พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. ๒๕๖๘
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 74981ead… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วมมาตรา ๕–๑๒ · 8 มาตรา
- หมวด ๒ การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมมาตรา ๑๓–๓๐ · 18 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การกำกับดูแลมาตรา ๑๓–๑๔ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมมาตรา ๑๕–๓๐ · 16 มาตรา
- หมวด ๓ อัตราค่าโดยสารร่วม เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙มาตรา ๓๑–๓๓ · 3 มาตรา
- หมวด ๔ กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙มาตรา ๓๔–๓๘ · 5 มาตรา
- หมวด ๕ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๓๙ · 1 มาตรา
- หมวด ๖ มาตรการปรับเป็นพินัยมาตรา ๔๐–๔๖ · 7 มาตรา
- หมวด ๗ โทษทางอาญามาตรา ๔๗–๕๑ · 5 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๕๒–๕๔ · 3 มาตรา
ปรารภ
เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก พระราชบัญญัติ การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล ซึ่ งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัติ นี้ เพื่อให้การกำกับดูแลการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมาตรฐานเดียวกันและบูรณาการให้เกิดอัตราค่าโดยสารร่วม อันจะทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการ ได้รับความสะดวกและความรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนรูปแบบ การเดินทางจากขนส่งส่วนบุคคลเป็นการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาการจราจรและ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๒ การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม
ส่วนที่ ๑ การกำกับดูแล
2 มาตรา- ๑๓
ให้สำนักงานรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ และให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำและเสนอนโยบาย มาตรการ หรือแนวทางในการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม มาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม และรูปแบบของบัตรชำระค่าโดยสารต่อคณะกรรมการ
(๒) ศึกษาวิจัย รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการและมาตรฐาน ทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม และโครงสร้างอัตราค่าโดยสารร่วมเสนอต่อคณะกรรมการ
(๓) ออกประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับ ในเรื่ องดังต่อไปนี้ โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการ
(ก) มาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วมและรูปแบบของบัตรโดยสาร เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก
(ข) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และข้อกำหนดเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม
(ค) การเชื่อมต่อระบบตั๋วร่วมระหว่างผู้รับใบอนุญาต
(ง) การบริหารจัดการรหัสความปลอดภัยของระบบตั๋วร่วม
(๔) กำกับดูแล ติดตาม และตรวจสอบมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วมและ รูปแบบของบัตรโดยสารของผู้รับใบอนุญาต และผู้ให้บริการขนส่ง
(๕) กำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาต และรายงานต่อ คณะกรรมการ
(๖) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๗) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการหรือ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
- ๑๔
เมื่ อได้มี ประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับตามมาตรา ๑๓
(๓) แล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบอนุญาตให้เอกชนประกอบกิจการขนส่งสาธารณะในระบบตั๋วร่วม นำหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานทางเทคโนโลยีที่กำหนดในประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับนั้น ไปใช้บังคับ โดยกำหนดไว้ในสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมงาน สัญญาร่วมลงทุน หรือใบอนุญาตประกอบ กิจการระบบขนส่งสาธารณะ แล้วแต่กรณี
ส่วนที่ ๒ การประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม
16 มาตรา- ๑๕
ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง การให้บริการ ออกบัตรชำระค่าโดยสารในระบบตั๋วร่วม และการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
- ๑๖
ในกรณีจำเป็นเพื่อรักษาการให้บริการระบบตั๋วร่วม หรือเพื่อประโยชน์ใน การเสริมสร้างระบบตั๋วร่วม หรือเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชน ให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา กำหนดให้การประกอบกิจการขนส่งสาธารณะใดเป็นกิจการที่ต้องใช้ระบบตั๋วร่วม และต้องได้รับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัตินี้ ก่อนเสนอให้ตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้มีการเจรจาและทำความตกลง ร่วมกับผู้ประกอบกิจการขนส่งสาธารณะที่จะอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก รวมถึงดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามความเหมาะสม และนำข้อมูลที่ได้รับมาประกอบ การพิจารณา
- ๑๗
ใบอนุญาตประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมมีสามประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง
(๒) ใบอนุญาตการให้บริการออกบัตรชำระค่าโดยสารในระบบตั๋วร่วม
(๓) ใบอนุญาตการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต การขออนุญาต การออกใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
- ๑๘
ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด สหกรณ์ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือนิติบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(๒) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วในแต่ละประเภทการให้บริการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด
(๓) มีฐานะทางการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคงที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินธุรกิจและ ให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ
(๔) มีกรรมการอย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นสหกรณ์ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม
(๒) ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติ ตาม (๒) (๓) และ (๔)
- ๑๙
กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย และยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย
(๒) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก
(๓) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่ สุ ดให้จำคุกในความผิดเกี่ ยวกับการปลอมและการแปลง ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก หรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
(๔) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้อง คำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายหรือเคยต้องคำพิพากษา ถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
(๕) เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่ งมีอำนาจจัดการของนิติ บุคคลที่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาต การประกอบกิจการ เว้นแต่จะได้พ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาต
(๖) เคยเป็นผู้ต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุ มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชน เป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(๗) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบกิจการ ระบบตั๋วร่วมโดยมิได้รับอนุญาต
- ๒๐
ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตโอนสิทธิตามใบอนุญาตให้บุคคลอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด
- ๒๑
ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการระบบตั๋วร่วมอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุอันทำให้หรือจะทำให้การให้บริการระบบตั๋วร่วมต้องหยุดชะงัก ให้ผู้รับ ใบอนุญาตแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบโดยทันที และดำเนินการแก้ไขเหตุดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในกรณีผู้รับใบอนุญาตจะพักหรือหยุดให้บริการระบบตั๋วร่วม ผู้รับใบอนุญาตจะต้องแจ้งให้ สำนักงานทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนด
- ๒๒
ผู้ รับใบอนุญาตซึ่ งประสงค์จะเลิกประกอบกิจการระบบตั๋ วร่วมต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ทั้งนี้ รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบกิจการต้องปฏิบัติด้วยก็ได้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะเลิกประกอบกิจการตามวรรคหนึ่งจัดทำหนังสือแจ้งขอเลิก ประกอบกิจการให้สำนักงานทราบล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการประกาศ กำหนด เมื่อสำนักงานได้รับหนังสือแล้ว ให้สำนักงานเสนอคณะกรรมการให้ความเห็นชอบก่อนเสนอ รัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ สำนักงานมีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นต้องปฏิบัติ อย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการจนกว่าจะเลิกประกอบกิจการก็ได้
- ๒๓
ให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมให้เป็นไปตามมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม
(๒) บำรุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไขปรับปรุงระบบตั๋วร่วม หรือเครื่องมือที่ใช้ในการประกอบ กิจการระบบตั๋วร่วมให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามมาตรฐาน และให้บริการประชาชน ในระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง
(๓) รวบรวมและประมวลผลข้อมูลการใช้บริการระบบตั๋วร่วม ข้อมูลการเดินทาง และข้อมูล ผู้ใช้บริการ ตามที่สำนักงานร้องขอ เพื่อรายงานต่อสำนักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการ ประกาศกำหนด
(๔) จัดส่งรายงานการประกอบกิจการและกระแสเงินสดทุกหกเดือน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด
(๕) รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้ใช้บริการอันเนื่องมาจากการให้บริการระบบตั๋วร่วมเพื่อรายงาน ต่อสำนักงาน
(๖) นำส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๖
(๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้
- ๒๔
ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางดำเนินการ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
- ๒๕
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางถูกสั่งระงับ การดำเนินกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นและผู้รับใบอนุญาตนั้น มีการร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ ถูกฟ้องล้มละลาย หรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบ กิจการดังกล่าวแจ้งให้สำนักงานทราบทันที ตามวิธีการที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด
- ๒๖
เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ คณะกรรมการ มีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ปรากฏ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ข้อเท็จจริงว่าลักษณะดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการอาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาตนั้นได้ทันที
(๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๘ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๙
(๒) ประกอบกิจการโดยทุจริตหรืออาจทำให้ประชาชนเสียหาย
(๓) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ รวมถึงกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบ ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
- ๒๗
ในกรณีที่รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีคำสั่งให้แก้ไขหรือ ปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา ๒๖ แต่ผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะมี คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตด้วยหรือไม่ก็ตาม ให้คณะกรรมการเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามีคำสั่งเพิกถอน ใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาต เมื่อมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว ให้สำนักงานประกาศการเพิกถอนใบอนุญาตภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่เพิกถอนใบอนุญาต
- ๒๘
ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตยังคงมี หน้าที่รับผิดชอบในการใด ๆ ที่ได้ดำเนินการไว้แล้วก่อนถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต โดยมิให้เกิดผลเสียหายหรือกระทบต่อผู้ใช้บริการ
- ๒๙
ในกรณีที่รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๒๗ แล้ว ให้คณะกรรมการมอบหมายให้สำนักงาน หรือหน่วยงานเข้าดำเนินการแทนโดยจ้างพนักงานของผู้รับใบอนุญาตได้ โดยให้ผู้รับใบอนุญาตเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแทน ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายที่เกิดจากการพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวด้วย
- ๓๐
ผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใดตามพระราชบัญญัตินี้ในระหว่าง ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมิได้ ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใดอีกไม่ได้ จนกว่าจะพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน ในกรณีที่นิติบุคคลถูกเพิกถอนใบอนุญาต ให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับแก่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลนั้น
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
ก
ก
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14339ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMzk2ZGVjZTgtNGUwYS00MmUxLTg5ZjItOGQ5ZjVlM2E2ODE4IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMjA1IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTY4LTg54LiBLTUwLnBkZiJ9.CpHs4qDSS8VYHekxtj-AusKwCablsYQyl26ncPnJmSI20 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:74981ead5a5ed4078f28948005d4c7ce5afd4953098b7ee1d78f9344f5d085deดึงเมื่อ 2026-08-23T17:09:56.008Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ToUnicode ขัดกับลำดับ glyph แบบไทย→ไทย 59 รหัส — สองตัวแยกมองไม่เห็นชนิดนี้"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR