ตัณหาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตัณหาสูตร
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว ตณฺหุปฺปาทา ยตฺถ ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ กตเม จตฺตาโร จีวรเหตุ วา ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ ปิณฺฑปาตเหตุ วา ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ เสนาสนเหตุ วา ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ อิติภวาภวเหตุ วา ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร ตณฺหุปฺปาทา ยตฺถ ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชตีติ ฯ ตณฺหาทุติโย ปุริโส ทีฆมทฺธาน สํสรํ อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ สํสารํ นาติวตฺตติ ฯ เอตมาทีนวํ ญตฺวา ตณฺหํ ทุกฺขสฺส สมฺภวํ วีตตโณฺห อนาทาโน สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเชติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตัณหาเมื่อจะเกิดขึ้นแก่ภิกษุ ย่อมเกิดขึ้นใน ที่ใด ที่นั้นให้ชื่อว่าเป็นที่เกิดขึ้นแห่งตัณหา ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือตัณหาเมื่อจะเกิดขึ้นแก่ภิกษุ ย่อมเกิดขึ้นเพราะจีวรเป็นเหตุ ๑ เพราะบิณฑบาตเป็นเหตุ ๑ เพราะเสนาสนะเป็นเหตุ ๑ เพราะเภสัชอันประณีตและประณีตกว่าเป็นเหตุ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตัณหาเมื่อจะเกิดขึ้น ย่อมเกิดขึ้นในที่ใด ที่นั้นย่อมชื่อว่าเป็นที่เกิดขึ้นแห่งตัณหา ๔ ประการนี้แล ฯ บุรุษมีตัณหาเป็นเพื่อนสอง ท่องเที่ยวไปตลอดกาลยืดยาว นาน ไม่ล่วงพ้นสงสารอันมีความเป็นอย่างนี้ และความเป็น อย่างอื่น ภิกษุผู้มีสติสัมปชัญญะรู้โทษนี้ และรู้ตัณหาเป็นที่ เกิดแห่งทุกข์ พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น ย่อม เว้นรอบ ฯ จบสูตรที่ ๙
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๑. ภัณฑคามวรรค ๙. ตัณหุปปาทสูตร ๙. ตัณหุปปาทสูตร ว่าด้วยเหตุเกิดแห่งตัณหา
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย มีเหตุเกิดแห่งตัณหา ๔ ประการนี้ ที่ตัณหาเมื่อจะเกิดแก่ภิกษุ ย่อมเกิดขึ้นได้ มีเหตุเกิดแห่งตัณหา ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ตัณหาเมื่อจะเกิดแก่ภิกษุ ย่อมเกิดเพราะจีวรเป็นเหตุ ๒. ตัณหาเมื่อจะเกิดแก่ภิกษุ ย่อมเกิดเพราะบิณฑบาตเป็นเหตุ ๓. ตัณหาเมื่อจะเกิดแก่ภิกษุ ย่อมเกิดเพราะเสนาสนะเป็นเหตุ ๔. ตัณหาเมื่อจะเกิดแก่ภิกษุ ย่อมเกิดเพราะปัจจัยที่ดีและดีกว่า ภิกษุทั้งหลาย มีเหตุเกิดแห่งตัณหา ๔ ประการนี้แลที่ตัณหาเมื่อจะเกิดแก่ภิกษุย่อมเกิดขึ้นได้ บุคคลมีตัณหาเป็นเพื่อน เที่ยวไปตลอดกาลยาวนาน ย่อมไม่ล่วงพ้นสังสารวัฏ ที่มีสภาวะอย่างนี้และสภาวะอย่างอื่น ภิกษุรู้โทษนี้ รู้ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ พึงเป็นผู้ไม่มีตัณหา ไม่มีความถือมั่น มีสติสัมปชัญญะอยู่ ตัณหุปปาทสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ ดู ที.ปา. ๑๑/๓๑๑/๒๐๔ @ ปัจจัยที่ดีและดีกว่า ในที่นี้หมายถึงเนยใสและเนยข้นเป็นต้น (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๙/๒๘๗)@ สภาวะอย่างนี้ หมายถึงอัตภาพนี้ สภาวะอย่างอื่น หมายถึงอัตภาพต่อไป (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๙/๒๘๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาตัณหาสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในตัณหาสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
ชื่อว่าอุปปาทะ เพราะเป็นที่เกิดขึ้นแห่งตัณหาเหล่านั้น.
ถามว่า อะไรเกิด. ตอบว่า ตัณหา. ความเกิดขึ้นแห่งตัณหา ชื่อว่าตัณหุปปาทะ. อธิบายว่า วัตถุแห่งตัณหา เหตุแห่งตัณหา.
บทว่า จีวรเหตุ ความว่า ตัณหาย่อมเกิดเพราะมีจีวรเป็นเหตุ ว่าเราจักได้จีวรที่น่าชอบใจในที่ไหน.
ศัพท์ว่า อิติ ในบทว่า อิติภวาภวเหตุ นี้เป็นนิบาตลงในอรรถว่าตัวอย่าง. อธิบายว่า ตัณหาย่อมเกิดขึ้นเพราะความมีน้อยมีมากเป็นเหตุ เหมือนที่เกิดขึ้นเพราะมีจีวรเป็นต้นเป็นเหตุ
ส่วนในบทว่า ภวาภโว นี้ประสงค์เอาเนยใสและเนยข้นเป็นต้นที่ประณีตและประณีตกว่ากัน. อาจารย์บางพวกกล่าวว่าภพที่ประณีตกว่าและประณีตที่สุดในสัมปัตติภพดังนี้ก็มี.
บทว่า ตณฺหาทุติโย ความว่า ก็สัตว์นี้ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏที่ตัวสัตว์เองไม่รู้จุดจบ มิใช่ท่องเที่ยวไปแต่ลำพังเท่านั้น ยังได้ตัณหาเป็นเพื่อนท่องเที่ยวไปด้วย ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า ตณฺหาทุติโย ดังนี้.
ในบทว่า อิตฺถภาวญฺญภาวํ นี้ได้แก่อัตภาพนี้ ชื่อว่าอิตถภาวะเป็นอย่างนี้ อัตภาพในอนาคต ชื่อว่าอัญญถาภาวะเป็นอย่างอื่น. อีกอย่างหนึ่ง อัตภาพแม้อื่นที่เป็นอย่างนี้ ชื่อว่า อิตถภาวะเป็นอย่างนี้ ที่มิใช่เป็นอย่างนี้ ชื่อว่าอัญญถาภาวะ เป็นอย่างอื่น. ซึ่งเป็นอย่างนี้และอย่างอื่น.
บทว่า สํสารํ ได้แก่ ลำดับขันธ์ ธาตุ อายตนะ.
บทว่า นาติวตฺตติ แปลว่า ไม่ล่วงพ้นไป.
บทว่า เอตมาทีนวํ ญฺตวา ความว่า ภิกษุรู้ถึงโทษในขันธ์ที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบันอย่างนี้แล้ว.
บทว่า ตณฺหํ ทุกฺขสฺส สมฺภวํ ความว่า รู้ถึงตัณหาอย่างนี้ว่า ตัณหานี้เป็นเหตุเกิด เป็นแดนเกิด เป็นเหตุแห่งวัฏฏทุกข์. ความที่ภิกษุนี้เจริญวิปัสสนาแล้วบรรลุพระอรหัต ทรงแสดงด้วยเหตุประมาณเท่านี้. บัดนี้ เมื่อทรงยกย่องภิกษุขีณาสพนั้น จึงตรัสว่า วิตฺตณฺโห เป็นอาทิ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนาทาโน ได้แก่ ไม่ถือมั่น.
บทว่า สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช ความว่า ภิกษุผู้ขีณาสพถึงความไพบูลย์ด้วยสติสัมปชัญญะ พึงมีสติสัมปชัญญะเที่ยวไปอยู่. ดังนั้น ในสูตรตรัสถึงวัฏฏะ ในคาถา ตรัสทั้งวัฏฏะ ทั้งวิวัฏฏะ (โลกิยะและโลกุตระ) ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาตัณหาสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------