พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๘29 มาตราต้นฉบับ PDF · 10 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 21d130db… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก พระราชกฤษฎีกา การได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖8 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดประเภทตำแหน่งและการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๙๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่ง ของข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๖๘”

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๕๘

  4. ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีฐานะและหน้าที่ในการบริหารงาน ดังต่อไปนี้ ได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

    (๑) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

    (๒) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ หรือเทียบเท่า

    (๓) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองจเรตำรวจแห่งชาติ หรือเทียบเท่า

    (๔) ผู้บัญชาการ จเรตำรวจ หรือเทียบเท่า

    (๕) รองผู้บัญชาการ รองจเรตำรวจ หรือเทียบเท่า

    (๖) ผู้บังคับการหรือเทียบเท่า

    (๗) รองผู้บังคับการหรือเทียบเท่า

  5. ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบเท่าที่มีฐานะ และหน้าที่ในการบริหารงาน ได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารระดับกลาง

  6. ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่พันตำรวจโทขึ้นไปและดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ ได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ (วช.)

    (๑) ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญา ที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้ และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด โดยมีองค์กรตามกฎหมายทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรอง และรับรองการประกอบวิชาชีพ รวมทั้งลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดังกล่าว ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้

    (ก) วิชาชีพเฉพาะกายภาพบำบัด

    (ข) วิชาชีพเฉพาะกายอุปกรณ์

    (ค) วิชาชีพเฉพาะการทันตแพทย์

    (ง) วิชาชีพเฉพาะการพยาบาล

    (จ) วิชาชีพเฉพาะการแพทย์

    (ฉ) วิชาชีพเฉพาะการสัตวแพทย์

    (ช) วิชาชีพเฉพาะกิจกรรมบำบัด

    (ซ) วิชาชีพเฉพาะจิตวิทยาคลินิก

    (ฌ) วิชาชีพเฉพาะเทคนิคการแพทย์

    (ญ) วิชาชีพเฉพาะเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก

    (ฎ) วิชาชีพเฉพาะแพทย์แผนไทย

    (ฏ) วิชาชีพเฉพาะเภสัชกรรม เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

    (ฐ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเครื่องกล

    (ฑ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้า

    (ฒ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร

    (ณ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโยธา

    (ด) วิชาชีพเฉพาะเวชศาสตร์การสื่อความหมาย

    (ต) วิชาชีพเฉพาะสถาปัตยกรรม

    (ถ) วิชาชีพเฉพาะสังคมสงเคราะห์

    (๒) ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญา ที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้ และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่ง ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้

    (ก) วิชาชีพเฉพาะการเดินเรือ

    (ข) วิชาชีพเฉพาะฟิสิกส์รังสี

    (ค) วิชาชีพเฉพาะรังสีการแพทย์

    (ง) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมจราจร

    (จ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมนิวเคลียร์

    (ฉ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโลหการ

    (๓) ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญา ที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้ และเป็นงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีลักษณะในเชิงวิจัยและพัฒนา อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่ง ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้

    (ก) วิชาชีพเฉพาะการผลิตไอโซโทป

    (ข) วิชาชีพเฉพาะกีฏวิทยารังสี

    (ค) วิชาชีพเฉพาะชีววิทยารังสี

    (ง) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์เคมี

    (จ) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์ฟิสิกส์

    (ฉ) วิชาชีพเฉพาะวิชาการคอมพิวเตอร์

    (ช) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมการเกษตร

    (ซ) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมอากาศยาน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

  7. ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป ที่ต้องปฏิบัติงานที่เป็นงานหลักของหน่วยงาน โดยอาศัยพื้นฐานของความรู้ ประสบการณ์ หรือ การฝึกฝนทฤษฎีหรือหลักวิชาอันเกี่ยวข้องกับงาน และเป็นงานเชิงพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงาน งานอนุรักษ์ตามภารกิจ หรืองานที่ต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์เป็นอย่างสูง เฉพาะด้าน อันเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการหรือวงการนั้น ๆ และต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยมีคุณวุฒิการศึกษาตรงกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านดังต่อไปนี้ ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ประเภทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ (ชช.)

    (๑) ด้านการข่าว

    (๒) ด้านการเงิน

    (๓) ด้านการบิน

    (๔) ด้านการฝึกอบรม

    (๕) ด้านการสอน

    (๖) ด้านการสอบสวน

    (๗) ด้านการสืบสวน

    (๘) ด้านการสืบสวนสอบสวน

    (๙) ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ

    (๑๐) ด้านจราจร

    (๑๑) ด้านช่างศิลปกรรม

    (๑๒) ด้านตรวจคนเข้าเมือง

    (๑๓) ด้านตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

    (๑๔) ด้านตรวจสอบบัญชี

    (๑๕) ด้านตรวจสอบภายใน

    (๑๖) ด้านถ่ายภาพทางการแพทย์

    (๑๗) ด้านนิติการ

    (๑๘) ด้านนิติวิทยาศาสตร์

    (๑๙) ด้านป้องกันปราบปราม

    (๒๐) ด้านมัณฑนศิลป์

    (๒๑) ด้านวิเคราะห์งบประมาณ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

    (๒๒) ด้านวิเคราะห์งานบุคคล

    (๒๓) ด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน

    (๒๔) ด้านวิจัยสังคมศาสตร์

    (๒๕) ด้านวิชาการคอมพิวเตอร์

    (๒๖) ด้านวิชาการเงิน

    (๒๗) ด้านวิชาการดนตรี

    (๒๘) ด้านวิชาการตรวจสอบบัญชี

    (๒๙) ด้านวิชาการทางการแพทย์

    (๓๐) ด้านวิชาการบัญชี

    (๓๑) ด้านวิชาการประชาสัมพันธ์

    (๓๒) ด้านวิชาการโภชนาการ

    (๓๓) ด้านวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์

    (๓๔) ด้านวิชาการศึกษา

    (๓๕) ด้านวิชาการสถิติ

    (๓๖) ด้านวิชาการสอบ

    (๓๗) ด้านวิชาการสัตวบาล

    (๓๘) ด้านวิชาการสาธารณสุข

    (๓๙) ด้านวิชาการสิ่งแวดล้อม

    (๔๐) ด้านวิชาการอาหารและยา

    (๔๑) ด้านวิทยาศาสตร์

    (๔๒) ด้านวิเทศสหการ

    (๔๓) ด้านวิเทศสัมพันธ์

    (๔๔) ด้านวิศวกรรม

    (๔๕) ด้านส่งเสริมและสอนการพลศึกษา

    (๔๖) ด้านสรรพาวุธ

    (๔๗) ด้านสังคมสงเคราะห์

    (๔๘) ด้านสัตววิทยา ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๘ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

  8. ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่พันตำรวจตรีขึ้นไปและดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ดังต่อไปนี้ ได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาการในโรงเรียนตำรวจ

    (๑) ศาสตราจารย์

    (๒) รองศาสตราจารย์

    (๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์

  9. ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ หรือมาตรา ๘ ตำแหน่งใด ชั้นยศใด หรือชั้นยศและอัตราเงินเดือนใด และปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งดังกล่าว ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราสำหรับตำแหน่งนั้น ชั้นยศนั้น หรือชั้นยศและอัตราเงินเดือนนั้นของประเภทบริหารระดับสูง ประเภทบริหารระดับกลาง ประเภทวิชาชีพเฉพาะ (วช.) ประเภทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ (ชช.) หรือประเภทวิชาการในโรงเรียนตำรวจ แล้วแต่กรณี ตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตำรวจท้ายกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งอยู่แล้ว ถ้าต่อมาได้รับแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่หลักในตำแหน่งสูงขึ้นโดยเป็นตำแหน่งที่มีเงินประจำตำแหน่ง ในอัตรามากกว่าที่ได้รับอยู่ แต่ยังไม่ได้รับชั้นยศสูงขึ้น ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งตามอัตราเดิมต่อไป จนกว่าจะได้รับยศสูงขึ้น

  10. ๑๐

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งใด หากได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง และมิได้ปฏิบัติหน้าที่หลัก ของตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่ ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งนั้นตั้งแต่วันที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่หลัก ของตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่ เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นที่มีลักษณะงานวิชาชีพ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเหมือนหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่เดิม ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ในอัตราของตำแหน่งเดิมต่อไป

  11. ๑๑

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง และปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งนั้นไม่เต็มเดือนในเดือนใด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งสำหรับเดือนนั้น ตามส่วนจำนวนวันที่ได้ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งดังกล่าว

  12. ๑๒

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง และได้ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งนั้นเกินหนึ่งตำแหน่ง ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งสำหรับตำแหน่ง ที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งสูงสุดเพียงตำแหน่งเดียว เว้นแต่ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารของสถาบันการศึกษาสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จัดการศึกษา เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาที่กำหนดให้เป็นตำแหน่งประเภทวิชาการอีกประเภทหนึ่ง ให้ได้รับ เงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารโดยไม่ตัดสิทธิการได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาการ ตามตำแหน่งวิชาการที่ตนครองอยู่

  13. ๑๓

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง และได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทเดียวกัน และได้ ปฏิบัติหน้าที่หลักในตำแหน่งที่ตนไปปฏิบัติหน้าที่ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งตามอัตราเดิมของตนต่อไป ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ได้รับคำสั่ง ให้ไปปฏิบัติหน้าที่หรือรักษาราชการแทนในตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งต่างประเภทกัน ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราของตำแหน่งเดิมต่อไปนับแต่วันที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่หรือรักษาราชการแทน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกเดือน

  14. ๑๔

    การได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ให้เป็นไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือน ซึ่งจะต้องระบุด้วยว่า ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในประเภทใด ตำแหน่งใด และอัตราใด ทั้งนี้ หากมีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง อยู่ก่อนแล้ว ต้องระบุว่าให้ขาดจากเงินประจำตำแหน่งเดิมมารับเงินประจำตำแหน่งใหม่ตั้งแต่เมื่อใด ซึ่งต้องไม่ก่อนวันที่เริ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่

  15. ๑๕

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ผู้ใดละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งในวันที่ผู้นั้น ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ

  16. ๑๖

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ผู้ใดถึงแก่ความตายในระหว่างรับราชการ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งจนถึงวันที่ถึงแก่ความตาย

  17. ๑๗

    การได้รับเงินประจำตำแหน่งของผู้มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งในกรณีลาออก ให้ออก ปลดออก ไล่ออก หรือพ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้

    (๑) กรณีลาออก ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งจนถึงวันก่อนวันถึงกำหนดลาออก เว้นแต่ ยังไม่ได้รับทราบคำสั่งอนุญาตให้ลาออก และผู้นั้นยังคงปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับ เงินประจำตำแหน่งต่อมา ให้ข้าราชการตำรวจผู้นั้นได้รับเงินประจำตำแหน่งจนถึงวันรับทราบคำสั่ง ควรรับทราบคำสั่ง หรือวันที่กฎหมายกำหนดให้ลาออก แล้วแต่กรณี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

    (๒) กรณีให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งจนถึงวันก่อนวันที่ระบุใน คำสั่ง เว้นแต่ยังไม่ได้รับทราบคำสั่งและผู้นั้นยังคงปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับ เงินประจำตำแหน่งต่อมา ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งจนถึงวันรับทราบคำสั่งหรือควรรับทราบคำสั่ง แล้วแต่กรณี

    (๓) ในกรณีตาม

    (๑) หรือ ( ๒) หากจำเป็นต้องส่งมอบงานในหน้าที่ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ต่อไปได้จนถึงวันส่งมอบงานเสร็จภายในเวลาอันไม่ชักช้าตามที่ผู้บังคับบัญชาจะกำหนดตามสภาพ ของงาน แต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ระบุในคำสั่ง วันรับทราบคำสั่งหรือควรรับทราบคำสั่ง แล้วแต่กรณี

    (๔) กรณีพ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งถึงวันสิ้นปีงบประมาณ

  18. ๑๘

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำ ตำแหน่งผู้ใดถูกสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ถูกสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน

  19. ๑๙

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ผู้ใดลาป่วย ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งระหว่างลาได้ในปีหนึ่งไม่เกินหกสิบวันทำการ

  20. ๒๐

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ผู้ใดลาคลอดบุตร ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งระหว่างลาสำหรับผู้นั้นได้ไม่เกินเก้าสิบวัน

  21. ๒๑

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ผู้ใดลากิจส่วนตัว ให้รับเงินประจำตำแหน่งระหว่างลาได้ในปีหนึ่งไม่เกินสี่สิบห้าวันทำการ แต่ในปีที่เริ่ม รับราชการให้จ่ายเงินประจำตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินสิบห้าวันทำการ

  22. ๒๒

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ผู้ใดลาพักผ่อนประจำปี ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินระยะเวลาที่ผู้นั้นมีสิทธิ ลาพักผ่อนประจำปีตามที่กำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ

  23. ๒๓

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ผู้ใดยังไม่เคยอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหรือยังไม่เคยประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย หากได้รับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และได้รับอนุญาต ให้ลาอุปสมบทหรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย แล้วแต่กรณี ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก

  24. ๒๔

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ผู้ใดได้รับอนุญาตให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งระหว่าง ลาได้ไม่เกินหกสิบวัน

  25. ๒๕

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ผู้ใดลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งระหว่างลา

  26. ๒๖

    ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ผู้ใดลาติดตามคู่สมรส ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งระหว่างลา

  27. ๒๗

    ในกรณีมีการกำหนดตำแหน่งและจำนวนตำแหน่งที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่ง ตามพระราชกฤษฎีกานี้เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่แล้วในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติรายงานให้คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติทราบภายในเดือนธันวาคมของทุกปี

  28. ๒๘

    ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งอยู่ในวันก่อน วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ยังคงมีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราของตำแหน่งนั้นต่อไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

  29. ๒๙

    ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๙๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้ข้าราชการตำรวจตำแหน่งใดจะได้รับเงินประจำตำแหน่ง ท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวในอัตราใดให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกฤษฎีกานี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/11103ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMmFmYzMzZWUtMzg2NC00YTlhLWIzN2YtNDVmNzFiNGJmMjc0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJUwMDA0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY4LTE0IOC4gS0zMy5wZGYifQ.EzbyqXJPeNwgJFhHuSgMZY4VISbox25Y6ORGwzAsLIE10 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:21d130dbf16aeb8b606b383c2cf90855640b751661c7b49eb04ebed169f20c75ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:53:10.623Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR