้าทึบสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาว เหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบและมีจีบที่หัวไหล่ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีเขียว กว้าง ๕เซนติเมตร ยาว ๓๕เซนติเมตร ขลิบริมด้วยเส้นสีทอง กว้าง ๐.๒ เซนติเมตร พับปลายแถบเป็นมุมแหลม จำนวนสี่แถบติดเรียงกัน ระยะห่างระหว่างแถบ ๔ เซนติเมตร มีผ้าคล้องคอทำด้วยผ้าทึบสีดำเช่นเดียวกับเสื้อ ด้านนอก ตอนปลายของผ้าคล้องคอขลิบริมด้วยผ้าสีเขียว กว้าง ๕ เซนติเมตร ริมหนึ่ง และขลิบริมด้วยผ้า สีกรมท่า กว้าง ๙ เซนติเมตร อีกริมหนึ่ง ด้านในของผ้าคล้องคอทำด้วยผ้าต่วนสีกรมท่า ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ทำด้วยโลหะสีทองประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์ มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะสีทอง สูง ๕เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๖๙ ก

    (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี เว้นแต่ ไม่มีสายสร้อยประดับ

  7. สีประจำสาขาวิชา มีดังต่อไปนี้

    (๑) สาขาวิชาการบัญชี สีฟ้าเทา

    (๒) สาขาวิชาการศึกษา สีฟ้า

    (๓) สาขาวิชาเทคโนโลยี สีม่วง

    (๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ สีขาว

    (๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สีน้ำเงิน

    (๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สีชมพู

    (๗) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สีน้ำตาล

    (๘) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สีเหลือง

    (๙) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สีแดง (๑๐)สาขาวิชาศิลปศาสตร์ สีแสด

  8. ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีจัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุย ประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง

  9. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๖๙ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด และจะใช้ อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของ ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกฤษฎีกานี้ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๓๙ ก พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อ สำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/12031ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMjE4MTRkNzEtNWFhNS00MWI2LWIyNjQtZTAxMGNkZWFkMDBjIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKEwMDM0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTUzLTY54LiBLTQwIOC4o-C4p-C4oeC5hOC4n-C4peC5jOC4luC4tuC4h-C4ieC4muC4seC4miAzLnBkZiJ9.I6ZPnZC5WYMt4TnkcJkWm9mHkLvsYAs8JP9XpLfYG5417 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:8fa949c903e2339b67e0dbb5b93681108a68094ae88faf5226e2f621138df0c4ดึงเมื่อ 2026-08-23T18:10:00.818Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR