พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 b669819e… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ เครื่องหมายการค้ามาตรา ๖–๗๙/๑๕ · 92 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๖–๒๘ ทวิ · 24 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การรับจดทะเบียนและผลแห่งการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๒๙–๔๗ · 19 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๔๘–๕๒/๑ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ การต่ออายุและการเพิ ถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาตรา ๕๓–๖๗ · 15 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามาตรา ๖๘–๗๙/๑๕ · 27 มาตรา
- หมวด ๒ เครื่องหมายบริการและเครื่องหมายรับรองมาตรา ๘๐–๙๓ · 14 มาตรา
- หมวด ๓ เครื่องหมายร่วมมาตรา ๙๔ · 1 มาตรา
- หมวด ๔ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามาตรา ๙๕–๑๐๒ · 9 มาตรา
- หมวด ๕ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๑๐๓–๑๐๖ จัตวา · 7 มาตรา
- หมวด ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๐๗–๑๑๖ · 13 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๑๗–๑๒๓ · 7 มาตรา
ปรารภ
พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๘ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นปีที่ ๔๖ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๑ เครื่องหมายการค้า
ส่วนที่ ๑ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
24 มาตรา- ๖
เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ ต้องประกอบด้วยลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ
(๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้ และ
(๓) ไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่น ได้จดทะเบียนไว้แล้ว
- ๗
เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ได้แก่ เครื่องหมายการค้าอันมี ลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้น แตกต่างไปจากสินค้าอื่น เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็น สาระสำคัญดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ามีลักษณะบ่ เฉพาะ
(๑) ชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลธรรมดาที่ไม่เป็นชื่อสกุลตามความหมายอันเข้าใจกัน โดยธรรมดา ชื่อเต็ของนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการนั้ หรือชื่อในทางการค้ ที่แสดงโดย ลักษณะพิเศษและไม่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง
(๒) คำหรือข้อความอัไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุ สมบัติของสินค้นโดยตรง และ ไม่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(๓) คำที่ประดิษฐ์ขึ้น
(๔) ตัวหนังสือหรือตัวเลขที่ประดิษฐ์ขึ้น
(๕) กลุ่มของสีที่แสดงโดยลักษณะพิเศษ
(๖) ลายมือชื่อของผู้ขอจดทะเบียนหรือของเจ้าของเดิมของกิจการของผู้ขอจด ทะเบียนหรือลายมือชื่อของบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว
(๗) ภาพของผู้ขอจดทะเบียนหรือของบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว หรือในกรณีที่บุคคลนั้นตายแล้วโดยได้รับอนุญาตจากบุพการี ผู้สืบสันดาน และคู่สมรสของบุคคลนั้น ถ้ามี แล้ว
(๘) ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น
(๙) ภาพอันไม่ได้เล็งถึ ลัษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรง และไม่เป็นภาพ แผนที่หรือภาพแสดงสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(๑๐) รูปร่างหรือรูปทรงอันไม่เป็นลักษณะโดยธรรมชาติของสินค้านั้นเอง หรือไม่ เป็นรูปร่างหรือรูปทรงที่จำเป็นต่อการทำงานทางเทคนิคของสินค้า้น หรือไม่เป็นรูปร่ งหรือรูปทรงที่ ทำให้สินค้านั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น (๑๑)เสียงอันไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรง หรือเสียงที่ไม่ เป็นเสียงโดยธรรมชาติของสินค้านั้น หรือเสียงที่ไม่ได้เกิดจากการทำงานของสินค้านั้น เครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะตามวรรคสอง (๑) ถึง
(๑๑) หากได้มีการจำหน่าย เผยแพร่ หรือโฆษณาสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นจนแพร่หลายแล้วตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดและพิสูจน์ได้ว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์นั้นแล้ว ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ
- ๘
เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ห้ามมิให้ บจดทะเบียน
(๑) ตราแผ่นดิน พระราชลัญจกร ลัญจกรในราชการ ตราจักรี ตรา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตราประจำตำแหน่ ตราประจำกระทรวงทบวงกรมหรือตราประจำจังหวัด
(๒) ธงชาติของประเทศไทยธงพระอิสริยยศ หรือธงราชการ
(๓) พระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อ พระนามาภิไธยย่อ หรือ นามพระราชวงศ์
(๔) พระบรมฉายาลักษณ์หรือพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือรัชทายาท
(๕) ชื่อ คำ ข้อความ หรือเครื่องหมายใด อันแสดงถึงพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือพระราชวงศ์
(๖) ธงชาติหรือเครื่องหมายประจำชาติของรัฐต่างประเทศ ธงหรือเครื่องหมายของ องค์การระหว่างประเทศ ตราประจำประมุขของรัฐต่างประเทศ เครื่องหมายราชการและเครื่องหมาย ควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ หรือชื่อและชื่อย่อ ของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ของ รัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศนั้น
(๗) เครื่องหมายราชการ เครื่องหมายกาชาด นามกาชาดหรือกาเจนีวา
(๘) เครื่ องหมายที่ เหมือนหรือคล้ายกับเหรียญใบสำคัญหนังสือรับรอง ประกาศนียบัตร หรือเครื่องหมายอื่นใดอันได้รับเป็นรางวัลในการแสดงหรือประกวดสินค้าที่รัฐบาล ไทยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐของประเทศไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือ องค์การระหว่างประเทศได้จัดให้มีขึ้น เว้นแต่ผู้ขอจดทะเบียนจะได้รับเหรียญ ใบสำคัญ หนังสือรับรอง ประกาศนียบัตร หรือเครื่องหมายเช่นว่้น เป็นรางวัลสำหรับสิ ค้านั้น และใช้เป็ส่วนหนึ่งของ เครื่องหมายการค้านั้น แต่ทั้งนี้ต้องระบุปีปฏิทินที่ได้รับรางวัลด้วย
(๙) เครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐ ประศาสโนบาย
(๑๐) เครื่ องหมายที่ เหมือนกับเครื่องหมายที่ี ชื่อเสียงแพร่หลายทั่ วไป ตาม หลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือคล้ายกับเครื่องหมายดังกล่าวจนอาจทำให้สาธารณชน สับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม (๑๑)เครื่องหมายที่คล้ายกับ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ
(๗) (๑๒)สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๑๓)เครื่องหมายอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
- ๙
การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น จะขอจดทะเบียนสำหรับสินค้า เฉพาะอย่างในจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันก็ได้ แต่ต้องระบุรายการสินค้าที่ประสงค์จะได้รับ ความคุ้มครองแต่ละอย่างโดยชัดแจ้ง วรรคสอง๘ (ยกเลิก) การกำหนดจำพวกสินค้า ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
- ๑๐
เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้นั้น ผู้ขอจดทะเบียนเพื่อเป็น เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือตัวแทน ต้องมีสำนักงานหรือสถานที่ที่นายทะเบียนสามารถติดต่อ ได้ตั้งอยู่ในประเทศไทย
- ๑๑
การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการคุ้ มครองเครื่ องหมายการค้ หากคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ เป็ไปตามที่ กำหนดในอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศดังกล่าว ให้ถือว่าคำขอดังกล่าวเป็นคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัตินี้๙
- ๑๒
ในการพิจารณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ให้นายทะเบียนมี อำนาจดังต่อไปนี้
(๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกผู้ขอจดทะเบียน มาให้ถ้อยคำ หรือทำคำชี้แจงเป็น หนังสือ หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานใดเกี่ ยวกับการขอจดทะเบียนเพื่อตรวจสอบหรือเพื่อ ประกอบการพิจารณาได้
(๒) สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแปลเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับการขอจด ทะเบียนที่เป็นภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยให้เสร็จและส่งภายในกำหนดเวลาที่เห็นสมควร
(๓) เชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำหรือความเห็หากผู้ขอจดทะเบียนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนตาม (๑) หรือ
(๒) โดยไม่มี เหตุอันสมควร ให้ถือว่ ละทิ้งคำขอจดทะเบียน
- ๑๓
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๗ห้ามนายทะเบียนรับจดทะเบียน ในกรณีที่ เห็นว่าเครื่องหมายการค้ ที่ขอจดทะเบียนนั้น
(๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้ว ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะ อย่างเดียวกัน หรือ
(๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือ แหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามี ลักษณะอย่างเดียวกัน
- ๑๔
(ยกเลิ )
- ๑๕
ถ้านายทะเบียนเห็นว่า
(๑) ส่วนหนึ่งส่วนใดอันมิใช่สาระสำคัญของเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนราย ใดไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖หรือ
(๒) การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดไม่ชอบด้วยมาตรา ๙หรือมาตรา ๑๐หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๑ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้ารายนั้ นแก้ไข เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขอจด ทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า๑๒
- ๑๖
ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนรายใดทั้ง เครื่องหมายหรือส่วนหนึ่งส่วนใดอันเป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้านั้น ไม่มีลักษณะอันพึงรับ จดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ รายนั้น และมี หนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า
- ๑๗
ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนรายใดหาก พิจารณาทั้งเครื่องหมายแล้ว มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖แต่เครื่องหมายการค้า รายนั้นมีส่วนหนึ่งส่วนใดหรือหลายส่วนเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือ บางจำพวก อันไม่ควรให้ผู้ขอจดทะเบียนรายหนึ่งรายใดถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวก็ดี หรือมี ลักษณะไม่บ่งเฉพาะก็ดให้นายทะเบียนมี สั่งอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (๑)๑๓ สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงการปฏิเสธว่าไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวใน อันที่จะใช้ส่วนดังกล่ วของเครื่องหมายการค้ารายนั้น ทั้งนี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น ๒๕๕๙ (๒)๑๔ สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงการปฏิเสธอย่างอื่นตามที่นายทะเบียนเห็นว่า จำเป็นต่อการกำหนดสิทธิจากการจดทะเบียนของเจ้าของเครื่องหมายการค้ารายนั้น ทั้งนี้ ภายในหก สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ายทะเบียนมีอำนาจประกาศกำหนด สิ่งที่นายทะเบียนเห็นว่า เป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือบางจำพวก ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจด ทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า
- ๑๘
ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖และมาตรา ๑๗ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของ นายทะเบียนคำวิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕หรือ มาตรา ๑๗ถู ต้องแล้ว ให้ผู้ขอจดทะเบียนปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในหกสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖หรือมาตรา ๑๗ไม่ถูกต้อง ให้นายทะเบียนดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนรายนั้น ต่อไป
- ๑๙
ถ้าผู้ขอจดทะเบียนมิได้อุทธรณ์ตามมาตรา ๑๘วรรคหนึ่ง และมิได้ ปฏิบัติตามคำสั่ ของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕หรือมาตรา ๑๗แล้วแต่กรณี หรือถ้ ผู้ขอจด ทะเบียนได้อุทธรณ์ตามมาตรา ๑๘วรรคหนึ่ง แต่มิได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๘วรรคสองให้ถือว่าผู้ขอ จดทะเบียนละทิ้งคำขอจดทะเบียน
- ๒๐
ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนหลายรายต่างยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อ เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าเหล่านั้นมีลักษณะอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้ ให้นายทะเบียนดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้ เป็นรายแรกและมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนรายหลังรอการพิจารณาดำเนินการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าไว้ก่อน
(๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่าง จำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะอย่างเดียวกัน
(๒) เป็เครื่องหมายการค้าที่ ล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดใน ความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่าง จำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะอย่างเดียวกัน ในกรณีที่เครื่องหมายการค้าที่ยื่นไว้เป็นรายแรกไม่ได้รับการจดทะเบียน ให้นาย ทะเบียนพิจารณาดำเนิ การเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้เป็นรายถัดไป และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนรายนั้นและรายอื่นทราบโดยไม่ชักช้า
- ๒๑
ผู้ขอจดทะเบียนซึ่งเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ตนขอจดทะเบียนมิได้ เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้ารายอื่นที่ได้ยื่นขอจดทะเบียนไว้ก่อน มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของ นายทะเบียนตามมาตรา ๒๐วรรคหนึ่ง ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แจ้งคำสั่งของนายทะเบียน ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๘มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๒๒
(ยกเลิก)
- ๒๓
(ยกเลิก)
- ๒๔
(ยกเลิก)
- ๒๕
(ยกเลิก)
- ๒๖
(ยกเลิก)
- ๒๗
ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๓หรือ มาตรา ๒๐วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้านั้นเป็นเครื่องหมาย การค้าซึ่งต่างเจ้ ของต่ งได้ใช้าแล้วด้วยกันโดยสุจริต หรือมีพฤติารณ์พิเศษที่ายทะเบียน เห็นสมควรรับจดทะเบียน นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกัน ดังกล่าวให้แก่เจ้าของหลายคนก็ได้ โดยจะมีเงื่อนไขและข้อจำกัดเกี่ยวกับวิธีการใช้และเขตแห่งการใช้ เครื่องหมายการค้านั้น หรือเงื่อนไขและข้อจำกัดอื่นตามที่นายทะเบียนเห็นสมควรกำหนดด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนและเจ้าของเครื่องหมาย การค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด
- ๒๘
บุคคลใดได้ยื่ คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ไว้ อก ราชอาณาจักร ถ้ายื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในราชอาณาจักรภายในหกเดือนนับแต่ วันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ นอกราชอาณาจัรเป็นครั้งแรก บุคคลนั้นจะขอให้ถือ ว่าวันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก เป็นวันที่ได้ยื่นคำขอ ในราชอาณาจักรก็ได้ หากบุคคลนั้นมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
(๒) มีสัญชาติของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หรือ
(๓) มีสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้สิทธิในทำนองเดียวกันแก่บุคคลสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มี กงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
(๔) มีภูมิลำเนา หรือประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมอย่างจริงจังในประเทศ ไทยหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครอง เครื่องหมายการค้าซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นเป็นครั้งแรกนอก ราชอาณาจักรถูกปฏิเสธ หรือผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนถอนคืนหรือละทิ้งคำขอ บุคคลดังกล่าวจะขอใช้ สิทธิตามวรรคหนึ่งไม่ได้ ในกรณีที่มีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ถูกปฏิเสธ หรือคำขอที่ผู้ยื่น คำขอจดทะเบียนถอนคืนหรือละทิ้งตามวรรคสองนอกราชอาณาจักรซ้ำอีกภายในระยะเวลาหกเดือน นับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกบุคคลซึ่งยื่นคำ ขอดังกล่าวจะขอใช้สิทธิตามวรรคหนึ่งได้ เมื่อ (๑)๒๖ คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ตามวรรคสองยังมิได้มีการขอใช้สิทธิใน การระบุวันยื่นคำขอจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง และ (๒)๒๗คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคสองไม่อาจดำเนินการใดตาม กฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้าในประเทศที่มีการยื่นคำขอจดทะเบียนไว้ต่อไป และ
(๓) การถูกปฏิเสธ ถอนคืนหรือถูกละทิ้งในครั้งแรกมิได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน
- ๒๘ ทวิ
ในกรณีที่มีการนำสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าใดออกแสดงใน งานแสดงสินค้าระหว่างประเทศที่จัดขึ้นในประเทศไทยหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือ ความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย โดยส่วนราชการ รัฐวิาหกิจ หรือหน่วยงานอื่ ของรัฐของประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคี ดังกล่าวจัดขึ้น หรือรัฐบาลไทยรับรองการจัดงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศนั้น เจ้าของเครื่องหมาย การค้าดังกล่าวอาจขอใช้สิทธิตามมาตรา ๒๘วรรคหนึ่งได้ ถ้าเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นยื่นคำขอ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับสิ ค้ ที่นำออกแสดงในงานแสดงสิ ค้ ดักล่ วใน ราชอาณาจักรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ได้นำสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าดังกล่าวออกแสดง หรือ วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าครั้งแรกนอกราชอาณาจัแล้วแต่วันใดจะเกิดขึ้นก่อน แต่ทั้งนี้ การยื่นคำขอดังกล่าวต้องไม่เป็นการขยายระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๘ การจัดงานแสดงสินค้าที่จะถือเป็นงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศและการขอใช้ สิทธิตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ส่วนที่ ๒ การรับจดทะเบียนและผลแห่งการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
19 มาตรา- ๒๙
เมื่อนายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็ควรรับจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้ารายใด ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้น วรรคสอง(ยกเลิก) ๒๙ การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๓๐
เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่ งให้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้ารายใดตามมาตรา ๒๙วรรคหนึ่ง แล้ว หากปรากฏแก่นายทะเบียนในภายหลังว่า เครื่องหมายการค้ารายนั้ นไม่มีลักษณะอัพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖ก็ดหรือการขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ อันจำเป็นจะต้อง เพิกถอนคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นก็ดี ถ้ายังมิได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้ารายนั้น ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ ขอจดทะเบียนทราบพร้อมด้วยเหตุผลโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนตามวรรคหนึ่งหลังจากที่ได้มีการประกาศ โฆษณาคำขอจดทะเบียนตามมาตรา ๒๙แล้ว ให้ประกาศโฆษณาคำสั่งเพิกถอนนั้นด้วยตามวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวง
- ๓๑
ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตาม มาตรา ๓๐วรรคหนึ่ง ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของนาย ทะเบียน๓๐ ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนมิได้อุทธรณ์คำสั่งตามวรรคหนึ่ง หรือในกรณีที่ผู้ขอจด ทะเบียนได้อุทธรณ์ สั่งตามวรรคหนึ่งแล้ว และคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของนาย ทะเบียนถูกต้องแล้ว ให้นายทะเบียนดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนดังกล่าวต่อไปได้ ๒๕๕๙ ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนไม่ถูกต้อง ให้ นายทะเบียน
(๑) ดำเนินการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นต่อไป ใน กรณีที่นายทะเบียนได้มีคำสั่งเพิกถอนตามมาตรา ๓๐วรรคหนึ่ง ก่อนที่จะมีประกาศโฆษณาคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๒๙
(๒) ดำเนินการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นใหม่ ใน กรณีที่ได้มีการประกาศโฆษณาคำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๐วรรคสองแล้ว คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองหรือวรรคสามให้เป็นที่สุด
- ๓๒
ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนตามมาตรา ๓๐หลังจากที่ได้มี การคัดค้านตามมาตรา ๓๕แล้ว ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้ คำสั่งเพิกถอนนั้นให้ผู้คัดค้ นทราบโดย ไม่ชักช้า
- ๓๓
ในกรณีตามมาตรา ๓๒ถ้านายทะเบียนยังมิได้มีคำวินิจฉัยคำคัดค้าน นั้นให้รอการวินิจฉัยไว้ก่อนจนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาการอุทธรณ์ตามมาตรา ๓๑วรรคหนึ่ง หรือ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๑วรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่ กรณี๓๑ ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า คำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๐ถูกต้องแล้ว ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับคำคัดค้านนั้น และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้คัดค้านทราบ โดยไม่ชักช้า คำสั่งเช่นว่ นี้ให้เป็นที่สุด ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า คำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๐ไม่ถูกต้อง ให้ายทะเบียนดำเนินการวินิจฉัยคำคัดค้านนั้นต่อไป
- ๓๔
ในกรณีตามมาตรา ๓๒ถ้านายทะเบียนได้มีคำวินิจฉัยคำคัดค้านนั้น แล้ว และมีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๗ให้นายทะเบียนแจ้งให้ คณะกรรมการทราบและให้นำมาตรา ๓๓มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๓๕
เมื่อได้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดตาม มาตรา ๒๙แล้ว บุคคลใดเห็นว่าตนมีสิทธิดีกว่าผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้น หรือเห็น ว่าเครื่องหมายการค้ารายนั้นไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖หรือการขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ บุ คลนั้นจะยื่นคำ คัดค้านต่อนายทะเบียนก็ได้ แต่ต้องยื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๙ พร้อมทั้งแสดงเหตุแห่ การคัดค้าน๓๒ ๒๕๔๓ ๒๕๕๙ การคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน กฎกระทรวง
- ๓๖
ในกรณีที่มีการคัดค้านตามมาตรา ๓๕ให้นายทะเบียนส่งสำเนาคำ คัดค้านไปยังผู้ขอจดทะเบียนโดยไม่ชักช้า ให้ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำโต้แย้งคำคัดค้านตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยแสดงเหตุที่ ตนอาศัยเป็นหลักในการขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำ คัดค้าน และให้นายทะเบียนส่งสำเนาคำโต้แย้งนั้นไปยังผู้คัดค้านโดยไม่ชักช้า๓๔ ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนมิได้ดำเนินการตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ ขอจดทะเบียนละ ทิ้งคำขอจดทะเบียน ในการพิจารณาและวินิจฉัยคำคัดค้าน นายทะเบียนจะมีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียน และผู้คัดค้านมาให้ถ้อยคำ ทำคำชี้แจง หรือแสดงหลักฐานเพิ่มเติมก็ได้ หากผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้ คัดค้ นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ คำสั่ ให้าย ทะเบียนพิจารณาและวินิจฉัยคำคัดค้านต่อไปตามหลักฐานที่มีอยู่๓๕
- ๓๗
เมื่อนายทะเบียนได้มีคำวินิจฉัยแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัย พร้อม ด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนและผู้คัดค้านทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ ขอจดทะเบียนหรือผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อ คณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ทั้งนี้ ให้ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า๓๖
- ๓๘
เมื่อคณะกรรมการได้มีคำวินิจฉัยแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยพร้อม ด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนและผู้คัดค้านทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์คำวิจฉัยของคณะกรรมการ โดยฟ้อง คดีต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ การฟ้องคดีตามวรรคสอง จะกระทำได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามมาตรา ๓๗ วรรคสองแล้ว
- ๓๙
ในกรณีที่มิได้มีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๓๗วรรคสอง หรือมิได้มีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการภายใน ๒๕๕๙ ๒๕๕๙ ๒๕๕๙ กำหนดเวลาตามมาตรา ๓๘วรรคสองให้ถือว่าคำวินิจฉัยของนายทะเบียนหรือของคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี เป็นที่สุด
- ๔๐
ในกรณีที่ไม่มารคัดค้านตามมาตรา ๓๕ก็ดี หรือมีการคัดค้านตาม มาตรา ๓๕แต่ได้มีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิจด ทะเบียนก็ดี ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ เมื่อได้มีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายทะเบียนมี หนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบ และให้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง ถ้าผู้ขอจดทะเบียนไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในกำหนดเวลา ดังกล่าว ให้ถือว่าละทิ้งคำขอจดทะเบียน๓๗ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๔๑
ในกรณีที่ผู้คัดค้านตามมาตรา ๓๕เป็นผู้ซึ่งได้ยื่ คำขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่ตนคัดค้านนั้น และมีคำวินิจฉัยหรือคำ พิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดว่าผู้คัดค้านมีสิทธิดีกว่าผู้ถูกคัดค้านถ้าเครื่องหมายการค้าที่ผู้คัดค้านขอจด ทะเบียนนั้นมีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖และการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า นั้นถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยไม่ต้องประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ของผู้คัดค้านอีก
- ๔๒
เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดแล้ว ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำ ขอจดทะเบียนเป็วัที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้ สำหรับกรณีตามมาตรา ๒๘หรือ มาตรา ๒๘ทวิ ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร เป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมาย การค้ารายนั้น
- ๔๓
เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ให้นายทะเบียนออกหนังสือ สำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่ผู้ขอจดทะเบียนตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้าหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย เจ้าของ เครื่องหมายการค้าจะยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือสำคัญดังกล่าวต่อนายทะเบียนก็ได้ การออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ แบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๔๔
ภายใต้บัคับมาตรา ๒๗และมาตรา ๖๘เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ๒๕๕๙
- ๔๕
เครื่องหมายการค้าอันได้จดทะเบียนไว้โดยมิได้จำกัดสีั้น ให้ถือว่าได้ จดทะเบียนไว้ทุกสี
- ๔๖
บุคคลใดจะฟ้องคดี เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ ไม่ได้จดทะเบียน หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดสิทธิดังกล่าว ไม่ได้ บทบัญญัติมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จด ทะเบียน ในอันที่จะฟ้องคดีบุคคลอื่นซึ่งเอาสินค้าของตนไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น
- ๔๗
การจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ไม่เป็นการขัดขวางบุคคลใดใน การใช้โดยสุจริตซึ่งชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อสำนักงานการค้าของตนหรือของเจ้าของเดิมของกิจการของ ตนหรือไม่เป็นการขัดขวางบุคคลใดในการใช้คำบรรยายโดยสุจริตซึ่งลักษณะหรือคุ สมบัติแห่งสินค้า ของตน
ส่วนที่ ๓ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
7 มาตรา- ๔๘
สิทธิในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่ ไว้แล้ว ย่อมโอน หรือรับมรดกกันได้ ในกรณีที่มีการโอนสิทธิในคำขอจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้โอนหรือผู้รับโอนแจ้ง ให้นายทะเบียนทราบก่อนการจดทะเบียน ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนตายให้ทายาทคนหนึ่งคนใดหรือผู้จัดการมรดกแจ้งให้นาย ทะเบียนทราบก่อนการจดทะเบียนเพื่อดำเนินการรับมรดกสิทธิในคำขอจดทะเบียนนั้นต่อไป การโอนหรือการรับมรดกสิทธิในคำขอจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๔๙
สิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วย่อมโอนหรือรับมรดก กันได้ ทั้งนี้ จะเป็นการโอนหรือรับมรดกพร้อมกับกิจการที่เกี่ยวกับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว หรือไม่ก็ได้ การโอนหรือรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง จะเป็นการโอนหรือ รับมรดกสำหรับสิ ค้ ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้๓๙
- ๕๐
(ยกเลิ )
- ๕๑
การโอนหรือการรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียน แล้วต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนการโอนหรือการรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าตามวรรค หนึ่ง ให้เป็นไปตามหลัเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๕๑/๑
ในกรณีที่ผู้โอน ผู้รับโอน หรือผู้รับมรดกตามมาตรา ๔๘หรือ มาตรา ๔๙ยื่นคำขอจดทะเบียนหรือรับโอนหรือรับมรดกสิทธิในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ที่นายทะเบียนเห็นว่าเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่ผู้นั้นได้โอน ได้รับโอน หรือได้รับมรดก ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน ห้ามนายทะเบียนรับ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓หรือมาตรา ๒๐มาใช้บังคับโดย อนุโลม ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียนว่าผู้ขอจดทะเบียน หรือผู้รับโอนหรือผู้รับมรดก สิทธิในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ตามวรรคหนึ่งได้รบความยินยอมเป็หนังสือให้จด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้จากผู้โอน ผู้รับโอน หรือผู้รับมรดกทุกราย แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าการ ขอจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้าดังกล่าวมีพฤติการณ์พิ เศษที่ นายทะเบียนจะรับจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกันดังกล่าวให้แก่เจ้าของหลายรายก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติ มาตรา ๒๗มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๕๒
เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วอาจขอให้นายทะเบียน แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนได้เฉพาะในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) ยกเลิกรายการสินค้าบางอย่างที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว
(๒) ชื่อ สัญชาติ ที่อยู่ และอาชีพของเจ้าของเครื่องหมายการค้ นั้น และของตัวแทน ถ้ามี
(๓) กงานหรือสถานที่ที่นายทะเบียนสามารถติดต่อได้
(๔) รายการอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๕๒/๑
ในกรณีที่การขอจดทะเบียนการโอนหรือการรับมรดกสิทธิใน เครื่องหมายการค้าไม่เป็นไปตามมาตรา ๕๑วรรคสองหรือการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจด ทะเบียนไม่เป็นไปตามมาตรา ๕๒ให้ายทะเบียนมีหนังสือแจ้ ให้ผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้าของ เครื่องหมายการค้าแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งนั้น หากผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้ ของเครื่องหมายการค้ามิได้ปฏิบัติตามหนัสือแจ้งของ นายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าละทิ้งคำขอจดทะเบียนการโอนหรือการรับมรดกสิทธิใน เครื่องหมายการค้า หรือคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนแล้วแต่กรณี
ส่วนที่ ๔ การต่ออายุและการเพิ ถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
15 มาตรา- ๕๓
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่จดทะเบียน ตามมาตรา ๔๒และอาจต่ออายุได้ตามมาตรา ๕๔ อายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง มิให้นับรวมระยะเวลาใน ระหว่างการดำเนินคดีทางศาลตามมาตรา ๓๘ด้วย
- ๕๔
เจ้าของเครื่องหมายการค้าใดประสงค์จะต่ออายุการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้ ของตนให้ยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนพร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุ ภายในสามเดือนก่อนวันสิ้นอายุ ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้ามิได้ยื่นคำขอต่ออายุตามวรรคหนึ่ง หากประสงค์ จะต่ออายุการจดทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนพร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุ และค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละยี่สิบของค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นอายุการ จดทะเบียน ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคสอง หรือเมื่อเจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอ ต่ออายุและชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ งหรือวรรคสองแล้ว แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเครื่องหมายการค้านั้นยังคงจดทะเบียนอยู่จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งเป็น อย่างอื่น การขอต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๕๕
ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอต่ออายุและชำระ ค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง และนาย ทะเบียนเห็นว่าการขอต่ออายุเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๕๔วรรคสี่ ให้นายทะเบียนต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นอีกสิบปีนับแต่วันสิ้นอายุการ จดทะเบียนเดิม หรือนับแต่วันสิ้นอายุการจดทะเบียนที่ได้ต่อไว้ครั้งสุดท้าย แล้วแต่กรณี ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอต่ออายุและชำระค่าธรรมเนียมการ ต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แต่นายทะเบียนเห็นว่าการขอต่อ อายุไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๕๔วรรคสี่ ให้นาย ทะเบียนมีคำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับคำสั่งนั้น และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นทราบโดยไม่ชักช้ ถ้าเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้นมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นาย ทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น
- ๕๖
ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้ามิได้ยื่นคำขอต่ออายุและชำระ ค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔วรรคสองให้ถือว่าเครื่องหมายการค้านั้น ได้ถูกเพิกถอนการจดทะเบียนแล้ว
- ๕๗
เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วอาจร้องขอต่อนาย ทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนเองได้ แต่ในกรณีที่มีการจดทะเบียน สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น การเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นต้อง ได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับอนุญาตด้วย เว้นแต่สัญญาอนุญาตดังกล่าวจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การขอเพิกถอนการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวง
- ๕๘
ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียนว่า เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จด ทะเบียนแล้วฝ่ ฝืนหรือมิได้ปฏิบัติตามเงื่ อนไขหรือข้อจำกัดที่ายทะเบียนกำหนดในการรับจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้านั้น
- ๕๙
ถ้าเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้ว หรือตัวแทนเลิกตั้ง กงานหรือสถานที่ ที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทยแล้ว ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ในกรณีที่นายทะเบียนมีเหตุอัควรเชื่อว่ เจ้ ของเครื่องหมายการค้ ที่ได้จด ทะเบียนแล้วหรือตัวแทน เลิกตั้งสำนักงานหรือสถานที่ที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทยแล้ว ให้นาย ทะเบียนแจ้งเป็นหนัสือไปยังเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือตัวแทน สำนักงานหรือสถานที่ที่ได้ จดทะเบียนไว้ให้ชี้แจงเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง จากนายทะเบียน ถ้านายทะเบียนไม่ได้รับคำตอบภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ประกาศ โฆษณาว่าจะเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้านายทะเบียนยังไม่ได้รับคำตอบภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตาม วรรคสามให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น
- ๖๐
เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตามมาตรา ๕๕วรรคสองมาตรา ๕๘หรือมาตรา ๕๙วรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้ คำสั่งดังกล่าว พร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นทราบโดยไม่ชักช้า เจ้ ของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิอุทธรณ์ สั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อ คณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด๔๖ ๒๕๕๙ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด
- ๖๑
ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่ง เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดได้ หากแสดงได้ว่าเครื่องหมายการค้านั้นในขณะที่จด ทะเบียน
(๑) มิได้เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๗
(๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ (๓)๔๘ เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้ว ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน หรือ (๔)๔๙ เป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้าธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็เจ้ ของของสินค้าหรือ แหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่มีลักษณะอย่าง เดียวกัน
- ๖๒
บุคคลใดเห็นว่าเครื่องหมายการค้าใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย บุคคลนั้นอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิก ถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้
- ๖๓
ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้เพิก ถอนการจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้ ใดได้ หากพิสูจน์ได้ว่ ในขณะที่ขอจดทะเบีย เจ้ ของ เครื่องหมายการค้านั้นมิได้ตั้งใจโดยสุจริตที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ และตามความจริ ก็ไม่เคยมีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นโดยสุจริตสำหรับสินค้ ดังกล่าวเลย หรือใน ระหว่างสามปีก่อนที่จะมีคำร้องขอให้เพิกถอนมิได้มีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นโดยสุจริตสำหรับ สินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่เจ้ ของเครื่องหมายการค้านั้นจะพิสูจน์ได้ว่า การที่มิได้ใช้ เครื่องหมายการค้านั้นมีสาเหตุมาจากพฤติการณ์พิเศษในทางการค้า และมิได้มีสาเหตุมาจากความ ตั้งใจที่จะไม่ใช้หรือจะละทิ้งเครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้
- ๖๔
เมื่อได้รับคำร้องขอตามมาตรา ๖๑มาตรา ๖๒หรือมาตรา ๖๓ให้ คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นและผู้ได้รับอนุญาตถ้ามี ทราบเพื่อยื่นคำ ชี้แจงของตน คำชี้แจงดังกล่าวให้ยื่นต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง จากคณะกรรมการ
- ๖๕
เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งเพิ ถอนหรือไม่เพิกถอนการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๖๑มาตรา ๖๒หรือมาตรา ๖๓ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าว พร้อม ด้วยเหตุผลให้ผู้ร้องขอให้เพิกถอนเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี ทราบโดย ไม่ชักช้า ผู้ร้องขอให้เพิกถอน เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิ อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของคณะกรรมการถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของคณะกรรมการ เป็นที่สุด
- ๖๖
ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดได้ หากแสดงได้ว่าในขณะที่ร้องขอนั้ นเครื่องหมายการค้านั้นได้ กลายเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือบางจำพวก จนกระทั่งในวงการค้า หรือในสายตาของสาธารณชนเครื่องหมายการค้านั้นได้สูญเสียความหมายของการเป็เครื่องหมาย การค้าไปแล้ว
- ๖๗
ภายในห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าใดตามมาตรา ๔๐ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้านั้นได้ หากแสดงได้ว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น ถ้าผู้ร้องแสดงได้แต่เพียงว่า ตนมีสิทธิดีกว่าเฉพาะสินค้าบางอย่างในจำพวกของ สินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ให้ศาลมีคำสั่งจำกัดสิทธิแห่งการจดทะเบียนให้อยู่เฉพาะสินค้าที่ผู้ร้องไม่ได้ แสดงว่าตนมีสิทธิดีกว่า
ส่วนที่ ๕ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า
27 มาตรา- ๖๘
เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตนสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ ขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้
(๑) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้ับอนุญาตที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง
(๒) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น
- ๖๙
ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ตามมาตรา ๖๘จะไม่เป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดและไม่เป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวโดยจะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดเพื่อประโยชน์ดังกล่าวก็ได้ แต่ถ้านาย ทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตดังกล่าวจะเป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด หรือเป็นการขัด ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบายให้นายทะเบียนมีคำสั่ง ไม่รับจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าว เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำสั่ง ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นาย ทะเบียนได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดหรือมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนให้แจ้งเหตุผล ให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วย เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็น ที่สุด๕๐ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสามให้เป็นที่สุด
- ๗๐
การใช้เครื่ องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตสำหรับสินค้าในการ ประกอบธุรกิจของตนตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ถือว่าเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าโดยเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น
- ๗๑
เจ้าของเครื่องหมายการค้ และผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าใน ส่วนที่เกี่ยวกับสินค้ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้น หรือในส่วนที่เกี่ยวกับเงื่อนไขหรือ ข้อจำกัดที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้กำหนดไว้ในสัญญาอนุญาตดังกล่าวได้ และให้นำมาตรา ๖๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๗๒
เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อาจร้องขอต่อนาย ทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า หากแสดงได้ว่าสัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้มีส่ วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิ ถอนการจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ หากแสดงได้ว่า
(๑) การใช้เครื่องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตนั้นทำให้สาธารณชนสับสนหรือ หลงผิดหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบายหรือ ๒๕๕๙
(๒) เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นไม่อาจควบคุมคุณภาพของสินค้าที่ใช้เครื่องหมาย การค้านั้นได้อย่างแท้จริ อีกต่อไป การขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๗๓
เมื่อได้รับคำร้องขอตามมาตรา ๗๒วรรคสองหรือวรรคสามให้นาย ทะเบียนหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี มีหนังสือแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือผู้ได้รับ อนุญาตแล้วแต่กรณี ทราบเพื่อยื่นคำชี้แจงของตนภายในเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนหรือคณะกรรมการแล้วแต่กรณี ในการพิจารณาคำร้องขอตามมาตรา ๗๑หรือมาตรา ๗๒นายทะเบียนหรือ คณะกรรมการแล้วแต่กรณีจะให้บุคคลที่เกี่ยวข้องนำพยานหลัฐานมาแสดงหรือชี้แจงเพิ่มเติมก็ได้
- ๗๔
เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งตามมาตรา ๗๒วรรคสองแล้วให้มีหนังสือ แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า คำสั่ง ดังกล่าวให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน ตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน ถ้าไม่ อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด๕๑ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด๕๒
- ๗๕
เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งตามมาตรา ๗๒วรรคสามแล้วให้มีหนังสือ แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าผู้ได้ับอนุญาตผู้มีส่วนได้เสียซึ่งเป็นผู้ร้องขอ และนายทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า คำสั่งดังกล่าวให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการ ถ้าไม่อุทธรณ์ภายใน กำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของคณะกรรมการเป็นที่สุด
- ๗๖
ในกรณีที่มีการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใด การ อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นย่อมสิ้นผลไปด้วย
- ๗๗
ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นเสียเองหรือจะอนุญาตให้ บุคคลอื่นนอกจากผู้ได้รับอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกก็ได้ ๒๕๕๙
- ๗๘
ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้ทั่วประเทศสำหรับสิ ค้ ทั้งหมดที่ได้จด ทะเบียนไว้ตลอดอายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น รวมทั้งในกรณีที่มีการต่ออายุการจด ทะเบียนด้วย
- ๗๙
ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตจะโอนการอนุญาตตามสัญญาดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้และจะ อนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกทอดหนึ่งก็ไม่ได้
- ๗๙/๑
ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้ เป็นอย่างอื่น สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าย่อมไม่ะงับไปเพราะเหตุการโอนหรือการรับ มรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่มีการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น หมวด ๑/๑ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด๕๔
- ๗๙/๒
ในหมวดนี้ “พิธีสารมาดริด”หมายความว่า พิธีสารที่เกี่ ยวกับความตกลงมาดริดเรื่องการจด ทะเบียนระหว่างประเทศของเครื่องหมาย ซึ่งได้รับรอง ณกรุงมาดริด เมื่อวันที่ ๒๗มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม “คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ”หมายความว่า คำขอเพื่อการจดทะเบียน ระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมาย ร่วมที่ยื่นภายใต้พิธีสารมาดริด “สำนักระหว่างประเทศ”หมายความว่า สำนักระหว่างประเทศขององค์การ ทรัพย์สินทางปัญญาโลก “สำนักงานต้นทาง”หมายความว่า กงานที่รับคำขอจดทะเบียนหรือรับจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ใช้เป็นฐานในการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ
- ๗๙/๓
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด ให้เป็นไป ตามบทบัญญัติในหมวดนี้ และให้นำบทบัญญัติในหมวด ๑เครื่องหมายการค้า เว้นแต่มาตรา ๑๐ มาตรา ๔๐วรรคสองและมาตรา ๕๙มาใช้บังคับโดยอนุโลม หมวด ๑/๑การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด มาตรา ๗๙/๒ถึง
- ๗๙/๔
ผู้มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในราชอาณาจักรต้อง เป็ผู้ซึ่ ได้ยื่ คำขอจดทะเบียนหรือเป็ผู้ ซึ่ ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ไว้แล้วใน ราชอาณาจักรและมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่มีส งานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือ
(๒) มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย หรือ
(๓) มีสถานประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมและยังคงประกอบการอย่าง จริงจังในประเทศไทย
- ๗๙/๕
ผู้ซึ่งได้ยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในราชอาณาจักรมีสิทธิ ขอรับความคุ้มครองต่อภาคีอื่น และอาจขอรับความคุ้มครองเพิ่ มเติมภายหลังจากที่ได้รับการจด ทะเบียนระหว่างประเทศแล้วก็ได้
- ๗๙/๖
เมื่อได้รับแจ้งการขอจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ระบุขอรับความ คุ้มครองในราชอาณาจักรจากสำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ถือว่าเป็นคำขอจดทะเบียนใน ราชอาณาจักรและให้นายทะเบียนดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่งไม่มีลักษณะอันพึงรับ จดทะเบียนได้ หรือการขอจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้านั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน และแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลไปยังสำนัก ระหว่างประเทศภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์วิธี และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าอาจมีการคัดค้านเกินระยะเวลาที่กำหนดใน กฎกระทรวงตามวรรคสองให้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักระหว่ งประเทศภายในระยะเวลาและตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และในกรณีที่มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน เนื่องจากการคัดค้านนั้น ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุแห่งการคัดค้านไปยังสำนัก ระหว่างประเทศภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ไม่มีการแจ้งอย่างหนึ่งอย่างใดไปยังสำนักระหว่างประเทศตามวรรคสอง หรือวรรคสามให้ถือว่านายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น โดยไม่ต้องประกาศโฆษณา ตามมาตรา ๒๙ เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ให้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้รับความ คุ้มครองเช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนในราชอาณาจักร
- ๗๙/๗
เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดแล้ว ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำ ขอจดทะเบียนระหว่ งประเทศต่อสำนักงานต้ ทางเป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น เว้นแต่ ในกรณีที่สำนักระหว่างประเทศได้รับคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเกินระยะเวลาที่กำหนดใน กฎกระทรวงให้ถือว่าวัที่สำนักระหว่ งประเทศได้รับคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเป็นวันที่จด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่จดทะเบียนตามวรรค หนึ่ง และอาจต่ออายุได้ตามพระราชบัญญัตินี้
- ๗๙/๘
ในกรณีที่ มีารระบุขอรับความคุ้ มครองในราชอาณาจัรภาย หลังจากที่สำนักระหว่างประเทศได้จดทะเบียนไว้แล้ว ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗๙/๖มาใช้บังคับโดย อนุโลม ทั้งนี้ ให้ถือว่ เครื่องหมายการค้านั้นได้รับความคุ้ ครองในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่สำนัก ระหว่างประเทศได้บันทึกการขอรับความคุ้มครองในทะเบียนระหว่างประเทศ และให้วันสิ้นอายุการ จดทะเบียนเป็นวันเดียวกับวันสิ้นอายุในทะเบียนระหว่างประเทศนั้น และอาจต่ออายุได้ตาม พระราชบัญญัตินี้
- ๗๙/๙
ในกรณีที่ เครื่องหมายการค้าที่ ได้รับการจดทะเบียนไว้แล้วใน ราชอาณาจักรเป็นเครื่องหมายเดียวกันกับเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับความคุ้มครองในราชอาณาจักรแล้ว และเป็นของเจ้ ของเดียวกัน เจ้าของเครื่องหมายการค้า นั้นอาจขอให้นายทะเบียนบันทึกว่าเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศมีผล แทนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างที่ ตรงกันก็ได้ บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงสิทธิที่ได้มาจากการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าในราชอาณาจักรที่มีอยู่ก่อน
- ๗๙/๑๐
ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ยื่นไว้ ณสำนักงาน ต้นทางรวมถึงทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนตามคำขอดังกล่าว หรือทะเบียน เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ นักงานต้นทาง ซึ่งใช้เป็ฐานในการยื่ คำขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้ารายใด ถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน แล้วแต่ กรณีสำหรับสินค้ ทั้งหมดหรือบางอย่างภายในระยะเวลาที่ก หนดในกฎกระทรวงและเมื่อได้รับแจ้ง การเพิกถอนทะเบียนระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้านั้นจากสำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ ถือว่าคำขอจดทะเบียนหรือทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ระบุขอรับความคุ้มครองในราชอาณาจัถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน แล้วแต่กรณี สำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างเช่นเดียวกัน ณวันที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกเพิกถอน บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง แต่ผลของการ ดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากระยะเวลานั้นสิ้นสุดแล้วด้วย ในกรณีที่ประเทศไทยเป็นสำนักงานต้นทาง เมื่อมีเหตุตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ายทะเบียนแจ้งไปยังสำนักระหว่ งประเทศ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง
- ๗๙/๑๑
ในกรณีที่ทะเบียนระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้าใดซึ่ง ระบุขอรับความคุ้มครองในราชอาณาจัรถูกเพิกถอนโดยสำนักระหว่างประเทศเนื่องจากเหตุตาม มาตรา ๗๙/๑๐เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกเพิกถอนอาจยื่นคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าเดียวกันได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นการยื่นภายใน ระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้ถือว่าวันที่จด ทะเบียนระหว่างประเทศตามมาตรา ๗๙/๗หรือวันที่บันทึกการขอรับความคุ้มครองภายหลังการจด ทะเบียนระหว่ งประเทศตามมาตรา ๗๙/๘ แล้วแต่ รณี เป็นวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนใน ราชอาณาจักร
- ๗๙/๑๒
หนังสือเรียก หนังสือแจ้ง หรือหนังสืออื่นใด ที่มีถึงผู้ขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศหรือเจ้าของทะเบียนระหว่างประเทศ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลอื่นใด เพื่อ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งไปยังสำนักระหว่างประเทศเพื่อแจ้งต่อไปให้บุคคลนั้นทราบ เว้นแต่เป็นกรณีที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ การส่งหนังสือดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อได้ส่งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในวรรคหนึ่ง และเวลาได้ล่วง พ้นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้ถือว่าบุ คลตามวรรคหนึ่งได้รับหนังสือนั้นแล้ว
- ๗๙/๑๓
การขอและการจดทะเบียนการขอบันทึกการจดทะเบียนระหว่าง ประเทศแทนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในราชอาณาจักรการขอรับความคุ้มครอง การแก้ไข เปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนการอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนและการต่ออายุการจดทะเบียน รวมทั้งการดำเนินการอื่นใดภายใต้พิธีสารมาดริดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กำหนดในกฎกระทรวง
- ๗๙/๑๔
การออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๗๙/๖มาตรา ๗๙/๗มาตรา ๗๙/๑๐มาตรา ๗๙/๑๑มาตรา ๗๙/๑๒และมาตรา ๗๙/๑๓ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับพิธีสาร มาดริด ค่ ดำเนินการในต่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริดให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศ ตามที่สำนักระหว่างประเทศกำหนด
- ๗๙/๑๕
บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมแก่เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม ที่ขอจดทะเบียนระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด แล้วแต่กรณีด้วย
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
๒๕๕๙
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.mfa.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://image.mfa.go.th/mfa/0/6p4M7ae5k9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2534.pdf43 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:b669819e5c480f870ff7a836b55f8829767313dbc22b2dd6d4399339b6f6b3d8ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:37:31.980Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR