พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๔
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 4d10fd7f… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ การจัดตั้ง วัตถุประสงค์ หน้าที่และอำนาจมาตรา ๕–๘ · 4 มาตรา
- หมวด ๒ ทุน รายได้ และทรัพย์สินมาตรา ๙–๑๒ · 4 มาตรา
- หมวด ๓ การบริหารและการดำเนินกิจการมาตรา ๑๓–๓๔ · 22 มาตรา
- หมวด ๔ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสถาบันมาตรา ๓๕–๓๙ · 5 มาตรา
- หมวด ๕ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสถาบันมาตรา ๔๐–๔๓ · 4 มาตรา
- หมวด ๖ การกำกับดูแลมาตรา ๔๔ · 1 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๔๕–๕๐ · 6 มาตรา
ปรารภ
เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๑๕ พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางขึ้นเป็นองค์การมหาชน ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ องค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกำจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๖๔”
- ๒
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๑๖
- ๓
ในพระราชกฤษฎีกานี้ “เทคโนโลยีระบบราง” หมายความว่า เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางราง รถและทางรถขนส่งทางราง ระบบและเทคโนโลยีอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถขนส่งทางราง และให้หมายความรวมถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับสถานี ที่จอดรถ ศูนย์ซ่อมบำรุง และโครงสร้างอื่นใด ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางรางด้วย “สถาบัน” หมายความว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง “ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างของสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง “ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
- ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
หมวด ๑ การจัดตั้ง วัตถุประสงค์ หน้าที่และอำนาจ
4 มาตรา- ๕
ให้จัดตั้งองค์การมหาชนขึ้น เรียกว่า “สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน)” เรียกโดยย่อว่า “สทร.” และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Rail Technology Research and Development Agency (Public Organization)” เรียกโดยย่อว่า “RTRDA”
- ๖
ให้สถาบันมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร หรือในจังหวัดอื่นตามที่ รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
- ๗
สถาบันมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระบบรางของประเทศเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๑๗
(๒) วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง รวมทั้งสร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับระบบราง และ ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์
(๓) วิจัยและพัฒนามาตรฐานระบบรางและระบบการทดสอบด้านระบบราง ดำเนินการ ทดสอบด้านระบบราง และรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพสำหรับใช้ประกอบการยื่นคำขอ ใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง
(๔) ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศด้านการวิจัย และนวัตกรรมและการรับ แลกเปลี่ยน ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง และเป็นศูนย์กลาง ในการรับ แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบราง
(๕) พัฒนาบุคลากรด้านระบบรางและจัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อให้การรับรองความรู้และทักษะ ให้แก่บุคลากรด้านระบบราง
(๖) จัดทำฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีระบบรางเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัย และนวัตกรรม หน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบราง ยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระบบรางตาม
(๑) อย่างน้อยต้องประกอบด้วยยุทธศาสตร์ ด้านการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาระบบการทดสอบ และการรับและการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว ให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบรางดำเนินการตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการเทคโนโลยีระบบรางในภาพรวมของประเทศ คณะรัฐมนตรี อาจมีมติให้ฐานข้อมูลตาม
(๖) เป็นฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีระบบรางของประเทศที่ใช้อ้างอิงระดับชาติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติดังกล่าว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบรางจัดทำและเชื่อมโยงข้อมูล กับฐานข้อมูลดังกล่าวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สถาบันประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบ ของคณะรัฐมนตรี
- ๘
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ ให้สถาบันมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ
(๒) ก่อตั้งสิทธิหรือทำนิติกรรมทุกประเภท เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสถาบัน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๑๘
(๓) ทำความตกลงและร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน
(๔) จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบัน
(๕) เข้าร่วมทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสถาบัน
(๖) ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนในกิจการของนิติบุคคลอื่นด้านเทคโนโลยีระบบรางเพื่อส่งเสริม กิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสถาบัน โดยต้องไม่มีวัตถุประสงค์หลักในการมุ่งแสวงหากำไร
(๗) กู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน
(๘) เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่คณะกรรมการกำหนด
(๙) กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบัน
(๑๐) ปฏิบัติงานหรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการมอบหมาย การเข้าร่วมทุนตาม
(๕) การถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนตาม
(๖) และการกู้ยืมเงินตาม
(๗) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
หมวด ๒ ทุน รายได้ และทรัพย์สิน
4 มาตรา- ๙
ทุนและทรัพย์สินในการดำเนินกิจการของสถาบัน ประกอบด้วย
(๑) เงินที่รัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิม
(๒) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความเหมาะสมเป็นรายปี
(๓) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรอื่น รวมทั้งจากต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ และเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(๔) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการดำเนินกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน
(๕) ดอกผลหรือรายได้จากเงินและทรัพย์สินของสถาบัน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๑๙ การรับเงินหรือทรัพย์สินตาม
(๓) จะต้องไม่กระทำในลักษณะที่ทำให้สถาบันขาดความเป็นอิสระ หรือความเป็นกลาง
- ๑๐
บรรดารายได้ของสถาบันไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือสมควร สถาบันโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจนำรายได้ ของสถาบันในจำนวนที่เห็นสมควรส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
- ๑๑
ให้อสังหาริมทรัพย์ที่สถาบันได้มาจากการให้หรือซื้อด้วยเงินรายได้ของสถาบัน เป็นกรรมสิทธิ์ของสถาบัน ให้สถาบันมีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ จำหน่าย และจัดหาประโยชน์จาก ทรัพย์สินของสถาบัน
- ๑๒
การใช้จ่ายเงินของสถาบัน ให้ใช้จ่ายไปเพื่อกิจการของสถาบันโดยเฉพาะ การเก็บรักษาและเบิกจ่ายเงินของสถาบัน ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
หมวด ๓ การบริหารและการดำเนินกิจการ
22 มาตรา- ๑๓
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีระบบราง” ประกอบด้วย
(๑) ประธานกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงด้านการวิจัยและพัฒนา ด้านเทคโนโลยีระบบราง หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์ต่อสถาบัน
(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสี่คน ได้แก่ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้แทนกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีระบบราง
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินห้าคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านการวิจัยและพัฒนา ด้านเทคโนโลยีระบบราง หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อสถาบัน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๒๐ ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ เป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความจำเป็น ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือ เงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการ ซึ่งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
- ๑๔
ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี และไม่เกินเจ็ดสิบปี
(๒) ไม่เป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสถาบัน
(๓) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการที่กระทำกับสถาบัน หรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของสถาบัน เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในนิติบุคคลซึ่งสถาบัน เข้าร่วมทุนตามมาตรา ๘
(๕) หรือเป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา ๘
(๖) ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
- ๑๕
ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นใหม่ ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
- ๑๖
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๒๑
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ หย่อนความสามารถ
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๓ วรรคสาม หรือมาตรา ๑๔
- ๑๗
ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง ก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทนหรือผู้ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว เว้นแต่วาระ ที่เหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง และในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้กรรมการที่เหลือเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการเป็นการชั่วคราว
- ๑๘
คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจควบคุมดูแลสถาบันให้ดำเนินกิจการให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ หน้าที่และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑) เสนอแนะยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระบบราง การจัดทำฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยี ระบบราง และแผนความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระบบราง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ
(๒) กำหนดนโยบายการบริหารงาน การจัดหาทุน และให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน ของสถาบัน
(๓) อนุมัติงบประมาณประจำปี รายงานการเงิน แผนการลงทุน และการดำเนินโครงการ ตามที่คณะกรรมการกำหนด
(๔) กำหนดคุณสมบัติ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งของ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดำเนินการร่วมมือและประสานงาน เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๒๒ เกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบราง การประชุม และเบี้ยประชุมของคณะกรรมการดำเนินการร่วมมือ และประสานงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบราง
(๕) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับสถาบันในเรื่องดังต่อไปนี้
(ก) การบริหารงานทั่วไป การจัดแบ่งส่วนงาน และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว
(ข) การสรรหา การแต่งตั้ง และการถอดถอนผู้อำนวยการ การปฏิบัติงาน และ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ การรักษาการแทนและการมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทน
(ค) การกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่น ของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานตามมาตรา ๓๕ (๑) และ (๓)
(ง) การกำหนดประมวลจริยธรรมในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้อำนวยการ และ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน
(จ) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การประเมินผลงาน การถอดถอน วินัยและ การลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์และการอุทธรณ์การลงโทษของเจ้าหน้าที่และ ผู้ปฏิบัติงานตามมาตรา ๓๕ (๑) และ
(๓) รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และลูกจ้าง
(ฉ) การบริหารและจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของสถาบัน รวมทั้งการบัญชี และการจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญ
(ช) การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน
(ซ) การแต่งตั้ง หน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการตรวจสอบ (ฌ)การกำหนดขอบเขตเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบและ ผู้ตรวจสอบภายใน (ญ)การกำหนดเครื่องแบบผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงาน และเครื่องหมาย สถาบัน
(๖) ให้ความเห็นชอบในการกำหนดค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน และค่าบริการ ในการดำเนินกิจการของสถาบัน
(๗) ให้ความเห็นชอบรายงานประจำปีเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๒๓
(๘) กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบัน
(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ ตามกฎหมายอื่น หรือตามที่ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ระเบียบเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญตาม (๕)
(ฉ) ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
- ๑๙
การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการโดยอนุโลม
- ๒๐
ในการควบคุมดูแลการดำเนินงานของสถาบัน ให้คณะกรรมการพิจารณา กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของสถาบันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ ความซื่อสัตย์สุจริต การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การกระจายอำนาจการตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน
- ๒๑
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา ของคณะกรรมการ และมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตามมาตรา ๑๘ (๕)
(ซ) และคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธาน อนุกรรมการ และอนุกรรมการ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการ ที่กระทำกับสถาบันหรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของสถาบัน เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ในนิติบุคคลซึ่งสถาบันเข้าร่วมทุนตามมาตรา ๘
(๕) หรือเป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา ๘
(๖) ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ให้นำมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและคณะอนุกรรมการ ด้วยโดยอนุโลม เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๒๔
- ๒๒
ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ประธาน กรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการได้รับเบี้ยประชุม และประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
- ๒๓
เพื่อให้การปฏิบัติการตามพระราชกฤษฎีกานี้บรรลุวัตถุประสงค์และเพื่อประโยชน์ ในการร่วมมือและประสานงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบราง ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการ ดำเนินการร่วมมือและประสานงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบราง ประกอบด้วย ประธานกรรมการซึ่งเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีระบบราง ผู้แทนกรมการขนส่งทางราง ผู้แทน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้แทนสำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ผู้แทนสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวนไม่เกินหกคน และให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ให้คณะกรรมการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
- ๒๔
คณะกรรมการดำเนินการร่วมมือและประสานงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบราง มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระบบราง การจัดทำฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีระบบราง และแผนความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระบบราง ต่อคณะกรรมการ
(๒) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระบบราง ตามมาตรา ๗
(๑) ไปดำเนินการ
(๓) เสนอแนะให้มีการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบรางและส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
(๔) ให้คำแนะนำ ประสานงาน และให้ความช่วยเหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับ แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบราง รวมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำสัญญาที่เกี่ยวข้อง
(๕) ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมมือกับสถาบันในการพัฒนาบุคลากรด้านระบบราง เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๒๕
(๖) สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมมือกับสถาบันในการจัดทำฐานข้อมูล ด้านเทคโนโลยีระบบรางและส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์
(๗) ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
- ๒๕
ให้สถาบันมีผู้อำนวยการคนหนึ่ง เป็นผู้บริหารกิจการของสถาบัน ภายใต้ การควบคุมดูแลของคณะกรรมการ คณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจสรรหา แต่งตั้ง และถอดถอนผู้อำนวยการ การสรรหาผู้อำนวยการ ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการซึ่งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
- ๒๖
การแต่งตั้งผู้อำนวยการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ มีเหตุต้องแต่งตั้งผู้อำนวยการ และหากมีเหตุผลจำเป็น ให้คณะกรรมการขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน หกสิบวัน หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริม องค์การมหาชนรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการ
- ๒๗
ผู้อำนวยการต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับ กิจการของสถาบันตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ หน้าที่และอำนาจของสถาบัน สามารถทำงานให้แก่ สถาบันได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนด้วย
- ๒๘
ผู้อำนวยการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
- ๒๙
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ออกตามกรณีที่กำหนดไว้ในข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการกับผู้อำนวยการ
(๔) คณะกรรมการให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ หย่อนความสามารถ
(๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๒๗ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๒๖ มติของคณะกรรมการให้ผู้อำนวยการออกจากตำแหน่งตาม
(๔) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการเท่าที่มีอยู่โดยไม่นับรวมผู้อำนวยการ การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบห้าปี ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่ง ตามกำหนดเวลาในสัญญาจ้าง
- ๓๐
ภายใต้บังคับมาตรา ๔๐ วรรคสองและวรรคสาม ให้ผู้อำนวยการมีหน้าที่ บริหารกิจการของสถาบันให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของสถาบัน มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติ และประกาศของคณะกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานทุกตำแหน่ง รวมทั้งให้มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอเป้าหมาย แผนงาน โครงการ และงบประมาณประจำปีต่อคณะกรรมการ เพื่อให้ การดำเนินงานของสถาบันบรรลุวัตถุประสงค์
(๒) ประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานในระบบรางทั้งในภาครัฐและเอกชน
(๓) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกิจการและการดำเนินงานของสถาบันให้มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบันต่อคณะกรรมการ
(๔) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของสถาบัน รวมทั้ง รายงานการเงินต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของสถาบัน
- ๓๑
ผู้อำนวยการมีอำนาจ
(๑) แต่งตั้งรองผู้อำนวยการหรือผู้ช่วยผู้อำนวยการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ เพื่อเป็นผู้ช่วยปฏิบัติงานของผู้อำนวยการตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย
(๒) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน ตามมาตรา ๓๕ (๑) และ
(๓) ตลอดจนให้บุคคลดังกล่าวออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบ หรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
(๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถาบันโดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติ หรือประกาศที่คณะกรรมการกำหนด เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๒๗
- ๓๒
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหรือผู้อำนวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองผู้อำนวยการที่มีอาวุโสตามลำดับรักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้อำนวยการหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการหรือเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานตามมาตรา ๓๕ (๑) หรือ
(๓) คนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทน ให้ผู้รักษาการแทนตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับผู้อำนวยการ ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นแต่งตั้งให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการ หรือให้มีหน้าที่และอำนาจอย่างใด ให้ผู้รักษาการแทนเป็นกรรมการหรือมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับ ผู้อำนวยการด้วย แล้วแต่กรณี
- ๓๓
ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้แทนของสถาบัน เพื่อการนี้ ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไป ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
- ๓๔
ให้คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ของผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
หมวด ๔ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสถาบัน
5 มาตรา- ๓๕
เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสถาบันมีสามประเภท คือ
(๑) เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง ได้แก่ ผู้ซึ่งปฏิบัติงานโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากงบประมาณ ของสถาบัน
(๒) ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผู้ซึ่งสถาบันจ้างให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญโดยมีสัญญาจ้าง
(๓) เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมาช่วยปฏิบัติงานของสถาบันเป็นการชั่วคราวตามมาตรา ๓๙
- ๓๖
เจ้าหน้าที่ต้องมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และหน้าที่ และอำนาจของสถาบัน สามารถทำงานให้แก่สถาบันได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนด้วย เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๒๘
- ๓๗
เจ้าหน้าที่พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๓๖
(๔) ครบกำหนดเวลาจ้างตามสัญญาเป็นการเฉพาะราย
(๕) ถูกให้ออก เพราะไม่ผ่านการประเมินผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ กำหนดไว้ในข้อบังคับ
(๖) ถูกไล่ออกหรือปลดออก เพราะผิดวินัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด ไว้ในข้อบังคับ การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบปี ให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามกำหนดเวลา ในสัญญาจ้าง
- ๓๘
สถาบันอาจทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ หรือลูกจ้างตามระยะเวลา ที่กำหนดในสัญญาได้
- ๓๙
เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสถาบัน รัฐมนตรีอาจขอให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในกระทรวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนอื่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน เป็นการชั่วคราวได้ ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างของผู้นั้น และมีข้อตกลงที่ทำไว้ ในการอนุมัติ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่หรือปฏิบัติงาน เป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการหรือออกจากงาน ไปปฏิบัติงานใด ๆ และให้นับเวลาระหว่างที่มาปฏิบัติงานในสถาบันสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญ หรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาดังกล่าว แล้วแต่กรณี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๒๙ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานในสถาบัน ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิม ตามข้อตกลงที่ทำไว้ในการอนุมัติ
หมวด ๕ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสถาบัน
4 มาตรา- ๔๐
การบัญชีของสถาบัน ให้จัดทำตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ และต้องจัดให้มีการตรวจสอบ ภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสถาบัน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบ ให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละครั้ง ในการตรวจสอบภายใน ให้มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสถาบันทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ ภายในโดยเฉพาะและให้รับผิดชอบขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการตามระเบียบ ที่คณะกรรมการกำหนด ในการแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง และลงโทษทางวินัยของผู้ตรวจสอบ ภายใน ให้ผู้อำนวยการและคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาร่วมกันแล้วเสนอให้คณะกรรมการ ให้ความเห็นชอบก่อนจึงดำเนินการได้
- ๔๑
ให้สถาบันจัดทำรายงานการเงินประจำปีส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี ในทุกรอบปี ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการแต่งตั้ง ด้วยความเห็นชอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินของสถาบัน โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไป ตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด แล้วทำบันทึกรายงานผลการสอบบัญชี เสนอต่อคณะกรรมการ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๐ ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสถาบัน สอบถามผู้อำนวยการ ผู้ตรวจสอบภายใน เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน หรือบุคคลอื่น และเรียกให้ ส่งสรรพสมุดบัญชี และเอกสารหลักฐานต่างๆของสถาบันเป็นการเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น
- ๔๒
ให้สถาบันทำรายงานประจำปีเสนอรัฐมนตรีทุกสิ้นปีงบประมาณ รายงานนี้ ให้กล่าวถึงผลงานของสถาบันในปีที่ล่วงมาแล้ว รายงานการเงิน พร้อมทั้งรายงานของผู้สอบบัญชี รวมทั้งคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของคณะกรรมการ แผนงาน และโครงการที่จะจัดทำในภายหน้า
- ๔๓
การประเมินผลงานของสถาบันให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน
หมวด ๖ การกำกับดูแล
1 มาตรา- ๔๔
ให้รัฐมนตรีมีหน้าที่และอำนาจกำกับดูแลการดำเนินกิจการของสถาบัน ให้เป็นไปตามกฎหมายและให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบัน ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบาย ของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี และแผนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน เพื่อการนี้ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจ สั่งให้สถาบันชี้แจง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำของสถาบันที่ขัดต่อกฎหมาย วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบัน ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี หรือแผนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ตลอดจนสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการของสถาบันได้
บทเฉพาะกาล
6 มาตรา- ๔๕
ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้แทนกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกรรมการ และอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๑ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ
- ๔๖
ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๔๕ แต่งตั้งข้าราชการในสังกัด กระทรวงคมนาคมปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ข้าราชการซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ไม่ขาดจากสถานภาพเดิม และคงได้รับเงินเดือนจากหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ทั้งนี้ คณะกรรมการ อาจกำหนดค่าตอบแทนซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับอยู่จากหน่วยงาน ต้นสังกัดเดิมกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เพิ่มเติม ให้แก่บุคคลดังกล่าวในระหว่างปฏิบัติงานในสถาบันด้วยก็ได้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ข้าราชการมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้เป็นการชั่วคราว ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิม และให้นับเวลาระหว่างที่มาปฏิบัติงานในสถาบัน สำหรับ การคำนวณบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการ หรือปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม
- ๔๗
ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๔๕ หรือไม่สามารถแต่งตั้งผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๔๖ ให้คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนรายงานคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการหรือผู้อำนวยการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ภายในสามสิบวันนับแต่ วันครบกำหนดเวลาตามมาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๔๖ แล้วแต่กรณี ในระหว่างดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๔๕ หรือผู้อำนวยการ ตามมาตรา ๔๖ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการหรือผู้อำนวยการ แล้วแต่กรณี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๒
- ๔๘
ในวาระเริ่มแรก ให้คณะรัฐมนตรีจัดสรรทุนประเดิมให้แก่สถาบัน ตามความจำเป็น
- ๔๙
ในวาระเริ่มแรกซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้รัฐมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใด ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ มาปฏิบัติงานที่สถาบัน เป็นการชั่วคราวโดยไม่ขาดจากสถานภาพเดิม และคงได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง แล้วแต่กรณี จากหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจกำหนดค่าตอบแทนซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับอยู่จากหน่วยงานต้นสังกัดเดิมกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ของเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสถาบันตามพระราชกฤษฎีกานี้เพิ่มเติมให้แก่บุคคลดังกล่าวในระหว่าง ปฏิบัติงานในสถาบันด้วยก็ได้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานได้รับอนุมัติ ให้มาปฏิบัติงานในสถาบันเป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และรับเงินเดือนในหน่วยงานต้นสังกัดเดิมไม่ต่ำกว่าตำแหน่งและเงินเดือนเดิม และให้นับเวลาระหว่างที่มา ปฏิบัติงานในสถาบัน สำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทำนองเดียวกัน เสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานต้นสังกัดเดิม
- ๕๐
เมื่อสถาบันดำเนินการครบห้าปีนับแต่วันที่ได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าตามตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน หากพิจารณาเห็นว่าไม่คุ้มค่า ในการจัดตั้ง ให้สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอรัฐมนตรีเพื่อยุบเลิกและโอนถ่ายภารกิจไปให้หน่วยงานอื่นต่อไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๓๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนา และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องพึ่งพาองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบรางจากต่างประเทศเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อให้สามารถพัฒนาระบบรางได้อย่างยั่งยืน และลดการพึ่งพาต่างประเทศ จึงสมควรจัดตั้งหน่วยงานในประเทศให้มีหน้าที่ศึกษา วิจัย เปรียบเทียบ เทคโนโลยีระบบราง และประเมินความต้องการด้านเทคโนโลยีระบบราง เพื่อใช้ในการวางยุทธศาสตร์ ของประเทศ การบริหารจัดการงานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบรางและ การขนส่งทางราง ตลอดจนการรับ แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และ ส่งเสริมอุตสาหกรรมในระบบการขนส่งทางราง รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือและประสานงานระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีระบบราง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13837ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiOTI0Nzk2MDUtMjBlZS00MTI5LWIzZjMtOTMxZGEwNjFhY2RlIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguK0wMDE3IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY0LTQ24LiBLTE1LlBERiJ9.U8ixmArWk99NjszQ4JNbgX02R27pbNwF-AxPkv6L30819 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:4d10fd7f07ba7df7e47f34a547f25d84e7e9ca309607dfca4a382b4e06fe8c49ดึงเมื่อ 2026-08-23T18:45:36.465Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR