พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๘54 มาตรา10 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 20 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 74981ead… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วมมาตรา ๕–๑๒ · 8 มาตรา
  2. หมวด ๒ การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมมาตรา ๑๓–๓๐ · 18 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๑ การกำกับดูแลมาตรา ๑๓–๑๔ · 2 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๒ การประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมมาตรา ๑๕–๓๐ · 16 มาตรา
  5. หมวด ๓ อัตราค่าโดยสารร่วม เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙มาตรา ๓๑–๓๓ · 3 มาตรา
  6. หมวด ๔ กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙มาตรา ๓๔–๓๘ · 5 มาตรา
  7. หมวด ๕ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๓๙ · 1 มาตรา
  8. หมวด ๖ มาตรการปรับเป็นพินัยมาตรา ๔๐–๔๖ · 7 มาตรา
  9. หมวด ๗ โทษทางอาญามาตรา ๔๗–๕๑ · 5 มาตรา
  10. บทเฉพาะกาลมาตรา ๕๒–๕๔ · 3 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก พระราชบัญญัติ การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล ซึ่ งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัติ นี้ เพื่อให้การกำกับดูแลการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมาตรฐานเดียวกันและบูรณาการให้เกิดอัตราค่าโดยสารร่วม อันจะทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการ ได้รับความสะดวกและความรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนรูปแบบ การเดินทางจากขนส่งส่วนบุคคลเป็นการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาการจราจรและ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๒ การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม

  2. ส่วนที่ ๑ การกำกับดูแล

    2 มาตรา
  3. ๑๓

    ให้สำนักงานรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ และให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) จัดทำและเสนอนโยบาย มาตรการ หรือแนวทางในการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม มาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม และรูปแบบของบัตรชำระค่าโดยสารต่อคณะกรรมการ

    (๒) ศึกษาวิจัย รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการและมาตรฐาน ทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม และโครงสร้างอัตราค่าโดยสารร่วมเสนอต่อคณะกรรมการ

    (๓) ออกประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับ ในเรื่ องดังต่อไปนี้ โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการ

    (ก) มาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วมและรูปแบบของบัตรโดยสาร เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (ข) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และข้อกำหนดเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม

    (ค) การเชื่อมต่อระบบตั๋วร่วมระหว่างผู้รับใบอนุญาต

    (ง) การบริหารจัดการรหัสความปลอดภัยของระบบตั๋วร่วม

    (๔) กำกับดูแล ติดตาม และตรวจสอบมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วมและ รูปแบบของบัตรโดยสารของผู้รับใบอนุญาต และผู้ให้บริการขนส่ง

    (๕) กำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาต และรายงานต่อ คณะกรรมการ

    (๖) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    (๗) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการหรือ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

  4. ๑๔

    เมื่ อได้มี ประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับตามมาตรา ๑๓

    (๓) แล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบอนุญาตให้เอกชนประกอบกิจการขนส่งสาธารณะในระบบตั๋วร่วม นำหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานทางเทคโนโลยีที่กำหนดในประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับนั้น ไปใช้บังคับ โดยกำหนดไว้ในสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมงาน สัญญาร่วมลงทุน หรือใบอนุญาตประกอบ กิจการระบบขนส่งสาธารณะ แล้วแต่กรณี

  5. ส่วนที่ ๒ การประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม

    16 มาตรา
  6. ๑๕

    ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง การให้บริการ ออกบัตรชำระค่าโดยสารในระบบตั๋วร่วม และการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

  7. ๑๖

    ในกรณีจำเป็นเพื่อรักษาการให้บริการระบบตั๋วร่วม หรือเพื่อประโยชน์ใน การเสริมสร้างระบบตั๋วร่วม หรือเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชน ให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา กำหนดให้การประกอบกิจการขนส่งสาธารณะใดเป็นกิจการที่ต้องใช้ระบบตั๋วร่วม และต้องได้รับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัตินี้ ก่อนเสนอให้ตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้มีการเจรจาและทำความตกลง ร่วมกับผู้ประกอบกิจการขนส่งสาธารณะที่จะอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก รวมถึงดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามความเหมาะสม และนำข้อมูลที่ได้รับมาประกอบ การพิจารณา

  8. ๑๗

    ใบอนุญาตประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมมีสามประเภท ดังต่อไปนี้

    (๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง

    (๒) ใบอนุญาตการให้บริการออกบัตรชำระค่าโดยสารในระบบตั๋วร่วม

    (๓) ใบอนุญาตการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต การขออนุญาต การออกใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

  9. ๑๘

    ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด สหกรณ์ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือนิติบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

    (๒) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วในแต่ละประเภทการให้บริการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด

    (๓) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคงที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและ ให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ

    (๔) มีกรรมการอย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นสหกรณ์ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม

    (๒) ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติ ตาม (๒) (๓) และ (๔)

  10. ๑๙

    กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย และยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย

    (๒) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๓) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่ สุ ดให้จำคุกในความผิดเกี่ ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก หรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

    (๔) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้อง คำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายหรือเคยต้องคำพิพากษา ถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

    (๕) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่ งมีอำนาจจัดการของนิติ บุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาต การประกอบกิจการ เว้นแต่จะได้พ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาต

    (๖) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุ มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชน เป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

    (๗) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบกิจการ ระบบตั๋วร่วมโดยมิได้รับอนุญาต

  11. ๒๐

    ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตโอนสิทธิตามใบอนุญาตให้บุคคลอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด

  12. ๒๑

    ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการระบบตั๋วร่วมอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุอันทำให้หรือจะทำให้การให้บริการระบบตั๋วร่วมต้องหยุดชะงัก ให้ผู้รับ ใบอนุญาตแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบโดยทันที และดำเนินการแก้ไขเหตุดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในกรณีผู้รับใบอนุญาตจะพักหรือหยุดให้บริการระบบตั๋วร่วม ผู้รับใบอนุญาตจะต้องแจ้งให้ สำนักงานทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนด

  13. ๒๒

    ผู้ รับใบอนุญาตซึ่ งประสงค์จะเลิกประกอบกิจการระบบตั๋ วร่วมต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ทั้งนี้ รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบกิจการต้องปฏิบัติด้วยก็ได้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะเลิกประกอบกิจการตามวรรคหนึ่งจัดทำหนังสือแจ้งขอเลิก ประกอบกิจการให้สำนักงานทราบล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการประกาศ กำหนด เมื่อสำนักงานได้รับหนังสือแล้ว ให้สำนักงานเสนอคณะกรรมการให้ความเห็นชอบก่อนเสนอ รัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ สำนักงานมีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นต้องปฏิบัติ อย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการจนกว่าจะเลิกประกอบกิจการก็ได้

  14. ๒๓

    ให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) ประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมให้เป็นไปตามมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม

    (๒) บำรุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไขปรับปรุงระบบตั๋วร่วม หรือเครื่องมือที่ใช้ในการประกอบ กิจการระบบตั๋วร่วมให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามมาตรฐาน และให้บริการประชาชน ในระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง

    (๓) รวบรวมและประมวลผลข้อมูลการใช้บริการระบบตั๋วร่วม ข้อมูลการเดินทาง และข้อมูล ผู้ใช้บริการ ตามที่สำนักงานร้องขอ เพื่อรายงานต่อสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการ ประกาศกำหนด

    (๔) จัดส่งรายงานการประกอบกิจการและกระแสเงินสดทุกหกเดือน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด

    (๕) รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้ใช้บริการอันเนื่องมาจากการให้บริการระบบตั๋วร่วมเพื่อรายงาน ต่อสำนักงาน

    (๖) นำส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๖

    (๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้

  15. ๒๔

    ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางดำเนินการ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

  16. ๒๕

    ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางถูกสั่งระงับ การดำเนินกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นและผู้รับใบอนุญาตนั้น มีการร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ ถูกฟ้องล้มละลาย หรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบ กิจการดังกล่าวแจ้งให้สำนักงานทราบทันที ตามวิธีการที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด

  17. ๒๖

    เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ คณะกรรมการ มีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ปรากฏ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ข้อเท็จจริงว่าลักษณะดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการอาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาตนั้นได้ทันที

    (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๘ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๙

    (๒) ประกอบกิจการโดยทุจริตหรืออาจทำให้ประชาชนเสียหาย

    (๓) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ รวมถึงกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบ ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

  18. ๒๗

    ในกรณีที่รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีคำสั่งให้แก้ไขหรือ ปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา ๒๖ แต่ผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะมี คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตด้วยหรือไม่ก็ตาม ให้คณะกรรมการเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามีคำสั่งเพิกถอน ใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาต เมื่อมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว ให้สำนักงานประกาศการเพิกถอนใบอนุญาตภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่เพิกถอนใบอนุญาต

  19. ๒๘

    ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตยังคงมี หน้าที่รับผิดชอบในการใด ๆ ที่ได้ดำเนินการไว้แล้วก่อนถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต โดยมิให้เกิดผลเสียหายหรือกระทบต่อผู้ใช้บริการ

  20. ๒๙

    ในกรณีที่รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๒๗ แล้ว ให้คณะกรรมการมอบหมายให้สำนักงาน หรือหน่วยงานเข้าดำเนินการแทนโดยจ้างพนักงานของผู้รับใบอนุญาตได้ โดยให้ผู้รับใบอนุญาตเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแทน ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายที่เกิดจากการพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวด้วย

  21. ๓๐

    ผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใดตามพระราชบัญญัตินี้ในระหว่าง ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมิได้ ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใดอีกไม่ได้ จนกว่าจะพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน ในกรณีที่นิติบุคคลถูกเพิกถอนใบอนุญาต ให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับแก่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลนั้น

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14339ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMzk2ZGVjZTgtNGUwYS00MmUxLTg5ZjItOGQ5ZjVlM2E2ODE4IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMjA1IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTY4LTg54LiBLTUwLnBkZiJ9.CpHs4qDSS8VYHekxtj-AusKwCablsYQyl26ncPnJmSI20 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:74981ead5a5ed4078f28948005d4c7ce5afd4953098b7ee1d78f9344f5d085deดึงเมื่อ 2026-08-23T17:09:56.008Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ToUnicode ขัดกับลำดับ glyph แบบไทย→ไทย 59 รหัส — สองตัวแยกมองไม่เห็นชนิดนี้"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR