พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๘๔) พ.ศ. ๒๕๖๗

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๗10 มาตราต้นฉบับ PDF · 5 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f22440b2… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๔ ก พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๘๔) พ.ศ. ๒๕๖๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖7 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ ในบางกรณี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ (๑) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๘๔) พ.ศ. ๒๕๖๗”

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. ในพระราชกฤษฎีกานี้ “สถานประกอบกิจการ” หมายความว่า สถานที่ซึ่งผู้ประกอบกิจการใช้ประกอบกิจการ เป็นประจำหรือสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตสินค้าเป็นประจำ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๔ ก “เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ” หมายความว่า ท้องที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานีและ จังหวัดยะลา

  4. ให้ลดอัตราภาษีเงินได้ในการหักภาษี ณที่จ่าย และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละสาม ของเงินได้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ผู้มีเงินได้ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ซึ่งเมื่อคำนวณภาษีตามมาตรา ๕๐

    (๑) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีในอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร สูงกว่าร้อยละสามของเงินได้ ทั้งนี้ สำหรับเงินได้พึงประเมิน ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามวรรคหนึ่ง เมื่อคำนวณภาษีเงินได้หัก ณที่จ่าย ตามมาตรา ๕๐

    (๑) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย น้อยกว่าร้อยละสามของเงินได้ ให้ผู้มีเงินได้มีสิทธิได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ เมื่อผู้มีเงินได้นั้น ยอมให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละสามของเงินได้นั้น

  5. ให้ผู้มีเงินได้ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้วในอัตราร้อยละสามของเงินได้ พึงประเมินตามมาตรา ๔ เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน ได้รับยกเว้นไม่ต้อง นำเงินได้พึงประเมินนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่ขอรับเงินภาษี ที่ถูกหักไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในกรณีที่ผู้มีเงินได้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๔) และ

    (๘) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา ๕๐ แห่งประมวลรัษฎากรไว้แล้ว และมีสิทธิเลือกเสียภาษี ตามมาตรา ๔๘ (๓) และ

    (๔) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้จะมีสิทธิได้รับการยกเว้นตามวรรคหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าในการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน ผู้มีเงินได้มิได้นำเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๔) และ

    (๘) แห่งประมวลรัษฎากร และเงินได้พึงประเมินที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา ๔ มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ โดยต้องไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืน หรือไม่ขอเครดิตเงินภาษี ที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในการได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ผู้มีเงินได้ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ด้วย

  6. ผู้มีเงินได้ที่จะได้รับสิทธิตามมาตรา ๔ และมาตรา ๕ ต้องมีคุณสมบัติ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

    (๑) เป็นแรงงานฝีมือหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกำหนด เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๔ ก

    (๒) เป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานโดยมีระยะเวลาการทำงานไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ในบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจและปฏิบัติงาน ตามสัญญาจ้างแรงงานในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นได้แจ้ง การจ้างลูกจ้างดังกล่าวต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจก่อนจ่ายเงินได้ให้ลูกจ้างครั้งแรกของการจ้างแรงงาน โดยผู้มีเงินได้ดังกล่าวจะได้รับสิทธิ ลดอัตราภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่นั้น ได้รับแจ้งจากบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น

    (๓) ก่อนเข้าทำงานกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม

    (๒) เป็นแห่งแรกนับตั้งแต่วันที่ พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ ผู้มีเงินได้ต้องมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจและไม่ได้ ทำงานอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ หรือกรณีผู้มีเงินได้ได้ทำงานในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจมาก่อน การเข้าทำงานกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม

    (๒) จะต้องเป็นการเข้าทำงานเมื่อพ้นกำหนด หนึ่งปีนับแต่วันที่การจ้างงานในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจครั้งก่อนได้สิ้นสุดลง เว้นแต่ในกรณีที่เป็น การลาออกหรือมีเหตุให้สัญญาจ้างแรงงานสิ้นสุดลงและผู้มีเงินได้ได้เข้าทำงานกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลตาม

    (๒) รายใหม่ โดยมีระยะเวลาต่อเนื่องจากการจ้างงานของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตาม

    (๒) รายเดิม

    (๔) ในปีภาษีที่ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ ผู้มีเงินได้ต้องอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีนั้น โดยต้องมีหลักฐานการอยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองจากนายจ้าง หรือเจ้าของสถานที่ที่พักอาศัยและเก็บหลักฐานนั้นไว้เพื่อให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบ

    (๕) กรณีประสงค์จะยกเลิกการใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตาม

    (๒) แจ้งต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ได้แจ้งการจ้างลูกจ้าง เพื่อขอใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้

    (๖) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  7. ให้ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๓๑) พ.ศ. ๒๕๖๔ กรณีดังต่อไปนี้ และมีคุณสมบัติ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามมาตรา ๖ (๑) (๒) (๔) (๕) และ

    (๖) ได้รับสิทธิ ตามมาตรา ๔ และมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกานี้ด้วย

    (๑) ผู้มีเงินได้ที่ยังคงทำงานกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจรายเดิมในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

    (๒) ผู้มีเงินได้ที่ได้ลาออกจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจรายเดิม และต่อมาได้เข้าทำงานกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจไม่ว่ารายเดิมหรือรายใหม่ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๔ ก

  8. ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ไม่มีสถานประกอบกิจการอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ เป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายจริง ดังนี้

    (๑) สำหรับเงินลงทุนในหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนซึ่งเป็นการเพิ่มทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลอื่นที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเท่านั้น และบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องนำเงินลงทุนไปใช้ในการประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเท่านั้น

    (๒) สำหรับเงินลงทุนเพื่อจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีสถานประกอบกิจการ ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเท่านั้น และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นนั้น ต้องนำเงินลงทุนไปใช้ในการประกอบกิจการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเท่านั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะได้รับสิทธิยกเว้นตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่ขายหรือโอนหุ้น หรือการเป็นหุ้นส่วนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ลงทุน เว้นแต่ได้ขายหรือโอนหุ้นหรือการเป็น หุ้นส่วนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ลงทุนโดยมีเหตุอันสมควรตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ ต้องเป็นการลงทุนตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  9. กรณีที่มีการใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้หรือยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกานี้ และต่อมาไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ ในปีภาษีใดหรือรอบระยะเวลาบัญชีใด แล้วแต่กรณี ให้มีผลดังนี้

    (๑) กรณีไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ และมาตรา ๗ ในปีภาษีใด ให้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้เป็นอันระงับไปเฉพาะปีภาษีนั้น

    (๒) กรณีไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘ ให้สิทธิที่จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกานี้ สิ้นสุดลง และให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนำเงินได้ที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ไปแล้ว มารวมคำนวณเป็นรายได้ เพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ใช้สิทธินั้น

  10. ๑๐

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๔ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรการส่งเสริมการร่วมกัน ระหว่างกิจการที่มีศักยภาพนอกเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจกับกิจการที่จัดตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๓๑) พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผลใช้บังคับถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อเป็นการส่งเสริมและ สนับสนุนให้มีการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจอย่างต่อเนื่อง สมควรลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้ที่ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และยกเว้นภาษีเงินได้ ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่อยู่นอกเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจที่ลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกฤษฎีกานี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/8967ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMjg5MmM4MzktNzE5ZC00MzgyLWJmMjAtZmIzYjc2NmNhZWNhIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJswMDA4IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY3LTM04LiBLTUucGRmIn0.v6L79tFM-hHrqoX6K5Krzy21Ue9miCDand-skC6SCbE5 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:f22440b2116a8cf215ca63b803f368b5931ccd5d41103460fa7a850dac585686ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:31:11.832Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR