พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. ๒๕๖๙

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๙4 มาตราต้นฉบับ PDF · 3 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 7f2eb32b… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๗ ก พระราชกฤษฎีกา การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ใน ความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและ ให้บริการภาครัฐ และจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่ประชาชนแบบมุ่งเป้าได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ อันจะทำให้การกำหนดนโยบายหรือมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ การให้บริการภาครัฐ และการจัดสวัสดิการ ให้แก่ประชาชน อยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำและให้บริการ ของภาครัฐ ลดภาระแก่ประชาชน สร้างความโปร่งใสในภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้ กฎหมาย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๔ (๙) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๗ ก

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. ๒๕๖๙”

  2. พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐแก่ประชาชน โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ใน ความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐด้วยกันตามที่หน่วยงานของรัฐนั้นร้องขอ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หน่วยงานของรัฐที่ร้องขอมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ที่เปิดเผยระหว่างกันนั้นไว้ ไม่ให้มีการเปิดเผยต่อไปยังบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือไม่ การรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

  4. ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๓ ตอนที่ ๓๗ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐ ยังคงจัดเก็บข้อมูลแบบแยกส่วน ทำให้การบูรณาการข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ประกอบการจัดทำนโยบาย และมาตรการต่างๆ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือ การจัดสวัสดิการ และการให้บริการแก่ประชาชนแบบมุ่งเป้า ไม่สามารถกระทำได้ นอกจากนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวระหว่างหน่วยงานของรัฐยังเป็นกลไกสำคัญ ในการเพิ่มความโปร่งใสในภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปราม การกระทำความผิดตามกฎหมาย ทั้งความผิดกฎหมายทั่วไปและความผิดกฎหมายที่ร้ายแรงต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น องค์กรอาชญากรรม การทุจริตคอร์รัปชัน การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงออนไลน์ การฉ้อโกง ประชาชน ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สมควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อ หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นได้เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับนำไปวิเคราะห์เพื่อจัดทำและให้บริการภาครัฐ จัดสวัสดิการ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ แก่ประชาชนได้แบบมุ่งเป้า เพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้ กฎหมายอันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่หลักนิติรัฐ รวมทั้งการให้บริการต่าง ๆ แก่ประชาชนโดยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามมาตรฐานสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/17206ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYjJiMWU2Y2MtNzJlNS00MmMzLWE5N2EtYWNkNWFiNzE3MzI0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIIwMDAzIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4geC4pOC4qeC4juC4teC4geC4siAyNTY5LTM34LiBLTEucGRmIn0.cmpn_B-UYZ3_-y0MUxRt2RLi0f_rpKI7rXRxDtISekg3 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:7f2eb32b5fefa042a9822e6f45fc16f50887b74d9db6acfbb98a0eea3a6e8601ดึงเมื่อ 2026-08-23T20:29:39.074Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR