พระราชกฤษฎีการะเบียบข้าราชการพลเรือนกลาโหม พ.ศ. ๒๕๖๖
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6ac0783f… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ การกำหนดตำแหน่ง ประเภทตำแหน่ง และระดับตำแหน่ง เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ กมาตรา ๖–๘ · 3 มาตรา
- หมวด ๒ การบรรจุ การแต่งตั้ง และการปรับตำแหน่งมาตรา ๙–๒๗ · 19 มาตรา
- หมวด ๓ เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งมาตรา ๒๘–๓๐ · 3 มาตรา
- หมวด ๔ การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและการเสริมสร้างแรงจูงใจมาตรา ๓๑–๓๖ · 6 มาตรา
- หมวด ๕ การบังคับบัญชา วินัย การรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัยมาตรา ๓๗–๕๘ · 22 มาตรา
- หมวด ๖ การออกจากราชการมาตรา ๕๙–๖๑ · 3 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๖๒–๖๔ · 3 มาตรา
ปรารภ
เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๗๓ พระราชกฤษฎีกา ระเบียบข้าราชการพลเรือนกลาโหม พ.ศ. ๒๕๖๖ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖6 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกลาโหม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๕ การบังคับบัญชา วินัย การรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัย
22 มาตรา- ๓๗
วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณีและวันหยุดราชการประจำปี และการลาหยุดราชการ ของข้าราชการพลเรือนกลาโหม ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับข้าราชการทหาร เว้นแต่กระทรวงกลาโหมจะกำหนดเป็นกรณีเฉพาะ
- ๓๘
เครื่องแบบของข้าราชการพลเรือนกลาโหมและการแต่งเครื่องแบบ ให้เป็นไป ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
- ๓๙
ข้าราชการพลเรือนกลาโหมต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและการรักษาจริยธรรมโดยเคร่งครัด
- ๔๐
ข้าราชการพลเรือนกลาโหมต้องรักษาวินัยโดยการกระทำหรือไม่กระทำตามที่ บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด
- ๔๑
ข้าราชการพลเรือนกลาโหมต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
- ๔๒
ข้าราชการพลเรือนกลาโหมต้องกระทำการอันเป็นข้อปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม
(๒) ต้องรักษาระเบียบการเคารพตามลำดับอาวุโสในราชการ
(๓) ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งของ ทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของ ทางราชการ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๘๗
(๔) ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เอาใจใส่ และรักษาประโยชน์ของทางราชการ
(๕) ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมาย และระเบียบของทางราชการโดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้ เสียหายแก่ราชการหรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ จะต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือ ทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้น และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยัน ให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม
(๖) ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้
(๗) ต้องรักษาความลับของทางราชการ
(๘) ต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี และต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัติราชการ ระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ
(๙) ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรม และให้การสงเคราะห์แก่ผู้ติดต่อ ราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตน
(๑๐) ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ราชการและในการปฏิบัติการอื่น ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน
(๑๑) ต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน มิให้เสื่อมเสีย
(๑๒) การกระทำอื่นใดตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดโดยความเห็นชอบของสภากลาโหม
- ๔๓
ข้าราชการพลเรือนกลาโหมต้องไม่กระทำการใดอันเป็นข้อห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้ง ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย
(๒) ต้องไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำหรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว
(๓) ต้องไม่อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง หรือผู้อื่น
(๔) ต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๘๘
(๕) ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสีย ความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของหน้าที่ราชการของตน
(๖) ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงาน คล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
(๗) ต้องไม่กระทำการอย่างใดที่เป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ หรือข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ
(๘) ต้องไม่กระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศตามที่กระทรวงกลาโหม กำหนด
(๙) ต้องไม่ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงประชาชนผู้ติดต่อราชการ
(๑๐) ไม่กระทำการอื่นใดตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดโดยความเห็นชอบของสภากลาโหม
- ๔๔
ข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ หรือมาตรา ๔๒ หรือฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา ๔๓ ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัย
- ๔๕
การกระทำผิดวินัยในลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
(๑) ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต
(๒) ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการ อย่างร้ายแรง
(๓) ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ
(๔) กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
(๕) ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ ข่มเหง หรือทำร้ายผู้ติดต่อราชการอย่างร้ายแรง
(๖) กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าโทษจำคุกโดยคำพิพากษา ถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗) ละเว้นการกระทำหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๒ หรือ ฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา ๔๓ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๘๙
(๘) ละเว้นการกระทำหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๒
(๑๒) หรือฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา ๔๓
(๑๐) ที่สภากลาโหมกำหนดให้เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
- ๔๖
ข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดกระทำผิดวินัยจะต้องได้รับโทษทางวินัย เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด โทษทางวินัยมี ๕ สถาน ดังต่อไปนี้
(๑) ภาคทัณฑ์
(๒) ตัดเงินเดือน
(๓) ลดเงินเดือน
(๔) ปลดออก
(๕) ไล่ออก
- ๔๗
ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจในการดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษข้าราชการ พลเรือนกลาโหมที่กระทำผิด มีดังต่อไปนี้
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
(๒) ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการ ทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
(๓) ผู้บังคับบัญชา ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการกองเรือ ผู้บัญชาการกองพลบิน หรือตำแหน่งบังคับบัญชาอื่นที่เทียบเท่าตำแหน่งดังกล่าวขึ้นไป การสั่งลงโทษข้าราชการพลเรือนกลาโหมที่กระทำผิดตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้แต่เฉพาะ ตามที่กำหนดในตารางกำหนดอำนาจในการสั่งลงโทษข้าราชการพลเรือนกลาโหมที่กระทำผิดวินัย ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ การดำเนินการสั่งลงโทษข้าราชการพลเรือนกลาโหมให้ทำเป็นคำสั่งโดยผู้สั่งลงโทษ และต้องสั่ง ลงโทษให้เหมาะสมกับความผิด เป็นไปด้วยความยุติธรรม และปราศจากอคติ โดยในคำสั่งลงโทษ ให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใดและตามมาตราใด หน้าที่และอำนาจของผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจในการดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษ ข้าราชการพลเรือนกลาโหมที่กระทำผิดวินัย อาจมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชำระดับรองลงไปปฏิบัติแทน ก็ได้ ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๙๐
- ๔๘
เมื่อมีการกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใด กระทำผิดวินัย ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ ทราบโดยเร็ว และให้ผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้โดยเร็ว ด้วยความยุติธรรม และโดยปราศจากอคติ ผู้บังคับบัญชาหรือผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ ผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย
- ๔๙
เมื่อได้รับรายงานตามมาตรา ๔๘ หรือความดังกล่าวปรากฏต่อผู้บังคับบัญชา ตามมาตรา ๔๗ ให้ผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ รีบดำเนินการหรือสั่งให้ดำเนินการสืบสวนหรือ พิจารณาในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยหรือไม่ ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลที่ควร กล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยก็ให้ยุติเรื่องได้ ในกรณีที่เห็นว่ามีมูลที่ควรกล่าวหาว่าข้าราชการพลเรือนกลาโหม ผู้ใดกระทำผิดวินัย โดยมีพยานหลักฐานในเบื้องต้นอยู่แล้ว ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๕๐
- ๕๐
ในกรณีที่ผลการสืบสวนหรือพิจารณาตามมาตรา ๔๙ ปรากฏว่ากรณีมีมูล ความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ ดำเนินการทางวินัย โดยไม่แต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวนก็ได้ แต่หากปรากฏว่ากรณีมีมูลอันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ในการสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหา และสรุปพยานหลักฐานให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ พร้อมทั้งรับฟังคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา เมื่อดำเนินการ สอบสวนแล้วเสร็จ ให้รายงานผลการสอบสวนและความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ ในกรณีผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา ให้สั่งยุติเรื่อง แต่ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๕๑ หรือมาตรา ๕๒ แล้วแต่กรณี ในกรณีที่เป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด จะดำเนินการทางวินัย โดยไม่ต้องสอบสวนก็ได้
- ๕๑
ข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ สั่งลงโทษตามควรแก่กรณี ให้เหมาะสมกับความผิด ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๙๑
(๑) ภาคทัณฑ์
(๒) ตัดเงินเดือน
(๓) ลดเงินเดือน ในกรณีมีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่สำหรับการลงโทษ ภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อย ในกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอันควรงดโทษ จะงดโทษให้โดยให้ทำทัณฑ์บน เป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้ การกำหนดอัตราโทษที่จะสั่งลงโทษได้ตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
- ๕๒
ข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ลงโทษ ปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณา ลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าปลดออก ผู้ใดถูกลงโทษปลดออก ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ
- ๕๓
เมื่อข้อเท็จจริงจากการสอบสวนปรากฏต่อผู้บังคับบัญชาว่าผู้ใต้บังคับบัญชา กระทำผิดวินัย แต่ความผิดนั้นมีอัตราโทษเกินกว่าอำนาจในการสั่งลงโทษของผู้บังคับบัญชาผู้นั้น ให้รายงานตามลำดับชั้นจนถึงผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจสั่งลงโทษตามตารางกำหนดอำนาจในการสั่งลงโทษ ข้าราชการพลเรือนกลาโหมที่กระทำผิดวินัยท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ เพื่อให้พิจารณาดำเนินการเพื่อมี คำสั่งลงโทษตามควรแก่กรณีต่อไป
- ๕๔
กระบวนการดำเนินการทางวินัยและวิธีการสอบสวน การสั่งพักราชการ การรายงานผลการดำเนินการทางวินัย การทบทวนคำสั่งลงโทษ การดำเนินการทางวินัยข้าราชการ พลเรือนกลาโหมที่กระทำผิดวินัยร่วมกับข้าราชการต่างสังกัดหรือต่างประเภท การดำเนินการทางวินัย ผู้ที่โอนมาเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหม ระยะเวลาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางวินัย และ การดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
- ๕๕
การดำเนินทางวินัยกับข้าราชการพลเรือนกลาโหมซึ่งออกจากราชการอันมิใช่ เพราะเหตุตาย ให้ดำเนินการทางวินัยต่อไปได้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลม
- ๕๖
ผู้ใดถูกสั่งลงโทษตามมาตรา ๕๑ หรือมาตรา ๕๒ หรือถูกสั่งให้ออกจาก ราชการตามมาตรา ๑๗ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๖๐ (๑) (๓) (๕) (๖) (๗) และ
(๘) ผู้นั้นมีสิทธิ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๙๒ อุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาที่ทำคำสั่งได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่า ทราบคำสั่ง การอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ ให้เป็นตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
- ๕๗
เมื่อผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์ พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาที่ทำคำสั่งดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์มีคำวินิจฉัย ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณา คำอุทธรณ์ อาจฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคำวินิจฉัย ของผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์ ผู้บังคับบัญชาผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น
- ๕๘
ข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดมีความคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติหรือ ไม่ปฏิบัติต่อตนของผู้บังคับบัญชาและเป็นกรณีที่ไม่อาจอุทธรณ์ได้ ผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์โดยทำเป็นหนังสือ ร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่า ทราบเรื่องอันเป็นเหตุแห่งการร้องทุกข์ การร้องทุกข์จะกระทำได้แต่สำหรับเรื่องของตนเองเท่านั้น การร้องทุกข์และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ให้เป็นตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
หนา้ ๗๕
การอุทธรณ์และการร้องทุกข์
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10507ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjRkMGNiNzMtNWI1OS00ZTEyLThjZTYtMzQ4OGViNTE1NTA4IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIgwMDE0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY2LTIw4LiBLTczLnBkZiJ9.XMsvMsN3v4oHu1WkZ7C0r_vKYZfvWiKIwWr2nYftLos25 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:6ac0783fcf7252993a8d5be0425fc96e17d9ead4deca3908e1cfe6c97c398fd4ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:38:04.084Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR