พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๕๓๔148 มาตรา12 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 43 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 b669819e… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ เครื่องหมายการค้ามาตรา ๖–๗๙/๑๕ · 92 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๖–๒๘ ทวิ · 24 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ การรับจดทะเบียนและผลแห่งการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๒๙–๔๗ · 19 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๔๘–๕๒/๑ · 7 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ การต่ออายุและการเพิ ถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๕๓–๖๗ · 15 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามาตรา ๖๘–๗๙/๑๕ · 27 มาตรา
  7. หมวด ๒ เครื่องหมายบริการและเครื่องหมายรับรองมาตรา ๘๐–๙๓ · 14 มาตรา
  8. หมวด ๓ เครื่องหมายร่วมมาตรา ๙๔ · 1 มาตรา
  9. หมวด ๔ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามาตรา ๙๕–๑๐๒ · 9 มาตรา
  10. หมวด ๕ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๑๐๓–๑๐๖ จัตวา · 7 มาตรา
  11. หมวด ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๐๗–๑๑๖ · 13 มาตรา
  12. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๑๗–๑๒๓ · 7 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๘ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นปีที่ ๔๖ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๑ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

    24 มาตรา
  2. เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ ต้องประกอบด้วยลักษณะ ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ

    (๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้ และ

    (๓) ไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่น ได้จดทะเบียนไว้แล้ว

  3. เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ได้แก่ เครื่องหมายการค้าอันมี ลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้น แตกต่างไปจากสินค้าอื่น เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็น สาระสำคัญดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ามีลักษณะบ่ เฉพาะ

    (๑) ชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลธรรมดาที่ไม่เป็นชื่อสกุลตามความหมายอันเข้าใจกัน โดยธรรมดา ชื่อเต็ของนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการนั้ หรือชื่อในทางการค้ ที่แสดงโดย ลักษณะพิเศษและไม่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง

    (๒) คำหรือข้อความอัไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุ สมบัติของสินค้นโดยตรง และ ไม่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

    (๓) คำที่ประดิษฐ์ขึ้น

    (๔) ตัวหนังสือหรือตัวเลขที่ประดิษฐ์ขึ้น

    (๕) กลุ่มของสีที่แสดงโดยลักษณะพิเศษ

    (๖) ลายมือชื่อของผู้ขอจดทะเบียนหรือของเจ้าของเดิมของกิจการของผู้ขอจด ทะเบียนหรือลายมือชื่อของบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว

    (๗) ภาพของผู้ขอจดทะเบียนหรือของบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว หรือในกรณีที่บุคคลนั้นตายแล้วโดยได้รับอนุญาตจากบุพการี ผู้สืบสันดาน และคู่สมรสของบุคคลนั้น ถ้ามี แล้ว

    (๘) ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น

    (๙) ภาพอันไม่ได้เล็งถึ ลัษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรง และไม่เป็นภาพ แผนที่หรือภาพแสดงสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

    (๑๐) รูปร่างหรือรูปทรงอันไม่เป็นลักษณะโดยธรรมชาติของสินค้านั้นเอง หรือไม่ เป็นรูปร่างหรือรูปทรงที่จำเป็นต่อการทำงานทางเทคนิคของสินค้า้น หรือไม่เป็นรูปร่ งหรือรูปทรงที่ ทำให้สินค้านั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น (๑๑)เสียงอันไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรง หรือเสียงที่ไม่ เป็นเสียงโดยธรรมชาติของสินค้านั้น หรือเสียงที่ไม่ได้เกิดจากการทำงานของสินค้านั้น เครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะตามวรรคสอง (๑) ถึง

    (๑๑) หากได้มีการจำหน่าย เผยแพร่ หรือโฆษณาสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นจนแพร่หลายแล้วตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดและพิสูจน์ได้ว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์นั้นแล้ว ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ

  4. เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ห้ามมิให้ บจดทะเบียน

    (๑) ตราแผ่นดิน พระราชลัญจกร ลัญจกรในราชการ ตราจักรี ตรา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตราประจำตำแหน่ ตราประจำกระทรวงทบวงกรมหรือตราประจำจังหวัด

    (๒) ธงชาติของประเทศไทยธงพระอิสริยยศ หรือธงราชการ

    (๓) พระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อ พระนามาภิไธยย่อ หรือ นามพระราชวงศ์

    (๔) พระบรมฉายาลักษณ์หรือพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือรัชทายาท

    (๕) ชื่อ คำ ข้อความ หรือเครื่องหมายใด อันแสดงถึงพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือพระราชวงศ์

    (๖) ธงชาติหรือเครื่องหมายประจำชาติของรัฐต่างประเทศ ธงหรือเครื่องหมายของ องค์การระหว่างประเทศ ตราประจำประมุขของรัฐต่างประเทศ เครื่องหมายราชการและเครื่องหมาย ควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ หรือชื่อและชื่อย่อ ของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ของ รัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศนั้น

    (๗) เครื่องหมายราชการ เครื่องหมายกาชาด นามกาชาดหรือกาเจนีวา

    (๘) เครื่ องหมายที่ เหมือนหรือคล้ายกับเหรียญใบสำคัญหนังสือรับรอง ประกาศนียบัตร หรือเครื่องหมายอื่นใดอันได้รับเป็นรางวัลในการแสดงหรือประกวดสินค้าที่รัฐบาล ไทยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐของประเทศไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือ องค์การระหว่างประเทศได้จัดให้มีขึ้น เว้นแต่ผู้ขอจดทะเบียนจะได้รับเหรียญ ใบสำคัญ หนังสือรับรอง ประกาศนียบัตร หรือเครื่องหมายเช่นว่้น เป็นรางวัลสำหรับสิ ค้านั้น และใช้เป็ส่วนหนึ่งของ เครื่องหมายการค้านั้น แต่ทั้งนี้ต้องระบุปีปฏิทินที่ได้รับรางวัลด้วย

    (๙) เครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐ ประศาสโนบาย

    (๑๐) เครื่ องหมายที่ เหมือนกับเครื่องหมายที่ี ชื่อเสียงแพร่หลายทั่ วไป ตาม หลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือคล้ายกับเครื่องหมายดังกล่าวจนอาจทำให้สาธารณชน สับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม (๑๑)เครื่องหมายที่คล้ายกับ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ

    (๗) (๑๒)สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๑๓)เครื่องหมายอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

  5. การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น จะขอจดทะเบียนสำหรับสินค้า เฉพาะอย่างในจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันก็ได้ แต่ต้องระบุรายการสินค้าที่ประสงค์จะได้รับ ความคุ้มครองแต่ละอย่างโดยชัดแจ้ง วรรคสอง๘ (ยกเลิก) การกำหนดจำพวกสินค้า ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

  6. ๑๐

    เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้นั้น ผู้ขอจดทะเบียนเพื่อเป็น เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือตัวแทน ต้องมีสำนักงานหรือสถานที่ที่นายทะเบียนสามารถติดต่อ ได้ตั้งอยู่ในประเทศไทย

  7. ๑๑

    การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการคุ้ มครองเครื่ องหมายการค้ หากคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ เป็ไปตามที่ กำหนดในอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศดังกล่าว ให้ถือว่าคำขอดังกล่าวเป็นคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัตินี้๙

  8. ๑๒

    ในการพิจารณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ให้นายทะเบียนมี อำนาจดังต่อไปนี้

    (๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกผู้ขอจดทะเบียน มาให้ถ้อยคำ หรือทำคำชี้แจงเป็น หนังสือ หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานใดเกี่ ยวกับการขอจดทะเบียนเพื่อตรวจสอบหรือเพื่อ ประกอบการพิจารณาได้

    (๒) สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแปลเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับการขอจด ทะเบียนที่เป็นภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยให้เสร็จและส่งภายในกำหนดเวลาที่เห็นสมควร

    (๓) เชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำหรือความเห็หากผู้ขอจดทะเบียนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนตาม (๑) หรือ

    (๒) โดยไม่มี เหตุอันสมควร ให้ถือว่ ละทิ้งคำขอจดทะเบียน

  9. ๑๓

    ภายใต้บังคับมาตรา ๒๗ห้ามนายทะเบียนรับจดทะเบียน ในกรณีที่ เห็นว่าเครื่องหมายการค้ ที่ขอจดทะเบียนนั้น

    (๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้ว ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะ อย่างเดียวกัน หรือ

    (๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือ แหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามี ลักษณะอย่างเดียวกัน

  10. ๑๔

    (ยกเลิ )

  11. ๑๕

    ถ้านายทะเบียนเห็นว่า

    (๑) ส่วนหนึ่งส่วนใดอันมิใช่สาระสำคัญของเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนราย ใดไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖หรือ

    (๒) การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดไม่ชอบด้วยมาตรา ๙หรือมาตรา ๑๐หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๑ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้ารายนั้ นแก้ไข เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขอจด ทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า๑๒

  12. ๑๖

    ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนรายใดทั้ง เครื่องหมายหรือส่วนหนึ่งส่วนใดอันเป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้านั้น ไม่มีลักษณะอันพึงรับ จดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ รายนั้น และมี หนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า

  13. ๑๗

    ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนรายใดหาก พิจารณาทั้งเครื่องหมายแล้ว มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖แต่เครื่องหมายการค้า รายนั้นมีส่วนหนึ่งส่วนใดหรือหลายส่วนเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือ บางจำพวก อันไม่ควรให้ผู้ขอจดทะเบียนรายหนึ่งรายใดถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวก็ดี หรือมี ลักษณะไม่บ่งเฉพาะก็ดให้นายทะเบียนมี สั่งอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (๑)๑๓ สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงการปฏิเสธว่าไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวใน อันที่จะใช้ส่วนดังกล่ วของเครื่องหมายการค้ารายนั้น ทั้งนี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น ๒๕๕๙ (๒)๑๔ สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงการปฏิเสธอย่างอื่นตามที่นายทะเบียนเห็นว่า จำเป็นต่อการกำหนดสิทธิจากการจดทะเบียนของเจ้าของเครื่องหมายการค้ารายนั้น ทั้งนี้ ภายในหก สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ายทะเบียนมีอำนาจประกาศกำหนด สิ่งที่นายทะเบียนเห็นว่า เป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือบางจำพวก ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจด ทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า

  14. ๑๘

    ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖และมาตรา ๑๗ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของ นายทะเบียนคำวิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕หรือ มาตรา ๑๗ถู ต้องแล้ว ให้ผู้ขอจดทะเบียนปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในหกสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖หรือมาตรา ๑๗ไม่ถูกต้อง ให้นายทะเบียนดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนรายนั้น ต่อไป

  15. ๑๙

    ถ้าผู้ขอจดทะเบียนมิได้อุทธรณ์ตามมาตรา ๑๘วรรคหนึ่ง และมิได้ ปฏิบัติตามคำสั่ ของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕หรือมาตรา ๑๗แล้วแต่กรณี หรือถ้ ผู้ขอจด ทะเบียนได้อุทธรณ์ตามมาตรา ๑๘วรรคหนึ่ง แต่มิได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๘วรรคสองให้ถือว่าผู้ขอ จดทะเบียนละทิ้งคำขอจดทะเบียน

  16. ๒๐

    ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนหลายรายต่างยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อ เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าเหล่านั้นมีลักษณะอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้ ให้นายทะเบียนดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้ เป็นรายแรกและมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนรายหลังรอการพิจารณาดำเนินการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าไว้ก่อน

    (๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่าง จำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะอย่างเดียวกัน

    (๒) เป็เครื่องหมายการค้าที่ ล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดใน ความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่าง จำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะอย่างเดียวกัน ในกรณีที่เครื่องหมายการค้าที่ยื่นไว้เป็นรายแรกไม่ได้รับการจดทะเบียน ให้นาย ทะเบียนพิจารณาดำเนิ การเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้เป็นรายถัดไป และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนรายนั้นและรายอื่นทราบโดยไม่ชักช้า

  17. ๒๑

    ผู้ขอจดทะเบียนซึ่งเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ตนขอจดทะเบียนมิได้ เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้ารายอื่นที่ได้ยื่นขอจดทะเบียนไว้ก่อน มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของ นายทะเบียนตามมาตรา ๒๐วรรคหนึ่ง ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แจ้งคำสั่งของนายทะเบียน ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๘มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  18. ๒๒

    (ยกเลิก)

  19. ๒๓

    (ยกเลิก)

  20. ๒๔

    (ยกเลิก)

  21. ๒๕

    (ยกเลิก)

  22. ๒๖

    (ยกเลิก)

  23. ๒๗

    ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๓หรือ มาตรา ๒๐วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้านั้นเป็นเครื่องหมาย การค้าซึ่งต่างเจ้ ของต่ งได้ใช้าแล้วด้วยกันโดยสุจริต หรือมีพฤติารณ์พิเศษที่ายทะเบียน เห็นสมควรรับจดทะเบียน นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกัน ดังกล่าวให้แก่เจ้าของหลายคนก็ได้ โดยจะมีเงื่อนไขและข้อจำกัดเกี่ยวกับวิธีการใช้และเขตแห่งการใช้ เครื่องหมายการค้านั้น หรือเงื่อนไขและข้อจำกัดอื่นตามที่นายทะเบียนเห็นสมควรกำหนดด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนและเจ้าของเครื่องหมาย การค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด

  24. ๒๘

    บุคคลใดได้ยื่ คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ไว้ อก ราชอาณาจักร ถ้ายื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในราชอาณาจักรภายในหกเดือนนับแต่ วันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ นอกราชอาณาจัรเป็นครั้งแรก บุคคลนั้นจะขอให้ถือ ว่าวันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก เป็นวันที่ได้ยื่นคำขอ ในราชอาณาจักรก็ได้ หากบุคคลนั้นมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    (๑) มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

    (๒) มีสัญชาติของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หรือ

    (๓) มีสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้สิทธิในทำนองเดียวกันแก่บุคคลสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มี กงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

    (๔) มีภูมิลำเนา หรือประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมอย่างจริงจังในประเทศ ไทยหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครอง เครื่องหมายการค้าซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นเป็นครั้งแรกนอก ราชอาณาจักรถูกปฏิเสธ หรือผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนถอนคืนหรือละทิ้งคำขอ บุคคลดังกล่าวจะขอใช้ สิทธิตามวรรคหนึ่งไม่ได้ ในกรณีที่มีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ถูกปฏิเสธ หรือคำขอที่ผู้ยื่น คำขอจดทะเบียนถอนคืนหรือละทิ้งตามวรรคสองนอกราชอาณาจักรซ้ำอีกภายในระยะเวลาหกเดือน นับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกบุคคลซึ่งยื่นคำ ขอดังกล่าวจะขอใช้สิทธิตามวรรคหนึ่งได้ เมื่อ (๑)๒๖ คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ตามวรรคสองยังมิได้มีการขอใช้สิทธิใน การระบุวันยื่นคำขอจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง และ (๒)๒๗คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคสองไม่อาจดำเนินการใดตาม กฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้าในประเทศที่มีการยื่นคำขอจดทะเบียนไว้ต่อไป และ

    (๓) การถูกปฏิเสธ ถอนคืนหรือถูกละทิ้งในครั้งแรกมิได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน

  25. ๒๘ ทวิ

    ในกรณีที่มีการนำสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าใดออกแสดงใน งานแสดงสินค้าระหว่างประเทศที่จัดขึ้นในประเทศไทยหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือ ความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย โดยส่วนราชการ รัฐวิาหกิจ หรือหน่วยงานอื่ ของรัฐของประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคี ดังกล่าวจัดขึ้น หรือรัฐบาลไทยรับรองการจัดงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศนั้น เจ้าของเครื่องหมาย การค้าดังกล่าวอาจขอใช้สิทธิตามมาตรา ๒๘วรรคหนึ่งได้ ถ้าเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นยื่นคำขอ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับสิ ค้ ที่นำออกแสดงในงานแสดงสิ ค้ ดักล่ วใน ราชอาณาจักรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ได้นำสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าดังกล่าวออกแสดง หรือ วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าครั้งแรกนอกราชอาณาจัแล้วแต่วันใดจะเกิดขึ้นก่อน แต่ทั้งนี้ การยื่นคำขอดังกล่าวต้องไม่เป็นการขยายระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๘ การจัดงานแสดงสินค้าที่จะถือเป็นงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศและการขอใช้ สิทธิตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

๒๕๕๙

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.mfa.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://image.mfa.go.th/mfa/0/6p4M7ae5k9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2534.pdf43 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:b669819e5c480f870ff7a836b55f8829767313dbc22b2dd6d4399339b6f6b3d8ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:37:31.980Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR