พระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๖๔

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๔15 มาตราต้นฉบับ PDF · 6 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 c9630cd0… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๕๒ พระราชกฤษฎีกา กำหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๖๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ (๘) มาตรา ๑๔ (๘) มาตรา ๑๙ และมาตรา ๓๓ (๘) แห่งพระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์ เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๖๔”

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๕๓

  3. ในพระราชกฤษฎีกานี้ “ฉุกเฉินการแพทย์” หมายความว่า การกระทำต่อมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินตามกฎหมาย ว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน เกี่ยวกับการประเมิน การคัดแยก การวินิจฉัย การบำบัด และการเคลื่อนย้าย หรือการลำเลียง ด้วยวิธีการใช้ยา เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ นับแต่การรับรู้ถึงภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินจนพ้นภาวะฉุกเฉินหรือส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ ทางการแพทย์และสาธารณสุขตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

  4. ให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามมาตรา ๕

    (๘) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๖

  5. ให้มีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ประกอบด้วย

    (๑) กรรมการวิชาชีพซึ่งเป็นผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกรมการแพทย์ ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้แทนสถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แห่งละหนึ่งคน

    (๒) กรรมการวิชาชีพซึ่งเป็นคณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ผลิตบัณฑิตสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งละหนึ่งคน ถ้ามีมากกว่าสามคน ให้เลือกกันเองให้เหลือสามคน

    (๓) กรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคน ซึ่งในจำนวนนี้ จะต้องเป็นผู้แทนวิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทยอย่างน้อยหนึ่งคน

    (๔) กรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์ มีจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการวิชาชีพใน (๑) (๒) และ

    (๓) รวมกันในขณะเลือกตั้งแต่ละคราว ให้ผู้อำนวยการกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะเป็นกรรมการและเลขานุการ ในกรณีกรรมการวิชาชีพตาม

    (๒) มีไม่ถึงสามคน ให้ถือว่าคณะกรรมการวิชาชีพ สาขาฉุกเฉินการแพทย์มีองค์ประกอบเท่าที่มีอยู่ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๕๔

  6. กรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕

    (๔) ต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาฉุกเฉินการแพทย์และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

    (๑) ถูกหรือเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบโรคศิลปะ

    (๒) เป็นบุคคลล้มละลาย

  7. กรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๒) (๓) และ

    (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละสี่ปี ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับเลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งใหม่ แล้วแต่กรณี อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินกว่าสองวาระติดต่อกันไม่ได้ ในกรณีกรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๒) (๓) หรือ

    (๔) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้เลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี ผู้ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันเพื่อดำรงตำแหน่งแทน และให้ผู้ได้รับเลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ ของผู้ซึ่งตนแทน เว้นแต่วาระของกรรมการวิชาชีพนั้นจะเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ ดำเนินการเลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพดังกล่าวแทนก็ได้ และให้คณะกรรมการวิชาชีพ สาขาฉุกเฉินการแพทย์ประกอบด้วยกรรมการวิชาชีพเท่าที่มีอยู่ เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้เลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพ ตามมาตรา ๕ (๒) (๓) หรือ

    (๔) ขึ้นใหม่ ให้กรรมการวิชาชีพดังกล่าวซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่

  8. นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๒) (๓) และ

    (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ หย่อนความสามารถ ในกรณีกรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๕ (๓)

    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ ในกรณีกรรมการวิชาชีพ ซึ่งได้รับเลือกตั้งตามมาตรา ๕

    (๔) เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๕๕

  9. ภายในสามสิบวันนับจากวันเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕

    (๔) ให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์เลือกกรรมการวิชาชีพเป็นประธานกรรมการวิชาชีพ และรองประธานกรรมการวิชาชีพตำแหน่งละหนึ่งคน การเลือก การแต่งตั้ง และการเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๒) (๓) หรือ

    (๔) และการเลือกกรรมการวิชาชีพให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการวิชาชีพและรองประธานกรรมการวิชาชีพ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

  10. ๑๐

    หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ให้เป็นไป ตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒

  11. ๑๑

    การดำเนินการของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ให้เป็นไป ตามหมวด ๓ การดำเนินการของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะและคณะกรรมการวิชาชีพ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒

  12. ๑๒

    ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉิน การแพทย์ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ คือ เป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญา สาขาฉุกเฉินการแพทย์จากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์รับรอง และต้องสอบผ่านความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขา ฉุกเฉินการแพทย์กำหนด สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย นอกจากต้องมีคุณสมบัติ ตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์จากประเทศที่สำเร็จ การศึกษาด้วย

  13. ๑๓

    ในกรณีผู้ปฏิบัติงานด้านฉุกเฉินการแพทย์ซึ่งได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร สาขาอื่นที่เทียบเท่าปริญญาด้านฉุกเฉินการแพทย์ ด้านการแพทย์ ด้านการพยาบาล หรือด้านทันตกรรม และปฏิบัติงานด้านฉุกเฉินการแพทย์อยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับและยังคงปฏิบัติงาน ด้านฉุกเฉินการแพทย์อยู่ในวันยื่นคำขอในสถานพยาบาลหรือหน่วยปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วย การแพทย์ฉุกเฉิน หรือองค์กรใดที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์รับรอง ให้มีสิทธิ ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์ โดยต้องผ่านการอบรม และทดสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๕๖ กำหนด ทั้งนี้ ให้ยื่นคำขอภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ และเมื่อได้ ยื่นคำขอแล้วให้ประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยสาขาฉุกเฉินการแพทย์ต่อไปได้ จนกว่าจะได้รับแจ้งให้ทราบถึง การไม่รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต

  14. ๑๔

    ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ประกอบด้วย กรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๑) (๒) และ

    (๓) และผู้อำนวยการกองสถานพยาบาลและ การประกอบโรคศิลปะเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการวิชาชีพ สาขาฉุกเฉินการแพทย์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพ ตามมาตรา ๕

    (๔) ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

  15. ๑๕

    ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๘ ตอนที่ ๔๖ ก หนา้ ๕๗ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕

    (๘) มาตรา ๑๔

    (๘) มาตรา ๑๙ และมาตรา ๓๓

    (๘) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๖ กำหนดให้การประกอบโรคศิลปะ ในสาขาอื่นที่เพิ่มขึ้นต้องกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งสาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาวิชาชีพหนึ่งที่กระทำ ต่อมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน เกี่ยวกับการประเมิน การคัดแยก การวินิจฉัย การบำบัด และการเคลื่อนย้ายหรือการลำเลียง ด้วยวิธีการใช้ยา เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่เกี่ยวข้องกับฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรืออาการป่วย ของผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างทันท่วงที สมควรกำหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/13234ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiY2RmZTAzZWYtYzk1NC00ZjBlLWFmM2QtYWRjNGQyMGNlM2EzIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMDk3IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY0LTQ24LiBLTUyLlBERiJ9.9qEVzneeYmLNAW1dTRHduLOqclqBqz-RJ1hWerrIY8k6 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:c9630cd09bca76e3916f38c839ceba28837831c1f540354f058bdf595d47f6a1ดึงเมื่อ 2026-08-23T18:25:41.866Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR