พระราชกฤษฎีการะเบียบข้าราชการพลเรือนกลาโหม พ.ศ. ๒๕๖๖

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๖64 มาตรา7 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 25 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6ac0783f… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การกำหนดตำแหน่ง ประเภทตำแหน่ง และระดับตำแหน่ง เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ กมาตรา ๖–๘ · 3 มาตรา
  2. หมวด ๒ การบรรจุ การแต่งตั้ง และการปรับตำแหน่งมาตรา ๙–๒๗ · 19 มาตรา
  3. หมวด ๓ เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งมาตรา ๒๘–๓๐ · 3 มาตรา
  4. หมวด ๔ การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและการเสริมสร้างแรงจูงใจมาตรา ๓๑–๓๖ · 6 มาตรา
  5. หมวด ๕ การบังคับบัญชา วินัย การรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัยมาตรา ๓๗–๕๘ · 22 มาตรา
  6. หมวด ๖ การออกจากราชการมาตรา ๕๙–๖๑ · 3 มาตรา
  7. บทเฉพาะกาลมาตรา ๖๒–๖๔ · 3 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๗๓ พระราชกฤษฎีกา ระเบียบข้าราชการพลเรือนกลาโหม พ.ศ. ๒๕๖๖ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖6 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกลาโหม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๒ การบรรจุ การแต่งตั้ง และการปรับตำแหน่ง

    19 มาตรา
  2. การสรรหาเพื่อให้ได้บุคคลมาบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต้องเป็นไปตามความรู้ความสามารถ และระบบคุณธรรม รวมทั้งต้องคำนึงถึง พฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าว ตลอดจนประโยชน์ของทางราชการ

  3. ๑๐

    การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมเพื่อแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งใด ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้ง ตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หลักเกณฑ์การสอบแข่งขันให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตามมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒

  4. ๑๑

    ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติทั่วไป

    (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ

    (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีนับถึงวันบรรจุเข้ารับราชการ

    (๓) เป็นผู้ที่เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๗๘ ข. ลักษณะต้องห้าม

    (๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

    (๒) เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

    (๓) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคที่ขัดต่อการรับราชการตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

    (๔) เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือกฎหมายอื่น

    (๕) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

    (๖) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

    (๗) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิด ทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๘) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่น ของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศ

    (๙) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัย ตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือตามกฎหมายอื่น

    (๑๐) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาสังกัด กระทรวงกลาโหมหรือสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมที่มีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ

    (๑๐) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม

    (๘) หรือกรณีถูกลงโทษให้ออกหรือปลดออกตาม

    (๙) ผู้นั้น ต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีเป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกตาม

    (๙) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือ ออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ ในการยกเว้นดังกล่าว ให้สภากลาโหมลงมติซึ่งกระทำโดยลับ และต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของจำนวนกรรมการที่มาประชุม แล้วแจ้งให้กระทรวงกลาโหม เพื่ออนุมัติเข้ารับราชการต่อไป เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๗๙ หลักเกณฑ์การขอยกเว้นตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ทั้งนี้ อาจยกเว้นให้เป็นการเฉพาะรายหรือจะประกาศยกเว้นให้เป็นการทั่วไปก็ได้

  5. ๑๒

    ผู้สมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งใด ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามหรือได้รับการยกเว้นตามมาตรา ๑๑ และมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามมาตรฐาน กำหนดตำแหน่งตามมาตรา ๗ หรือได้รับอนุมัติจากกระทรวงกลาโหมตามมาตรา ๑๙ วรรคสอง

  6. ๑๓

    ในกรณีที่มีเหตุพิเศษ ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง ตามมาตรา ๑๕ อาจคัดเลือกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโดยไม่ต้อง ดำเนินการสอบแข่งขันตามมาตรา ๑๐ ก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

  7. ๑๔

    ส่วนราชการใดมีเหตุและความจำเป็นอย่างยิ่งจะบรรจุและแต่งตั้งบุคคล ซึ่งมีความรู้ความสามารถและความชำนาญงานสูง เข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภท วิชาการระดับชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ หรือทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งประเภทการสอน หรือวิจัย ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ ครูชำนาญการ ครูชำนาญการ พิเศษ ครูเชี่ยวชาญ หรือครูเชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

  8. ๑๕

    การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหม และแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๗ ให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้ เป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้ง

    (๑) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทการสอนหรือวิจัยระดับศาสตราจารย์และครูเชี่ยวชาญพิเศษ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้สั่งบรรจุ และให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

    (๒) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ตำแหน่งประเภท อำนวยการ ตำแหน่งประเภทวิชาการ และตำแหน่งประเภทการสอนหรือวิจัย ให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

    (๓) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ซึ่งได้รับ มอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงกลาโหม กำหนด เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๘๐

  9. ๑๖

    การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมโดยจะให้ได้รับ เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามตำแหน่งใด ประเภทใด ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนกลาโหม

  10. ๑๗

    ผู้ได้รับบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๓ ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและให้ได้รับการพัฒนาเพื่อให้รู้ระเบียบแบบแผนของทางราชการและ เป็นข้าราชการที่ดีตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามวรรคหนึ่งผู้ใดมีผลการประเมินทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๑๕ สั่งให้ผู้นั้น รับราชการต่อไป ถ้าผู้นั้นมีผลการประเมินทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดก็ให้สั่ง ให้ผู้นั้นออกจากราชการได้ ไม่ว่าจะครบกำหนดเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการแล้วหรือไม่ก็ตาม ผู้ใดถูกสั่งให้ออกจากราชการตามวรรคสอง ให้ถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยเป็นข้าราชการพลเรือน กลาโหม แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือการรับเงินเดือนหรือ ผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับจากทางราชการในระหว่างผู้นั้นอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติ หน้าที่ราชการ ผู้อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการผู้ใดมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๕ การบังคับบัญชา วินัย การรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ และถ้าผู้นั้นมีกรณีที่จะต้องออกจากราชการ ตามวรรคสอง ก็ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามวรรคสองไปก่อน ให้นำความวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสามมาใช้บังคับแก่ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งโอนมาตามมาตรา ๒๑ ในระหว่างที่ยังทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยโดยอนุโลม

  11. ๑๘

    การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนกลาโหมให้ดำรงตำแหน่งในสายงานที่ไม่มีกำหนด ไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งจะกระทำมิได้

  12. ๑๙

    ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนกลาโหมตำแหน่งใดต้องมี คุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๘๑ ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาจอนุมัติให้แต่งตั้ง ข้าราชการพลเรือนกลาโหมซึ่งมีคุณสมบัติต่างไปจากคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นตามมาตรฐาน กำหนดตำแหน่งก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่สภากลาโหมกำหนด ในกรณีที่กำหนดให้ปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิใดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ ตำแหน่ง ให้หมายถึงปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนรับรอง

  13. ๒๐

    การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การย้าย การโอนข้าราชการ พลเรือนกลาโหม และการเปลี่ยนประเภทจากข้าราชการทหารเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมให้เป็นไป ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด การย้ายข้าราชการพลเรือนกลาโหมไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิมจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้นั้น การบรรจุข้าราชการพลเรือนกลาโหมซึ่งได้ออกจากราชการไปเนื่องจากถูกสั่งให้ออกจากราชการ เพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร หรือได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ให้ไปปฏิบัติงานใด ๆ ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือนเต็มเวลา ราชการหรือออกจากราชการไปที่มิใช่เป็นการออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ กลับเข้ารับราชการในส่วนราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม ตลอดจนจะสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งประเภทใด สายงานใด ระดับใด และให้ได้รับเงินเดือนเท่าใด ให้กระทำได้ตามที่ กระทรวงกลาโหมกำหนด เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้และตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ และกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ข้าราชการพลเรือนกลาโหม ที่ได้ออกจากราชการไปตามวรรคสาม เมื่อได้รับบรรจุกลับเข้ารับราชการให้มีสิทธินับวันรับราชการ ก่อนถูกสั่งให้ออกจากราชการรวมกับวันที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารกองประจำการ หรือได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ไปปฏิบัติงานใด ๆ แล้วแต่กรณี และวันรับราชการเมื่อได้รับบรรจุ กลับเข้ารับราชการเป็นเวลาราชการติดต่อกันเสมือนว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกสั่งให้ออกจากราชการ สำหรับ ผู้ซึ่งออกจากราชการไปที่มิใช่เป็นการออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการซึ่งได้รับ เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๘๒ บรรจุกลับเข้ารับราชการตามวรรคสามให้มีสิทธินับเวลาราชการก่อนออกจากราชการเพื่อประโยชน์ ในการนับเวลาราชการ

  14. ๒๑

    การโอนพนักงานส่วนท้องถิ่น การโอนข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือนกลาโหม ตามพระราชกฤษฎีกานี้และไม่ใช่ข้าราชการการเมือง และการโอนเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่กระทรวงกลาโหมกำหนด มาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมตลอดจนจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทใด สายงานใด ระดับใด และให้ได้รับเงินเดือนเท่าใด ให้กระทำได้ตามที่กระทรวงกลาโหม กำหนด เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือเวลาราชการหรือเวลาทำงานของผู้ที่โอนมา รับราชการตามวรรคหนึ่ง เป็นเวลาราชการของข้าราชการพลเรือนกลาโหมตามพระราชกฤษฎีกานี้ด้วย

  15. ๒๒

    พนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งไม่ใช่ออกจากงานในระหว่างทดลองปฏิบัติงานหรือ ข้าราชการซึ่งไม่ใช่ข้าราชการพลเรือนกลาโหมตามพระราชกฤษฎีกานี้ และไม่ใช่ข้าราชการการเมือง ข้าราชการวิสามัญ หรือข้าราชการซึ่งออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ผู้ใด ออกจากงานหรือออกจากราชการไปแล้ว ถ้าสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมและ ทางราชการต้องการจะรับผู้นั้นเข้ารับราชการ ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๑๕ พิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ ทั้งนี้ จะบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทใด สายงานใด ระดับใด และให้ได้รับเงินเดือนเท่าใด ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือเวลาราชการหรือเวลาทำงานของผู้เข้ารับราชการ ตามวรรคหนึ่งในขณะที่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นเวลาราชการของข้าราชการ พลเรือนกลาโหมตามพระราชกฤษฎีกานี้ด้วย

  16. ๒๓

    ข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๑๙ แล้ว หากภายหลังปรากฏว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ให้ผู้บังคับบัญชา ซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๑๕ แต่งตั้งผู้นั้นให้กลับไปดำรงตำแหน่งตามเดิมหรือตำแหน่งอื่น ในประเภทเดียวกันและระดับเดียวกันโดยพลัน แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไป ตามหน้าที่และอำนาจ และการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับอยู่ก่อน ได้รับคำสั่งให้กลับไปดำรงตำแหน่งตามเดิมหรือตำแหน่งอื่นในประเภทเดียวกันและระดับเดียวกัน เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๘๓ การรับเงินเดือน สิทธิและประโยชน์ของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้กลับไปดำรงตำแหน่งตามเดิมหรือ ตำแหน่งอื่นในประเภทเดียวกันและระดับเดียวกันตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหม กำหนด ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งให้กลับไปดำรงตำแหน่งตามเดิมหรือตำแหน่งอื่นในประเภทเดียวกัน และระดับเดียวกันตามวรรคหนึ่งได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาเป็นการเฉพาะราย

  17. ๒๔

    ผู้ได้รับบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมและแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งใดตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ หากภายหลังปรากฏว่าขาดคุณสมบัติทั่วไปหรือมีลักษณะต้องห้ามโดยไม่ได้รับ การยกเว้นตามมาตรา ๑๑ หรือขาดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นโดยไม่ได้รับอนุมัติจาก กระทรวงกลาโหมตามมาตรา ๑๙ อยู่ก่อนก็ดี มีกรณีต้องหาอยู่ก่อนและภายหลังเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากกรณีต้องหานั้นก็ดี ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๑๕ สั่งให้ผู้นั้นออกจาก ราชการโดยพลัน แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามหน้าที่และอำนาจ และ การรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับอยู่ก่อนได้รับคำสั่งให้ออกนั้น และ ถ้าการเข้ารับราชการเป็นไปโดยสุจริตแล้วให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

  18. ๒๕

    ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนกลาโหมว่างลง หรือผู้ดำรงตำแหน่ง ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๑๕ มีอำนาจสั่งให้ ข้าราชการกระทรวงกลาโหมที่เห็นสมควรรักษาราชการ รักษาราชการแทน หรือทำการแทน ในตำแหน่งนั้นได้ ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมโดยอนุโลม ผู้รักษาราชการ ผู้รักษาราชการแทน หรือผู้ทำการแทนในตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้มีหน้าที่ และอำนาจตามตำแหน่งที่รักษาราชการ รักษาราชการแทน หรือทำการแทนนั้น ในกรณีที่มีกฎหมายอื่น กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ มติของคณะรัฐมนตรี มติคณะกรรมการตามกฎหมายหรือคำสั่งผู้บังคับบัญชา แต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ๆ เป็นกรรมการ หรือให้มีหน้าที่และอำนาจอย่างใด ก็ให้ผู้รักษาราชการ ผู้รักษาราชการแทน หรือผู้ทำการแทนในตำแหน่งทำหน้าที่กรรมการหรือมีหน้าที่และอำนาจอย่างนั้น ในระหว่างที่รักษาราชการ รักษาราชการแทน หรือทำการแทนในตำแหน่ง แล้วแต่กรณี เลม่ ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก หนา้ ๘๔

  19. ๒๖

    ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็น ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๑๕ มีอำนาจสั่งข้าราชการพลเรือนกลาโหมให้ประจำส่วนราชการเป็นการชั่วคราว โดยให้พ้นจากตำแหน่ง หน้าที่เดิมได้ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด การให้ได้รับเงินเดือน การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การดำเนินการทางวินัยและการออก จากราชการของข้าราชการพลเรือนกลาโหมตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

  20. ๒๗

    ในกรณีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดสั่งให้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้ง ข้าราชการพลเรือนกลาโหม ให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมในการสั่งการตามสมควรเพื่อเยียวยา และแก้ไขหรือดำเนินการตามที่เห็นสมควรได้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

หนา้ ๗๕

การอุทธรณ์และการร้องทุกข์

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/10507ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjRkMGNiNzMtNWI1OS00ZTEyLThjZTYtMzQ4OGViNTE1NTA4IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIgwMDE0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY2LTIw4LiBLTczLnBkZiJ9.XMsvMsN3v4oHu1WkZ7C0r_vKYZfvWiKIwWr2nYftLos25 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6ac0783fcf7252993a8d5be0425fc96e17d9ead4deca3908e1cfe6c97c398fd4ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:38:04.084Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR