พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๕๓๔148 มาตรา12 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 43 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 b669819e… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ เครื่องหมายการค้ามาตรา ๖–๗๙/๑๕ · 92 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๖–๒๘ ทวิ · 24 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ การรับจดทะเบียนและผลแห่งการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๒๙–๔๗ · 19 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๔๘–๕๒/๑ · 7 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ การต่ออายุและการเพิ ถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๕๓–๖๗ · 15 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามาตรา ๖๘–๗๙/๑๕ · 27 มาตรา
  7. หมวด ๒ เครื่องหมายบริการและเครื่องหมายรับรองมาตรา ๘๐–๙๓ · 14 มาตรา
  8. หมวด ๓ เครื่องหมายร่วมมาตรา ๙๔ · 1 มาตรา
  9. หมวด ๔ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามาตรา ๙๕–๑๐๒ · 9 มาตรา
  10. หมวด ๕ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๑๐๓–๑๐๖ จัตวา · 7 มาตรา
  11. หมวด ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๐๗–๑๑๖ · 13 มาตรา
  12. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๑๗–๑๒๓ · 7 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๘ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นปีที่ ๔๖ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๕ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า

    27 มาตรา
  2. ๖๘

    เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตนสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ ขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้

    (๑) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้ับอนุญาตที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง

    (๒) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

  3. ๖๙

    ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ตามมาตรา ๖๘จะไม่เป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดและไม่เป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวโดยจะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดเพื่อประโยชน์ดังกล่าวก็ได้ แต่ถ้านาย ทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตดังกล่าวจะเป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด หรือเป็นการขัด ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบายให้นายทะเบียนมีคำสั่ง ไม่รับจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าว เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำสั่ง ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นาย ทะเบียนได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดหรือมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนให้แจ้งเหตุผล ให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วย เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็น ที่สุด๕๐ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสามให้เป็นที่สุด

  4. ๗๐

    การใช้เครื่ องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตสำหรับสินค้าในการ ประกอบธุรกิจของตนตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ถือว่าเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าโดยเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น

  5. ๗๑

    เจ้าของเครื่องหมายการค้ และผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าใน ส่วนที่เกี่ยวกับสินค้ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้น หรือในส่วนที่เกี่ยวกับเงื่อนไขหรือ ข้อจำกัดที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้กำหนดไว้ในสัญญาอนุญาตดังกล่าวได้ และให้นำมาตรา ๖๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

  6. ๗๒

    เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อาจร้องขอต่อนาย ทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า หากแสดงได้ว่าสัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้มีส่ วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิ ถอนการจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ หากแสดงได้ว่า

    (๑) การใช้เครื่องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตนั้นทำให้สาธารณชนสับสนหรือ หลงผิดหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบายหรือ ๒๕๕๙

    (๒) เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นไม่อาจควบคุมคุณภาพของสินค้าที่ใช้เครื่องหมาย การค้านั้นได้อย่างแท้จริ อีกต่อไป การขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

  7. ๗๓

    เมื่อได้รับคำร้องขอตามมาตรา ๗๒วรรคสองหรือวรรคสามให้นาย ทะเบียนหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี มีหนังสือแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือผู้ได้รับ อนุญาตแล้วแต่กรณี ทราบเพื่อยื่นคำชี้แจงของตนภายในเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนหรือคณะกรรมการแล้วแต่กรณี ในการพิจารณาคำร้องขอตามมาตรา ๗๑หรือมาตรา ๗๒นายทะเบียนหรือ คณะกรรมการแล้วแต่กรณีจะให้บุคคลที่เกี่ยวข้องนำพยานหลัฐานมาแสดงหรือชี้แจงเพิ่มเติมก็ได้

  8. ๗๔

    เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งตามมาตรา ๗๒วรรคสองแล้วให้มีหนังสือ แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า คำสั่ง ดังกล่าวให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน ตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน ถ้าไม่ อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด๕๑ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด๕๒

  9. ๗๕

    เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งตามมาตรา ๗๒วรรคสามแล้วให้มีหนังสือ แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าผู้ได้ับอนุญาตผู้มีส่วนได้เสียซึ่งเป็นผู้ร้องขอ และนายทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า คำสั่งดังกล่าวให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการ ถ้าไม่อุทธรณ์ภายใน กำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของคณะกรรมการเป็นที่สุด

  10. ๗๖

    ในกรณีที่มีการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใด การ อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นย่อมสิ้นผลไปด้วย

  11. ๗๗

    ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นเสียเองหรือจะอนุญาตให้ บุคคลอื่นนอกจากผู้ได้รับอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกก็ได้ ๒๕๕๙

  12. ๗๘

    ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้ทั่วประเทศสำหรับสิ ค้ ทั้งหมดที่ได้จด ทะเบียนไว้ตลอดอายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น รวมทั้งในกรณีที่มีการต่ออายุการจด ทะเบียนด้วย

  13. ๗๙

    ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตจะโอนการอนุญาตตามสัญญาดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้และจะ อนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกทอดหนึ่งก็ไม่ได้

  14. ๗๙/๑

    ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้ เป็นอย่างอื่น สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าย่อมไม่ะงับไปเพราะเหตุการโอนหรือการรับ มรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่มีการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น หมวด ๑/๑ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด๕๔

  15. ๗๙/๒

    ในหมวดนี้ “พิธีสารมาดริด”หมายความว่า พิธีสารที่เกี่ ยวกับความตกลงมาดริดเรื่องการจด ทะเบียนระหว่างประเทศของเครื่องหมาย ซึ่งได้รับรอง ณกรุงมาดริด เมื่อวันที่ ๒๗มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม “คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ”หมายความว่า คำขอเพื่อการจดทะเบียน ระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมาย ร่วมที่ยื่นภายใต้พิธีสารมาดริด “สำนักระหว่างประเทศ”หมายความว่า สำนักระหว่างประเทศขององค์การ ทรัพย์สินทางปัญญาโลก “สำนักงานต้นทาง”หมายความว่า กงานที่รับคำขอจดทะเบียนหรือรับจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ใช้เป็นฐานในการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ

  16. ๗๙/๓

    การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด ให้เป็นไป ตามบทบัญญัติในหมวดนี้ และให้นำบทบัญญัติในหมวด ๑เครื่องหมายการค้า เว้นแต่มาตรา ๑๐ มาตรา ๔๐วรรคสองและมาตรา ๕๙มาใช้บังคับโดยอนุโลม หมวด ๑/๑การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด มาตรา ๗๙/๒ถึง

  17. ๗๙/๔

    ผู้มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในราชอาณาจักรต้อง เป็ผู้ซึ่ ได้ยื่ คำขอจดทะเบียนหรือเป็ผู้ ซึ่ ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ไว้แล้วใน ราชอาณาจักรและมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

    (๑) มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่มีส งานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือ

    (๒) มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย หรือ

    (๓) มีสถานประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมและยังคงประกอบการอย่าง จริงจังในประเทศไทย

  18. ๗๙/๕

    ผู้ซึ่งได้ยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในราชอาณาจักรมีสิทธิ ขอรับความคุ้มครองต่อภาคีอื่น และอาจขอรับความคุ้มครองเพิ่ มเติมภายหลังจากที่ได้รับการจด ทะเบียนระหว่างประเทศแล้วก็ได้

  19. ๗๙/๖

    เมื่อได้รับแจ้งการขอจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ระบุขอรับความ คุ้มครองในราชอาณาจักรจากสำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ถือว่าเป็นคำขอจดทะเบียนใน ราชอาณาจักรและให้นายทะเบียนดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่งไม่มีลักษณะอันพึงรับ จดทะเบียนได้ หรือการขอจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้านั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน และแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลไปยังสำนัก ระหว่างประเทศภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์วิธี และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าอาจมีการคัดค้านเกินระยะเวลาที่กำหนดใน กฎกระทรวงตามวรรคสองให้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักระหว่ งประเทศภายในระยะเวลาและตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และในกรณีที่มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน เนื่องจากการคัดค้านนั้น ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุแห่งการคัดค้านไปยังสำนัก ระหว่างประเทศภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ไม่มีการแจ้งอย่างหนึ่งอย่างใดไปยังสำนักระหว่างประเทศตามวรรคสอง หรือวรรคสามให้ถือว่านายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น โดยไม่ต้องประกาศโฆษณา ตามมาตรา ๒๙ เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ให้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้รับความ คุ้มครองเช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนในราชอาณาจักร

  20. ๗๙/๗

    เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดแล้ว ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำ ขอจดทะเบียนระหว่ งประเทศต่อสำนักงานต้ ทางเป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น เว้นแต่ ในกรณีที่สำนักระหว่างประเทศได้รับคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเกินระยะเวลาที่กำหนดใน กฎกระทรวงให้ถือว่าวัที่สำนักระหว่ งประเทศได้รับคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเป็นวันที่จด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่จดทะเบียนตามวรรค หนึ่ง และอาจต่ออายุได้ตามพระราชบัญญัตินี้

  21. ๗๙/๘

    ในกรณีที่ มีารระบุขอรับความคุ้ มครองในราชอาณาจัรภาย หลังจากที่สำนักระหว่างประเทศได้จดทะเบียนไว้แล้ว ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗๙/๖มาใช้บังคับโดย อนุโลม ทั้งนี้ ให้ถือว่ เครื่องหมายการค้านั้นได้รับความคุ้ ครองในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่สำนัก ระหว่างประเทศได้บันทึกการขอรับความคุ้มครองในทะเบียนระหว่างประเทศ และให้วันสิ้นอายุการ จดทะเบียนเป็นวันเดียวกับวันสิ้นอายุในทะเบียนระหว่างประเทศนั้น และอาจต่ออายุได้ตาม พระราชบัญญัตินี้

  22. ๗๙/๙

    ในกรณีที่ เครื่องหมายการค้าที่ ได้รับการจดทะเบียนไว้แล้วใน ราชอาณาจักรเป็นเครื่องหมายเดียวกันกับเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับความคุ้มครองในราชอาณาจักรแล้ว และเป็นของเจ้ ของเดียวกัน เจ้าของเครื่องหมายการค้า นั้นอาจขอให้นายทะเบียนบันทึกว่าเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศมีผล แทนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างที่ ตรงกันก็ได้ บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงสิทธิที่ได้มาจากการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าในราชอาณาจักรที่มีอยู่ก่อน

  23. ๗๙/๑๐

    ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ยื่นไว้ ณสำนักงาน ต้นทางรวมถึงทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนตามคำขอดังกล่าว หรือทะเบียน เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ นักงานต้นทาง ซึ่งใช้เป็ฐานในการยื่ คำขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้ารายใด ถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน แล้วแต่ กรณีสำหรับสินค้ ทั้งหมดหรือบางอย่างภายในระยะเวลาที่ก หนดในกฎกระทรวงและเมื่อได้รับแจ้ง การเพิกถอนทะเบียนระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้านั้นจากสำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ ถือว่าคำขอจดทะเบียนหรือทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ระบุขอรับความคุ้มครองในราชอาณาจัถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน แล้วแต่กรณี สำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างเช่นเดียวกัน ณวันที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกเพิกถอน บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง แต่ผลของการ ดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากระยะเวลานั้นสิ้นสุดแล้วด้วย ในกรณีที่ประเทศไทยเป็นสำนักงานต้นทาง เมื่อมีเหตุตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ายทะเบียนแจ้งไปยังสำนักระหว่ งประเทศ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง

  24. ๗๙/๑๑

    ในกรณีที่ทะเบียนระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้าใดซึ่ง ระบุขอรับความคุ้มครองในราชอาณาจัรถูกเพิกถอนโดยสำนักระหว่างประเทศเนื่องจากเหตุตาม มาตรา ๗๙/๑๐เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกเพิกถอนอาจยื่นคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าเดียวกันได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นการยื่นภายใน ระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้ถือว่าวันที่จด ทะเบียนระหว่างประเทศตามมาตรา ๗๙/๗หรือวันที่บันทึกการขอรับความคุ้มครองภายหลังการจด ทะเบียนระหว่ งประเทศตามมาตรา ๗๙/๘ แล้วแต่ รณี เป็นวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนใน ราชอาณาจักร

  25. ๗๙/๑๒

    หนังสือเรียก หนังสือแจ้ง หรือหนังสืออื่นใด ที่มีถึงผู้ขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศหรือเจ้าของทะเบียนระหว่างประเทศ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลอื่นใด เพื่อ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งไปยังสำนักระหว่างประเทศเพื่อแจ้งต่อไปให้บุคคลนั้นทราบ เว้นแต่เป็นกรณีที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ การส่งหนังสือดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อได้ส่งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในวรรคหนึ่ง และเวลาได้ล่วง พ้นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้ถือว่าบุ คลตามวรรคหนึ่งได้รับหนังสือนั้นแล้ว

  26. ๗๙/๑๓

    การขอและการจดทะเบียนการขอบันทึกการจดทะเบียนระหว่าง ประเทศแทนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในราชอาณาจักรการขอรับความคุ้มครอง การแก้ไข เปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนการอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนและการต่ออายุการจดทะเบียน รวมทั้งการดำเนินการอื่นใดภายใต้พิธีสารมาดริดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กำหนดในกฎกระทรวง

  27. ๗๙/๑๔

    การออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๗๙/๖มาตรา ๗๙/๗มาตรา ๗๙/๑๐มาตรา ๗๙/๑๑มาตรา ๗๙/๑๒และมาตรา ๗๙/๑๓ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับพิธีสาร มาดริด ค่ ดำเนินการในต่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริดให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศ ตามที่สำนักระหว่างประเทศกำหนด

  28. ๗๙/๑๕

    บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมแก่เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม ที่ขอจดทะเบียนระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด แล้วแต่กรณีด้วย

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

๒๕๕๙

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.mfa.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://image.mfa.go.th/mfa/0/6p4M7ae5k9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2534.pdf43 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:b669819e5c480f870ff7a836b55f8829767313dbc22b2dd6d4399339b6f6b3d8ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:37:31.980Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR