พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๘69 มาตรา8 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 30 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 14a6e756… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การจัดตั้ง วัตถุประสงค์ หน้าที่และอำนาจมาตรา ๕–๘ · 4 มาตรา
  2. หมวด ๒ ทุน รายได้ และทรัพย์สินมาตรา ๙–๑๒ · 4 มาตรา
  3. หมวด ๓ การบริหารและการดำเนินกิจการมาตรา ๑๓–๓๕ · 23 มาตรา
  4. หมวด ๔ หน่วยบริหารจัดการทุนมาตรา ๓๖–๔๗ · 12 มาตรา
  5. หมวด ๕ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานมาตรา ๔๘–๕๒ · 5 มาตรา
  6. หมวด ๖ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสำนักงานมาตรา ๕๓–๕๖ · 4 มาตรา
  7. หมวด ๗ การกำกับดูแลมาตรา ๕๗ · 1 มาตรา
  8. บทเฉพาะกาลมาตรา ๕๘–๖๙ · 12 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ขึ้นเป็นองค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกำจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๘”

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

  3. ในพระราชกฤษฎีกานี้ “การวิจัย” หมายความว่า การศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ หรือทดลองอย่างเป็นระบบ อันจะทำให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง ความรู้ใหม่ หรือหลักการไปใช้ในการตั้งกฎ ทฤษฎี แนวทางในการปฏิบัติ เพื่ อเป็นพื้ นฐานของการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อสร้างนวัตกรรม อันจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ “นวัตกรรม” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ สิ่งประดิษฐ์ บริการ กรรมวิธีที่เกี่ยวกับการผลิต การจัดโครงสร้างองค์กร ระบบบริหารจัดการ การบริหารการเงิน ธุรกิจ การตลาด หรือในการอื่นใด ทั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งใหม่หรือพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญและนำไปใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้างทั้งในเชิงพาณิชย์ และสังคม “เทคโนโลยีที่เหมาะสม” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือพื้นที่ ซึ่งเหมาะสมกับสังคมและวัฒนธรรม และมีราคาพอสมควรที่ประชาชนเข้าถึงได้ “สภานโยบาย” หมายความว่า สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ “กสว.” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) “หน่วยบริหารจัดการทุน” หมายความว่า หน่วยบริหารจัดการทุนด้านต่าง ๆ ในสำนักงาน เร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ “ผู้ อำนวยการ” หมายความว่า ผู้ อำนวยการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ “ผู้ อำนวยการหน่วย” หมายความว่า ผู้ อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านต่าง ๆ ในสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก “เจ้าหน้าที่ ” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ “ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ “ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

  4. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

  5. หมวด ๑ การจัดตั้ง วัตถุประสงค์ หน้าที่และอำนาจ

    4 มาตรา
  6. ให้จัดตั้งองค์การมหาชนขึ้น เรียกว่า “สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)” เรียกโดยย่อว่า “รวพ.”

  7. ให้สำนักงานมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัดอื่นตามที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา และอาจตั้งสำนักงานสาขาได้ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

  8. สำนักงานมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

    (๑) จัดให้มี บริหารจัดการ และให้ทุนสำหรับการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม การพัฒนา ปรับปรุงเทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมถึงการพัฒนากำลังคนทักษะสูง ผู้ประกอบการใหม่ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับระบบวิจัยและนวัตกรรม ทั้งนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม ความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการของประเทศ การพัฒนาพื้นที่ และการยกระดับ คุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงการสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมเพื่อสร้างรากฐาน ไปสู่อุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต

    (๒) ขับเคลื่อนและเร่งรัดการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยี ตาม

    (๑) เพื่อนำผลงานไปใช้ประโยชน์และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๓) บริหารจัดการเพื่อให้เกิดการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมร่วมกับภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคม รวมถึงการจัดหาเงินทุนเพื่อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม หรือการนำผลงานดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ เชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคม

    (๔) สร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนุนวัตถุประสงค์ตาม (๑) (๒) และ

    (๓) ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ

    (๕) ดำเนินการอื่นที่จำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

  9. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ ให้สำนักงานมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง มีทรัพยสิทธิต่างๆ และเป็นเจ้าของและบริหารจัดการทรัพย์สิน ทางปัญญา

    (๒) ก่อตั้งสิทธิหรือทำนิติกรรมทุกประเภท เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสำนักงาน

    (๓) ทำความตกลงและร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน

    (๔) จัดให้มี บริหารจัดการ และให้ทุนแก่บุคคล คณะบุคคล หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน และหน่วยงานภาคประชาสังคมตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน

    (๕) จัดตั้งหรือร่วมกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งนิติบุคคล ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนในกิจการ ของนิติบุคคลอื่น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรม เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง โดยต้องไม่มีวัตถุประสงค์หลักในการมุ่งแสวงหากำไร

    (๖) ลงทุนหรือร่วมลงทุนกับบุคคลหรือนิติ บุ คคลอื่ นเพื่ อก่อให้เกิดการนำผลงานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์

    (๗) ให้บริการที่ เกี่ ยวข้องกับการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการนำผลงานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ โดยอาจริเริ่ มให้เกิดการประกอบการ การผลิต การเข้าถึงตลาด ของธุรกิจนวัตกรรม การเชื่อมโยงไปสู่การลงทุน ในส่วนที่หน่วยงานภาคเอกชนยังไม่มีศักยภาพ ในการดำเนินการ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๘) การจัดหาเงินทุนเพื่ อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม หรือการนำผลงานดังกล่าว ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคม

    (๙) เรียกเก็บค่าบำรุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดำเนินกิจการต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ ของสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

    (๑๐) จัดทำระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการทำงานตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน และเชื่อมโยง ระบบข้อมูลดังกล่าวกับระบบข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

    (๑๑) รวบรวม สังเคราะห์ และเผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์ และภูมิปัญญาอันเกิดจาก การดำเนินงานของสำนักงานแก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ต้องเป็นข้อมูลที่ไม่กระทบต่อ ความลับทางการค้า ความมั่นคงของประเทศ หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

    (๑๒) ปฏิบัติงานหรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรีหรือสภานโยบายมอบหมาย การดำเนินการตาม (๕) และ

    (๖) ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีและที่สภานโยบายกำหนด เมื่ อภาคเอกชนมีศักยภาพในการดำเนินการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมนั้ นไปใช้ประโยชน์แล้ว ให้พิจารณายกเลิกการลงทุนหรือการร่วมลงทุนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่ กสว. กำหนดโดยความเห็นชอบ ของสภานโยบาย

  10. หมวด ๒ ทุน รายได้ และทรัพย์สิน

    4 มาตรา
  11. ทุนและทรัพย์สินในการดำเนินกิจการของสำนักงาน ประกอบด้วย

    (๑) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา ๕๘ และเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับโอนมา ตามมาตรา ๕๙

    (๒) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความเหมาะสมเป็นรายปี

    (๓) เงินอุดหนุนทั่วไปที่ได้รับจัดสรรจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

    (๔) เงินอุดหนุนหรือเงินสมทบทุนจากภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่น รวมทั้งจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ และเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๕) เงินที่ได้รับจากการจัดหาเงินทุนเพื่อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม หรือการนำผลงานดังกล่าว ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคม

    (๖) ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการดำเนินกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน

    (๗) ดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของสำนักงาน การรับเงินหรือทรัพย์สินตาม (๔) และ

    (๕) จะต้องไม่กระทำในลักษณะที่ทำให้สำนักงาน ขาดความเป็นอิสระหรือความเป็นกลาง และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้ให้เงินอุดหนุน เงินสมทบทุน หรืออุทิศให้

  12. ๑๐

    บรรดารายได้ของสำนักงานไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือสมควร สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจนำรายได้ ของสำนักงานในจำนวนที่เห็นสมควรส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

  13. ๑๑

    อสังหาริมทรัพย์ซึ่งสำนักงานได้มาจากการให้หรือซื้อด้วยเงินรายได้ของสำนักงาน ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงาน สำนักงานมีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ จำหน่าย และจัดหาประโยชน์จาก ทรัพย์สินของสำนักงาน

  14. ๑๒

    การใช้จ่ายเงินของสำนักงาน ให้ใช้จ่ายไปเพื่ อกิจการตามวัตถุประสงค์ และหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน การเก็บรักษาและเบิกจ่ายเงินของสำนักงาน ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

  15. หมวด ๓ การบริหารและการดำเนินกิจการ

    23 มาตรา
  16. ๑๓

    ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการสำนักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่” ประกอบด้วย

    (๑) ประธานกรรมการ ซึ่ งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ งจากผู้ มี ความรู้ ความเชี่ ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์เกี่ยวกับการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมในภาคการผลิตและบริการ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับประเทศและเชิงพื้นที่ หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ ต่อกิจการของสำนักงาน

    (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสามคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้ อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้ อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

    (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินหกคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ ประจักษ์ในด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ การวิจัย การสร้างนวัตกรรม การนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการของสำนักงาน โดยอย่างน้อยสี่คนต้องมาจาก ผู้มีความเชี่ยวชาญการบริหารงานในสาขาที่เป็นขอบเขตรับผิดชอบของหน่วยบริหารจัดการทุน ให้ผู้ อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง และให้ผู้ อำนวยการหน่วย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการ ซึ่งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  17. ๑๔

    หน่วยงานซึ่ งประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง หรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิสังกัดอยู่ ไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรทุนจากสำนักงาน เว้นแต่คณะรัฐมนตรีโดยข้อเสนอ ของสภานโยบายมีมติให้หน่วยงานตามที่ระบุสามารถรับทุนได้ในปีงบประมาณใดปีงบประมาณหนึ่งเป็นปี ๆ ไป

  18. ๑๕

    ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี และไม่เกินเจ็ดสิบปี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๒) ไม่เป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสำนักงาน

    (๓) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการที่กระทำกับสำนักงาน หรือในกิจการที่ เป็นการแข่งขันกับกิจการของสำนักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในนิติบุ คคล ซึ่งสำนักงานเป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา ๘

    (๕) หรือลงทุนหรือร่วมลงทุนตามมาตรา ๘

    (๖) ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

  19. ๑๖

    ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่ ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

  20. ๑๗

    ในกรณีที่ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ ทรงคุณวุฒิ จะพ้นจากตำแหน่ง ตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายในเก้าสิบวัน ก่อนวันที่ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งครบกำหนดตามวาระ

  21. ๑๘

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อน ความสามารถ

    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๕

  22. ๑๙

    ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก ผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทนหรือผู้ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว เว้นแต่ วาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและยังมีกรรมการ เหลืออยู่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง และในกรณีที่ประธานกรรมการ พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้กรรมการที่เหลือเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการ เป็นการชั่วคราว

  23. ๒๐

    คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการและการดำเนินงาน ของสำนักงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ หน้าที่และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

    (๑) กำหนดนโยบายการบริหารและจัดการทุน การบริหารงาน การบริหารจัดการ ของหน่วยบริหารจัดการทุน และการจัดหาทุน และให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงาน

    (๒) อนุมัติงบประมาณประจำปี รายงานการเงิน แผนการลงทุน และการดำเนินโครงการ ตามที่คณะกรรมการกำหนด

    (๓) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับสำนักงานในเรื่องดังต่อไปนี้

    (ก) การบริหารงานทั่วไป การจัดแบ่งส่วนงานภายใน และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว

    (ข) การให้ทุ น การลงทุนหรือร่วมลงทุน และการให้บริการ โดยคณะกรรมการ อาจกำหนดระเบียบในเรื่ องดังกล่าวเป็นการทั่ วไปและอาจมอบหมายให้หน่วยบริหารจัดการทุน เป็นผู้ออกระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสำหรับหน่วยนั้นเพิ่มเติมเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้

    (ค) การจัดหาเงินทุน

    (ง) การสรรหา การแต่งตั้ง และการถอดถอนผู้อำนวยการและผู้อำนวยการหน่วย การปฏิบัติงานและการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการหน่วย การรักษาการแทนและการมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทน

    (จ) การกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่น ของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (ฉ) การกำหนดประมวลจริยธรรมในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้ อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการหน่วย และเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน

    (ช) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การพัฒนา การประเมินผลงาน การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์และการอุทธรณ์ การลงโทษ ของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และลูกจ้าง

    (ซ) การบริหารและจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของสำนักงาน รวมทั้ง การบัญชีและการจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญ (ฌ)การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน (ญ)การแต่งตั้ง หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการตรวจสอบ

    (ฎ) การกำหนดขอบเขตเกี่ ยวกับการปฏิบัติ หน้าที่ ของคณะกรรมการตรวจสอบ และผู้ตรวจสอบภายใน

    (ฏ) การกำหนดเครื่องแบบผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการหน่วย เจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงาน และเครื่องหมายสำนักงาน

    (ฐ) การกำหนดเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นของที่ปรึกษาของคณะอนุกรรมการ ประจำหน่วย และคณะทำงาน

    (๔) ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการประจำหน่วย และให้ความเห็นชอบต่อ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการหน่วยโดยผู้อำนวยการและคณะอนุกรรมการประจำหน่วย

    (๕) ให้ความเห็นชอบในการกำหนดค่าบำรุง ค่าตอบแทน และค่าบริการในการดำเนินกิจการ ของสำนักงาน

    (๖) ให้ความเห็นชอบรายงานประจำปีเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรี

    (๗) กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงาน

    (๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะรัฐมนตรีหรือสภานโยบายมอบหมาย ระเบียบเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญตาม (๓)

    (ซ) ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

  24. ๒๑

    การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการด้วยโดยอนุโลม

  25. ๒๒

    ในการควบคุมดูแลการดำเนินงานของสำนักงาน ให้คณะกรรมการพิจารณา กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของสำนักงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่ งต้องเป็นไปเพื่ อประโยชน์สุ ขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ ต่ อภารกิจ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ ความซื่อสัตย์สุจริต การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การกระจายอำนาจ การตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน

  26. ๒๓

    คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา ของคณะกรรมการ และมีอำนาจแต่งตั้ งคณะกรรมการตรวจสอบตามมาตรา ๒๐ (๓)

    (ญ) และคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการที่กระทำกับ สำนักงานหรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของสำนักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในนิติบุคคล ซึ่งสำนักงานเป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา ๘

    (๕) หรือลงทุนหรือร่วมลงทุนตามมาตรา ๘

    (๖) ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ให้นำความในมาตรา ๒๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

  27. ๒๔

    ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่น ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  28. ๒๕

    ให้สำนักงานมีผู้ อำนวยการคนหนึ่ ง เป็นผู้ บริหารกิจการของสำนักงาน ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการ และให้มีรองผู้อำนวยการคนหนึ่ง เพื่อเป็นผู้ช่วยปฏิบัติงาน ด้านบริหารของผู้อำนวยการตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก คณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจสรรหา แต่งตั้ง และถอดถอนผู้อำนวยการ การสรรหาผู้ อำนวยการ ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการซึ่ งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  29. ๒๖

    ในการแต่งตั้ งผู้ อำนวยการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่มีเหตุต้องแต่งตั้งผู้อำนวยการ และหากมีเหตุผลจำเป็น คณะกรรมการอาจขยายระยะเวลา ได้อีกไม่เกินหกสิบวัน หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการพัฒนา และส่งเสริมองค์การมหาชนรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการ

  30. ๒๗

    ผู้ อำนวยการต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการ ของสำนักงานตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์และหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน สามารถทำงาน ให้แก่สำนักงานได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วย องค์การมหาชนด้วย

  31. ๒๘

    ผู้อำนวยการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

  32. ๒๙

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) ออกตามกรณีที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการกับผู้อำนวยการ

    (๔) คณะกรรมการให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อน ความสามารถ

    (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๒๗ มติของคณะกรรมการให้ผู้อำนวยการออกจากตำแหน่งตาม

    (๔) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยไม่นับรวมผู้อำนวยการ การขาดคุณสมบัติ เพราะมีอายุเกินหกสิบห้าปี ให้ถื อว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่ง ตามกำหนดเวลาในสัญญาจ้าง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

  33. ๓๐

    ภายใต้บังคับมาตรา ๕๓ วรรคสองและวรรคสาม ให้ผู้อำนวยการมีหน้าที่ บริหารกิจการของสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของสำนักงาน มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด นโยบาย และมติของคณะกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชา รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการหน่วย เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกตำแหน่ง รวมทั้งให้มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของสำนักงานต่อคณะกรรมการ

    (๒) เสนอเป้าหมาย แผนงาน โครงการ และงบประมาณประจำปีต่ อคณะกรรมการ เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักงานบรรลุวัตถุประสงค์

    (๓) บริหารจัดการ กำกับ และติดตามให้หน่วยบริหารจัดการทุนดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของสำนักงาน รวมทั้ งดำเนินการให้เกิดการเชื่ อมโยงการทำงานระหว่าง หน่วยบริหารจัดการทุนเพื่อให้เกิดผลสูงสุดต่อการพัฒนาความสามารถการแข่งขันของภาคการผลิต และบริการ การสร้างรากฐานไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาพื้นที่ และการยกระดับคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจฐานราก

    (๔) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงาน รวมทั้ง รายงานการเงินต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา

    (๕) เสนอความเห็นเกี่ ยวกับการปรับปรุงกิจการและการดำเนินงานของสำนักงาน ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสำนักงานต่อคณะกรรมการ ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของสำนักงาน

  34. ๓๑

    ผู้อำนวยการมีอำนาจ

    (๑) แต่งตั้ งและถอดถอนรองผู้ อำนวยการและผู้ อำนวยการหน่วยโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการ

    (๒) บรรจุ แต่งตั้ ง เลื่ อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ดำเนินการทางวินัย และลงโทษ ทางวินัยเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานตามมาตรา ๔๘ (๑) และ

    (๓) ตลอดจนให้บุคคลดังกล่าวออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด นโยบาย หรือมติของคณะกรรมการ

    (๔) กำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินงานของหน่วยบริหารจัดการทุน

    (๕) ดำเนินการอื่นตามที่สภานโยบายหรือคณะกรรมการมอบหมาย

  35. ๓๒

    รองผู้ อำนวยการต้องมีคุ ณสมบัติ และไม่มี ลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับ ผู้อำนวยการ และมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระของผู้อำนวยการ เมื่อผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่ง ให้รองผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งด้วย แต่อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน และให้นำความในมาตรา ๒๙ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระของรองผู้อำนวยการด้วย โดยอนุโลม โดยมิให้ถือว่ามีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่ แต่งตั้ งรองผู้ อำนวยการจากเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ นั้ นพ้นจากตำแหน่งเดิมที่ ดำรงอยู่ เมื่ อพ้นจากตำแหน่งรองผู้ อำนวยการ ให้แต่งตั้ งผู้ นั้ นกลับไปดำรงตำแหน่งที่ ไม่ต่ำกว่าตำแหน่ง และเงินเดือนเดิม

  36. ๓๓

    ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหรือผู้อำนวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองผู้ อำนวยการรักษาการแทน ถ้าไม่มี รองผู้ อำนวยการหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ ได้ ให้ผู้อำนวยการหน่วยตามลำดับที่คณะกรรมการกำหนด รักษาการแทน ถ้าไม่มีผู้อำนวยการหน่วย หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน ตามมาตรา ๔๘ (๑) หรือ

    (๓) คนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทน ให้ผู้รักษาการแทนตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับผู้อำนวยการ ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นแต่งตั้งให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการ หรือให้มีหน้าที่และอำนาจอย่างใด ให้ผู้รักษาการแทนเป็นกรรมการหรือมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับ ผู้อำนวยการด้วย แล้วแต่กรณี

  37. ๓๔

    ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้แทนของสำนักงาน เพื่ อการนี้ ผู้ อำนวยการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้แต่ต้องเป็นไป ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก ให้ผู้อำนวยการมอบอำนาจทั่วไป อำนาจในการทำนิติกรรม การฟ้องและการดำเนินคดี หรือการอื่นใดในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานของหน่วยบริหารจัดการทุนให้แก่ผู้อำนวยการหน่วย รวมทั้งมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการหน่วยมอบอำนาจต่อได้ เพื่อให้การบริหารงานของหน่วยบริหารจัดการ ทุนคล่องตัวและเป็นอิสระ ทั้งนี้ ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

  38. ๓๕

    ให้คณะกรรมการเป็นผู้ กำหนดเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ของผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด คณะกรรมการอาจกำหนดให้รองผู้ อำนวยการและผู้ อำนวยการหน่วย ได้รับเงินเดือน และประโยชน์ตอบแทนอื่นโดยนำหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามวรรคหนึ่งมาใช้เป็นแนวทางด้วย โดยอนุโลม หรือได้รับเงินเดือน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน

  39. หมวด ๔ หน่วยบริหารจัดการทุน

    12 มาตรา
  40. ๓๖

    ให้มีหน่วยบริหารจัดการทุนด้านต่างๆ ขึ้นในสำนักงาน รับผิดชอบในการส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ให้ทุนและบริหารจัดการทุน รวมทั้งมีภารกิจ ดังต่อไปนี้

    (๑) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน มีภารกิจในการให้ทุน และบริหารจัดการทุนโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านอุตสาหกรรม และบริการ ขับเคลื่อนและเร่งรัดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งการสร้างความร่วมมือและการร่วมลงทุนในการวิจัย และนวัตกรรม โดยเน้นการพัฒนา ถ่ายทอด และการบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการนำเข้าสู่ตลาด และส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศิลปะ สุนทรียะ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้เกิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ รวมทั้งการพัฒนากำลังคนที่มีทักษะสูง เฉพาะด้านที่ขาดแคลน ผู้ประกอบการใหม่ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับระบบวิจัย และนวัตกรรมตามภารกิจดังกล่าว

    (๒) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ มีภารกิจในการให้ทุนและบริหารจัดการทุน โดยมีเป้าหมายเพื่ อลดความเหลื่ อมล้ำในสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิ ตและเศรษฐกิจฐานราก เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก กระจายความเจริญ และสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ โดยเน้นการตอบสนองความต้องการแก้ปัญหา และพัฒนาชุมชนท้องถิ่น การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การศึกษาวิจัยเพื่อรักษาและสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ฐานทุนทรัพยากรธรรมชาติและทุนวัฒนธรรมของท้องถิ่น การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับพื้นที่ การสร้างนวัตกรรมทางสังคม ตลอดจนการใช้กระบวนการวิจัยเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างภาคส่วนต่างๆ การพัฒนาระบบบริหารจัดการการวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาให้สามารถตอบโจทย์ ของพื้นที่ การพัฒนาระบบการจัดการความรู้และบุคลากรในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงนักจัดการความรู้ นวัตกรสังคม ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้ประกอบการในพื้นที่ การเผยแพร่ให้เกิดการนำผลงานวิจัยไปใช้ และการขยายผลการวิจัยไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

    (๓) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต มีภารกิจในการให้ทุ นและบริหารจัดการทุนโดยมีเป้าหมายเพื่ อการสร้างโอกาสและรากฐานไปสู่ การพัฒนาอุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต เช่น กิจการอวกาศ ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด ชีวโมเลกุลและเมแทบอลิซึม รวมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ส่งผล ต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาการขั้นแนวหน้า และการใช้ การสร้างสรรค์ทางดิจิทัลเพิ่มมูลค่าให้กิจการต่าง ๆ การพัฒนาบุคลากรที่มีสมรรถนะสูงตามภารกิจ และความต้องการของประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขา ที่กำหนดให้เป็นอุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต และการสร้างความร่วมมือและการร่วมลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง

    (๔) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ มีภารกิจในการให้ทุนและบริหารจัดการทุนโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการผลิตและผลิตภาพ สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิ ตและสิ่ งแวดล้อมที่ ดี ให้แก่เกษตรกรและกลุ่ มอาชีพในพื้ นที่ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการสำรวจความต้องการใช้ เทคโนโลยีในพื้นที่ต่างๆ แสวงหาศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่มีอยู่แล้วทั้งที่เป็นสาธารณะ และมีเจ้าของทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ พัฒนาระบบ กลไก และผู้ให้บริการเพื่อให้เกิดการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ปรับแต่งและประยุกต์เทคโนโลยีให้เกิดการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ส่งเสริมและให้ค่าตอบแทน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก นักวิจัยและบุคลากรซึ่ งก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีที่ เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ พัฒนาคลังข้อมูล และแพลตฟอร์มศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม

    (๕) หน่วยบริหารจัดการทุนอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามความต้องการของประเทศ

  41. ๓๗

    ภายใต้บังคับมาตรา ๗ การจัดตั้งหน่วยบริหารจัดการทุนขึ้นใหม่ตามมาตรา ๓๖

    (๕) การรวม การโอน หรือการยุบหน่วยบริหารจัดการทุน การแก้ไขเพิ่มเติมภารกิจของหน่วยบริหารจัดการทุน หรือการเปลี่ยนชื่อหน่วยบริหารจัดการทุน ให้คณะกรรมการขอความเห็นของ กสว. มาประกอบการพิจารณา และให้ทำเป็นข้อบังคับของคณะกรรมการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  42. ๓๘

    ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับภารกิจของหน่วยบริหารจัดการทุนตามมาตรา ๓๖ ให้ผู้ อำนวยการเสนอให้คณะกรรมการเป็นผู้ พิ จารณาวินิ จฉัย เมื่ อคณะกรรมการวินิ จฉัยแล้ว ให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยนั้น

  43. ๓๙

    เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ คณะกรรมการอาจมีมติให้หน่วยบริหาร จัดการทุนร่วมกันดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในมาตรา ๗ โดยมีการร่วมกันหรือแบ่งงานกันทำ ในกิจการหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คณะกรรมการกำหนดได้ คณะกรรมการอาจดำเนินการตามวรรคหนึ่ งได้เองหรือมีมติให้ดำเนินการตามข้อเสนอ ของผู้อำนวยการก็ได้

  44. ๔๐

    หน่วยบริหารจัดการทุนมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอแผนปฏิบัติการประจำปีต่อคณะอนุกรรมการประจำหน่วยเพื่อขอความเห็นชอบ ทั้งนี้ โดยให้สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของสำนักงาน

    (๒) จัดให้มี บริหารจัดการ และให้ทุนแก่บุคคล คณะบุคคล หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน และหน่วยงานภาคประชาสังคมตามภารกิจของหน่วยบริหารจัดการทุน

    (๓) ติดตาม ประเมินผล และเร่งรัดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้ งประเมินผลลัพธ์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ สังคม หรือพื้นที่ โดยให้รายงานผลต่อผู้อำนวยการตามระยะเวลา ที่ คณะกรรมการกำหนด และเสนอแนะมาตรการดำเนินการเกี่ ยวกับผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่มิได้นำไปใช้ประโยชน์ทุกปีด้วย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๔) วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลที่ได้จากการให้ทุนสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ในภาพรวมว่า สัมฤทธิ์ผลตามแผนด้านการอุดมศึกษาและแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือไม่ ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกับแนวทางที่คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรมตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งชาติกำหนด รวมทั้งทำข้อเสนอเพื่อประโยชน์ในการกำหนดแผนงานใหม่

    (๕) รวบรวมและสังเคราะห์ความรู้ ประสบการณ์ และภูมิปัญญาที่ได้จากการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการตามมาตรา ๘ (๑๑)

    (๖) เสนอแนวทางและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน หรือตามที่คณะกรรมการกำหนด ต่อผู้อำนวยการ

    (๗) ทำความตกลงหรือร่วมลงทุนกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชนและหน่วยงาน ภาคประชาสังคมทั้ งในประเทศและต่างประเทศในการดำเนินงานตามที่ ได้รับมอบอำนาจจาก ผู้อำนวยการ

    (๘) ประสานงาน ร่วมมือ และสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน และหน่วยงานภาคประชาสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศในการดำเนินงานตามภารกิจ

    (๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการหรือผู้อำนวยการมอบหมาย

  45. ๔๑

    ให้สำนักงานจัดให้มีระบบธุรการร่วมทางการเงิน การงบประมาณ การพัสดุ การบริหารงานบุคคล ระบบข้อมูลและสารสนเทศ และการบริหารด้านอื่นให้เพียงพอต่อการสนับสนุน การดำเนินงานของหน่วยบริหารจัดการทุน ในการดำเนินงานตามภารกิจและหน้าที่และอำนาจ หน่วยบริหารจัดการทุนต้องประสานงาน และร่วมมือซึ่งกันและกันเพื่อมิให้เกิดความซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกัน รวมทั้งต้องใช้ระบบธุรการร่วม ที่สำนักงานจัดให้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรานี้ ผู้อำนวยการอาจกำหนดให้มีการประชุมร่วมหรือ การดำเนินการอื่นที่จำเป็นได้

  46. ๔๒

    ในหน่วยบริหารจัดการทุนแต่ละหน่วย ให้คณะกรรมการแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการประจำหน่วย ประกอบด้วย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๑) ประธานอนุกรรมการประจำหน่วย ซึ่งแต่งตั้งจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ที่มีความรู้และประสบการณ์ตามภารกิจของหน่วยบริหารจัดการทุน

    (๒) ผู้อำนวยการ เป็นอนุกรรมการโดยตำแหน่ง

    (๓) อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้องกับหน่วยบริหารจัดการทุนนั้น และเป็นผู้ซึ่งอาจใช้ประโยชน์ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของหน่วยบริหารจัดการทุน ให้ผู้อำนวยการหน่วยเป็นอนุกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง คณะอนุกรรมการประจำหน่วยอาจแต่งตั้งที่ปรึกษาของคณะอนุกรรมการประจำหน่วยได้ จำนวนไม่เกินสามคน ประธานอนุกรรมการประจำหน่วย อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประจำหน่วย และที่ปรึกษา ของคณะอนุกรรมการประจำหน่วยให้มีวาระการดำรงตำแหน่งตามวาระของคณะกรรมการ ให้นำความในมาตรา ๑๖ วรรคสอง และมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่ง ของประธานอนุกรรมการประจำหน่วยและอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประจำหน่วยด้วยโดยอนุโลม

  47. ๔๓

    ให้นำความในมาตรา ๑๕

    (๓) มาใช้บังคับแก่ลักษณะต้องห้ามของ ประธานอนุกรรมการประจำหน่วยและอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประจำหน่วยด้วยโดยอนุโลม

  48. ๔๔

    ให้นำความในมาตรา ๒๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะอนุกรรมการประจำหน่วยด้วย โดยอนุโลม

  49. ๔๕

    คณะอนุกรรมการประจำหน่วยมีหน้าที่อำนวยการและกำกับดูแลการดำเนินงาน ของหน่วยบริหารจัดการทุนให้เป็นไปตามมาตรา ๓๖ และให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) กำหนดแนวทางการดำเนินงานของหน่วยบริหารจัดการทุนให้สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของสำนักงาน

    (๒) ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการประจำปีและงบประมาณของหน่วยบริหารจัดการทุน

    (๓) ออกระเบียบหรือประกาศของหน่วยบริหารจัดการทุนโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด นโยบาย หรือมติของคณะกรรมการหรือระเบียบของผู้อำนวยการ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๔) ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะทำงานโดยผู้อำนวยการหน่วยเพื่อพิจารณากลั่นกรอง การให้ทุนหรือเพื่อสนับสนุนงานวิชาการอื่น

    (๕) เสนอการประเมินผลการปฏิบัติ งานของผู้ อำนวยการหน่วยต่อผู้ อำนวยการ และคณะกรรมการ

    (๖) เสนอความเห็นเกี่ ยวกับการปฏิบัติ หน้าที่ และการถอดถอนผู้ อำนวยการหน่วยต่อ ผู้อำนวยการเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

    (๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

  50. ๔๖

    ให้หน่วยบริหารจัดการทุนมีผู้ อำนวยการหน่วยเป็นผู้ บริหารกิจการของ หน่วยบริหารจัดการทุน มีอำนาจอนุมัติการให้ทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ ประจำหน่วยกำหนด และไม่มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ ผู้ อำนวยการหน่วยต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการ ของหน่วยบริหารจัดการทุน และสามารถทำงานให้แก่สำนักงานได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับผู้อำนวยการตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนด้วย การสรรหาผู้อำนวยการหน่วยให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

  51. ๔๗

    ผู้อำนวยการหน่วยมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ให้นำความในมาตรา ๒๙ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระของผู้อำนวยการหน่วยด้วย โดยอนุโลม

  52. หมวด ๕ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงาน

    5 มาตรา
  53. ๔๘

    เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานมีสามประเภท คือ

    (๑) เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง ได้แก่ ผู้ซึ่งปฏิบัติงานโดยรับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากงบประมาณ ของสำนักงาน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๒) ที่ ปรึกษาหรือผู้เชี่ ยวชาญ ได้แก่ ผู้ ซึ่ งสำนักงานจ้างให้ปฏิบัติหน้าที่ เป็นที่ ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญโดยมีสัญญาจ้าง

    (๓) เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมาปฏิบัติงานของสำนักงานเป็นการชั่วคราวตามมาตรา ๕๒

  54. ๔๙

    เจ้าหน้าที่ต้องมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และหน้าที่ และอำนาจของสำนักงาน สามารถทำงานให้แก่สำนักงานได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนด้วย

  55. ๕๐

    เจ้าหน้าที่พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๔๙

    (๔) ครบกำหนดเวลาจ้างตามสัญญา

    (๕) ถูกให้ออก เพราะไม่ผ่านการประเมินผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ กำหนดไว้ในข้อบังคับ

    (๖) ถูกไล่ออกหรือปลดออก เพราะผิดวินัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดไว้ ในข้อบังคับ การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบปี ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามกำหนดเวลา ในสัญญาจ้าง

  56. ๕๑

    สำนักงานอาจทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ หรือลูกจ้างตามระยะเวลา ที่กำหนดในสัญญาได้

  57. ๕๒

    เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสำนักงาน รัฐมนตรีอาจขอให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในกระทรวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนอื่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานในสำนักงาน เป็นการชั่วคราวได้ ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างของผู้นั้น และมีข้อตกลงที่ทำไว้ ในการอนุมัติ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราว ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไปปฏิบัติงานใด ๆ และให้นับระยะเวลาระหว่างที่ มาปฏิบัติ งานในสำนักงานสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญ หรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาดังกล่าว แล้วแต่กรณี เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานในสำนักงาน ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนในส่วนราชการหรือหน่วยงานเดิม ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิมตามข้อตกลงที่ทำไว้ในการอนุมัติ

  58. หมวด ๖ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสำนักงาน

    4 มาตรา
  59. ๕๓

    การบัญชีของสำนักงาน ให้จัดทำตามหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ และต้องจัดให้มีการตรวจสอบ ภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสำนักงาน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบ ให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละครั้ง ในการตรวจสอบภายใน ให้มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภายใน โดยเฉพาะและให้รับผิดชอบขึ้ นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการตามระเบียบ ที่คณะกรรมการกำหนด ในการแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง และลงโทษทางวินัยของผู้ตรวจสอบภายใน ให้ผู้อำนวยการและคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาร่วมกันแล้วเสนอให้คณะกรรมการให้ความเห็นชอบก่อน จึงดำเนินการได้

  60. ๕๔

    ให้สำนักงานจัดทำรายงานการเงินประจำปีส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก ในทุกรอบปี ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการแต่งตั้ง ด้วยความเห็นชอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินของสำนักงาน โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไป ตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด แล้วทำบันทึกรายงานผลการสอบบัญชี เสนอต่อคณะกรรมการ ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสำนักงาน สอบถามผู้ อำนวยการ รองผู้ อำนวยการ ผู้ อำนวยการหน่วย ผู้ ตรวจสอบภายใน เจ้าหน้าที่ และผู้ ปฏิบัติ งาน หรือบุคคลอื่ น และเรียกให้ส่ งสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสำนักงานเป็นการเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น

  61. ๕๕

    ให้สำนักงานทำรายงานประจำปีเสนอรัฐมนตรีทุกสิ้นปีงบประมาณ รายงานนี้ ให้กล่าวถึงผลงานของสำนักงานในปีที่ล่วงมาแล้ว รายงานการเงิน พร้อมทั้งรายงานของผู้สอบบัญชี รวมทั้งคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของคณะกรรมการ แผนงาน และโครงการที่จะจัดทำในภายหน้า

  62. ๕๖

    การประเมินผลงานของสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน และกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

  63. หมวด ๗ การกำกับดูแล

    1 มาตรา
  64. ๕๗

    ให้รัฐมนตรีมีหน้าที่และอำนาจกำกับดูแลการดำเนินกิจการของสำนักงาน ให้เป็นไปตามกฎหมายและให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสำนักงาน นโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี มติสภานโยบาย และแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน เพื่อการนี้ ให้รัฐมนตรี มีอำนาจสั่งให้สำนักงานชี้แจง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำของสำนักงาน ที่ ขัดต่อกฎหมาย วัตถุประสงค์ของการจัดตั้ งสำนักงาน นโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี มติสภานโยบาย หรือแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ตลอดจนสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การดำเนินการของสำนักงานได้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

  65. บทเฉพาะกาล

    12 มาตรา
  66. ๕๘

    ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิ น สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน งบประมาณ และรายได้ของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติ สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ เฉพาะในส่วนของหน่วยบริหารและจัดการทุนที่จัดตั้งขึ้นตามข้อบังคับคณะกรรมการ อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วย หน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปเป็น ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้ และให้ถื อว่าหน่วยบริหารและจัดการทุนดังกล่าว เป็นหน่วยบริหารจัดการทุนตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปจนกว่าคณะกรรมการสำนักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่จะมีมติเป็นอย่างอื่น ให้หน่วยบริหารจัดการทุนตามวรรคหนึ่งซึ่งรับโอนมา ยังคงดำเนินโครงการวิจัยและนวัตกรรม และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการวิจัยและนวัตกรรมต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าว หรือจนกว่าคณะกรรมการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน และการพัฒนาพื้นที่จะมีมติเป็นอย่างอื่น นิติกรรม สัญญา หรือข้อตกลงใดที่รับโอนมาตามวรรคหนึ่ง อ้างถึง “สำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ” และ “หน่วยบริหารและจัดการทุน” ให้ถือว่าอ้างถึง “สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)” และ “หน่วยบริหารจัดการทุน” ตามพระราชกฤษฎีกานี้ แล้วแต่กรณี

  67. ๕๙

    ให้โอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ เฉพาะในส่วนของหน่วยบริหารและจัดการทุนที่จัดตั้งขึ้น ตามข้อบังคับคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ไปเป็นเงินของกองทุนสำรองเลี้ ยงชีพของสำนักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้ และให้ถือว่าสมาชิกภาพของสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุน ตามมาตรา ๖๒ และพนักงานของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งชาติที่โอนไปตามมาตรา ๖๔ นับต่อเนื่องเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้

  68. ๖๐

    ในวาระเริ่ มแรก ให้คณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่ งดำรงตำแหน่งอยู่ ในวันก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ปฏิบัติ หน้าที่คณะกรรมการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมี การแต่งตั้งคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

  69. ๖๑

    ในวาระเริ่ มแรก ให้ผู้ อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน และการพัฒนาพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

  70. ๖๒

    ในวาระเริ่ มแรก ให้คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุน และผู้ อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนตามข้อบังคับคณะกรรมการอำนวยการสำนักงาน สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่ งดำรงตำแหน่งอยู่ ในวันก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ ปฏิบัติ หน้าที่ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุน และผู้ อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่ งต้องไม่เกินสองร้อยสี่ สิบวัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ โดยให้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก

    (๑) คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้ อำนวยการหน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปฏิบัติหน้าที่คณะอนุกรรมการ ประจำหน่วยบริหารจัดการทุนและผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถ การแข่งขันตามมาตรา ๓๖ (๑)

    (๒) คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้ อำนวยการหน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ ปฏิบัติหน้าที่คณะอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุน และผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ตามมาตรา ๓๖ (๒)

    (๓) คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้ อำนวยการหน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ปฏิบัติหน้าที่คณะอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุนและผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุน ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามมาตรา ๓๖ (๓)

  71. ๖๓

    ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๖๐ ปฏิบัติหน้าที่คณะอนุกรรมการประจำหน่วย บริหารจัดการทุนด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามมาตรา ๓๖

    (๔) ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๖๐ แต่งตั้งรักษาการผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุน ด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามมาตรา ๓๖

    (๔) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยี ที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนำศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ซึ่งต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

  72. ๖๔

    ให้โอนบรรดาพนักงาน ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เฉพาะที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยบริหาร และจัดการทุนที่จัดตั้งขึ้นตามข้อบังคับคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๖๒ และเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมาปฏิบัติงานที่หน่วยบริหารและจัดการทุนเป็นการชั่วคราว ไปเป็นเจ้าหน้าที่ และผู้ ปฏิบัติ งานของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่ อเพิ่ มความสามารถการแข่งขัน และการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้ โดยมิให้ถือว่าเป็นการออกจากงาน เพราะสังกัดเดิมเลิกจ้าง และให้ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่น ที่เคยได้รับมาแล้วไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ การบรรจุและแต่งตั้งบุคคลตามวรรคหนึ่งให้ดำรงตำแหน่งใด ให้เป็นไปตามกรอบอัตรากำลัง คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างตามที่คณะกรรมการตามมาตรา ๖๐ กำหนด ซึ่งจะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับโครงสร้างและกรอบอัตรากำลังของสำนักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) และจะต้อง ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน หรือสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นซึ่งรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่า ที่ผู้นั้นเคยได้รับอยู่เดิม โดยการบรรจุและแต่งตั้งดังกล่าวให้มีผลในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ และให้นับอายุการปฏิบัติงานต่อเนื่องจากการปฏิบัติงานในหน่วยบริหารและจัดการทุนที่จัดตั้งขึ้น ตามข้อบังคับคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๖๒

  73. ๖๕

    พนักงานของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามพระราชบัญญัติ สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และพนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งอยู่ในกำกับ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้ ใดสมัครใจ จะไปเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ให้แสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้อำนวยการ ตามมาตรา ๖๑ ตามแบบที่คณะกรรมการตามมาตรา ๖๐ กำหนด ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ และเมื่อผ่านการคัดเลือกหรือการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ตามมาตรา ๖๐ กำหนดแล้ว ให้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่ อเพิ่ มความสามารถ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก การแข่งขันและการพัฒนาพื้ นที่ (องค์การมหาชน) ดำเนินการบรรจุและแต่งตั้ งเป็นเจ้าหน้าที่ ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ให้นำความในมาตรา ๖๔ วรรคสอง มาใช้บังคับแก่การบรรจุ แต่งตั้ง และการนับอายุ การปฏิบัติงานต่อเนื่องของบุคคลดังกล่าวในวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม

  74. ๖๖

    บทบัญญัติแห่งกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง มติคณะรัฐมนตรี มติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือมติคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมใด ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ อ้างถึง “หน่วยบริหารและจัดการทุน” “คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุน” “ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุน” และ “พนักงานสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ” เฉพาะในส่วนที่ เกี่ ยวกับหน่วยบริหารและจัดการทุนที่ จัดตั้ งขึ้น ตามข้อบังคับคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ถื อว่าอ้างถึง “หน่วยบริหารจัดการทุน” “คณะอนุกรรมการประจำหน่วยบริหารจัดการทุน” “ผู้ อำนวยการ หน่วยบริหารจัดการทุน” และ “เจ้าหน้าที่สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้ นที่ (องค์การมหาชน)” ในสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้ แล้วแต่กรณี

  75. ๖๗

    ในวาระเริ่ มแรก ให้สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติ สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ไปพลางก่อน ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

  76. ๖๘

    ในระหว่างที่ ยังไม่มีระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือคำสั่ง ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก (องค์การมหาชน) ให้นำระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือคำสั่งของสำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ มาบังคับใช้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชกฤษฎีกานี้ จนกว่าจะได้มีการออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด หรือคำสั่ งตามพระราชกฤษฎีกานี้ ทั้ งนี้ ต้องไม่เกินสองปีนับแต่วันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

  77. ๖๙

    เมื่อสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน และการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ดำเนินการครบห้าปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าตามตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายที่ได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน หากพิจารณาเห็นว่าไม่คุ้มค่าในการจัดตั้ง ให้สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอรัฐมนตรีผู้รักษาการเพื่อยุบเลิกและโอนถ่ายภารกิจไปให้หน่วยงานอื่นต่อไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙๒ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การสร้างความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนของประเทศ การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการ การสร้างรากฐานไปสู่อุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต การพัฒนาพื้นที่ และการยกระดับคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจฐานราก จำเป็นต้องใช้การวิจัยและการสร้างนวัตกรรมเป็นรากฐานซึ่งต้องอาศัยความเข้มแข็ง ของระบบบริหารจัดการและให้ทุนสำหรับการวิจัยและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาปรับปรุง เทคโนโลยีขั้ นสูงและเทคโนโลยีที่ เหมาะสม และพัฒนากำลังคนทักษะสูง สร้างผู้ ประกอบการใหม่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับระบบวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งขับเคลื่อนและเร่งรัดการพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคมและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นรูปธรรม ในการดำเนินการดังกล่าวนี้ ภาครัฐจำเป็นต้องดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดความสำเร็จ สมควรจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน และการพัฒนาพื้นที่ขึ้นเป็นองค์การมหาชนเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14458ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiOTdkZWY3OTYtMDk3Yi00ZjEwLWIyNGYtMDg0N2M1OWYzOWUwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguK0wMDE3IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY4LTky4LiBLTExLnBkZiJ9.WhkV-53nTudLtzGvHtVrJZTImKjg3kjwutfxO9zrEJs30 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:14a6e756479b8768dd6899489e9ffbbbf50036b14e55d0c4c5e77dd31bded0a8ดึงเมื่อ 2026-08-23T18:51:06.079Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR