พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๕๓๔148 มาตรา12 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 43 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 b669819e… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ เครื่องหมายการค้ามาตรา ๖–๗๙/๑๕ · 92 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๖–๒๘ ทวิ · 24 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ การรับจดทะเบียนและผลแห่งการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๒๙–๔๗ · 19 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๔๘–๕๒/๑ · 7 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ การต่ออายุและการเพิ ถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๕๓–๖๗ · 15 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามาตรา ๖๘–๗๙/๑๕ · 27 มาตรา
  7. หมวด ๒ เครื่องหมายบริการและเครื่องหมายรับรองมาตรา ๘๐–๙๓ · 14 มาตรา
  8. หมวด ๓ เครื่องหมายร่วมมาตรา ๙๔ · 1 มาตรา
  9. หมวด ๔ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามาตรา ๙๕–๑๐๒ · 9 มาตรา
  10. หมวด ๕ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๑๐๓–๑๐๖ จัตวา · 7 มาตรา
  11. หมวด ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๐๗–๑๑๖ · 13 มาตรา
  12. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๑๗–๑๒๓ · 7 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๘ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นปีที่ ๔๖ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๒ การรับจดทะเบียนและผลแห่งการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

    19 มาตรา
  2. ๒๙

    เมื่อนายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็ควรรับจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้ารายใด ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้น วรรคสอง(ยกเลิก) ๒๙ การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

  3. ๓๐

    เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่ งให้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้ารายใดตามมาตรา ๒๙วรรคหนึ่ง แล้ว หากปรากฏแก่นายทะเบียนในภายหลังว่า เครื่องหมายการค้ารายนั้ นไม่มีลักษณะอัพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖ก็ดหรือการขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ อันจำเป็นจะต้อง เพิกถอนคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นก็ดี ถ้ายังมิได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้ารายนั้น ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ ขอจดทะเบียนทราบพร้อมด้วยเหตุผลโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนตามวรรคหนึ่งหลังจากที่ได้มีการประกาศ โฆษณาคำขอจดทะเบียนตามมาตรา ๒๙แล้ว ให้ประกาศโฆษณาคำสั่งเพิกถอนนั้นด้วยตามวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวง

  4. ๓๑

    ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตาม มาตรา ๓๐วรรคหนึ่ง ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของนาย ทะเบียน๓๐ ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนมิได้อุทธรณ์คำสั่งตามวรรคหนึ่ง หรือในกรณีที่ผู้ขอจด ทะเบียนได้อุทธรณ์ สั่งตามวรรคหนึ่งแล้ว และคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของนาย ทะเบียนถูกต้องแล้ว ให้นายทะเบียนดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนดังกล่าวต่อไปได้ ๒๕๕๙ ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนไม่ถูกต้อง ให้ นายทะเบียน

    (๑) ดำเนินการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นต่อไป ใน กรณีที่นายทะเบียนได้มีคำสั่งเพิกถอนตามมาตรา ๓๐วรรคหนึ่ง ก่อนที่จะมีประกาศโฆษณาคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๒๙

    (๒) ดำเนินการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นใหม่ ใน กรณีที่ได้มีการประกาศโฆษณาคำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๐วรรคสองแล้ว คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองหรือวรรคสามให้เป็นที่สุด

  5. ๓๒

    ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนตามมาตรา ๓๐หลังจากที่ได้มี การคัดค้านตามมาตรา ๓๕แล้ว ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้ คำสั่งเพิกถอนนั้นให้ผู้คัดค้ นทราบโดย ไม่ชักช้า

  6. ๓๓

    ในกรณีตามมาตรา ๓๒ถ้านายทะเบียนยังมิได้มีคำวินิจฉัยคำคัดค้าน นั้นให้รอการวินิจฉัยไว้ก่อนจนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาการอุทธรณ์ตามมาตรา ๓๑วรรคหนึ่ง หรือ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๑วรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่ กรณี๓๑ ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า คำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๐ถูกต้องแล้ว ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับคำคัดค้านนั้น และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้คัดค้านทราบ โดยไม่ชักช้า คำสั่งเช่นว่ นี้ให้เป็นที่สุด ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า คำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๐ไม่ถูกต้อง ให้ายทะเบียนดำเนินการวินิจฉัยคำคัดค้านนั้นต่อไป

  7. ๓๔

    ในกรณีตามมาตรา ๓๒ถ้านายทะเบียนได้มีคำวินิจฉัยคำคัดค้านนั้น แล้ว และมีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๗ให้นายทะเบียนแจ้งให้ คณะกรรมการทราบและให้นำมาตรา ๓๓มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  8. ๓๕

    เมื่อได้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดตาม มาตรา ๒๙แล้ว บุคคลใดเห็นว่าตนมีสิทธิดีกว่าผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้น หรือเห็น ว่าเครื่องหมายการค้ารายนั้นไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖หรือการขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ บุ คลนั้นจะยื่นคำ คัดค้านต่อนายทะเบียนก็ได้ แต่ต้องยื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๙ พร้อมทั้งแสดงเหตุแห่ การคัดค้าน๓๒ ๒๕๔๓ ๒๕๕๙ การคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน กฎกระทรวง

  9. ๓๖

    ในกรณีที่มีการคัดค้านตามมาตรา ๓๕ให้นายทะเบียนส่งสำเนาคำ คัดค้านไปยังผู้ขอจดทะเบียนโดยไม่ชักช้า ให้ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำโต้แย้งคำคัดค้านตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยแสดงเหตุที่ ตนอาศัยเป็นหลักในการขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำ คัดค้าน และให้นายทะเบียนส่งสำเนาคำโต้แย้งนั้นไปยังผู้คัดค้านโดยไม่ชักช้า๓๔ ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนมิได้ดำเนินการตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ ขอจดทะเบียนละ ทิ้งคำขอจดทะเบียน ในการพิจารณาและวินิจฉัยคำคัดค้าน นายทะเบียนจะมีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียน และผู้คัดค้านมาให้ถ้อยคำ ทำคำชี้แจง หรือแสดงหลักฐานเพิ่มเติมก็ได้ หากผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้ คัดค้ นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ คำสั่ ให้าย ทะเบียนพิจารณาและวินิจฉัยคำคัดค้านต่อไปตามหลักฐานที่มีอยู่๓๕

  10. ๓๗

    เมื่อนายทะเบียนได้มีคำวินิจฉัยแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัย พร้อม ด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนและผู้คัดค้านทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ ขอจดทะเบียนหรือผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อ คณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ทั้งนี้ ให้ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า๓๖

  11. ๓๘

    เมื่อคณะกรรมการได้มีคำวินิจฉัยแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยพร้อม ด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนและผู้คัดค้านทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์คำวิจฉัยของคณะกรรมการ โดยฟ้อง คดีต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ การฟ้องคดีตามวรรคสอง จะกระทำได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามมาตรา ๓๗ วรรคสองแล้ว

  12. ๓๙

    ในกรณีที่มิได้มีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๓๗วรรคสอง หรือมิได้มีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการภายใน ๒๕๕๙ ๒๕๕๙ ๒๕๕๙ กำหนดเวลาตามมาตรา ๓๘วรรคสองให้ถือว่าคำวินิจฉัยของนายทะเบียนหรือของคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี เป็นที่สุด

  13. ๔๐

    ในกรณีที่ไม่มารคัดค้านตามมาตรา ๓๕ก็ดี หรือมีการคัดค้านตาม มาตรา ๓๕แต่ได้มีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิจด ทะเบียนก็ดี ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ เมื่อได้มีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายทะเบียนมี หนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบ และให้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง ถ้าผู้ขอจดทะเบียนไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในกำหนดเวลา ดังกล่าว ให้ถือว่าละทิ้งคำขอจดทะเบียน๓๗ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

  14. ๔๑

    ในกรณีที่ผู้คัดค้านตามมาตรา ๓๕เป็นผู้ซึ่งได้ยื่ คำขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่ตนคัดค้านนั้น และมีคำวินิจฉัยหรือคำ พิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดว่าผู้คัดค้านมีสิทธิดีกว่าผู้ถูกคัดค้านถ้าเครื่องหมายการค้าที่ผู้คัดค้านขอจด ทะเบียนนั้นมีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖และการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า นั้นถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยไม่ต้องประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ของผู้คัดค้านอีก

  15. ๔๒

    เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดแล้ว ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำ ขอจดทะเบียนเป็วัที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้ สำหรับกรณีตามมาตรา ๒๘หรือ มาตรา ๒๘ทวิ ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร เป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมาย การค้ารายนั้น

  16. ๔๓

    เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ให้นายทะเบียนออกหนังสือ สำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่ผู้ขอจดทะเบียนตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้าหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย เจ้าของ เครื่องหมายการค้าจะยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือสำคัญดังกล่าวต่อนายทะเบียนก็ได้ การออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ แบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

  17. ๔๔

    ภายใต้บัคับมาตรา ๒๗และมาตรา ๖๘เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ๒๕๕๙

  18. ๔๕

    เครื่องหมายการค้าอันได้จดทะเบียนไว้โดยมิได้จำกัดสีั้น ให้ถือว่าได้ จดทะเบียนไว้ทุกสี

  19. ๔๖

    บุคคลใดจะฟ้องคดี เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ ไม่ได้จดทะเบียน หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดสิทธิดังกล่าว ไม่ได้ บทบัญญัติมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จด ทะเบียน ในอันที่จะฟ้องคดีบุคคลอื่นซึ่งเอาสินค้าของตนไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น

  20. ๔๗

    การจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ไม่เป็นการขัดขวางบุคคลใดใน การใช้โดยสุจริตซึ่งชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อสำนักงานการค้าของตนหรือของเจ้าของเดิมของกิจการของ ตนหรือไม่เป็นการขัดขวางบุคคลใดในการใช้คำบรรยายโดยสุจริตซึ่งลักษณะหรือคุ สมบัติแห่งสินค้า ของตน

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

๒๕๕๙

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.mfa.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://image.mfa.go.th/mfa/0/6p4M7ae5k9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2534.pdf43 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:b669819e5c480f870ff7a836b55f8829767313dbc22b2dd6d4399339b6f6b3d8ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:37:31.980Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR