พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๕๓๕423 มาตรา44 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 108 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 c68c1e3c… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาตรา ๘–๓๑/๗ · 44 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาตรา ๘–๑๖/๘ · 19 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาตรา ๑๗–๓๑/๒ · 20 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ คณะกรรมการคัดเลือก๓๓มาตรา ๓๑/๓–๓๑/๗ · 5 มาตรา
  5. หมวด ๒ การออกหลักทรัพย์ของบริษัทมาตรา ๓๒–๖๒ · 31 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๑ การอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่มาตรา ๓๒–๓๘ · 7 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๒ หุ้นกู้มาตรา ๓๙–๔๐ · 2 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๓ การออกหุ้นกู้มีประกันมาตรา ๔๑–๔๙ · 9 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๔ การจัดทำทะเบียนและการโอนมาตรา ๕๐–๕๕ · 6 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๕ การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชีมาตรา ๕๖–๖๒ · 7 มาตรา
  11. หมวด ๓ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนมาตรา ๖๓–๘๙/๓๒ · 59 มาตรา
  12. ส่วนที่ ๑ ๒๕๕๑ - -มาตรา ๘๙/๓–๘๙/๖ · 4 มาตรา
  13. ส่วนที่ ๒ หน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหาร๔๙มาตรา ๘๙/๗–๘๙/๒๕ · 19 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๓ การประชุมผู้ถือหุ้นมาตรา ๘๙/๒๖–๘๙/๓๒ · 7 มาตรา
  15. หมวด ๔ ธุรกิจหลักทรัพย์มาตรา ๙๐–๑๕๒ · 64 มาตรา
  16. ส่วนที่ ๑ การจัดตั้งและการออกใบอนุญาตมาตรา ๙๐–๙๓ · 4 มาตรา
  17. ส่วนที่ ๒ การกำกับและควบคุมมาตรา ๙๔–๑๑๑/๑ · 19 มาตรา
  18. ส่วนที่ ๓ การเป็นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์มาตรา ๑๑๒–๑๑๓ · 2 มาตรา
  19. ส่วนที่ ๔ การค้าหลักทรัพย์มาตรา ๑๑๔ · 1 มาตรา
  20. ส่วนที่ ๕ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุมาตรา ๑๑๕ · 1 มาตรา
  21. ส่วนที่ ๖ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์มาตรา ๑๑๖ · 1 มาตรา
  22. ส่วนที่ ๗ การจัดการกองทุนรวมมาตรา ๑๑๗–๑๓๒ · 16 มาตรา
  23. ส่วนที่ ๘ การจัดการกองทุนส่วนบุคคล๘๔มาตรา ๑๓๓–๑๔๐ · 8 มาตรา
  24. ส่วนที่ ๙ การเพิกถอนใบอนุญาตและการเลิกบริษัทมาตรา ๑๔๑–๑๕๒ · 12 มาตรา
  25. หมวด ๕ ตลาดหลักทรัพย์มาตรา ๑๕๓–๒๐๓ · 52 มาตรา
  26. ส่วนที่ ๑ การจัดตั้งมาตรา ๑๕๓–๑๕๘ · 6 มาตรา
  27. ส่วนที่ ๒ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มาตรา ๑๕๙–๑๗๗ · 20 มาตรา
  28. ส่วนที่ ๓ การดำเนินงานมาตรา ๑๗๘–๑๘๘ · 11 มาตรา
  29. ส่วนที่ ๔ หลัทรัพย์จดทะเบียมาตรา ๑๘๙–๒๐๐ · 12 มาตรา
  30. ส่วนที่ ๕ การชี้ขาดข้อพิพาทเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์มาตรา ๒๐๑–๒๐๓ · 3 มาตรา
  31. หมวด ๖ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์และศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้ามาตรา ๒๐๔–๒๑๘ · 15 มาตรา
  32. ส่วนที่ ๑ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์มาตรา ๒๐๔–๒๑๗ · 14 มาตรา
  33. ส่วนที่ ๒ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้ามาตรา ๒๑๘ · 1 มาตรา
  34. หมวด ๗ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์มาตรา ๒๑๙–๒๓๗ · 26 มาตรา
  35. ส่วนที่ ๑ สำนักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และนายทะเบียนหลักทรัพย์มาตรา ๒๑๙–๒๒๙ · 18 มาตรา
  36. ส่วนที่ ๒ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์มาตรา ๒๓๐–๒๓๗ · 8 มาตรา
  37. หมวด ๘ การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์มาตรา ๒๓๘–๒๕๙ · 23 มาตรา
  38. ส่วนที่ ๑ การป้องกัการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับมาตรา ๒๓๘–๒๔๔ · 7 มาตรา
  39. ส่วนที่ ๒ การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการมาตรา ๒๔๕–๒๕๙ · 16 มาตรา
  40. หมวด ๙ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์๑๑๖มาตรา ๒๖๐–๒๖๑ · 2 มาตรา
  41. หมวด ๑๐ การกำกับและควบคุมาตรา ๒๖๒–๒๖๓ · 3 มาตรา
  42. หมวด ๑๑ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๒๖๔–๒๖๗ · 5 มาตรา
  43. หมวด ๑๒ บทกำหนดโทษมาตรา ๒๖๗/๑–๓๑๗ · 65 มาตรา
  44. หมวด ๑๓ บทเฉพาะกาลมาตรา ๓๑๘–๓๔๔ · 27 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๑๒มีนาคมพ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๑ การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

  2. ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

    19 มาตรา
  3. ให้มีคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์คณะหนึ่งเรียก โดยย่อว่า “คณะกรรมการก.ล.ต.” ประกอบด้วย ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดย คำแนะนำของรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ ไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยผ่านการคัดเลือกตามที่ก หนดในมาตรา ๓๑/๗ จำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เป็นกรรมการ โดยในจำนวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านกฎหมายด้ นบัญชี และด้ นการเงิ ด้านละหนึ่ คนและให้เลขาธิารเป็กรรมการและ เลขานุการ ๒๕๕๑ มาตรา ๘แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

  4. ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับ แต่งตั้งตามมาตรา ๘ต้องมีสัญชาติไทยและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๒) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

    (๓) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรค การเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

    (๕) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสำนักงาน

    (๖) ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการในธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขาย ล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า กหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้ สมาคมกำกับผู้ ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือบริษัทอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือานักงาน ในกรณีที่มีการแต่งตั้งบุคคลตาม (๕) หรือ

    (๖) ผู้ได้รับการแต่งตั้งจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ได้ต่อเมื่อได้ลาออกจากตำแหน่งตาม (๕) หรือ

    (๖) แล้ว โดยต้องกระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออกภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งให้ เป็นประธานกรรมการก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ดำเนินการแต่งตั้งประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่แทน แล้วแต่กรณี

  5. ๑๐

    ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการ แต่งตั้งตามมาตรา ๘มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ เมื่อประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการแต่ ตั้ ใหม่ภายในหกสิบวัในระหว่างที่ ยัมิได้มีารแต่ ตั้ ขึ้ ใหม่ ให้ประธาน กรรมการก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วแต่กรณี อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่า ประธานกรรมการก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

  6. ๑๑

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๘พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก มาตรา ๙แก้ไขเพิ่ เติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ มาตรา ๑๑แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ - -

    (๓) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์

    (๔) เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙

    (๕) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกโดยคำแนะนำของรัฐมนตรี หรับประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ออกโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่ น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดสำหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ มติและคำสั่งให้ ออกดังกล่าวต้องแสดงเหตุผลอย่างชัดแจ้ง ในกรณีที่ประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อน วาระคณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นประธานกรรมการก.ล.ต. แทนหรือรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่น เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน แล้วแต่กรณี และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ใน ตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน

  7. ๑๒

    การประชุมของคณะกรรมการก.ล.ต. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อย กว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมของคณะกรรมการก.ล.ต. ถ้าประธานกรรมการก.ล.ต. ไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานให้รองประธานทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีรอง ประธานหรือมีแต่ไม่าประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ รรมการ ก.ล.ต. ที่มาประชุมเลือก ก.ล.ต. คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ก.ล.ต. คนหนึ่งให้มี เสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด

  8. ๑๓

    ก.ล.ต. ผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาให้แจ้งการมีส่วน ได้เสียนั้นและห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องนั้น แนวทางการพิจารณาส่วนได้เสียตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

  9. ๑๔

    ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายการส่งเสริมและ พัฒนาตลอดจนกำกับดูแลในเรื่องหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขาย หลักทรัพย์ และธุ กิจที่เกี่ยวเนื่อง องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุ กิจหลักทรัพย์ การออกหรือเสนอขาย หลักทรัพย์ต่อประชาชน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการและการป้องกันการกระทำอันไม่ เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อำนาจดังกล่าวให้รวมถึง

    (๑) ออกระเบียบข้อบังคับประกาศคำสั่ง หรือข้อกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้

    (๒) กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับคำขออนุญาต คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาตหรือ การประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต

    (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ

    (๔) ออกระเบียบคำสั่ง และข้อบังคับเกี่ยวกับการพนักงาน ระบบพนักงานสัพันธ์ การบรรจุแต่งตั้งถอดถอน และวินัยพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน การกำหนดเงินเดือนและเงิน อื่น ๆรวมตลอดถึงการสงเคราะห์และสวัสดิการต่าง ๆ (๔/๑)๑๑ กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาปัญหาที่อาจเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้

    (๕) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศคำสั่งหรือข้อกำหนดใดๆที่ใช้บังคับเป็นการ ทั่วไป เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

  10. ๑๔/๑

    ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้ง จำนวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคน ในจำนวนนี้ต้องเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ล.ต. อย่างน้อยสองคน ให้คณะกรรมการตรวจสอบแต่งตั้งพนักงานของสำนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ คณะกรรมการตรวจสอบ

  11. ๑๔/๒

    ให้ ณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจและหน้ ที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) ทบทวนและให้ความเห็นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. เกี่ยวกับระบบการควบคุม ภายใน

    (๒) สอบทานรายงานการเงินและข้อมูลทางการเงินของสำนักงาน

    (๓) ประสานงานกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในเรื่องการตรวจสอบงบการเงิน

    (๔) ทบทวนและสอบทานการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

    (๕) กำกับดูแลหน่วยงานตรวจสอบภายใน

    (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการก.ล.ต. ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อ คณะกรรมการก.ล.ต.

  12. ๑๕

    ให้ ก.ล.ต. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อ ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. มอบหมายได้ ให้นำความในมาตรา ๑๒มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการโดย อนุโลม ๒๕๕๑ มาตรา ๑๔/๑เพิ่ โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑

  13. ๑๖

    ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กรรมการก.ล.ต. และคณะอนุกรรมการ ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนดและให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ สำนักงาน ส่วนที่ ๑/๑ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน๑๕

  14. ๑๖/๑

    ให้มี คณะกรรมการกำกับตลาดทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย เลขาธิการ เป็นประธานกรรมการ รองเลขาธิการซึ่งเลขาธิการมอบหมายหนึ่งคน ผู้อำนวยการ งานเศรษฐกิจการคลังหรือรองผู้อำนวยการที่ได้รับมอบหมายหนึ่ คน และกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยผ่านการคัดเลือกตามที่กำหนดในมาตรา ๓๑/๗อีกไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อยสองคนต้องมีประสบการณ์ในการบริหารกิจการบริษัทที่มี หลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ ให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสำนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุารคณะกรรมการ กำกับตลาดทุน

  15. ๑๖/๒

    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งต้องมีสัญชาติไทยและไม่ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙และต้องไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ บุคคลผู้มีอำนาจในการ จัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา หรือตำแหน่งอื่นใดในธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อ ขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขาย สัญญาซื้อขายล่วงหน้า สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สมาคมกำกับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อ ขายล่วงหน้า หรือบริษัทอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการ กำกับตลาดทุนหรือสำนักงาน ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดที่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๙(๕) หรือตามวรรคหนึ่ง ต้องลาออกจากการเป็นบุ คลตามมาตรา ๙(๕) หรือตามวรรค หนึ่ง แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออกภายใน ระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งให้เป็กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและให้ดำเนินการ แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่แทน ส่วนที่ ๑/๑ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมาตรา ๑๖/๑ถึงมาตรา ๑๖/๘เพิ่มโดย พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - -

  16. ๑๖/๓

    ให้ รรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ ตามมาตรา ๑๖/๑มี วาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้แต่จะ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ โดยในวาระเริ่มแรกเมื่อครบสองปี ให้กรรมการ ออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับ สลากเป็นการออกตามวาระ เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และเลขาธิการร่วมกันเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิต่อคณะกรรมการคัดเลือกภายในหกสิบวันเพื่อ ดำเนินการตามที่กำหนดในมาตรา ๓๑/๗ ทั้งนี้ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งอยู่ใน ตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ ให้นำความในมาตรา ๑๒และมาตรา ๑๓มาใช้บังคับกับการประชุมของ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนโดยอนุโลม

  17. ๑๖/๔

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๑๖/๑พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์

    (๔) รัฐมนตรีมีคำสั่งให้ออกโดยคำแนะนำของคณะกรรมการก.ล.ต. ที่มีมติให้ออก ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด ทั้งนี้ คำสั่งให้ออกดังกล่าวต้อง แสดงเหตุผลอย่างชัดแจ้ง

    (๕) เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖/๒ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่น เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับ วาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน

  18. ๑๖/๕

    ให้กรรมการกำกับตลาดทุนจัดทำรายงานการถือหลักทรัพย์ของ ตนคู่ มรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุิ ติ ภาวะ ยื่ ต่อ ก.ล.ต. ตามหลัเกณฑ์ และ ระยะเวลาที่คณะกรรมการก.ล.ต. กำหนด

  19. ๑๖/๖

    ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น โดยต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการก.ล.ต. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - - อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึง

    (๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศคำสั่ง หรือข้อกำหนดในเรื่องการประกอบ ธุรกิจหลักทรัพย์ การออกและเสนอขายหลัทรัพย์ ตลาดหลัทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ สำนักหัก บัญชี นายทะเบียนหลักทรัพย์ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อ ครอบงำกิจการ

    (๒) รายงานผลการดำเนินงานเป็นระยะต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

    (๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือเพื่อให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้

  20. ๑๖/๗

    ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ ณะกรรมการกำกับตลาดทุนมอบหมายได้ ให้นำความในมาตรา ๑๒มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการ โดย อนุโลม

  21. ๑๖/๘

    ให้ รรมการกำกับตลาดทุนและอนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบ แทนตามที่คณะกรรมการก.ล.ต. กำหนดและให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสำนักงาน

  22. ส่วนที่ ๒ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

    20 มาตรา
  23. ๑๗

    ให้จัดตั้ งสำนักงานขึ้นเรียกว่า “สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์”และให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

  24. ๑๘

    ให้สำนักงานมีสำนักงานแห่งใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัด ใกล้เคียง และจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ที่อื่นใดก็ได้

  25. ๑๙

    ให้สำนักงานมีอำนาจและหน้ ที่ดังต่อไปนี้

    (๑) ปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑

    (๒) กำกับดูแลให้มีารปฏิบัติตามและดำเนิ การบังคับใช้ ฎหมายกับบุ คลที่ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

    (๓) กำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการยื่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หลักทรัพย์ การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี การจดทะเบียนและการยื่นคำขอต่าง ๆ

    (๔) รับค่าธรรมเนีย

    (๕) ปฏิบัติงานอื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

  26. ๒๐

    ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการโดยคำแนะนำของรัฐมนตรีตาม ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการก.ล.ต. และให้เลขาธิการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และ อาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

  27. ๒๑

    เลขาธิารต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ มดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่สำนักงาน

    (๒) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุ คลล้มละลาย

    (๓) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งได้รับ เลือกตั้ง หรือเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้ ที่ในพรรคการเมือง

    (๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐอื่นหรือของราชการส่วนท้องถิ่น

    (๕) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในบริษัทหลักทรัพย์

  28. ๒๒

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระเลขาธิการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์

    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลกษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๑ (๕)๒๖ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกโดยคำแนะนำของรัฐมนตรี ตามข้อเสนอแนะของ ก.ล.ต. เพราะบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง หรือหย่อนความสามารถโดยมติดังกล่าว ต้องแสดงเหตุผลในการให้ออกอย่างชัดแจ้ง

  29. ๒๒/๑

    ภายในสองปีนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการจะประกอบ ธุรกิจหรือทำงานให้แก่ผู้ประกอบการ องค์กร หรือบริษัท หรือดำรงตำแหน่งที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๑๖/๒วรรคหนึ่ง มิได้ ๒๕๕๑ - - ในการพิจารณากำหนดเงินเดือนและเงินอื่นใดของเลขาธิการ ให้ำนึงถึงข้อห้ามมิให้ ประกอบอาชีพตามวรรคหนึ่งด้วย

  30. ๒๓

    ให้เลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง และรับผิดชอบใน การดำเนินกิจการทั้งปวงของสำนักงาน ในการดำเนินกิจการ เลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.

  31. ๒๔

    ในกิจการของสำนักงานที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็น ผู้แทนของสำนักงาน และเพื่อการนี้เลขาธิการจะมอบอำนาจให้ตัวแทนหรือบุคคลใดกระทำการเฉพาะ อย่างแทนก็ได้

  32. ๒๔/๑

    เพื่ อรักษาประโยชน์ของประชาชนหรือเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุ ให้ สำนักงานหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากสำนักงานมีอำนาจเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการ ออกหรือเสนอขายหลัทรัพย์ บริษัทที่ ออกหรือเสนอขายหลัทรัพย์ บริษัทหลัทรัพย์ ตลาด หลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การกระทำความผิดและ การลงโทษบุคคลที่กระทำความผิดหรือข้อมูลอื่นใดที่ได้ับเนื่องจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

  33. ๒๕

    ให้สำนักงานมีทุนประเดิมประกอบด้วยเงินที่โอนมาตามมาตรา ๓๑๙ และมาตรา ๓๒๐

  34. ๒๖

    ให้สำนักงานจัดให้มีเงินสำรองประเภทต่างๆตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

  35. ๒๗

    บรรดาค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงและค่าธรรมเนียมอื่น ที่สำนักงานได้รับและรายได้อื่นอันได้มาจากการดำเนินงานของคณะกรรมการก.ล.ต. และสำนักงาน ให้ตกเป็นของสำนักงาน และเมื่อได้หักด้วยรายจ่ายและหักเป็นเงินสำรองตามมาตรา ๒๖แล้ว เหลือ เท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ

  36. ๒๘

    การพ้นจากตำแหน่งของพนังานของสำนักงาน รวมทั้งการพ้นจาก ตำแหน่งเนื่องจากเกษียณอายุให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ในกรณีที่มีเหตุผลสมควรเมื่อคำนึงถึงตำแหน่งหรือลักษณะงานใดที่พนักงาน รับผิดชอบก่อนพ้นตำแหน่งหรือหน้าที่ในสำนักงาน ให้คณะกรรมการก.ล.ต. มีอำนาจออกข้อบังคับ กำหนดให้นำความในมาตรา ๒๒/๑มาใช้บังคับกับพนักงานนั้นโดยอนุโลม ๒๕๕๑

  37. ๒๙

    มิให้นำกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่าย ค่าชดเชยและการจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ และกฎหมายว่า ด้วยพนักงานรัฐวิาหกิจสัมพันธ์ มาใช้บังคับกับเลขาธิการ พนัและลูกจ้างของสำนักงาน

  38. ๒๙/๑

    ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กรรมการ ก.ล.ต. กรรมการกำกับตลาดทุน และเลขาธิการ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา

  39. ๓๐

    ให้สำนักงานจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของสำนักงานและ จัดให้มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ

  40. ๓๑

    ให้สำ งานตรวจเงินแผ่นดินเป็ผู้สอบบัญชีของสำนักงานและเสนอ รายงานผลการสอบบัญชีต่อรัฐมนตรีภายในเก้าสิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี

  41. ๓๑/๑

    ให้สำนักงานจัดทำรายงานประจำปีซึ่งแสดงถึงฐานะการเงินและ ผลการดำเนินงานเสนอรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี

  42. ๓๑/๒

    ให้สำนักงานจัดทำแผนการดำเนินงานของสำนักงานและทำคำ ชี้แจงเกี่ยวกับแผนงานที่สำคัญที่จะดำเนินการโดยจัดทำเป็นแผนสามปีเสนอรัฐมนตรี

  43. ส่วนที่ ๓ คณะกรรมการคัดเลือก๓๓

    5 มาตรา
  44. ๓๑/๓

    ในกรณีที่จะต้องมีารแต่ ตั้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน คณะกรรมการก.ล.ต. หรือในคณะกรรมการกำกับตลาดทุนให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก จำนวนเจ็ดคน เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดังกล่าว มาตรา ๒๙/๑เพิ่ โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ มาตรา ๓๑/๒เพิ่ โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลัทรัพย์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ ส่วนที่ ๓คณะกรรมการคัดเลือก มาตรา ๓๑/๓ถึงมาตรา ๓๑/๗เพิ่มโดยพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - - คณะกรรมการคัดเลือกตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่งปลัด กระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ล.ต. กรรมการคัดเลือกจะต้องไม่ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา และไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียอย่างมี นัยสำคัญต่อการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ในขณะที่ได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติการตามหน้าที่ ให้คณะกรรมการคัดเลือกตามวรรคหนึ่งพิจารณาเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็น ประธานกรรมการคัดเลือก ให้คณะกรรมการคัดเลือกได้รับค่าตอบแทนจากสำนักงานตามที่รัฐมนตรีกำหนด และให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนิ งานของสำนั

  45. ๓๑/๔

    ให้คณะกรรมการคัดเลือกกำหนดระเบียบว่าด้วยการเสนอรายชื่อ การพิจารณาและการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือในคณะกรรมการ กำกับตลาดทุนให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งโดยระเบียบดังกล่าวอย่างน้อย ต้องกำหนดให้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิอันเป็นประโยชน์ต่อ การปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างเพียงพอที่คณะกรรมการคัดเลือกจะดำเนินการ พิจารณาคัดเลือกได้ ระเบียบตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี และให้มีผลใช้บังคับ ต่อไป แม้คณะกรรมการคัดเลือกที่กำหนดระเบียบดังกล่าวจะพ้นจากตำแหน่งแล้ว การแก้ไขเพิ่มเติม การยกเลิก หรือการกำหนดระเบียบขึ้นใหม่ จะกระทำได้ก็แต่โดย คณะกรรมการคัดเลือกมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด และ ให้มีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ให้คณะกรรมการคัดเลือกเปิดเผยระเบียบที่กำหนดขึ้นตามมาตรานี้ไว้ในลักษณะที่ ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้

  46. ๓๑/๕

    คณะกรรมการคัดเลือกทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งเมื่อดำเนินการ คัดเลือกและได้ารแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือในคณะกรรมการ กำกับตลาดทุนเสร็จสิ้นตามที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อดำเนินการคัดเลือกในครั้งนั้น

  47. ๓๑/๖

    การประชุมของคณะกรรมการคัดเลือกต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการคัดเลือกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - - ให้นำความในมาตรา ๑๒มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการคัดเลือกโดย อนุโลม

  48. ๓๑/๗

    ในการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการก.ล.ต. ที่มิใช่ รรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในกรณีของคณะกรรมการก.ล.ต หรือ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และเลขาธิการ ในกรณีของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนร่วมกันเสนอ รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองเท่าของจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะแต่งตั้งต่อคณะกรรมการ คัดเลือก และเมื่อคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว ให้เสนอชื่อต่อรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้ง ในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกไม่เห็นชอบกับรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่เสนอตามวรรค หนึ่ง คณะกรรมการคัดเลือกมีอำนาจให้มีการดำเนินการเสนอรายชื่อใหม่ได้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

กรรมการและผู้บริหาร๔๔

ส่วนที่ ๑กรรมการและผู้บริหาร มาตรา ๘๙/๓ถึงมาตรา ๘๙/๖เพิ่มโดยพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - -

๒๕๕๑ ๒๕๕๑ ๒๕๕๑ - -

๒๕๕๑ ๒๕๕๑

และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ

การซื้อขายหลักทรัพย์

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Law-on-Savings-and-Investment-and-International-Ec/717/CNT0008799-1.pdf.aspx108 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:c68c1e3c234f359c59a3d7c0e8116bacf93a21bd70d46975b3bf7baa1289c6edดึงเมื่อ 2026-08-24T08:00:04.227Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR