พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๕๓๕423 มาตรา44 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 108 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 c68c1e3c… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาตรา ๘–๓๑/๗ · 44 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาตรา ๘–๑๖/๘ · 19 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาตรา ๑๗–๓๑/๒ · 20 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ คณะกรรมการคัดเลือก๓๓มาตรา ๓๑/๓–๓๑/๗ · 5 มาตรา
  5. หมวด ๒ การออกหลักทรัพย์ของบริษัทมาตรา ๓๒–๖๒ · 31 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๑ การอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่มาตรา ๓๒–๓๘ · 7 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๒ หุ้นกู้มาตรา ๓๙–๔๐ · 2 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๓ การออกหุ้นกู้มีประกันมาตรา ๔๑–๔๙ · 9 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๔ การจัดทำทะเบียนและการโอนมาตรา ๕๐–๕๕ · 6 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๕ การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชีมาตรา ๕๖–๖๒ · 7 มาตรา
  11. หมวด ๓ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนมาตรา ๖๓–๘๙/๓๒ · 59 มาตรา
  12. ส่วนที่ ๑ ๒๕๕๑ - -มาตรา ๘๙/๓–๘๙/๖ · 4 มาตรา
  13. ส่วนที่ ๒ หน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหาร๔๙มาตรา ๘๙/๗–๘๙/๒๕ · 19 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๓ การประชุมผู้ถือหุ้นมาตรา ๘๙/๒๖–๘๙/๓๒ · 7 มาตรา
  15. หมวด ๔ ธุรกิจหลักทรัพย์มาตรา ๙๐–๑๕๒ · 64 มาตรา
  16. ส่วนที่ ๑ การจัดตั้งและการออกใบอนุญาตมาตรา ๙๐–๙๓ · 4 มาตรา
  17. ส่วนที่ ๒ การกำกับและควบคุมมาตรา ๙๔–๑๑๑/๑ · 19 มาตรา
  18. ส่วนที่ ๓ การเป็นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์มาตรา ๑๑๒–๑๑๓ · 2 มาตรา
  19. ส่วนที่ ๔ การค้าหลักทรัพย์มาตรา ๑๑๔ · 1 มาตรา
  20. ส่วนที่ ๕ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุมาตรา ๑๑๕ · 1 มาตรา
  21. ส่วนที่ ๖ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์มาตรา ๑๑๖ · 1 มาตรา
  22. ส่วนที่ ๗ การจัดการกองทุนรวมมาตรา ๑๑๗–๑๓๒ · 16 มาตรา
  23. ส่วนที่ ๘ การจัดการกองทุนส่วนบุคคล๘๔มาตรา ๑๓๓–๑๔๐ · 8 มาตรา
  24. ส่วนที่ ๙ การเพิกถอนใบอนุญาตและการเลิกบริษัทมาตรา ๑๔๑–๑๕๒ · 12 มาตรา
  25. หมวด ๕ ตลาดหลักทรัพย์มาตรา ๑๕๓–๒๐๓ · 52 มาตรา
  26. ส่วนที่ ๑ การจัดตั้งมาตรา ๑๕๓–๑๕๘ · 6 มาตรา
  27. ส่วนที่ ๒ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มาตรา ๑๕๙–๑๗๗ · 20 มาตรา
  28. ส่วนที่ ๓ การดำเนินงานมาตรา ๑๗๘–๑๘๘ · 11 มาตรา
  29. ส่วนที่ ๔ หลัทรัพย์จดทะเบียมาตรา ๑๘๙–๒๐๐ · 12 มาตรา
  30. ส่วนที่ ๕ การชี้ขาดข้อพิพาทเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์มาตรา ๒๐๑–๒๐๓ · 3 มาตรา
  31. หมวด ๖ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์และศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้ามาตรา ๒๐๔–๒๑๘ · 15 มาตรา
  32. ส่วนที่ ๑ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์มาตรา ๒๐๔–๒๑๗ · 14 มาตรา
  33. ส่วนที่ ๒ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้ามาตรา ๒๑๘ · 1 มาตรา
  34. หมวด ๗ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์มาตรา ๒๑๙–๒๓๗ · 26 มาตรา
  35. ส่วนที่ ๑ สำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และนายทะเบียนหลักทรัพย์มาตรา ๒๑๙–๒๒๙ · 18 มาตรา
  36. ส่วนที่ ๒ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์มาตรา ๒๓๐–๒๓๗ · 8 มาตรา
  37. หมวด ๘ การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์มาตรา ๒๓๘–๒๕๙ · 23 มาตรา
  38. ส่วนที่ ๑ การป้องกัการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับมาตรา ๒๓๘–๒๔๔ · 7 มาตรา
  39. ส่วนที่ ๒ การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการมาตรา ๒๔๕–๒๕๙ · 16 มาตรา
  40. หมวด ๙ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์๑๑๖มาตรา ๒๖๐–๒๖๑ · 2 มาตรา
  41. หมวด ๑๐ การกำกับและควบคุมาตรา ๒๖๒–๒๖๓ · 3 มาตรา
  42. หมวด ๑๑ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๒๖๔–๒๖๗ · 5 มาตรา
  43. หมวด ๑๒ บทกำหนดโทษมาตรา ๒๖๗/๑–๓๑๗ · 65 มาตรา
  44. หมวด ๑๓ บทเฉพาะกาลมาตรา ๓๑๘–๓๔๔ · 27 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๑๒มีนาคมพ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๓ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน

    29 มาตรา
  2. ๖๓

    บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับแก่การเสนอขายหลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้

    (๑) ตั๋วเงินคลัง

    (๒) พันธบัตรรัฐบาล

    (๓) พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย

    (๔) พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย

    (๕) หลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด - -

  3. ๖๔

    บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บัคับแก่การเสนอขายหลัทรัพย์ใลักษณะดังต่อไปนี้

    (๑) การเสนอขายหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ของบริษัทหลักทรัพย์ท่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบการจัดการกองทุนรวม

    (๒) การเสนอขายหลัทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆที่มีมูลค่าของหลักทรัพย์ ทั้งหมดน้อยกว่าจำนวนเงินที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

    (๓) การเสนอขายหลักทรัพย์ที่มีลักษณะ ประเภทหรือจำนวนของผู้ลงทุนตามที่ คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด การเสนอขายหลักทรัพย์ตาม

    (๒) และ(๓) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัท หรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องรายงานผลการขายให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันปิดการ เสนอขาย

  4. ๖๕

    การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆจะกระทำได้ ต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลัทรัพย์ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการ เสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่ วมีผลใช้บังคับแล้ว

  5. ๖๖

    ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ตามมาตรา ๖๕ที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทอาจยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการ เสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนพร้อมกับการยื่นคำขออนุญาตตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔หรือจะยื่นภายหลังจากวันที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ก็ได้ ในกรณีที่บริษัทได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามมาตรา ๓๓หรือ มาตรา ๓๔ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆได้หลายครั้งภายในวงเงินและระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด และหลักทรัพย์ดักล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่มีก หนดเวลาการชำระคืนไม่เกินสองร้อยเจ็ดสิบวัน บริษัทไม่ จำต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนทุกครั้งที่มีการเสนอ ขายหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ต้องจัดส่ ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงจากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่าง หนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ครั้งแรกให้แก่สำนักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันทำการก่อนวันจัดส่งหรือ แจกจ่ายหนังสือชี้ชวน

  6. ๖๗

    ภายใต้บังคับมาตรา ๖๘แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสี่สิบห้าวันนับจากวันที่สำนักงานได้รับ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน เว้นแต่คณะกรรมการกำกับ ตลาดทุนจะประกาศกำหนดให้มีผลใช้บังคับก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑] - -

  7. ๖๘

    ในกรณีที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทได้ยื่นแบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนพร้อมกับการยื่นคำขออนุญาตเสนอขาย หลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔หากสำนักงานยัมิได้อนุญาตให้ เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่เมื่อพ้นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๗ให้แบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท มหาชนจำกัดหรือบริษัทนั้นได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ได้

  8. ๖๙

    แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามแบบที่ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดโดยให้มีรายละเอียดของรายการดังนี้

    (๑) วัตถุประสงค์ของการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆ

    (๒) ชื่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์

    (๓) ทุนของบริษัท

    (๔) จำนวนและประเภทหลักทรัพย์ที่เสนอขาย

    (๕) ราคาที่คาดว่ จะขายของหลักทรัพย์ต่อหน่วย

    (๖) ลักษณะการประกอบธุรกิจ

    (๗) ฐานะทางการเงิ การดำเนินงาน และข้อมูลที่สำคัญของธุ กิจ

    (๘) ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์

    (๙) ผู้สอบบัญชี สถาบันการเงินที่ติดต่อประจำและที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทที่ ออกหลักทรัพย์ (๑๐)วิธีการจอง จัดจำหน่ายและจัดสรรหลักทรัพย์ (๑๑)ข้อมูลอื่นใดตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ในการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์สำนักงานจะกำหนดให้ผู้ เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์แนบเอกสารหลักฐานอื่นนอกจากที่ระบุไว้ ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ก็ได้ [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  9. ๗๐

    แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทตั๋วเงินหรือ หุ้นกู้ นอกจากจะต้องมีรายละเอียดของรายการตามมาตรา ๖๙แล้ว ให้มีรายละเอียดของรายการ ดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) สิทธิและข้อจำกัดในการโอนตามตั๋วเงินหรือหุ้นกู้

    (๒) ผลประโยชน์ตอบแทน

    (๓) ทรัพย์สินหรือหลักประกันอื่นที่เป็นประกันการออกหลักทรัพย์ (ถ้ามี)

    (๔) ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (ถ้ามี)

    (๕) ภาระผูกพันในทรัพย์สินของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เฉพาะกรณีหลักทรัพย์ที่ไม่มี ประกัน

    (๖) ยอดหนี้คงค้างในการออกตั๋วเงินหรือหุ้นกู้ครั้งก่อน

    (๗) วิธีการ เวลาและสถานที่สำหรับการชำระหนี้ - -

    (๘) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี)

    (๙) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่ “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่ เติ โดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  10. ๗๑

    แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน นอกจากจะต้องมีรายละเอียดของรายการตามมาตรา ๖๙แล้ว ให้มีรายละเอียดของรายการ ดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) สิทธิ และเงื่อนไขตามใบสำคัญแสดงสิทธิ

    (๒) มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ให้ออกหุ้นหรือหุ้นกู้ หรือคำอนุมัติของสำนักงานที่ให้ ออกหน่วยลงทุนเพื่อการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ แล้วแต่ รณี

    (๓) จำนวนหุ้นหรือหุ้นกู้หรือหน่วยลงทุนทั้งสิ้นที่จะออกตามใบสำคัญแสดงสิทธิ

    (๔) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ

    (๕) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุ ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  11. ๗๒

    ร่างหนังสือชี้ชวนต้องเป็นไปตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด สำหรับรายการในร่างหนังสือชี้ชวนที่ตรงกับแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ต้องมี สาระสำคัญของข้อมูลไม่ต่างกัน

  12. ๗๓

    ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนไม่สมบูรณ์หรือไม่ครบถ้วน ให้สำนักงานมีอำนาจ สั่งให้ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยื่นรายการหรือแก้ไข เพิ่มเติมให้ครบถ้วน แต่สำนักงานจะสั่งภายหลังจากที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับตามมาตรา ๖๗หรือมาตรา ๖๘แล้วมิได้

  13. ๗๔

    ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลัทรัพย์และร่าง หนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ หากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ประสงค์ จะแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่าง หนังสือชี้ชวนดังกล่าว ให้ยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือข้อมูลที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงานได้ เว้นแต่การ ขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นการขอแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสำคัญ สำนักงานอาจกำหนดให้การขอแก้ไข เพิ่มเติมนั้นมีผลเป็นการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนเข้า มาใหม่ โดยให้ถือว่าวันที่สำนักงานได้รับคำขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นวันเริ่มต้นในการนับระยะเวลาตาม มาตรา ๖๗ด้วย - - ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่าการขอแก้ไขเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่ง จะมีผลกระทบต่อ ผลประโยชน์ของผู้ลงทุน ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของ หลักทรัพย์ดังกล่ วยื่นเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลใดๆเพิ่ เติมได้

  14. ๗๕

    ในการนับระยะเวลาตามมาตรา ๖๗มิให้นับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ สำนักงานได้สั่งการตามมาตรา ๗๓หรือมาตรา ๗๔วรรคสอง จนถึงวันที่สำนักงานได้รับเอกสาร หลักฐานหรือข้อมูลโดยครบถ้วน

  15. ๗๖

    ภายหลังจากวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และ ร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ ให้สำนักงานมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้

    (๑) ในกรณีที่สำนักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนเป็นเท็จหรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญอัน อาจทำให้บุคคลผู้เข้าซื้อหลักทรัพย์เสียหาย ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบ แสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลัทรัพย์และร่างหนัสือชี้ชวน และในกรณีที่การเสนอขาย หลักทรัพย์นั้นได้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๒มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งเพิก ถอนการอนุญาตนั้นได้ในทันที

    (๒) ในกรณีที่สำนักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญหรือมีเหตุการณ์ที่มีผลให้ข้อมูล ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ ทั้งนี้ อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนของบุคคลผู้เข้าซื้อหลักทรัพย์ ให้สำนักงานมีอำนาจ สั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะได้มีการดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและดำเนินการอื่นใดตามที่ สำนักงานกำหนดเพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงการแก้ไขข้อมูลดังกล่าว

    (๓) ในกรณีที่สำนักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการ ข้อมูล การเสนอขายหลัทรัพย์และหนังสือชี้ชวนคลาดเคลื่อนในลัษณะอื่น ให้สำนักงานมีอ นาจสั่งให้ผู้เริ่ม จัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ที่ยื่นแบบดังกล่าวแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง การสั่งการของสำ งานตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงการดำเนิ การใดๆของผู้เริ่ม จัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ก่อนที่จะมีการสั่งการดังกล่าว และไม่กระทบ ถึงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายของบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๒

  16. ๗๗

    เมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ได้ยื่น แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนแล้ว การเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์ และร่าง หนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับให้กระทำได้ แต่ต้องมีสาระสำคัญของข้อมูลตามที่สำนักงาน ประกาศกำหนดพร้อมทั้งมีข้อความให้เห็นชัดเจนว่าการเผยแพร่ดังกล่าวมิใช่เป็นหนังสือชี้ชวน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำ งานประกาศกำหนด - -

  17. ๗๘

    ผู้ใดประสงค์จะขอตรวจหรือขอสำเนาแบบแสดงรายการข้อมูล เสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ต่อสำนักงาน ให้กระทำได้เมื่อได้ปฏิบัติตามระเบียบ ที่สำนักงานประกาศกำหนด

  18. ๗๙

    เมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ ชวนมีผลใช้บังคับการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนจะกระทำได้ต่อเมื่อได้มีการจัดส่ง หรือ แจกจ่ายหนังสือชี้ชวนพร้อมทั้งระบุวันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และ ร่างหนังสือชี้ชวนไว้ด้วย

  19. ๘๐

    การโฆษณาชี้ชวนต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆให้ซื้อหลักทรัพย์ของผู้ เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์โดยมิใช่ด้วยวิธีการตามมาตรา ๗๙จะ กระทำได้ต่อเมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ ตามมาตรา ๖๗หรือมาตรา ๖๘แล้ว และต้องไม่ใช้ถ้อยคำหรือข้อความใดที่เกินความจริง หรือเป็น เท็จ หรืออาจทำให้บุคคลอื่นสำคัญผิด และถ้าเป็นการโฆษณาทางสิ่งตีพิมพ์ต้องมีรายละเอียดตาม รายการดังต่อไปนี้

    (๑) จำนวน ชนิด ราคาเสนอขายหลัทรัพย์ต่อหน่วยและมูลค่าของหลักทรัพย์ ทั้งหมดที่โฆษณาชี้ชวนให้ซื้อ

    (๒) ชื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์

    (๓) ประเภทของธุรกิจที่จะดำเนินการ หรือกำลังดำเนินการ

    (๔) สถานที่ และวันเวลาที่จะขอรับหนังสือชี้ชวนได้

    (๕) ชื่อผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (ถ้ามี)

    (๖) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  20. ๘๑

    เมื่อได้เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนแล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชน จำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องรายงานผลการขายหลัทรัพย์ต่อสำนัและในกรณีที่ผู้ เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์เสนอขายหลักทรัพย์ผ่านผู้จัดจำหน่าย หลักทรัพย์ให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดบริษัทหรือเจ้ ของหลักทรัพย์แจ้งจำนวนหลักทรัพย์ และ จำนวนเงินส่วนที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ได้รับซื้อไว้เองด้วย การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศ กำหนด

  21. ๘๒

    ในกรณีที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือ ชี้ชวนมีข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จ หรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญให้บุคคลใด ๆที่ ซื้อหลักทรัพย์จากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์และยังเป็นเจ้าของ หลักทรัพย์อยู่และได้รับความเสียหายจากการนั้น มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทหรือเจ้าของ หลักทรัพย์ดังกล่าวได้ - - บุ คลผู้ซื้อหลักทรัพย์ที่มีสิทธิเรียกร้องค่ เสียหายตามวรรคหนึ่ ต้องเป็ผู้ซื้อ หลักทรัพย์ก่อนที่จะปรากฏข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่แบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ

  22. ๘๓

    ให้บุคคลดังต่อไปนี้รับผิดตามมาตรา ๘๒ร่วมกับบริษัทหรือเจ้าของ หลักทรัพย์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็น หรือโดยตำแหน่งหน้าที่ตนไม่อาจล่วงรู้ถึงความ แท้จริงของข้อมูลหรือการขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งนั้น

    (๑) กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทซึ่งลงลายมือชื่อไว้ในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน

    (๒) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งลงลายมือชื่อไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการ เสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน

    (๓) ผู้จัดจำหน่ายหลัทรัพย์ ผู้สอบบัญชี ที่ปรึ ษาทางการเงิ หรือผู้ประเมินราคา ทรัพย์สินซึ่งจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงลงลายมือชื่อรับรองข้อมูลในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน

  23. ๘๔

    บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์และบุคคลตามมาตรา ๘๓ไม่ต้องรับผิด ชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) ผู้ซื้อหลักทรัพย์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าข้อความหรือรายการเป็เท็จ หรือขาด ข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญ หรือ

    (๒) ความเสียหายที่เกิดขึ้นอันมิใช่เป็นผลมาจากการได้รับข้อความหรือรายการที่ เป็นเท็จ หรือการไม่แจ้งข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสำคัญ

  24. ๘๕

    ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ให้มีผลเป็นจำนวนเท่ากับ ส่วนต่างของจำนวนเงินที่ผู้ใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้จ่ายไปสำหรับการได้มาซึ่งหลักทรัพย์นั้นกับ ราคาที่ควรจะเป็หากมีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องตามที่ส นักงานกำหนดซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามูลค่าที่ ตราไว้ของหลักทรัพย์นั้นบวกด้วยดอกเบี้ยของจำนวนส่วนต่างดังกล่าวสำหรับระยะเวลาที่ถือ หลักทรัพย์ตามอัตราดอกเบี้ยสูงสุดโดยเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์อย่างน้อยสี่แห่งตามที่สำนักงานกำหนด พึงจ่ายสำหรับเงินฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป

  25. ๘๖

    สิทธิเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ให้มีอายุความหนึ่งปี นับจากวันที่ได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน มีข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จหรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งแต่ไม่เกินสองปีนับจากวันที่แบบ แสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ

  26. ๘๗

    การมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนมิได้เป็นการแสดงว่ คณะกรรมการก.ล.ต. และสำนักงานได้ับรองถึงความ ถูกต้องของข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และในหนังสือชี้ชวนดังกล่าว หรือ ก.ล.ต. และสำนังานได้ประกันราคาของหลัทรัพย์ที่เสนอขายนั้น - -

  27. ๘๘

    บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องส่งมอบหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อ หลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด [คำว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕๖แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑]

  28. ๘๙

    ผู้สอบบัญชีที่แสดงความเห็นต่องบการเงินซึ่งเผยแพร่ไว้ในแบบแสดง รายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ใหม่และหนังสือชี้ชวนในหมวดนี้ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ สำนักงานให้ความเห็นชอบ หมวด ๓/๑ การบริหารกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์๔๑

  29. ๘๙/๑

    ในหมวดนี้ “บริษัท”หมายความว่

    (๑) บริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชน เว้นแต่บริษัท มหาชนจำกัดที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

    (๒) บริษัทมหาชนจำกัดที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือ หลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ “บริษัทย่อย” หมายความว่า

    (๑) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บริษัทมีอำนาจควบคุมกิจการ

    (๒) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บริษัทย่อยตาม

    (๑) มีอำนาจควบคุม กิจการ

    (๓) บริษัทจำกัดหรือบริัทมหาชนจำกัดที่อยู่ภายใต้อำนาจควบคุ กิจการต่อเป็น ทอดๆโดยเริ่มจากการอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมกิจการของบริษัทย่อยตาม

    (๒) “คณะกรรมการ”หมายความว่ คณะกรรมการของบริษัท “กรรมการ”หมายความว่ากรรมการของบริษัท “ผู้บริหาร” หมายความว่ ผู้จัดการหรือบุ คลซึ่งรับผิดชอบในการบริหารงานของ บริษัทไม่ว่าโดยพฤติการณ์หรือโดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการ กำกับตลาดทุนประกาศกำหนด “บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง” หมายความว่า บุคคลที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะใด ลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ หมวด ๓/๑การบริหารกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ มาตรา ๘๙/๑ถึงมาตรา ๘๙/๓๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - -

    (๑) บุคคลที่มีอำนาจควบคุมกิจการบริษัท และในกรณีที่บุคคลนั้นเป็นนิติบุคคลให้ หมายความรวมถึงกรรมการของนิติบุคคลนั้นด้วย

    (๒) คู่สมรส บุตรหรือบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลตาม(๑)

    (๓) นิติบุคคลที่บุคคลตาม(๑) หรือ

    (๒) มีอำนาจควบคุมกิจการ

    (๔) บุคคลอื่นที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด เมื่อบุคคลใดกระทำการด้วยความเข้าใจหรือความตกลงว่าหากบริษัททำธุรกรรมที่ ให้ประโยชน์ทางการเงินแก่บุคคลดังกล่าวกรรมการผู้บริหาร หรือบุคคลตาม (๑) หรือ

    (๒) จะได้รับ ประโยชน์ทางการเงินด้วย ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสำหรับการทำธุรกรรม นั้น “อำนาจควบคุมกิจการ”หมายความว่า

    (๑) การถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในนิติบุคคลหนึ่งเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจำนวน สิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น

    (๒) การมีอำนาจควบคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุ ผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม หรือไม่ว่าเพราะเหตุอื่นใด

    (๓) การมีอำนาจควบคุ การแต่ ตั้ หรือถอดถอนกรรมการตั้ แต่กึ่ หนึ่ ของ กรรมการทั้งหมดไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

  30. ๘๙/๒

    ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทกระทำการใดอันเป็นการ ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อพนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นใดที่รับจ้างทำงานให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะโดยการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน ลักษณะงาน หรือสถานที่ ทำงาน สั่งพักงาน ข่มขู่ รบกวนการปฏิบัติงาน เลิกจ้าง หรือกระทำการอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการ ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลดังกล่าวด้วยเหตุที่บุคคลนั้น

    (๑) ให้ข้อมูล ให้ความร่วมมือ หรือให้ความช่วยเหลือไม่ว่าด้วยประการใดๆแก่ คณะกรรมการก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือ อันเกี่ยวข้องกับกรณีที่พนักงาน ลูกจ้างหรือบุคคลอื่นใดนั้นเชื่อหรือมีเหตุอันควรเชื่อโดยสุจริตว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้

    (๒) ให้ถ้อยคำ ยื่นเอกสารหลักฐาน หรือให้ความช่วยเหลือไม่ว่าด้วยประการใด ๆ แก่คณะกรรมการก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา หรือตรวจสอบกรณีที่มีเหตุสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ว่าจะกระทำไป โดยที่คณะกรรมการก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือสำนักงานมีคำสั่งให้ปฏิบัติหรือไม่

  31. ส่วนที่ ๑ ๒๕๕๑ - -

    4 มาตรา
  32. ๘๙/๓

    กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด ไว้ในกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดรวมทั้งต้องไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่ จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

  33. ๘๙/๔

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการด้วยเหตุตามที่กำหนด ในกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดแล้ว กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งเมื่อมีลักษณะที่แสดงถึงการ ขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามที่ กำหนดในมาตรา ๘๙/๓และจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทต่อไปมิได้

  34. ๘๙/๕

    บรรดากิจการของบริษัทที่ค หรือบุคคลซึ่ง ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการได้กระทำไปในนามของบริษัทย่อมมีผลสมบูรณ์และผูกพันบริษัท แม้จะปรากฏในภายหลังว่ากรรมการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือขาดความเหมาะสม ตามมาตรา ๘๙/๓

  35. ๘๙/๖

    ผู้บริหารต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่แสดงถึงการ ขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจ ให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามที่ คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด ผู้บริหารคนใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้บริหารคน นั้นพ้นจากตำแหน่ง และจะดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทต่อไปมิได้

  36. ส่วนที่ ๒ หน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหาร๔๙

    19 มาตรา
  37. ๘๙/๗

    ในการดำเนินกิจการของบริษัท กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม กฎหมายวัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริัท และมติคณะกรรมการตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

  38. ๘๙/๘

    ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวัง กรรมการและผู้บริหารต้องกระทำเยี่ยงวิญญูชนผู้ประกอบธุรกิจเช่นนั้นจะพึงกระทำภายใต้ สถานการณ์อย่างเดียวกัน การใดที่กรรมการหรือผู้บริหารพิสูจน์ได้ว่าณเวลาที่พิจารณาเรื่องดังกล่าวการ ตัดสินใจของตนมีลักษณะครบถ้วนดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้บริหารผู้นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความรับผิดชอบและความระมัดระวัตามวรรคหนึ่งแล้ว

    (๑) การตัดสินใจได้กระทำไปด้วยความเชื่อโดยสุจริตและสมเหตุสมผลว่าเป็นไปเพื่อ ประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสำคัญ

    (๒) การตัดสินใจได้กระทำบนพื้นฐานข้อมูลที่เชื่อโดยสุจริตว่าเพียงพอ และ

    (๓) การตัดสินใจได้ ระทำไปโดยตนไม่มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมใน เรื่องที่ตัดสินใจนั้น

  39. ๘๙/๙

    ในการพิจารณาว่ากรรมการหรือผู้บริหารแต่ละคนได้ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวังหรือไม่ ให้คำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) ตำแหน่งในบริษัทที่บุคคลดังกล่าวดำรงอยู่ณเวลานั้น

    (๒) ขอบเขตความรับผิดชอบของตำแหน่งในบริษัทของบุคคลดังกล่าวตามที่กำหนด โดยกฎหมายหรือตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการและ

    (๓) คุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์รวมทั้งวัตถุประสงค์ของ การแต่งตั้ง

  40. ๘๙/๑๐

    ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ุจริต และ ผู้บริหารต้อง ส่วนที่ ๒หน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหาร มาตรา ๘๙/๗ถึง มาตรา ๘๙/๒๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - -

    (๑) กระทำการโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสำคัญ

    (๒) กระทำการที่มีจุดมุ่งหมายโดยชอบและเหมาะสม และ

    (๓) ไม่กระทำการใดอันเป็นการขัดหรือแย้งกับประโยชน์ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

  41. ๘๙/๑๑

    การกระทำดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นผลให้กรรมการ ผู้บริหาร หรือ บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ได้รับประโยชน์ทางการเงินอื่นนอกเหนือจากที่พึงได้ตามปกติ หรือเป็นเหตุ ให้บริษัทได้รับความเสียหายให้สันนิษฐานว่าเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับประโยชน์ของบริษัท อย่างมีนัยสำคัญ

    (๑) การทำธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือบริษัทย่อยกับกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคล ที่มีความเกี่ยวข้อง โดยไม่เป็นไปตามมาตรา ๘๙/๑๒หรือมาตรา ๘๙/๑๓

    (๒) การใช้ข้อมูลของบริษัทที่ล่วงรู้มา เว้นแต่เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว หรือ

    (๓) การใช้ทรัพย์สินหรือโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในลักษณะที่เป็นการฝ่าฝืน หลักเกณฑ์หรือหลัปฏิบัติทั่วไปตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

  42. ๘๙/๑๒

    ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องจะกระทำ ธุรกรรมกับบริษัทหรือบริษัทย่อยได้ต่อเมื่อธุรกรรมดังกล่าวได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ บริษัทแล้ว เว้นแต่ธุรกรรมดังกล่าวจะเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้

    (๑) ธุรกรรมที่เป็นข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่วิญญูชนจะพึงกระทำกับ คู่สัญญาทั่วไปในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยอำนาจต่อรองทางการค้าที่ปราศจากอิทธิพลในการที่ตนมี สถานะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี และเป็นข้อตกลงทาง การค้าที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการหรือเป็นไปตามหลักการที่คณะกรรมการอนุมัติไว้แล้ว

    (๒) การให้กู้ยืมเงินตามระเบียบสงเคราะห์พนักงานและลูกจ้าง

    (๓) ธุรกรรมที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งของบริษัทหรือคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสถานะเป็น

    (ก) บริษัทย่อยที่บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นไม่้อยกว่าร้อยละเก้าสิบของหุ้นที่จำหน่าย ได้แล้วทั้งหมดของบริษัทย่อย หรือ

    (ข) บริษัทย่อยที่ก ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องถือหุ้นหรือมี ส่วนได้เสียอยู่ด้วย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่เกินจำนวน อัตรา หรือมีลักษณะตามที่คณะกรรมการ กำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

    (๔) ธุรกรรมในประเภทหรือที่มีมูลค่าไม่เกินจำนวนหรืออัตราที่คณะกรรมการกำกับ ตลาดทุนประกาศกำหนด ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - - ในการประกาศกำหนดตาม(๓) (ข) หรือ

    (๔) คณะกรรมการกำกับตลาดทุนอาจ กำหนดให้ธุรกรรมที่กำหนดต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการด้วยก็ได้ มิให้นำความในมาตรา ๘๗แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัดพ.ศ. ๒๕๓๕มา ใช้บังคับกับการทำธุรกรรมระหว่างกรรมการกับบริษัทหรือบริษัทย่อย

  43. ๘๙/๑๓

    ในกรณีมีเหตุสมควร โดยพิจารณาจากผลของธุรกรรมที่มี นัยสำคัญต่อบริษัทหรือความสัมพันธ์ของธุรกรรมกับธุรกิจปกติของบริษัท ให้คณะกรรมการกำกับ ตลาดทุนมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องดังต่อไปนี้ เพื่อใช้บังคับกับการทำธุรกรรม ระหว่างบริษัทหรือบริษัทย่อยกับกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องได้

    (๑) การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมดังกล่าวต่อผู้ลงทุนเป็นการทั่วไปหรือ ในหนังสือนัดประชุมคณะกรรมการหรือหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น

    (๒) จำนวนคะแนนเสียงของที่ประชุมผู้ถือหุ้ ในการลงมติอนุมัติการทำธุร ดังกล่าว

    (๓) หลักเกณฑ์ในการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึงการจัดให้มีบัตรออกเสียงลงคะแนน ของผู้ถือหุ้น การจัดให้มีผู้ตรวจการการประชุม หรือการพิจารณาส่วนได้เสียเป็นพิเศษของผู้ถือหุ้นซึ่ง ไม่มีสิทธิออกเสียง

  44. ๘๙/๑๔

    กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานให้บริษัททราบถึงการมีส่วน ได้เสียของตนหรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ กิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับ ตลาดทุนประกาศกำหนด

  45. ๘๙/๑๕

    คณะกรรมการต้องจัดให้มีเลขานุการบริษัทรับผิดชอบ ดำเนินการดังต่อไปนี้ในนามของบริษัทหรือคณะกรรมการ

    (๑) จัดทำและเก็บรักษาเอกสารดังต่อไปนี้

    (ก) ทะเบียนกรรมการ

    (ข) หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการรายงานการประชุ คณะกรรมการและ รายงานประจำปีของบริษัท

    (ค) หนังสือนัดประชุ ผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น

    (๒) เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการหรือผู้บริหาร

    (๓) ดำเนินการอื่นๆตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - - ในกรณีที่เลขานุารบริษัทพ้ จากตำแหน่งหรือไม่อาจปฏิบัติหน้ ที่ได้ ให้ คณะกรรมการแต่งตั้งเลขานุการบริษัทคนใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่เลขานุการบริษัทคนเดิมพ้น จากตำแหน่งหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ และให้คณะกรรมการมีอำนาจมอบหมายให้กรรมการคนใดคน หนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนในช่วงเวลาดังกล่าว ให้ประธานกรรมการแจ้งชื่อเลขานุการบริษัทต่อสำนักงานภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ จัดให้มีผู้รับผิดชอบในตำแหน่งดังกล่าว และให้แจ้งให้สำนักงานทราบถึงสถานที่เก็บเอกสารตามวรรค หนึ่ง

    (๑) และ(๒) ด้วย

  46. ๘๙/๑๖

    ให้เลขานุการบริษัทจัดส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้เสียตาม มาตรา ๘๙/๑๔ให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบทราบภายในเจ็ดวันทำการนับ แต่วันที่บริษัทได้รับรายงานนั้น

  47. ๘๙/๑๗

    บริษัทต้องจัดให้มีระบบการเก็บรักษาเอกสารและหลักฐานที่ เกี่ยวข้องกับการแสดงข้อมูลตามมาตรา ๘๙/๒๐รวมทั้งดูแลให้มีการเก็บรัษาเอกสารหรือหลักฐาน ดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่มี การจัดทำเอกสารหรือข้อมูลดังกล่าว การเก็บรักษาเอกสารและหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการเก็บ รักษาด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอื่นใดที่สามารถเรียกดูได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อความ

  48. ๘๙/๑๘

    นอกจากการดำเนินการกับกรรมการตามมาตรา ๘๕และมาตรา ๘๖แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัดพ.ศ. ๒๕๓๕แล้วในกรณีที่กรรมการกระทำการหรือละ เว้นกระทำการใดอันเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๘๙/๗จนเป็นเหตุให้กรรมการ ผู้บริหาร หรือ บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องได้ประโยชน์ไปโดยมิชอบบริษัทอาจฟ้องเรียกให้กรรมการรับผิดชอบในการ ส่งคืนประโยชน์ดังกล่าวให้แก่บริษัทได้ ในกรณีผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหรือหลายคนซึ่ ถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงนับรวมกันได้ไม่ น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทได้แจ้งเป็นหนังสือให้บริษัทดำเนินการ ตามวรรคหนึ่งแล้ว และบริษัทไม่ดำเนิ การตามที่ผู้ถือหุ้นแจ้งภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่แจ้ง ผู้ถือ หุ้นดังกล่าวสามารถใช้สิทธิฟ้องเรียกคืนประโยชน์ตามวรรคหนึ่งแทนบริษัทได้ ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิดำเนินการกับกรรมการตามมาตรานี้แทนบริษัท หากศาล เห็นว่าการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นเป็นไปโดยสุจริต ให้ศาลมีอำนาจกำหนดให้บริษัทชดใช้ค่าใช้จ่ายตาม ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - - จำนวนที่เห็นสมควรซึ่งเกิดขึ้นจริงให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ใช้สิทธิดังกล่ ว และเพื่อประโยชน์ในการกำหนด ค่าใช้จ่ายดังกล่าว ให้ศาลมีอำนาจเรียกให้บริษัทเข้ามาเป็นคู่ความในคดีด้วย

  49. ๘๙/๑๙

    ให้นำความในมาตรา ๘๙/๑๘มาใช้บังคับกับการฟ้องเรียกให้ ผู้บริหารกระทำการหรือละเว้นกระทำการใดอันเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๘๙/๗รับผิดชอบ ในการส่งคืนประโยชน์ที่ตนหรือกรรมการหรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องได้ไปโดยมิชอบโดยอนุโลม

  50. ๘๙/๒๐

    กรรมการและผู้บริหารต้องร่วมกันรับผิดต่อบุคคลที่ซื้อขาย หลักทรัพย์ของบริษัทในความเสียหายใดๆอันเกิดขึ้นเนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นหรือ ประชาชนทั่วไปโดยแสดงข้อความที่เป็นเท็จในสาระสำคัญหรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งใน สาระสำคัญในกรณีดังต่อไปนี้ เว้นแต่กรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวจะพิสูจน์ได้ว่าโดยตำแหน่งหน้าที่ ตนไม่อาจล่วงรู้ถึงความแท้จริงของข้อมูลหรือการขาดข้อมูลที่ควรต้องแจ้งนั้น

    (๑) การให้ข้อมูลประกอบการขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

    (๒) งบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนิ งานของบริษัท หรือรายงานอื่นใดที่ต้องเปิดเผยตามมาตรา ๕๖มาตรา ๕๗มาตรา ๕๘หรือมาตรา ๑๙๙

    (๓) ความเห็นของกิจการเมื่อมีผู้ทำคำเสนอซื้อหุ้นของบริษัทจากผู้ถือหุ้นเป็นการ ทั่วไป

    (๔) การให้ข้อมูลหรือรายงานอื่นใดเกี่ยวกับกิจการที่บริษัทจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ต่อผู้ ถือหุ้นหรือประชาชนเป็นการทั่วไป ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ในการฟ้องเรียกค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับ แต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงตามวรรคหนึ่ง หรือเมื่อพ้น กำหนดห้าปีนับแต่วันที่ได้มีการกระทำนั้น

  51. ๘๙/๒๑

    กรรมการหรือผู้บริหารที่กระทำการหรือละเว้นกระทำการโดย ทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนเป็นเหตุให้บริ ทเสียหายหรือเสียประโยชน์ที่ควรได้ จะ ยกเหตุที่ได้รับอนุมัติหรือให้สัตยาบันโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการมาทำให้ตนหลุดพ้นจาก ความรับผิดมิได้ การกระทำการหรือละเว้นกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงกรณีดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) การขอมติคณะกรรมการหรือที่ประชุ ผู้ถือหุ้นโดยแสดงข้อความที่เป็นเท็จใน สาระสำคัญหรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ

    (๒) กรณีที่เกี่ยวข้องกับการเบียดบังเอาทรัพย์สินหรือประโยชน์ของบริษัท ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - -

    (๓) กรณีที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินของบริษัท

  52. ๘๙/๒๒

    ให้นำบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบของ กรรมการและผู้บริหารตามมาตรา ๘๙/๗ถึงมาตรา ๘๙/๒๑รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้ บังคับกับบุคคลดังต่อไปนี้ โดยอนุโลม

    (๑) ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน และผู้บริหารแผนชั่วคราวตาม กฎหมายว่าด้วยล้มละลาย และในกรณีที่ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนหรือผู้บริหารแผน ชั่วคราวเป็นนิติบุคคล ให้หมายความรวมถึงกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องของนิติบุคคลนั้นด้วย

    (๒) ผู้ชำระบัญชี

  53. ๘๙/๒๓

    เลขานุการบริษัทต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๘๙/๑๕ด้วย ความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท มติคณะกรรมการตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และให้นำความใน มาตรา ๘๙/๘วรรคสองมาตรา ๘๙/๑๐มาตรา ๘๙/๑๑(๒) และ(๓) และมาตรา ๘๙/๑๘มาใช้ บังคับ โดยอนุโลม

  54. ๘๙/๒๔

    ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการของบริษัทย่อยและผู้บริหาร ของบริษัทย่อยให้นำความในมาตรา ๘๙/๗มาตรา ๘๙/๘มาตรา ๘๙/๙และมาตรา ๘๙/๑๐รวมทั้ง บทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับ โดยอนุโลม ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับบุคคลตามมาตรา ๘๙/๒๒(๑) และ(๒) ของ บริษัทย่อยโดยอนุโลม

  55. ๘๙/๒๕

    ในการสอบบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทตามมาตรฐาน การสอบบัญชี ไม่ว่าจะกระทำในฐานะเป็นผู้สอบบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าว หรือในฐานะอื่นซึ่งนิติ บุคคลดังกล่าวยิ ยอมให้สอบบัญชีก็ตาม ถ้าผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดตามมาตรา ๒๘๑/๒วรรคสองมาตรา ๓๐๕มาตรา ๓๐๖มาตรา ๓๐๘มาตรา ๓๐๙มาตรา ๓๑๐มาตรา ๓๑๑ มาตรา ๓๑๒หรือมาตรา ๓๑๓ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าวให้ คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัท้นทราบเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - - โดยไม่ชักช้า และให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบในเบื้องต้ ให้แก่สำนักงานและ ผู้สอบบัญชีทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้สอบบัญชี ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบไม่ดำเนิ การตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ อบบัญชีแจ้งให้ สำนักงานทราบ พฤติการณ์อันควรสงสัยที่ต้องแจ้ ตามวรรคหนึ่ ง และวิธารเพื่อให้ได้าซึ่ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

  56. ส่วนที่ ๓ การประชุมผู้ถือหุ้น

    7 มาตรา
  57. ๘๙/๒๖

    ในการประชุมผู้ถือหุ้น บุ คลที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนต้อ เป็นผู้ถือหุ้นที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ถือหุ้นณวันที่คณะกรรมการกำหนด และจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ ละรายจะมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนให้เป็ไปตามที่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้น วันเดียวกันนั้น ทั้งนี้ สิทธิของบุคคลดังกล่าวย่อมไม่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าทะเบียนผู้ถือหุ้นณวันประชุมผู้ถือหุ้นจะมี ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว วันที่กำหนดโดยคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งต้องเป็นวันที่ล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ ถือหุ้นไม่เกินสองเดือน แต่ต้องไม่ก่อนวันที่คณะกรรมการอนุมัติให้มีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น และเมื่อ คณะกรรมการกำหนดวันเพื่อกำหนดผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าประชุมแล้วจะเปลี่ยนแปลงมิได้

  58. ๘๙/๒๗

    ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจประกาศกำหนด ประเภทหรือรายละเอียดของข้อมูลที่คณะกรรมการต้องแจ้งต่อผู้ถือหุ้นในหนังสือนัดประชุมและ ระยะเวลาในการจัดส่งหนังสือนัดประชุม

  59. ๘๙/๒๘

    ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหรือหลายคนซึ่งถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงนับ รวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท จะทำหนังสือเสนอเรื่องที่ จะขอให้คณะกรรมการบรรจุเป็นวาระการประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งต้องระบุว่าเป็นเรื่องที่จะเสนอเพื่อทราบ เพื่ออนุมัติหรือเพื่อพิจารณา แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งรายละเอียดของเรื่องที่เสนอสำหรับการประชุม สามัญประจำปีหรือการประชุมวิสามัญก็ได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาด ทุนประกาศกำหนด ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - - ให้คณะกรรมการบรรจุเรื่องที่เสนอโดยผู้ถือหุ้นตามวรรคหนึ่งเป็วาระในการประชุ ผู้ถือหุ้นที่จะจัดให้มีขึ้น เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ คณะกรรมการจะปฏิเสธการบรรจุเรื่องดังกล่าวเสนอ เป็นวาระในการประชุมผู้ถือหุ้นก็ได้

    (๑) เป็นเรื่องที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในวรรคหนึ่ง

    (๒) เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท และข้อเท็จจริงที่ ล่าวอ้าง โดยผู้ถือหุ้นมิได้แสดงถึงเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับความไม่ปกติของเรื่องดังกล่าว

    (๓) เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจที่บริษัทจะดำเนินการให้เกิดผลตามที่ประสงค์

    (๔) เป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นได้เคยเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแล้วในรอบสิบ สองเดือนที่ผ่านมา และเรื่องดังกล่าวได้รับมติสนับสนุนด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละสิบของ จำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท เว้นแต่ข้อเท็จจริงในการนำเสนอครั้งใหม่จะได้เปลี่ยนแปลงไป อย่างมีนัยสำคัญจากข้อเท็จจริงในขณะที่นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งก่อน

    (๕) กรณีอื่นใดตามที่ ณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ในกรณีที่คณะกรรมการปฏิเสธการบรรจุเรื่องที่เสนอโดยผู้ถือหุ้นตามวรรคหนึ่งเป็น วาระในการประชุ ผู้ถือหุ้นครั้งใด ให้แจ้งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเพื่อทราบในการประชุ ผู้ถือหุ้นในครั้ง นั้นโดยต้องระบุเหตุผลในการปฏิเสธการบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ด้วย ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นในการประชุมตามวรรคสามมีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากของ จำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง เห็นชอบให้มีการบรรจุเรื่องที่เสนอ โดยผู้ถือหุ้นตามวรรคหนึ่งเป็นวาระการประชุมของผู้ถือหุ้น ให้คณะกรรมการบรรจุเรื่องดังกล่าวเป็น วาระในการประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัทจะจัดให้มีขึ้นในครั้งถัดไป

  60. ๘๙/๒๙

    การดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้ หากเป็นกรณีที่มีนัยสำคัญต่อ บริษัทตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ ถือหุ้น

    (๑) การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะเป็นทรัพย์สินของ บริษัทหรือบริษทย่อย

    (๒) การโอนหรือสละสิทธิประโยชน์ รวมตลอดถึงการสละสิทธิเรียกร้องที่มีต่อผู้ที่ก่อ ความเสียหายแก่บริษัท ไม่ว่าสิทธิประโยชน์นั้นจะเกี่ยวเนื่องกับทรัพย์สินของบริัทหรือบริษัทย่อย

    (๓) การเข้าทำ แก้ไข หรือเลิกสัญญาเกี่ยวกับการให้เช่าหรือให้เช่าซื้อกิจการหรือ ทรัพย์สินทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่ากิจการหรือทรัพย์สินนั้นจะดำเนินการโดยบริษัทหรือบริษัทย่อย

    (๔) การมอบหมายให้บุคคลอื่นเข้าบริหารจัดการธุรกิจทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่า ธุรกิจนั้นจะดำเนินการโดยบริษัทหรือบริษัทย่อย

    (๕) การรวมกิจการกับบุคคลอื่น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารจัดการ บริษัท

    (๖) การให้กู้ยืมเงินการให้สินเชื่อ การค้ำประกันการทำนิติกรรมผูกพันบริษัทให้ ต้องรับภาระทางการเงินเพิ่มขึ้น ในกรณีที่บุคคลภายนอกขาดสภาพคล่องหรือไม่สามารถปฏิบัติการ ๒๕๕๑ - - ชำระหนี้ได้ หรือการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินในลักษณะอื่นใดแก่บุคคลอื่นและมิใช่ธุรกิจปกติ ของบริษัท ไม่ว่าการนั้นจะดำเนินการโดยบริษัทหรือบริษัทย่อย

    (๗) การดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมในเรื่อง ดังต่อไปนี้เพื่อใช้บังคับกับการดำเนินการของบริษัทตามวรรคหนึ่งได้

    (๑) การเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ลงทุนเป็นการทั่วไปที่เกี่ยวกับการดำเนินการของบริษัท ตามวรรคหนึ่งหรือข้อมูลในหนังสือนัดประชุมคณะกรรมการหรือหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น

    (๒) จำนวนคะแนนเสียงของที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการลงมติอนุมัติการทำธุรกรรม ดังกล่าว

  61. ๘๙/๓๐

    ในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งใด ถ้าได้มีการส่งหนังสือนัดประชุม หรือลงมติโดยไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝื บทบัญญัติในหมวดนี้ ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหรือหลายคนซึ่งมีสิทธิ ออกเสียงนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทจะร้องขอให้ ศาลสั่งเพิกถอนมติในการประชุมครั้งนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ให้น บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการร้องขอให้ ศาลสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดมาใช้บังคับ โดยอนุโลม

  62. ๘๙/๓๑

    การชักชวน ชี้นำ หรือกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้ถือหุ้นของ บริษัทเป็นการทั่วไป เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้ตนหรือบุ คลอื่นเข้าประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียง ลงคะแนนแทนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศ กำหนด

  63. ๘๙/๓๒

    ในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทอาจดำเนินการในห้องประชุม มากกว่าหนึ่งห้อง แต่ต้องให้ผู้เข้าประชุมในห้องอื่นสามารถแสดงความคิดเห็นให้ปรากฏต่อผู้ถือหุ้นอื่น ในแต่ละห้องได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศ กำหนด

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

กรรมการและผู้บริหาร๔๔

ส่วนที่ ๑กรรมการและผู้บริหาร มาตรา ๘๙/๓ถึงมาตรา ๘๙/๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - -

๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - -

๒๕๕๑ ๒๕๕๑

และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ

การซื้อขายหลักทรัพย์

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Law-on-Savings-and-Investment-and-International-Ec/717/CNT0008799-1.pdf.aspx108 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:c68c1e3c234f359c59a3d7c0e8116bacf93a21bd70d46975b3bf7baa1289c6edดึงเมื่อ 2026-08-24T08:00:04.227Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR