พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๘158 มาตรา23 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 50 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6ad12f85… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางมาตรา ๕–๑๓ · 9 มาตรา
  2. หมวด ๒ การจัดทำโครงการขนส่งทางรางมาตรา ๑๔–๒๕ · 12 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๑ การจัดทำแผนพัฒนาการขนส่งทางรางมาตรา ๑๔–๑๖ · 3 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๒ การดำเนินโครงการขนส่งทางรางมาตรา ๑๗–๒๕ · 9 มาตรา
  5. หมวด ๓ เขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางรางมาตรา ๒๖–๓๑ · 6 มาตรา
  6. หมวด ๔ การประกอบกิจการขนส่งทางรางมาตรา ๓๒–๕๘ · 27 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๑ การขออนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางมาตรา ๓๒–๔๕ · 14 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๒ หน้าที่ของผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางมาตรา ๔๖–๕๔ · 9 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๓ การกำหนดอัตราค่าโดยสารและค่าบริการมาตรา ๕๕–๕๘ · 4 มาตรา
  10. หมวด ๕ การใช้รางเพื่อการขนส่งทางรางร่วมกันมาตรา ๕๙–๗๓ · 15 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๑ การเชื่อมต่อรางเพื่อการขนส่งทางรางร่วมกันมาตรา ๕๙–๖๒ · 4 มาตรา
  12. ส่วนที่ ๒ การจัดสรรความจุ ตารางเวลาการเดินรถขนส่งทางราง และเส้นทางมาตรา ๖๓–๗๓ · 11 มาตรา
  13. หมวด ๖ การสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มาตรา ๗๔–๘๗ · 14 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มาตรา ๗๕–๗๙ · 5 มาตรา
  15. ส่วนที่ ๒ การสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มาตรา ๘๐–๘๗ · 8 มาตรา
  16. หมวด ๗ ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมาตรา ๘๘–๙๓ · 6 มาตรา
  17. หมวด ๘ ผู้ประจำหน้าที่มาตรา ๙๔–๑๐๓ · 10 มาตรา
  18. หมวด ๙ การจดทะเบียนรถขนส่งทางรางมาตรา ๑๐๔–๑๑๓ · 10 มาตรา
  19. หมวด ๑๐ การคุ้มครองผู้โดยสารและผู้ใช้บริการมาตรา ๑๑๔–๑๑๙ · 6 มาตรา
  20. หมวด ๑๑ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๒๐–๑๔๙ · 30 มาตรา
  21. ส่วนที่ ๑ โทษปรับทางปกครองมาตรา ๑๒๐–๑๓๓ · 14 มาตรา
  22. ส่วนที่ ๒ โทษทางอาญามาตรา ๑๓๔–๑๔๙ · 16 มาตรา
  23. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๕๐–๑๕๘ · 9 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก พระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางราง พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัติ นี้ เพื่อให้การกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางรางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอันจะเป็นประโยชน์ ในการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางและด้านเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งควบคุมให้เกิดความปลอดภัย กับประชาชนและผู้ใช้บริการ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๔ การประกอบกิจการขนส่งทางราง

  2. ส่วนที่ ๑ การขออนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง

    14 มาตรา
  3. ๓๒

    ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการขนส่งทางราง เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี การขอรับใบอนุญาต การอนุญาต และการออกใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  4. ๓๓

    การประกอบกิจการขนส่งทางรางเพื่อกิจการของตน ผู้ประกอบกิจการนั้น ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๒ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี และต้องปฏิบัติให้เป็นไป ตามมาตรฐานการขนส่งทางรางตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อธิบดีมีอำนาจเรียกให้ผู้ ประกอบกิจการขนส่งทางรางเพื่ อกิจการของตนจัดส่งข้อมูล หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการตามวรรคหนึ่ง และมีอำนาจเรียกให้ผู้ประกอบกิจการ ขนส่งทางรางเพื่อกิจการของตนเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบได้

  5. ๓๔

    ใบอนุญาตมี ๓ ประเภท ได้แก่

    (๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่ง

    (๒) ใบอนุญาตประกอบกิจการเดินรถขนส่งทางราง

    (๓) ใบอนุญาตประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่งและการเดินรถขนส่งทางราง

  6. ๓๕

    ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นนิติบุคคลตามมาตรา ๓๖

    (๒) มีเงินทุนเพียงพอแก่การประกอบกิจการขนส่งทางรางตามจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๓) มีบุคลากรซึ่งมีความรู้และความชำนาญเพียงพอในการประกอบกิจการขนส่งทางราง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๔) คุณสมบัติและลักษณะอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่การประกอบกิจการขนส่งทางรางจำเป็นต้องใช้บุคลากรซึ่งมีความรู้และความชำนาญ ที่ผู้ขอรับใบอนุญาตยังไม่มีตามกฎกระทรวงตาม

    (๓) และเป็นกรณีที่มีความจำเป็นต่อการประกอบกิจการ ขนส่งทางราง รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจยกเว้นคุณสมบัติ ตาม

    (๓) เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง สามารถจ้างบุคลากรซึ่งมีความรู้และความชำนาญนั้น เป็นการชั่วคราวตามระยะเวลาที่กำหนดได้

  7. ๓๖

    ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นหน่วยงานของรัฐหรือนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร โดย

    (๑) มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการขนส่งทางราง หากมีวัตถุประสงค์เพื่อกิจการอื่นด้วย จะต้องเป็นวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการขนส่งทางรางตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

    (๒) มีทุนจดทะเบียนตามจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ และทุนจดทะเบียนดังกล่าวต้องเป็นของผู้มีสัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๓๗ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๓) อำนาจการบริหารกิจการอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดในมาตรา ๓๘

    (๔) กรรมการหรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการไม่มีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ในมาตรา ๓๙

    (๕) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต

    (๖) ลักษณะอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นหน่วยงานของรัฐ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำ (๒) (๓) และ

    (๔) มาใช้บังคับ

  8. ๓๗

    ผู้ ขอรับใบอนุญาตต้องมีทุ นไม่น้ อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดของทุนทั้ งหมด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลประเภทใดโดยลำพังหรือหลายประเภทรวมกัน ดังต่อไปนี้

    (๑) บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย

    (๒) กระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐ

    (๓) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งทุนไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดของทุนทั้งหมด เป็นของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย ทั้งนี้ หุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ ให้นับเป็นทุนของบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

    (๔) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดมีสัญชาติไทย และทุนของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดเป็นของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย

    (๕) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดมีสัญชาติไทย

    (๖) นิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นิติ บุ คคลตามวรรคหนึ่ ง (๓) (๔) (๕) และ

    (๖) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร และในกรณีที่นิติบุคคลดังกล่าวมีนิติบุคคลเป็นผู้ถือหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วน นิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนนั้นจะต้องมีทุนเป็นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยด้วย

  9. ๓๘

    อำนาจการบริหารกิจการของผู้ ขอรับใบอนุญาตต้องอยู่ ภายใต้การควบคุม ของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าอำนาจการบริหารกิจการไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคล ซึ่งมีสัญชาติไทย

    (๑) มีกรรมการที่ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป

    (๒) ผู้มีอำนาจจัดการไม่มีสัญชาติไทย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๓) มีการบริหารกิจการที่อยู่ภายใต้การครอบงำของผู้ไม่มีสัญชาติไทยตามลักษณะและเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง

  10. ๓๙

    กรรมการหรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๒) เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๓) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

    (๔) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอน ใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งสาธารณะอันเป็นผลมาจากการบริหารกิจการของผู้นั้น เว้นแต่ผู้ขอรับ ใบอนุญาตได้พ้นจากการถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ผู้ขอรับใบอนุญาต ถูกเพิกถอนใบอนุญาต

    (๕) เคยถูกลงโทษทางวินัยให้พ้ นจากตำแหน่งในส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่

    (๖) เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

    (๗) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอันเนื่องมาจาก การกระทำความผิดที่กระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๘) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอน ใบอนุญาตประกอบกิจการอันเนื่องจากกระทำความผิดที่เป็นผลมาจากการบริหารกิจการของผู้นั้น ที่กระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๙) ลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

  11. ๔๐

    เมื่อมีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้อธิบดีมีหน้าที่ตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต ดังกล่าว รวมทั้ งคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ ยื่ นคำขอรับใบอนุญาต สัญญาเข้าใช้ราง เพื่อการขนส่งร่วมกัน สัญญาการเข้าใช้รางเพื่อการขนส่ง และเอกสารและหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลาหกสิบวัน ถ้าพบว่าคำขอรับใบอนุญาตไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องหรือครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ในกรณีที่เห็นว่าผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตมีเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน รวมทั้ง มีคุ ณสมบัติ และไม่มี ลักษณะต้องห้าม ให้อธิบดีเสนอเรื่ องต่อรัฐมนตรีเพื่ อออกใบอนุญาตให้แก่ ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนั้นต่อไป ในการออกใบอนุญาตตามวรรคสอง รัฐมนตรีอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบกิจการ ขนส่งทางรางไว้ในใบอนุญาตด้วยได้ รวมทั้งจะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบกิจการขนส่งทางรางเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ออกใบอนุญาตด้วยก็ได้ โดยต้องพิจารณาถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ รวมตลอดถึงประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวกรณีเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชนจะต้องคำนึงถึงภาระผูกพันที่เกิดขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนด้วย

  12. ๔๑

    ใบอนุญาตแต่ละประเภท ให้มี อายุตามที่ กำหนดไว้ในใบอนุญาตนับแต่ วันที่ออกใบอนุญาต แต่ต้องไม่เกินสามสิบปี การต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

  13. ๔๒

    เมื่ อปรากฏว่าผู้ ได้รับใบอนุญาต มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ ง ดังต่อไปนี้ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนั้นแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว อธิบดีอาจสั่ งพักใช้ใบอนุญาตของผู้ ได้รับใบอนุญาตนั้ นได้ โดยพิจารณาถึงความร้ายแรงของเหตุที่ปรากฏและผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน

    (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖ หรือมาตรา ๓๗

    (๒) ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขในมาตรา ๓๘ หรือมาตรา ๓๙

    (๓) ไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางรางจนอาจก่อให้เกิดอันตราย หรือกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน

    (๔) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

    (๕) ไม่สามารถจะดำเนินการตามเงื่ อนไขหรือข้อกำหนดได้ และการไม่ดำเนินการนั้น จะเป็นเหตุให้เกิดภยันตรายหรือเสื่อมต่อประโยชน์ประชาชน

  14. ๔๓

    ในกรณีที่ปรากฏเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ให้อธิบดีเสนอต่อรัฐมนตรี เพื่อมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ได้รับใบอนุญาต

    (๑) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เพิกถอนใบอนุญาตได้

    (๒) ไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางรางจนอาจก่อให้เกิดอันตราย หรือกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างร้ายแรง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๓) กรณีอธิบดีมีคำสั่งให้แก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา ๔๒ แต่ผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่ปฏิบัติหรือแก้ไขให้ถูกต้องได้หรือภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตด้วย หรือไม่ก็ตาม เมื่อมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตส่งคืน ใบอนุญาตต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

  15. ๔๔

    ผู้ ได้รับใบอนุญาตซึ่ งถูกสั่ งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตมีสิ ทธิอุ ทธรณ์ ต่อรัฐมนตรีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต

  16. ๔๕

    ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับ ใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงเหตุดังกล่าว การขอรับใบแทนและการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง

  17. ส่วนที่ ๒ หน้าที่ของผู้ประกอบกิจการขนส่งทางราง

    9 มาตรา
  18. ๔๖

    ผู้ ได้รับใบอนุญาตต้องประกอบกิจการตามประเภทและเงื่ อนไขที่ กำหนด ในใบอนุญาต รวมทั้งมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) ดำเนินการประกอบกิจการขนส่งทางรางให้เป็นไปตามมาตรฐานการขนส่งทางราง ที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา ๑๓ (๓)

    (๒) จัดให้มีผู้ประจำหน้าที่และบุคลากรอย่างเพียงพอ และมีระบบควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ประจำหน้าที่และบุคลากรดังกล่าว

    (๓) จัดให้มีคู่มือและเอกสารการปฏิบัติการตามประเภทของการประกอบกิจการขนส่งทางราง สำหรับผู้ ประจำหน้าที่ และบุคลากรอย่างครบถ้วน และปรับปรุงหรือแก้ไขคู่ มื อและเอกสาร การปฏิบัติการดังกล่าวให้ทันสมัยอยู่เสมอ

    (๔) จัดส่งรายงานการประกอบกิจการและงบกระแสเงินสดทุกๆ หกเดือน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๕) ให้บริการแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการอย่างเสมอภาค และจัดเก็บค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการ ให้เป็นไปตามมาตรา ๕๕

    (๖) ให้ความร่วมมือแก่อธิบดี ผู้ตรวจการขนส่งทางราง นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

    (๗) ในกรณีที่ มี เหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ อาจส่งผลกระทบด้านความปลอดภัย สุขอนามัย หรือสิ่งแวดล้อม ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่อธิบดีประกาศกำหนด

    (๘) หน้าที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

  19. ๔๗

    ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ ง จะต้องกำหนดการจัดให้มี การประกันภัยให้เหมาะสมกับ ประเภทใบอนุญาตและขนาดของโครงการ โดยอาจกำหนดให้มีผู้รับประกันภัยตั้งแต่สองรายขึ้นไป หรือต้องวางหลักทรัพย์เป็นเงินสดหรือพันธบัตรรัฐบาลไทยอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกัน หรือเป็นสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งทำกับบริษัทประกันภัยที่อธิบดีให้ความเห็นชอบ

  20. ๔๘

    ในกรณีที่มีเหตุอันทำให้หรือจะทำให้การเดินรถขนส่งทางรางต้องหยุดชะงัก หรือมีเหตุฉุกเฉินหรือเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งทางรางอย่างมีนัยสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตแจ้งเหตุ ดังกล่าวต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายโดยเร็ว กรณีใดที่ จะถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งทางรางอย่างมีนัยสำคัญตามวรรคหนึ่ง อธิบดีอาจประกาศกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของผู้ได้รับใบอนุญาตไว้ด้วยก็ได้

  21. ๔๙

    ในการประกอบกิจการขนส่งทางราง ผู้ ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งทางรางและการรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่ประกอบกิจการขนส่งทางรางตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

  22. ๕๐

    ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องให้บริการขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก ในกรณีที่มีเหตุอันทำให้หรือจะทำให้การเดินรถขนส่งทางรางต้องหยุดชะงักหรือมีเหตุฉุกเฉิน ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตแจ้งให้อธิบดีทราบโดยทันที และดำเนินการแก้ไขเหตุดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในกรณีที่ ผู้ ได้รับใบอนุญาตจะต้องพักหรือหยุดให้บริการขนส่งทางรางเป็นการชั่ วคราว ตามแผนการซ่อมบำรุง ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตแจ้งแผนการซ่อมบำรุงให้อธิบดีทราบเป็นการล่วงหน้า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  23. ๕๑

    ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องส่งบัญชีแสดงฐานะทางการเงินและงบการเงินให้แก่อธิบดีทราบ รวมทั้งรายงานประจำปี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  24. ๕๒

    ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตโอนสิทธิตามใบอนุญาตให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่ได้รับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศ กำหนด

  25. ๕๓

    กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตรายใดไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้หรือประสงค์ จะเลิกประกอบกิจการขนส่งทางราง ให้มีหนังสือแจ้งให้อธิบดีทราบล่วงหน้า ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตมีสถานะหรือมีการดำเนินงานอยู่ในลักษณะที่ไม่อาจประกอบกิจการต่อไปได้ ให้กรมการขนส่งทางรางเข้าไปดำเนินกิจการแทนผู้ได้รับใบอนุญาต ในการดำเนินกิจการตามวรรคสอง ให้อธิบดีเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่ อออกคำสั่ง ให้กรมการขนส่งทางรางควบคุมการประกอบกิจการขนส่งทางราง โดยต้องแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ได้รับ ใบอนุญาตทราบ และประกาศให้สาธารณชนทราบตามวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด กรมการขนส่งทางรางอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่ อมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการประกอบกิจการขนส่งทางรางเข้าดำเนินกิจการ ขนส่งทางรางแทนจนกว่าเหตุในการควบคุมการประกอบกิจการขนส่งทางรางจะสิ้นสุดลงได้ ให้ถือว่าหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เข้าดำเนินกิจการขนส่งทางรางแทนเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต ซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ วิธีปฏิบัติงานและการดำเนินกิจการขนส่งทางรางแทน ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

  26. ๕๔

    ในกรณีที่มีสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่มีการเดินรถขนส่ง ทางรางระหว่างกัน ให้ถื อว่าใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางของประเทศที่มีสนธิสัญญา หรือความตกลงนั้นเป็นใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางของต่างประเทศ จะเดินรถขนส่งทางรางเข้ามา ในราชอาณาจักร หรือไปยังอีกประเทศหนึ่งโดยผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามอนุสัญญา หรือความตกลงระหว่างประเทศ หรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมาย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  27. ส่วนที่ ๓ การกำหนดอัตราค่าโดยสารและค่าบริการ

    4 มาตรา
  28. ๕๕

    ผู้ได้รับใบอนุญาตมีสิทธิเรียกเก็บค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากราง และทรัพย์สิ นที่ จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการในการขนส่งทางราง จากการประกอบกิจการขนส่งทางราง ทั้ งนี้ ให้เป็นไปตามอัตราที่ ผู้ ได้รับใบอนุญาตกำหนด แต่ต้องไม่เกินอัตราขั้นสูงที่คณะกรรมการประกาศกำหนด การกำหนดอัตราค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สิ นที่ จำเป็น ในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการของผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องเหมาะสมและเป็นธรรม แก่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ และต้องสอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและประเภทของการให้บริการ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องประกาศอัตราค่าโดยสาร อัตราค่าขนส่ง อัตราค่าใช้ประโยชน์จากราง และทรัพย์สิ นที่ จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และอัตราค่าบริการให้สาธารณชน ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันที่จะบังคับใช้อัตรานั้น

  29. ๕๖

    ในการกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากราง และทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณอัตราขั้นสูงที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ในการกำหนดอัตราขั้นสูงตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการคำนึงถึงหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

    (๑) ภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป เช่น อัตราเงินเฟ้อ ค่าแรงขั้นต่ำ

    (๒) สิทธิของผู้ โดยสารบางกลุ่ ม เช่น ผู้ สู งอายุ เด็ก นักเรียน นักศึกษา คนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาส

    (๓) การบูรณาการค่าโดยสารระหว่างค่าโดยสารรถขนส่งทางรางกับการให้บริการขนส่งสาธารณะ รูปแบบอื่น

    (๔) หลักเกณฑ์อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้คณะกรรมการเปิดเผยสูตรหรือวิธีการที่ใช้ในการคำนวณเพื่อกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สิ นที่ จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการ รวมทั้งข้อมูลค่าตัวแปรที่ใช้ในการคำนวณ ยกเว้นในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า ตัวแปรดังกล่าวเป็นข้อมูลลับทางการค้าของผู้ได้รับใบอนุญาต เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  30. ๕๗

    ให้มีการทบทวนอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากราง และทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการทุกห้าปี ในระหว่างระยะเวลาห้าปี เมื่ อมีการเปลี่ ยนแปลงของข้อเท็จจริงในหลักเกณฑ์ที่ ใช้ ในการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการ ขนส่งทางราง และค่าบริการอย่างมีนัยสำคัญ คณะกรรมการหรือผู้ ได้รับใบอนุญาตอาจร้องขอ ให้มีการทบทวนการกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สิน ที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการได้ หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอทบทวนอัตราขั้นสูงตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไป ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๕๖ วรรคสองด้วย

  31. ๕๘

    เพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงบริการรถขนส่งทางราง คณะกรรมการอาจกำหนดประเภท ของบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าโดยสาร หรือได้รับการลดหย่อนค่าโดยสาร

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14338ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiODcwYmQ3ZjctNjE5ZC00OTI2LWI3NDUtZjJhYmNlMzNmOGJmIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMjA0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTY4LTg54LiBLTEucGRmIn0.lWd6NcS--SAitKIomt8Z8VVeVq32P8CNuDf9sWez0ZA50 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6ad12f8578ed12b001ef80652cadd38300bf5d854d12a5d8b1e2b50c9f938316ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:09:52.095Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR