มาตรา ๑๕
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี พ.ศ. ๒๕๔๘ · ๒๕๔๘
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๑๐๑ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการเปิดทำการแผนกคดี เยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลจังหวัดน่าน ศาลจังหวัดพัทลุง ศาลจังหวัดมุกดาหาร ศาลจังหวัดเลย ศาลจังหวัดสกลนคร ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ศาลจังหวัดหนองคาย ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ และศาลจังหวัดอุทัยธานี ประกอบกับมาตรา ๕๘(๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชน และครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ได้กำหนดให้ศาลจังหวัด ที่มีเขตอำนาจเหนืออำเภอที่เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือ เยาวชนกระทำความผิดในกรณีที่ไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่ปกติและ ในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด สมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี และกำหนดเขตอำนาจของ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๓๓วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า การจัดตั้งสถานพินิจและการกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน