พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๘๓320 มาตรา52 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 90 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 4db811fa… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ กระบวนพิจารณาตั้งแต่ขอให้ล้มละลายจนถึงปลดจากล้มละลายมาตรา ๗–๘๑/๔ · 81 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ การขอให้ล้มละลายและการสั่งพิทักษ์ทรัพย์มาตรา ๗–๒๙ · 24 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้มาตรา ๓๐ · 1 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ การประชุมเจ้าหนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๓๑–๓๖ · 6 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ กรรมการเจ้าหนี้มาตรา ๓๗–๔๑ · 5 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ การไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยมาตรา ๔๒–๔๔ · 3 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๖ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลายมาตรา ๔๕–๖๐ · 16 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๗ คำพิพากษาให้ล้มละลายมาตรา ๖๑–๖๒ · 2 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๘ การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๖๓ · 1 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๙ การควบคุมตัวและทรัพย์สินของลูกหนี้และการจำกัดสิทธิมาตรา ๖๔–๖๗/๑ · 5 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๑๐ การปลดจากล้มละลายมาตรา ๖๘–๘๑/๔ · 18 มาตรา
  12. หมวด ๒ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้ตายมาตรา ๘๒–๘๗ · 6 มาตรา
  13. หมวด ๓ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๘๘–๙๐/๑๒๘ · 131 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๑ บทนิยามมาตรา ๙๐/๑ · 1 มาตรา
  15. ส่วนที่ ๒ การขอและการให้ฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๒–๙๐/๑๕ · 14 มาตรา
  16. ส่วนที่ ๓ การตั้งผู้ทำแผนมาตรา ๙๐/๑๖–๙๐/๒๕ · 10 มาตรา
  17. ส่วนที่ ๔ การขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๒๖–๙๐/๓๓ · 8 มาตรา
  18. ส่วนที่ ๕ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้มาตรา ๙๐/๓๔–๙๐/๓๙ · 6 มาตรา
  19. ส่วนที่ ๖ การเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๙๐/๔๐–๙๐/๔๑ · 2 มาตรา
  20. ส่วนที่ ๗ การประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๔๒–๙๐/๕๕ · 14 มาตรา
  21. ส่วนที่ ๘ การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๕๖–๙๐/๕๙ · 4 มาตรา
  22. ส่วนที่ ๙ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๖๐–๙๐/๗๖ · 17 มาตรา
  23. ส่วนที่ ๑๑ การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดมาตรา ๙๐/๗๗–๙๐/๗๘ · 2 มาตรา
  24. ส่วนที่ ๑๒ การอุทธรณ์๕๖มาตรา ๙๐/๗๙ · 1 มาตรา
  25. ส่วนที่ ๑๓ บทกำหนดโทษว่าด้วยกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้มาตรา ๙๐/๘๐–๙๐/๙๐ · 11 มาตรา
  26. ส่วนที่ ๑ บทนิยามมาตรา ๙๐/๙๑ · 1 มาตรา
  27. ส่วนที่ ๒ การขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๙๒–๙๐/๙๘ · 7 มาตรา
  28. ส่วนที่ ๓ การพิจารณาคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๙๙–๙๐/๑๐๕ · 7 มาตรา
  29. ส่วนที่ ๔ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๑๐๖–๙๐/๑๑๕ · 10 มาตรา
  30. ส่วนที่ ๕ การยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน และการยกเลิกการฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๑๑๖–๙๐/๑๒๑ · 6 มาตรา
  31. ส่วนที่ ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๙๐/๑๒๒–๙๐/๑๒๘ · 7 มาตรา
  32. หมวด ๔ วิธีจัดการทรัพย์สินของลู หนี้มาตรา ๙๑–๑๓๘ · 50 มาตรา
  33. ส่วนที่ ๑ การขอรับชำระหนี้มาตรา ๙๑–๑๐๘ · 19 มาตรา
  34. ส่วนที่ ๒ ทรัพย์สินซึ่งอาจเอามาชำระหนี้มาตรา ๑๐๙ · 1 มาตรา
  35. ส่วนที่ ๓ ผลของการล้มละลายเกี่ยวกับกิจการที่ได้กระทำไปแล้วมาตรา ๑๑๐–๑๑๖ · 7 มาตรา
  36. ส่วนที่ ๔ การรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินมาตรา ๑๑๗–๑๒๓ · 7 มาตรา
  37. ส่วนที่ ๕ การแบ่งทรัพย์สินมาตรา ๑๒๔–๑๓๒ · 10 มาตรา
  38. ส่วนที่ ๖ การปิดคดีมาตรา ๑๓๓–๑๓๔ · 2 มาตรา
  39. ส่วนที่ ๗ การยกเลิกการล้มละลายมาตรา ๑๓๕–๑๓๘ · 4 มาตรา
  40. หมวด ๕ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มาตรา ๑๓๙–๑๔๘/๑ · 12 มาตรา
  41. ส่วนที่ ๑ การแต่งตั้งและถอดถอนมาตรา ๑๓๙–๑๓๙/๑ · 2 มาตรา
  42. ส่วนที่ ๒ อำนาจหน้าที่มาตรา ๑๔๐–๑๔๘/๑ · 10 มาตรา
  43. หมวด ๖ อำนาจศาลและกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมาตรา ๑๔๙–๑๕๙ · 11 มาตรา
  44. ส่วนที่ ๑ อำนาจศาลมาตรา ๑๔๙–๑๕๒ · 4 มาตรา
  45. ส่วนที่ ๒ กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมาตรา ๑๕๓–๑๕๙ · 7 มาตรา
  46. หมวด ๗ การสอบสวนและบทกำหนดโทษมาตรา ๑๖๐–๑๗๕ · 17 มาตรา
  47. ส่วนที่ ๑ การสอบสวนมาตรา ๑๖๐ · 1 มาตรา
  48. ส่วนที่ ๒ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๖๑–๑๗๕ · 16 มาตรา
  49. หมวด ๘ บทบัญญัติเบ็ดเสร็จมาตรา ๑๗๖–๑๘๑ · 6 มาตรา
  50. ส่วนที่ ๑ เงินค้างจ่ายมาตรา ๑๗๖ · 1 มาตรา
  51. ส่วนที่ ๒ การล้มละลายเกี่ยวกับต่างประเทศมาตรา ๑๗๗–๑๗๘ · 2 มาตรา
  52. ส่วนที่ ๓ ค่าธรรมเนียมมาตรา ๑๗๙–๑๘๑ · 3 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธิ ตราไว้ ณวันที่ ๓๐ธันวาคมพุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลักษณะล้มละลาย เสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้ จึ มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๑ การขอให้ล้มละลายและการสั่งพิทักษ์ทรัพย์

    24 มาตรา
  2. ลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวอาจถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายได้ ถ้าลูกหนี้ นั้นมีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร หรือประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรไม่ว่าด้วยตนเองหรือโดยตัวแทน ในขณะที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย หรือภายในกำหนดเวลาหนึ่งปีก่อนนั้น

  3. ถ้ามีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ เกิดขึ้ ให้สันิ ฐานไว้ก่อนว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

    (๑) ถ้าลูกหนี้โอนทรัพย์สิ หรือสิทธิจัดการทรัพย์สิ ของตนให้แก่บุ คลอื่นเพื่อ ประโยชน์แห่งเจ้าหนี้ทั้งหลายของตน ไม่ว่าได้กระทำการนั้นในหรือนอกราชอาณาจักร

    (๒) ถ้าลูกหนี้โอนหรือส่งมอบทรัพย์สินของตนไปโดยการแสดงเจตนาลวงหรือโดย การฉ้อฉล ไม่ว่าได้กระทำการนั้นในหรือนอกราชอาณาจักร

    (๓) ถ้าลูกหนี้โอนทรัพย์สินของตนหรือก่อให้เกิดทรัพยสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้น เหนือทรัพย์สินนั้น ซึ่งถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้วจะต้องถือว่าเป็นการให้เปรียบ ไม่ว่าได้ ระทำการนั้นใน หรือนอกราชอาณาจักร

    (๔) ถ้าลูกหนี้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ เพื่อประวิงการชำระหนี้หรือมิ ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ก. ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือได้ออกไปก่อนแล้วและคงอยู่นอก ราชอาณาจักร ข. ไปเสียจากเคหสถานที่เคยอยู่ หรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน หรือหลบไป โดยวิธีอื่น หรือปิดสถานที่ประกอบธุรกิจ ค. ยักย้ายทรัพย์ไปให้พ้นอำนาจศาล ง. ยอมตนให้ต้องคำพิพากษาซึ่งบังคับให้ชำระเงินซึ่งตนไม่ควรต้องชำระ

    (๕) ถ้าลูกหนี้ถูกยึดทรัพย์ตามหมายบังคับคดี หรือไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้

    (๖) ถ้าลูกหนี้แถลงต่อศาลในคดีใด ๆว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้

    (๗) ถ้าลูกหนี้แจ้งให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดของตนทราบว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้

    (๘) ถ้าลูกหนี้เสนอคำขอประนอมหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป

    (๙) ถ้าลูกหนี้ได้รับหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้ให้ชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าสองครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และลูกหนี้ไม่ชำระหนี้

  4. เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ

    (๑) ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว (๒)๗ ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคน เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียว หรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาทและ

    (๓) หนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลัน หรือในอนาคตก็ตาม

  5. ๑๐

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙เจ้าหนี้มีประกันจะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลาย ได้ก็ต่อเมื่อ

    (๑) มิได้เป็นผู้ต้องห้ามมิให้บังคับการชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่าตัว ทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน และ (๒)๙ กล่าวในฟ้องว่า ถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้ว จะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์ แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย หรือตีราคาหลักประกันมาในฟ้องซึ่งเมื่อหักับจำนวนหนี้ของตนแล้ว เงินยังขาด อยู่สำหรับลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติ บุคคลเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท

  6. ๑๑

    เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ต้องวางเงิ ประกันค่าใช้จ่ายต่อศาลเป็นจำนวน ห้าพันบาทในขณะยื่นคำฟ้องคดีล้มละลาย และจะถอนคำฟ้องนั้นไม่ได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต ศาลมีอำนาจเรียกให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์วางเงินประกันค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ตามที่ เห็นสมควร เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอ ศาลมีอำนาจส่งเงินประกันค่าใช้จ่ายคงเหลือ ภายหลังหักค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในคดีล้มละลายนั้น๑๑

  7. ๑๒

    ถ้ามีคำฟ้องหลายรายให้ลูกหนี้คนเดียวกันล้มละลายก็ดี หรือให้ลูกหนี้ ร่วมกันแต่ละคนล้มละลายก็ดี ศาลมีอำนาจสั่งให้รวมการพิจารณาได้

  8. ๑๓

    เมื่อศาลสั่งรับฟ้องคดีล้มละลายไว้แล้ว ให้กำหนดวันนั่งพิจารณาเป็น การด่วนและให้ออกหมายเรียกและส่งสำเนาคำฟ้องไปยังลูกหนี้ให้ทราบก่อนวันนั่งพิจารณาไม่น้อยกว่า ๗วัน

  9. ๑๔

    ในการพิจารณาคดีล้มละลายตามคำฟ้องของเจ้าหนี้นั้ นศาลต้อง พิจารณาเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙หรือมาตรา ๑๐ถ้าศาลพิจารณาได้ความจริง ให้ศาลมีคำสั่งพิทัษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแต่ถ้าไม่ได้ความจริงหรือลูกหนี้นำสืบได้ว่าอาจชำระหนี้ ได้ทั้งหมดหรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ให้ศาลยกฟ้อง

  10. ๑๕

    ตราบใดที่ลูกหนี้ยังมิได้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใด จะฟ้องลูกหนี้นั้นเป็นคดีล้มละลายอีกก็ได้ แต่เมื่อศาลได้สั่งในคดีหนึ่งคดีใดให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ เด็ดขาดแล้ว ให้จำหน่ายคดีล้มละลายซึ่งเจ้าหนี้อื่นฟ้องลูกหนี้คนเดียวกันนั้น

  11. ๑๖

    เมื่อศาลได้รับคำฟ้องคดีล้มละลายแล้ว ถ้าเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์มีคำขอ ฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้อง และโจทก์นำสืบได้ว่าลูกหนี้ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ก. ออกไปหรือกำลังจะออกไปนอกเขตอำนาจศาลหรือได้ออกไปก่อนแล้วและคงอยู่ นอกเขตอำนาจศาลโดยเจตนาที่จะป้องกันหรือประวิงมิให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ ข. ปกปิดซุกซ่อน โอนขายจำหน่ายหรือยักย้ายทรัพย์สิน ดวงตราสมุดบัญชี หรือ เอกสารซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายในการดำเนินคดีล้มละลายให้พ้นอำนาจศาล หรือกำลัง จะกระทำการดังกล่าวนั้น ค. กระทำหรือกำลังจะกระทำการฉ้อโกงเจ้าหนี้ หรือกระทำหรือกำลังจะกระทำ ความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งมีโทษตามพระราชบัญญัตินี้ ศาลมีอำนาจสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าไปในเคหสถานหรือที่ทำการของลูกหนี้ระหว่าง เวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึ พระอาทิตย์ตกเพื่ อตรวจสอบทรัพย์สินดวงตราสมุดบัญชีหรือเอกสารของ ลูกหนี้ และให้มีอำนาจสอบสวนลูกหนี้หรือออกหมายเรียกลูกหนี้มาสอบสวนได้

    (๒) ให้ลูกหนี้ให้ประกันจนพอใจศาลว่าลูกหนี้จะไม่หลบหนีไปนอกอำนาจศาลและ จะมาศาลทุกคราวที่ศาลสั่ง ถ้าลูกหนี้ไม่สามารถให้ประกัน ศาลมีอำนาจสั่งขังลูกหนี้ได้มีกำหนดไม่เกิน ครั้งละหนึ่งเดือน แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินหกเดือน

    (๓) ออกหมายจับลูกหนี้มาขังไว้จนกว่าศาลจะพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือ จนกว่าศาลจะยกฟ้องหรือจนกว่าลูกหนี้จะให้ประกันจนพอใจศาล

  12. ๑๗

    ก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จะ ยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องขอให้พิทัษ์ทรัพย์ของลู หนี้ชั่วคราวก็ได้ เมื่อศาลได้รับคำร้องนี้ แล้วให้ดำเนินการไต่สวนต่อไปโดยทันที ถ้าศาลเห็นว่าคดีมีมูล ก็ให้สั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว แต่ก่อนจะสั่งดังว่านี้ จะให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ให้ประกันค่าเสียหายของลูกหนี้ตามจำนวนที่เห็นสมควร ก็ได้

  13. ๑๘

    ถ้าคำสั่ งตามมาตรา ๑๖หรือมาตรา ๑๗นั้นมีเหตุอันสมควรจะ เปลี่ยนแปลงแก้ไข โดยศาลเห็นเองก็ดีหรือลูกหนี้ได้มีคำขอขึ้นมาก็ดี ศาลมีอำนาจถอนคำสั่งนั้นหรือมี คำสั่งอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรได้

  14. ๑๙

    คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ให้ถือเสมือนว่า เป็นหมายของศาลให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เข้ายึดดวงตรา สมุดบัญชี และเอกสารของลูกหนี้ และบรรดาทรัพย์สินซึ่งอยู่ในความ ครอบครองของลูกหนี้ หรือของผู้อื่นอันอาจแบ่งได้ในคดีล้มละลาย ในการยึดทรัพย์นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆอันเป็น ของลูกหนี้ หรือที่ลูกหนี้ได้ครอบครองอยู่ และมีอำนาจหักพังเพื่อเข้าไปในสถานที่นั้น ๆรวมทั้งเปิดตู้ นิรภัย ตู้หรือที่เก็บของอื่น ๆตามที่จำเป็น ทรัพย์สินต่าง ๆที่ยึดไว้ตามมาตรานี้ ห้ามมิให้ขายจนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาให้ ลูกหนี้ล้มละลายเว้นแต่เป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหายหรือ ค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น

  15. ๒๐

    เมื่อศาลเห็นเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีทรัพย์สินของลูกหนี้ซุกซ่อนอยู่ใน เรือนโรง เคหสถานหรือสถานที่อื่นอันมิใช่เป็นของลูกหนี้ ศาลมีอำนาจออกหมายค้ ให้แก่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์หรือเจ้าพนักงานอื่นของศาล ให้มีอำนาจดำเนินการตามข้อความในหมายนั้น

  16. ๒๑

    ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลมีอำนาจสั่งให้หน่วยงาน หรือผู้ประกอบการเกี่ยวกับไปรษณีย์ โทรเลขหรือการสื่อสารอื่ ใด ส่งโทรเลข ไปรษณียภัฑ์ มาตรา ๒๑แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จดหมายหนังสือ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือข้อมูลทางการสื่อสารอื่นใด ที่มีถึงลูกหนี้ภายใน กำหนดเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ลูกหนี้ถูกสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

  17. ๒๒

    เมื่อศาลสั่งพิท ษ์ทรัพย์ของลู หนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้ เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้

    (๑) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการ ของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป

    (๒) เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิ จะได้รับจากผู้อื่น

    (๓) ประนีประนอมยอมความหรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆเกี่ยวกับทรัพย์สินของ ลูกหนี้

  18. ๒๓

    เมื่อลู หนี้ ได้รับทราบคำสั่ พิทัษ์ทรัพย์แล้ว ลู หนี้ ต้องส่งมอบ ทรัพย์สิน ดวงตราสมุดบัญชี และเอกสารอันเกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของตนซึ่งอยู่ในความ ครอบครองให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทั้งสิ้น

  19. ๒๔

    เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือกิจการของตนเว้นแต่จะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

  20. ๒๔/๑

    บุคคลผู้เป็นหนี้ลูกหนี้หรือมีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง ซึ่งได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหนี้หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ มีหน้าที่ ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

  21. ๒๕

    ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแพ่งทั้งปวงอันเกี่ยวกับทรัพย์สิน ของลูกหนี้ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลในขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ และเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจงดการพิจารณาคดีแพ่งนั้นไว้ หรือจะสั่งประการใดตามที่ เห็นสมควรก็ได้

  22. ๒๖

    ตราบใดที่ ศาลยังมิได้สั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเจ้าหนี้จะฟ้อง คดีแพ่งอันเกี่ยวกับหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระได้ตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ให้นำบทบัญญัติใน มาตราก่อนมาใช้บังคับโดยอนุโลม

  23. ๒๗

    เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธารที่กล่าวไว้ในพระราชบัญญัตินี้ แม้จะเป็เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเป็น เจ้าหนี้ที่ได้ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้ว แต่คดียังอยู่ระหว่างพิจารณาก็ตาม

  24. ๒๘

    เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณา คำสั่งนั้นในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับ ในคำโฆษณานั้นให้ แสดงการขอให้ล้มละลายวันที่ศาลมีคำสั่ง ชื่อ ตำบลที่อยู่ และอาชีพของลูกหนี้ ในคำโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนั้น ให้แจ้งกำหนดเวลาให้เจ้าหนี้ทั้งหลาย เสนอคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ด้วย

  25. ๒๙

    ถ้าปรากฏภายหลังว่า เจ้าหนี้แกล้งให้ศาลใช้อำนาจดังกล่าวไว้ในมาตรา ๑๖หรือมาตรา ๑๗เมื่อลูกหนี้มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจสั่งให้เจ้าหนี้ชดใช้ค่าเสียหาย ตามจำนวนที่เห็นสมควรให้ลูกหนี้ ในกรณีเช่นนี้หากเจ้าหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ศาลมีอำนาจบังคับ เจ้าหนี้นั้นเสมือนหนึ่งว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส่วนที่ ๑๒การอุทธรณ์ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://cpd.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://cpd.go.th/images2/2021/document/2022/bankruptcy_law2483.pdf90 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:4db811fa914acaf306957657942d89501ea74cb44c65913034c5a92d50b53610ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:37:27.076Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR